สาระแน.คอม
เพราะเราไม่ไร้สาระ
เพราะเราไม่ไร้สาระ
Aug 23rd, 2010
หลังจากที่เราพบพานกับความซวยที่สุดในโลก นั่นคือเวบที่กำลังจะกลับมา เกิดอาการล่มกระทันหัน และไม่มีข้อมูลสำรองใดๆที่สามารถนำมาใช้ได้เลย เหตุผลเพราะเซอร์เวอร์ตัวที่ล่มนั้นคือเซอร์เวอร์ที่เราใช้สำหรับการแบ็คอัพข้อมูลนั่นเอง !!! กว่าจะกลับมาได้ กู้ข้อมูลได้มากที่สุดเพียงเท่านี้ หวังว่าคงไม่ว่ากันนะคะ ที่เหลือจะให้แอ๊ดมินมาตามเก็บรายละเอียดให้ต่อไป
นี่คือสาเหตุที่เราสามารถเรียกเหตุการณ์นี้ได้เลยว่า เหมือนเรากลับมาจากความตายดีๆนี่เอง
คงไม่ลืมที่จะขอโทษเพื่อนๆสำหรับความไม่สะดวกดังกล่าวด้วยนะคะ ไม่มีใครอยากให้เรื่องเฮงซวยแบบนี้เกิดขึ้นจริงๆ
ถึงจะไม่มีความสามารถเอาข้อมูลกลับมาได้ครบ แต่เราก็สามารถปั้นเวบกลับมาได้ขนาดนี้ ถือว่าสุดๆแล้ว ข้อมูลเก่าที่สุดที่เอากลับมาคือข้อมูลตั้งแต่ปี 2001 จะเห็นได้ว่า เรายังคงความเป็นเวบที่รวบรวมผลงานการขีดเขียนของเพื่อนๆไว้อย่างดี (ย้อนหลังประมาณ 10 ปี)
สำหรับเวบใหม่นี้ เราทำ ไดอารี่ส่วนตัว ให้กับสมาชิกเหมือนเดิม ตอนนี้มีให้เห็นเป็นตัวอย่างทั้งหมด 7 คนก่อนนะคะ โดยสามารถลองกดดูได้จาก link ด้านล่างนี้เลย
และใครมีผลงานแต่งเองก็ยังสามารถขอมีบทความพิเศษได้อีกด้วย สมาชิกจะต้องทำการ login ก่อนที่จะขีดเขียนได้ ซึ่ง login ของคุณก็ยังอยู่ ไม่ได้หายไปไหน แต่ต้องการทำ reset password ซึ่งก็ง่ายๆ ใช้เวลาไม่กี่วินาทีเอง
สงสัยอะไร ถามมาที่กระทู้นี้นะคะ จะพยายามให้ความช่วยเหลือให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ
May 6th, 2010
หลังจากที่เรียบๆเคียงๆ ดูตั๋วกลับไทย มาเป็นอาทิตย์
(เพื่อหาที่ถูกที่สุด Y_Y)
เพราะเป็นช่วง High Season ตั๋วก็เลยราคาสูงหน่อย
สุดท้ายก็จอง/ซื้อจนได้
กำหนดการดังนี้ค่ะ
United Airline
Dep : Harrisburg 12 July 2010 9.55 am
Arrive : BKK 13 July 2010 11.10 pm
กลับมาเมากาก็
Dep : Bkk 14 Oct 2010 6.50 am
Arrive : Harissburg 14 Oct 2010 6.15 pm
ก็อีกประมาณ สองเดือน ก็ได้กลับ
กลับไปอยู่ประมาณ สามเดือน
หวังว่าคงพอสำหรับเดินสายเจอเพื่อนๆ
และตามกินทุกอย่างที่อยากกิน
และซื้อของที่อยากได้ และจำเป็นสำหรับที่นี่
แล้วเจอกันน๊า.. ^^
