ซึ้งมากเลยล่ะ อยากให้อ่านน๊ะ
เรื่องนี้อ่านแล้วซึ้งจังอ่ะ ตอนจบน้ำตาแทบไหล ลองอ่านดูนะเพื่อนๆ แง
ลมหายใจของความคิดถึง
ลานกว้างโล่งในบริเวณอาคารผู้โดยสารขาออกแห่งนั้น
ผู้โดยสารพากันกระจัดกระจาย บ้างนั่ง บ้างยืน
บ้างเดินชมสรรพสินค้าจากร้านเล็กๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่โดยรอบตัวอาคาร
มุมทางเดินแห่งหนึ่ง
หนุ่มสาวคู่หนึ่งยืนแยกตัวจากผู้โดยสารอื่นๆ
ข้างกายหญิงสาวมีกระเป๋าวางไว้อย่างสงบเป็นสัญญาณแสดงชัดเจน
เธอเองก็เป็นผู้โดยสารของการเดินทางในครั้งนี้เช่นกัน
บรรยากาศโดยรอบคนทั้งสองเหงาเศร้า…ความอาวรณ์แทรกตัวอยู่ในทุกอณู
ของสายลมที่เล่นล้อกับเส้นผมยาวสลวย ที่มัดรวบเรียบร้อยอยู่เบื้องหลังของหญิงสาว
” ความจริง นิวไม่ต้องมาส่งเพลงก็ได้ ”
หญิงสาวพยายามฝืนสีหน้าให้ร่าเริงขณะพูดทั้งๆ ที่…ตรงข้ามกับหัวใจ
” ทำไมล่ะ เพลงกลัวใครๆ หาว่าผมโอเว่อร์หรือ ”
” คนโอเว่อร์ “…ทำน้ำเสียงเจือความน้อยใจที่ปิดไม่มิด
คนฟังจับน้ำเสียงนั้นได้ทันใดนิ้วมือขาวๆ
เอื้อมมาแตะริมฝีปากชายหนุ่มไว้.. .. .
” นิวจ๋า. .. . ทำไมพูดแบบนี้ นิวน่าจะรู้ว่าทำไมเพลงถึงพูดแบบนี้ ”
เธอละมือตัวเองลงมา แล้วใช้มันประคองมือของชายหนุ่มไว้แทน
” เพราะเห็นนิวมาส่งเพลงแบบนี้สิ จะทำให้เพลงไม่อยากไป
แค่คิดว่าเราต้องอยู่ไกลกัน เพลง…เพลงใจหาย ”
น้ำเสียงตอนท้ายๆ ห้อยระโหย
” ไม่ !!! ” ชายหนุ่มเสียงแข็งขึ้นเพียงนิดหากใบหน้าจริงจัง
” อย่าให้ผมเป็นตัวขัดขวางอนาคตของเพลง
หน้าที่ของเพลงคือก้าวไปหาความก้าวหน้า
ส่วนหน้าที่ของผมคือ…”
ชายหนุ่มพลิกมือตัวเองเปลี่ยนมือเล็กขาวไว้ในอุ้งมือของตัวเองแทน
” หน้าที่ของผม คือคอยชื่นชมความสำเร็จของเพลง
และมองเห็นเพลงเติบโต งดงามขึ้นในทุกๆ ด้าน ”
น้ำเสียงตอนท้ายอ่อนหวานนัก
” สัญญานะเพลง ว่าจะนำความสำเร็จมาให้ผมได้ร่วมยินดีด้วย ”
สาวน้อยพยักหน้านิดๆ ยิ้มใสหวานระบายเต็มหน้า
แม้แววตาจะยังแฝงแววเศร้าจางๆ ริมฝีปากบางแย้มช้าๆ
” เพลงรู้ เพลงเข้าใจ ขอบคุณนิวนะคะ แต่… เพลงกลัว…
กลัวว่าจะต้องคิดถึงนิว แล้วนิวจะไม่คิดถึงเพลงน่ะสิ ”
ชายหนุ่มส่ายหน้านิดๆ สายตาที่มอง ~~ คนขี้กลัว ~~
เปี่ยมพ้นไปด้วยความเอ็นดู รอยยิ้มแตะแต้มบนใบหน้านิดๆ
ทำให้หน้าขรึมนั้น ดูสว่างสดใสขึ้นนิวค่อยๆ ยกมือขึ้นปัดปอยผมที่ปรกลง
ใกล้ๆ ดวงตากลมโต ก่อนจะก้มลงสบประสานกับสายตาคู่นั้น…เนิ่นนาน…..
” เพลงหลับตาสิ ”
คนตัวสูงกว่าพูดเบาๆ หญิงสาวเอียงคอนิดๆ
ก่อนจะทำตามที่ชายหนุ่มพูด คนตาโตหลับตาลงช้าๆ
” เพลงได้ยินเสียงอะไรมั้ย ”
ชายหนุ่มถามเบาๆ
เสียงจ้อกแจ้กจอแจจากผู้คนรอบข้างยังคงดังลอดมาเป็นระยะ…
หญิงสาวสั่นศีรษะก่อนค่อยๆ ลืมตาขึ้น
” เสียงคนดังจะตาย ไม่เห็นได้ยินอย่างอื่นเลย ”
เพลงบ่น
” นั่นล่ะ เสียงลมหายใจแห่งความคิดถึงของผม ”
ใบหน้าคร้ามแต้มรอยแย้มไว้นิดๆ
” จำไว้นะเพลง เมื่อไหร่ก็ตามที่มีเสียงดังขึ้นรอบๆ ตัวเพลง
เสียงเหล่านั้นแทนความคิดถึงของผม ไม่ว่าคนพูดจะเป็นใคร
ผมฝากความคิดถึงของผมไปกับเสียงเหล่านั้นแล้ว…..”