Apr 11th, 2010
นิสัยเสียที่ใครทำอะไรไว้ให้เราเจ็บแล้วไม่จำ เลยโดนซ้ำๆ น่าเบื่อ
นิสัยเสียที่ใจดีเกินไปจนโดนมองข้างหัว
นิสัยเสียที่เป็นคนอะไรก็ได้จนยอมไปซะทุกอย่างง ใครพูดะไรมาก็อืมแล้วแต่
นิสัยเสียที่บ้างครั้งเงียบมาเกินไปคิดอะไรไม่พูด จนอึดอัดตัวเอง
นิสัยเสียที่ไม่กล้าพูดในสิ่งที่ตนคิดเพราะกลัวว่าสิ่งที่คิดจะมีความเห็นไม่ตรงกัน
นิสัยเสียที่บ้างครั้งพูดอะไรแล้วไม่คิด เอาซะเลยย
ไม่รู้ทำไมเป็นคนไม่กล้า ไม่กล้านูน ไม่กล้านี้
เบื่อตัวเองบ้างครั้งที่เป็นแบบนี้
อยากว่า อยากด่า อยากเถียง อยากบอก อยากพูด อยากถาม แต่ก็ปล่อยเลยตามเลยอยู่ดี นี้ละนิสัยเสียยย
ของนู๋
เอาไงดีปล่อยไปเรื่อยๆหรอ
ตามธรรมชาติ
นู๋เกียจคนเห็นแกตัวก็ต้องเจออยู๋บ่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
หัดทำอะไรโดยไม่หวังผลซะบ้างสิ
Apr 8th, 2010
เมื่อวานตอนเย็น เดินตลาดเพื่อหาของกิน
ไม่รู้จะกินอะไร หันไปเห็น “หอยแคลง” ตัวใหญ่ๆ อู้ย
น่ากินวะ กะว่าจะซื้อสักโล พอเดินไปใกล้ๆ มันยังไม่ตายนี่น่า
แลบลิ้นออกมาแผล่บๆ เราก็ยืนจ้องมันอยู่นาน
จะกินดี ไม่กินดีว้า คิดๆๆ
มันยังไม่ตายอ่ะ นึกถึงคำพูดน้าสาว
“กินหอยบาปกรรม กินครั้งหนึ่งหลายชีวิต” เอาแล้วไงกู จะกินดีไม่กินดีวะ
แล้วคำพูดน้าก็ลอยมาอีก
“ถ้าตายแล้วไม่เป็นไร ถ้ายังไม่ตายบาปกรรม ต้องอนุโมธนาสาธุ ฆ่าหลายชีวิต”
โอ๊ย ….. …………………………………………………….
ตัดสินใจ ไม่กินก็ได้วะ เห็นเป็นๆเลยกินไม่ลง
ด้านขวา มีหอยแมงภู่ใส่ถุงวางอยู่ กินหอยแมงภู่ก็ได้
“ทำไมตัวเล็กจังแม่ค้า”
“ตัวเล็กแต่อ้วนนะคะวันนี้”
เอาก็เอาวะ ไหนไหนก็ไหนไหน
กลับมาบ้าน ตัวข้างบนๆถุงที่ว่าเล็กแล้วนะ พอเทมา
โห ยังกะหอย กระพง ตัวจิ๋วๆ เหมือนเพิ่งคลอดทั้งนั่นเลย
ก็กินๆไปเสียดาย น้ำจิ้มก็เผ็ดมาก และน่าจะใช้น้ำส้มสายชูแน่ๆเลย
แต่ก็ขี้เกียจจะไปทำใหม่ก็ “ทน ทน กินไป”
กินได้แค่ครึ่งเดียว ไม่ไหว ขีเกียจแกะ ตัวเล็กมากๆๆ เสียอารมณ์แล้ว
ตกดึกปวดท้องค่ะ ไม่ได้ท้องเสียนะ แต่ปวดแบบปวดแสบปวดร้อน
ปวดทรมาร ปวดท้อง ปวดกระเพาะ สงสัยกินเผ็ด และก็ น้ำส้มสายชูด้วย
เข็ดเลย แผลเก่ายังไม่หายดี ไปทำร้ายมันอีกแล้ว
ไม่เอาแล้วพอกันที กะหอยตามตลาดนัด น้ำจิ้ม ตลาดนัด ไม่กินแล้วค่า
Apr 7th, 2010
และแล้วเมื่อวานก็ได้ไปเดินงานกาชาดที่สวนอัมพรมา
บางคนว่า ไม่เห็นน่าไปเลย เหมือนงานวัดนั่นแหละ ร้อนก็ร้อน คนก็เยอะ
ไม่เห็นน่าไปเลย ทำไมแอลถึงอยากไป
อยากไปเพราะ
1. ก็เพราะเหมือนงานวัดนั่นแหละ ที่อยากไป ไม่ได้มีให้ไปบ่อยๆ
2. มองอะไรมันก็ดูตื่นตาดี ของกินหลากหลาย คนเดินมากมาย
3. เสื้อผ้า ของใช้ก็ราคา(เหมือน)ถูก มีถูกจริง ถูกไม่จริงต้องเลือกๆเอา
(ได้เสื้อชั้นในมา 2 ตัว ดีใจเหมือนได้แก้ว)
4.สอยดาว ช้อนไข่ เจาะลูกโป่ง (รู้ทั้งรู้ว่าต้องได้แต่มาม่า สบู่ แป้ง) แต่ก็ชอบเสี่ยง
5.ซื้อสลากกาชาด ทั้งของจุฬา(ปีนี้หมดแล้วซื้อไม่ทัน) ธรรมศาสตร์ เกษตร
และอีกหลายๆ สำนักงาน ก็ซื้อ (ทั้งที่ไม่เคยถูก ก็เหมือนหวยนั่นแหล่ะ) ก็ทำบุญไป
6.โอวัลติน ต้องกินมันทุกครั้งที่ไป เพราะอยากได้แก้วใส่น้ำ (แก้วที่บ้านก็เยอะนะ)
7.ดูสุนัขที่เขาเอามาโชว์ ชอบมากี่ปีๆ ก็เหมือนเดิม แต่ก็ยังอยากมุงดูกะเขา
8.ไปดูเขาวาดรูป และนึกถึงตอนแอลกะแฟนจีบกันใหม่ๆ เราก็มานั่นให้เขาวาดรูป
เราให้ ฮิๆ รูปมันดูสวย หล่อ กว่าตัวจริงอ่ะ
9.ไปยิงปืน แม่นบ้างไม่แม่นบ้าง ชอบสนุกดี เหมือนเล่นเกมส์น่ะแหละ
10. จริงๆ เพราะอยากทำบุญ ได้ร่วมสนุก นึกถึงวันเก่าๆ เดินกะแฟน 2 คน
กระหนุงกระหนิง เหมือนจีบกันใหม่ๆ ฮ่า
เราขับรถไปจอดไว้ที่สนามม้า เสีย 20 บาท และนั่นมอไซค์คนละ 20 บาท
ขากลับ มาแอลกะแฟนซ้อนมาคันเดียวกัน จะบอกว่า
“เสียวมากกกกกก” อ่ะ อย่าคิดลึกนะ
ไอ้คนขับมอไซค์ แม่งเมายาเปล่าไม่รู้ ขับได้น่าหวาดเสียวโครต
ขับไป ก็ด่าไป แซงขวารถตู้ที่กำลังจะเลี้ยวขวา เหลือซอกนิดเดียวมันก็เบียดไป
บิดประมาณ 80/ชม. โอ้แม่เจ้า จะรอดกลับไปหาลูกหาแม่ไหมเนี่ย
พอถึง ที่จอดรถ แฟนบอก ขี่มอไซค์ได้โครตน่ากลัวเลย เร็วโครต
อันตรายมาก แซงขวารถตู้ที่กำลังจะเลี้ยวขวา
นั่นบ่นๆกันไป บอกไม่เอาแล้วมอไซค์รับจ้างมันเมายาแน่ๆ เลย
นึกว่าจะไม่ได้เห็นหน้าลูกซะล่ะ 55 ดีที่รอดมา
เมื่อกี๊นั่งตอบกระทู้อยู่ หันไปข้างนอกพอดีเห็นคนกำลังลอยเลย
รถกระบะ ชนกะมอไซค์ คนลอยเลย หน้าบริษัท ตาดีจริงๆ เห็นตอนกำลังชน
และก็ลอยพอดี อ้า… น่ากลัวจริงๆมอไซค์เนี่ย เนื้อหุ้มเหล็กชัดๆ
Apr 3rd, 2010
เป็นเมลล์ที่ดิฉันส่งให้คนสำคัญสุดพิเศษของดิฉันอ่านค่ะ………..