ชายหนุ่มยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากตัวเอง
” แล้วเมื่อไหร่ที่รอบตัวเพลงเงียบสงัด ”
คนตัวโตนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะโน้มกายมากระซิบข้อความ
ที่ริมหูของสาวหน้าใสตรงหน้า
” เสียงของผมจะดังขึ้นที่ริมหูของเพลงเสมอ ”
จบประโยคนิวค่อยๆ ถอยกลับมายืนที่เดิม ใบหน้าขาวๆ แดงก่ำ
นิวก้มลง มองใบหน้านั้นอย่างแสนรัก
” เพลงคิดว่ามันพอจะแทนความคิดถึงของผมได้มั้ย ”
คนตาโตก้มหน้าลงพยักหน้าเบาๆ ….
” รีบกลับมานะเพลง ผมจะคอยความสำเร็จของเพลงเสมอ
หัวใจดวงนี้จะคอยเวลาที่เพลงกลับมาพร้อมกับความสำเร็จ ”
เพลงส่งยิ้มมาแทนคำตอบ
ชายหนุ่มจึงดึงของบางอย่างออกมาจากในถุงที่วางอยู่ข้างตัว
มันเป็นนาฬิกาทรายเล็กๆ ทรายละเอียดภายในหลอดแก้วเป็นสีฟ้าสด
เขาคว่ำขวดลงทรายเม็ดเล็กๆ เริ่มไหลพรูลงมาสู่ด้านล่างของหลอดแก้ว
” ความรักของผม…ถ่ายเทไปให้เพลงเสมอ ตราบใดที่เพลงยังเห็นคุณค่าของมัน”
ทรายไหลลงช้าๆ จนกระทั่งเม็ดทรายสุดท้าย…หล่นร่วงลงสู่เบื้องล่าง
มือคร้ามชูมันขึ้นระดับสายตา เพลงมองตามมือนั้น
” ตราบใดที่เพลงรู้สึกว่าความรักของผมยังมีค่า ”
เขาสบตาเธอเนิ่นนาน…ก่อนค่อยๆ หมุนข้อมือกลับข้างนาฬิกาอีกครั้ง
ทรายเม็ดเล็กค่อยๆ ไหลพรูลงมาทำหน้าที่ของตนอย่างเที่ยงตรง
นิวพูดช้า….แจ่มชัด หากทว่าอ่อนหวาน
” ความรักของผมมีให้เพลงเสมอ มันจะถ่ายเทจากหัวใจดวงหนึ่ง
ไปที่หัวใจอีกดวงหนึ่ง ตราบเท่าที่เวลาหมุนผ่านไป ”
เขาส่งนาฬิกา ใส่ลงในมือเธอ
เพลงยกนาฬิกาทรายขึ้นแตะริมฝีปาก
ก่อนกดลงตรงกลางใจ
” เพลงจะรักษาความรักของนิวไว้….ใกล้ๆ หัวใจของเพลง..แน่นอน ”
เธอรับคำ
เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารดังขึ้นทั่วอาณาบริเวณนั้น
นิวก้มลงหยิบกระเป๋าของเพลงขึ้นมากระชับไว้มือหนึ่ง
อีกมือหนึ่งจับจองมือขาวๆ พาเดินมายังประตู
” ได้เวลาที่เพลงต้องไปแล้ว จำไว้นะ
ผมจะมารอเพลงที่นี่ ตรงที่ๆ ผมส่งเพลง ”
หญิงสาวพยักหน้ารับ หยดน้ำตาเล็กๆ หยาดลงจากหางตา
” จะได้เหมือนเพลง….ไม่ได้ไปไหนไกลใช่มั้ย ”
ชายหนุ่มยิ้ม
ผู้โดยสารอื่นๆ ทยอยกันเตรียมพร้อมที่จะออกเดินทาง
สายตาหลายคู่เริ่มหันมามองคนทั้งสอง นิวส่งกระเป๋าให้หญิงสาว
คนทั้งคู่ถ่ายเทกระแสแห่งความอาลัยทางสายตา มือเลื่อนจากกัน….
เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย…..
” เฮ้ย !!! จะลากันอีกนานมั้ย ถ้านานรอคันหลัง สายนี้ออกทุก 5 นาที นะน้อง !!! ”
กระเป๋ารถเมล์ตะโกนออกมาจากด้านหลังรถประจำทาง
เพลงรีบก้าวขึ้นบนบันไดรถ ก่อนจะทรุดกายลงนั่งที่เก้าอี้ตัวหน้า
ก้มหน้าลงหลบสายตาของผู้โดยสารคนอื่นบนรถ
เสียงบ่นของพนักงานเก็บสตางค์ยังดังมาเป็นระยะ…..
” ไอ้นักเรียนสมัยนี้มันยังไงกันว่ะ ไปโรงเรียนตอนเช้าแล้วกลับบ้านตอนเย็นแค่เนี้ย
ลากันยังกะจะไปเป็นเดือนเป็นปี นี่ต้นสายรถเมล์นะโว้ย ไม่ใช่สนามบิน ?!!!? ”