ไม่ไหวแล้ววว…จิ๊บจะบอกความจริงทั้งหมด
จิ๊บขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ทำลงไป
จิ๊บพยายามสร้างเรื่องให้โอ๊ตเกลียด
เพื่อให้โอ๊ตไป
จากคำแนะนำจากหลายๆคน…ว่าสิ่งที่จิ๊บทำอยู่มันเลว!!!
จิ๊บวางแผนมาหลายวันว่าจะต้องทำอะไรแบบไหนบ้าง
ที่จริงแล้วจิ๊บไม่เคยมีพฤติกรรมแบบที่ทำกับโอ๊ตมาก่อนเลย..สาบานได้
จิ๊บให้เพื่อนมาส่งที่ร้านสุงสิง เพื่อกดดันโอ๊ตให้โอ๊ตเกลียด เพื่อนจิ๊บเป็นห่วงจึงยังไม่ยอมไปทั้งๆที่แฟนเพื่อนก็รออยู่ที่เซ็นทรัล
มันมาส่งแล้วมันยังมารอหน้าร้าน…เพื่อนมันรู้ว่าจิ๊บไม่ไหว..จิ๊บต้องตัดใจไม่ได้แน่ๆ
จิ๊บโกหกโอ๊ตว่าเพื่อนคนนั้นชอบจิ๊บ เพื่อให้โอ๊ตมองว่าจิ๊บไม่ดี
แต่ความจริงแล้วมันเป็นเพื่อนตั้งแต่เรียนม.1!!
จิ๊บปรึกษาเพื่อนว่ากูเลว…กูอยากคบกับเค้า..แต่เค้ารักกัน..เค้าไม่ได้เลิกกัน
เพื่อนบอกว่ามึงควรจะไป…
จิ๊บพยายามจะกินเหล้าในวันนั้น
เพื่อที่จะกล้าเดินออกจากโอ๊ต
แต่จิ๊บทำไม่ได้
จิ๊บชอบโอ๊ตมากๆโดยไม่ตั้งใจ!!!
จิ๊บละอายใจต่อหน้าทุกคน..เพราะว่าที่นั่นไม่ใช่ที่ของจิ๊บ!!
เสียใจที่ทำร้ายฟ้าโดยที่เค้าไม่รู้ตัว
คิดมากจนไม่สบาย
วันที่จิ๊บตัดสินใจเด็ดขาดคือวันจันทร์ที่จิ๊บไม่สบายแล้วโอ๊ตมาหาอะ
จิ๊บดีใจมากๆจริงๆ
จิ๊บหอมแก้มโอ๊ตและอยากกอดโอ๊ตเพื่อลา
ก็พอดีโอ๊ตให้จิ๊บกอดพอดี
ขอบคุณมากนะคะ
สำหรับทุกอย่าง
นี่คือความจริงทั้งหมด
หวังว่าวันนึงโอ๊ตคงเข้าใจ
ในสิ่งที่จิ๊บทำลงไป
จิ๊บพยายามทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน
แต่พอท้ายที่สุด
จิ๊บทำใจไม่ได้
พยายามจะรั้งโอ๊ตไว้อีกครั้ง
แต่มันไม่ทันแล้ว
โอ๊ตเสียความรู้สึกกับจิ๊บไปแล้ว
ก็ไม่เป็นไร
แต่สิ่งที่จิ๊บทำลงไปเพื่อไล่ให้โอ๊ตกลับไปคบกับฟ้าคือความจริง
จิ๊บเสียดายโอ๊ตที่สุด
แต่ดีใจที่สุดที่ไม่ทำตัวเลวๆต่อไป
วิธีที่จิ๊บทำ..คำพูดแรงๆที่จิ๊บว่าโอ๊ต
จิ๊บไตร่ตรองและได้ปรึกษาผู้อื่นเป็นที่เรียบร้อยก่อนที่จะกระทำและพูดแล้ว
การที่จิ๊บร้องไห้อย่างไร้สติอย่างที่โอ๊ตได้ยิน..จิ๊บร้องไห้ออกมาจากความรู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถคบกับโอ๊ตได้
พี่เอ๋คอยให้กำลังใจอยู่ในโทรศัพท์อีกเครื่องตลอดการสนทนาของเรา
พี่เอ๋ให้กำลังใจจิ๊บ
และบอกว่าจิ๊บทำดีที่สุดแล้ว
จิ๊บขอให้โอ๊ตกับฟ้ารักกันนานๆนะคะ..สุขสมหวังนะคะ
วันนึงที่จิ๊บโอเคกว่านี้
“ขอให้เราเป็นเพื่อนกันนะคะ”
สุดท้ายนี้
จิ๊บได้งานแล้วยังไม่ได้เริ่มงานและอาจจะได้โอนย้ายไปต่างจังหวัด
ขณะนี้กำลังต่อรองกันอยู่คุณแม่ไม่อยากให้จิ๊บไปอยู่คนเดียว
แต่..จิ๊บอยากไป..ไปไกลๆเผื่อจิ๊บจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้
โอ๊ตคะอยากให้รู้ว่ายากเหลือเกินกับการตัดใจ
คุณเป็นคนดีและอบอุ่น
คุณอ่อนโยนและเอาใจใส่
แต่คุณไม่ใช่คนของจิ๊บ
จิ๊บทำได้แค่นี้จริงๆค่ะ
Apr 3rd, 2010
อูย….อูย…..ช่วงนี้ขยันเขียนไดจริงนะหล่อน
สงสัยอากาศมันร้อน เลยต้องหาอะไรเม้าส์ให้หายเครียส
อย่างเช่น….เรื่องนี้ต้องแฉ!!!
จะใครซะอีกล่ะ ก็นังเพื่อนสาวสวย (แต่เอ๋อ) คนเดิม
มันนึกยังไงของมัน หรือกุมารทองเข้าฝันมันเมื่อคืน….
ณ ที่ทำงานตอนเช้า….
วันนี้ที่ทำงานดูคึกคักเป็นพิเศษ เสียงเม้าส์เสียงหัวเราะให้สนั่น
ผองพี่ผองเพื่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นปนตื่นตระหนก!
“เฮ๊ยๆ!! แกเห็นเพื่อนแกยัง วันนี้แต่งตัวได้สุดยอดมั่กๆ”
กรูซึ่งเป็นเพื่อนสนิท ได้เห็นเป็นคนสุดท้ายเพราะมาสาย
ว่าแล้วก็กดโทรศัพท์ไปหาหล่อนซะหน่อย……ตุ๊ดๆ.
….ลมหนาวมาเมื่อใด ใจฉันคงยิ่งเหงา….
….คืนวันที่มันเหน็บหนาว ไม่รู้จะทนได้นานเท่าไร….
กรูบอกคุณเพื่อนกี่ทีแล้วค่ะ นี่มันหมดหน้าหนาวไปตั้งนาน
ร้อนตับเดือด เมิงช่วยกรุณาเปลี่ยนเพลงรอสายได้มั๊ย??
เข้าเรื่องต่อ….
คุณเพื่อนรับสาย “ว่าไง…” สั้นๆ
“ไม่ว่าไง ทำไรอยู่…” คือไม่รู้จะบอกมันอย่างไงไม่ให้มันรู้ตัว
คุณเพื่อน “มีไรว่ามา…ต้องมีไรแน่ๆ แก” แสนรู้นิเมิง…อิอิ
“เอ่อ…เงินที่ยืมไปพันนึงเอามาให้ทีดิ วันนี้ไม่มีเงินอ่ะ…” มั่วไป
คุณเพื่อน “เออเด๋วค่อยเอาไปให้ ไม่ว่าง ตอนบ่ายก่อน”
เฮ๊ย! บ่ายไม่ด้ายยย กรูอยากเห็นตอนนี้ เอาไงดีว่ะ
บอกไปตามตรงล่ะกัน “ลงมาหาเด๋วนี้เลย คนแถวนี้เค้าบอกว่า
แกแต่งตัวอะไรมาว่ะ มาให้เบิ่งซะดีดี”
แล้วมันก็หัวเราะก๊ากกกก มาตามสาย “เออๆ เด๋วจะลงไปให้ดู”
ผ่านไป 10 นาที…..พอหล่อนผลักประตูเข้ามาเท่านั้น
โอ้ว….แม่จ้าว เพื่อนกรูเป็นไรไปเนี่ย ตั้งแต่คบกันมา
ไม่เคยเห็นมันทำอะไรได้ขนาดนี้ พระเจ้าช่วยกล้วยทอด!!
ใส่เสื้อแขนยาวลายดอกกับกางเกงขายาวลายดอก!!!
ดอกทั้งตัว!!! แร๊งส์!! กรูจะบ้าตาย เห็นแล้วตาลาย
อยากจะถ่ายรูปมาให้ดูซะจริงๆ สวยและบ้าเท่านั้นที่ทำได้
หัวเราะกันจนน้ำตาเล็ด มีแต่คนยุให้พาเพื่อนกลับบ้าน
ไปเปลี่ยนผ้า เลือกเอาซะอย่างจะดอกบนหรือดอกล่าง
แต่ยังไงๆ หล่อนก็ไม่ยอมเปลี่ยน หล่อนมั่นใจ อย่าได้แคร์!
และยังมีหน้าชวนไปเดินห้าง กรูรีบปฏิเสธแทบไม่ทัน
จนลืมถนอมน้ำใจเพื่อน แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกจริงๆ
ที่ขอไม่ยอมออกไปไหนกับมัน อีนี่สวยไม่แคร์สื่อ!!
ถ้าไปยืนข้างศาลพระภูมิ กรูว่าต้องมีใครเอาผ้า 7 สีมาพันมันแน่
เฮ้อ?…มีเรื่องให้ได้ฮาคลายร้อนไปอีกวัน กรูว่ากรูบ้าแล้วนะเนี่ย
Apr 2nd, 2010
คืออะไร???
ตามความเข้าใจของตัวเอง “ผู้ชายเมโทร” ขอเรียกแบบย่อๆ ล่ะกัน
คงประมาณว่า เป็นผู้ชายที่ดูแล ใส่ใจใน เสื้อผ้า หน้า ผม ของตัวเอง
ออกแนว “รักหล่อ” เหมือน ๆ “รักสวยรักงาม” ของผู้หญิง
บางคนสำอางยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก
แต่ไม่ใช่เกย์ (อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันไม่กล้าคอนเฟิร์ม)
รุ่นพี่ที่ทำงาน…..ก็มีลักษณะแบบที่กล่าวมานี้เดี๊ยะๆ
สำอางมากกกก เนี๊ยบมากกกกกก นิสัยจุกจิกเหมือนผู้หญิง
ชอบใส่เสื้อมีคัตติ้งเข้ารูป ผูกเนคไท ตัวใหญ่ๆ โคร่งๆ ไม่ใส่
กางเกงผ้าขาเดฟ รองเท้าหัวแหลม ฉีดน้ำหอมกระจาย
เรียกว่าเนี๊ยบตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า……
วันก่อนไปนั่งกินข้าวร่วมกันกับเพื่อนๆ พนักงาน
ตอนจ่ายเงิน…ฮีควักกระเป๋าเงินออกมา “สีฟ้า”!!!
อีกรูก็ปากไว “โห? คิดได้ไงใช้กระเป๋าตังค์สีฟ้าอ่ะพี่”
ฮีตอบ….”ก็เห็นแล้วมันน่ารักดี ชอบ! ทำไมไม่สวยเหรอ?….”
“ไม่สวย ไม่ชอบ ไม่เคยเห็นผู้ชายใส่กระเป๋าสีฟ้า เห็นแล้วรมเสีย!!….”
แล้วกรูก็เอากระเป๋าฮียื่นให้คนอื่นดู
เพื่อขอความคิดเห็นว่าจะคิดเหมือนกรูมั๊ย?
คนอื่นเค้าก็หัวเราะหึหึ ในคอกัน….ก็คงคิดเหมือนกันแหละน่า
แต่ไม่กล้าพูด….และก็มีอะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้กรูไม่แน่ใจว่า
ตกลงจะเป็น “ผู้ชายเมโทร” หรือจะเป็น “เกย์เฒ่า”
มาวันนี้…..ตอนเดินสวนกันในที่ทำงานจะไปชงกาแฟ
อยู่ๆ ฮีก็เอามือมาเขี่ยผมที่ติดตรงแก้ม
กรูงี้หลบแทบไม่ทัน ก็ตกใจนี่หว่า!!
พร้อมกับพูดเบาๆ เฉียดหูกรูว่า…
“วันนี้แต่งตัวน่ารักจัง” แล้วก็เดินผ่านไป
ตกใจซ้ำสอง!! แถมสะกิดใจทำไมต้องทำเหมือนกระซิบด้วยว่ะ?
กลับมานั่งที่โต๊ะทำงาน….คิด…คิด…คิด…..แล้วก็คิด
นึกถึงหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา….
เออ…อีพี่นี่มันเคยทำแบบนี้กับกรูหลายครั้งเหมือนกันนี่
แต่ที่ผ่านๆ มาไม่ได้คิดอะไร เพราะกรูฝังใจว่า
มันต้องใช่…ต้องใช่ (เกย์) แน่ๆ
แล้วประโยคที่ฮีเคยพูดก็ถูกขุดเอามานั่งคิด
“แต่งหน้าน่ารักจัง”
“จะน่ารักไปไหน”
“อารมณ์ไม่ดีหรอ ยิ้มหน่อยสิ”
อะไรๆ ก็ น่ารักๆๆๆ ….. และชอบเอามือมาแตะๆ สัมผัสเล็กๆ น้อยๆ
ที่สำคัญชอบพูดเหมือนกระซิบและพูดตอนเดินสวนกันทุกครั้ง
และก็มานั่งคิดอีกประโยคว่า …
คนอื่นๆ เคยบอกว่าฮีไม่ได้เป็นตุ๊ด เป็นเกย์หรอก
แต่ชอบสำอางแบบผู้หญิง ใครไม่รู้ก็คิดว่าเป็น….อ้าว? เวรแระ!!
สรุปตอนนี้……..กรูเริ่มงงปนสับสน???
กรูคิดไปเอง? หรือฮีเค้าสับสนตัวเอง?
งานนี้ใครจะช่วยกรูเคลียเนี่ย?? มึนตึ๊บ! ไม่ไหวจะเคลีย
ป.ล. กรูว่าคนอ่านก็ต้องงง!!
Apr 2nd, 2010
ได้คุยเอ็มกับเพื่อนสมัยเรียนม.ราม ได้ประมาณอาทิตย์หนึ่ง
หลังจากไม่ได้ติดต่อกันมาหลายปีอยู่
คุยกันได้ใจความว่า เพื่อนกำลังคุยเอ็มอยู่กับชาวต่างชาติ ประมาณว่าหา
คู่ทางเน็ต คุยกันมาได้ 2 เดือนกว่าแล้ว มีการส่งรูปให้กันดู
ตอนแรกๆฟังก็ไม่คิดอะไร คิดว่าเพื่อนคงอยากฝึกภาษา ก็ดี จะได้เก่งภาษา
นานๆไปเหมือนเพื่อนเราเริ่มเอาจริง บอกว่าเขาจะมาเมืองไทยหลังสงกรานต์นี้
เขาพูดไปยได้บ้าง เพราะมาเมืองไทยหลายครั้งแล้ว มาทำธุกิจ รู้เรื่องเมืองไทยดี
ด้วยความเป็นห่วงเลยเตือนเพื่อนว่า ให้ระวังตัวดีๆนะ คิดดีแล้วเหรอ
เพื่อน “อืม เพื่อนๆในกลุ่มเรามีแฟนเป็นชาวออสซี่เยอะเลย”
แอล”ก็เลยอยากมีบ้างเหรอ”
เพื่อน “เขาได้แต่งงานกัน เงินเดือนแฟนเพื่อนได้ตั้งหลายแสน เกือบล้านแน่ะ”
แอล ” แล้วยังไง คิดว่าคนเราจะโชคดีทุกคนเหรอ”
เพื่อน ” ก็อยากสบายบ้าง”
คนเราคบกันเพราะความรักไม่ใช่เหรอ คิดว่ามีความสบาย แล้วจะมีความสุขงั้นเหรอ ถ้าคบกันไม่ได้มาจาก”ความรัก”
มันเป็นค่านิยม หรือเป็นที่ความคิดของคนว่า แต่งงานกับชาวต่างชาติแล้วจะ”สบาย” เพราะว่าเขารวยงั้นเหรอ
ชาวต่างชาติไม่ได้ว่าจะรวยทุกคน ไม่ได้ว่าจะจริงใจกันทุกคน
แอลคิดว่าไม่ว่าชาติไหนๆ ก็หาคนดีๆได้ แต่อยากให้คบกัน ด้วยความรัก
ความจริงใจต่อกัน
ถ้าเพื่อนคิดแค่อยากได้แฟนต่างชาติ รวยๆสักคน เพื่อที่ตัวเองจะได้สบายละก็
สิ่งเดียวที่เราจะทำได้ตอนนี้ก็คือแค่อวยพร
“ขอให้เพื่อนโชคดีนะ ได้เจอคนดีๆ”
ไม่อยากให้โดนหลอก และก็ไม่อยากให้ไปหลอกเขา
เป็นห่วง และก็เลยถามถึงแฟนคนไทยที่เคยคบอยู่
เพื่อนบอกว่า ปากร้าย หน้าแก่ เห็นแก่ตัว พูดไม่รู้เรื่อง ไม่มีน้ำใจ ไม่เข้าใจกัน
ไม่ช่วยเหลือในทุกๆเรื่อง
ง่า…แล้วไปคบกะมันทำไม เลิกไปเลย หรือว่าเพราะอย่างนี้ใช่ไหม
ถึงบอกว่าอยากสบายกะเขาบ้าง
เพราะ ประสบการณ์ที่ผ่านมามันเลวร้ายมาก ก็เข้าใจเพื่อนอยู่นะ