ผมเป็นคนกทม.ตั้งแต่เกิด แต่จากร้างราไปทำงานให้คนบ้านนอก ที่ขาดหมอ นานแสนนาน
ผมกลับมาอยู่บ้าน แสนจะหงอยเหงา เพราะพ่อแม่ เสียชรวิตไปหมดแล้ว บ้านของผม เป็นบ้านไม้
อยู่ริมน้ำใกล้จะพังอยู่แล้ว ผมมาจัดห้อง ขอแรงเด็กๆแถวนั้นมาช่วยจัดตู้โต๊ะ เพื่อเป็นคลินิกคนจน จตามที่มุ่งหวังไว้ในบั้นปลายชีวิต ผมดีใจที่รู้จัก ลุงแว่นที่แบ่งยาขายให้ผมวันต่อวัน เพราะผมไม่มี เงินจะซื้อเป็นขวดละพันๆเม็ด ยามีมากพอดู เพราะแม้นแต หนึ่งหลอด ก็ขายให้
ในราคาขายส่ง ผมทำงานรักษาให้ชาวบ้านริมคลอง และสลัมพระโขนง มีคนรวยมากอยู่บ้างที่ขับรถผ่านมาทางนั้น วันหนึ่ง พ่อ ท่าทางจะรวยมาหาผม พาลูกสาวมาให้ผมดูว่าทำไมตาแดง
ผมส่องไฟดู พลิกเปลือกตาดูแล้วเขี่ยแมลงตัวเล็กๆออกไป แล้วหยิบยาหยอดตา ซิลไมซีติน ออกมาให้เด็กใช้ บอกว่า หยดที่ตาวันละหลายๆครั้ง หยดสองหยด แล้วพ่อก็ควักเงินมาให้ผม ใบละพันบาท ผมบอกว่าไม่มีเงินทอนหรอกครับ เผอิญ ลุงสุย อยู่ใกล้ๆ แกมีเลยทอนให้ ชายคนนั้น 950 บาท ผ่านไปสองชม. ผู้ชายคนนั้นก็กลับมาด้วยรอยยิ้ม แกกำมือถือซองยา เขียนเป็นหนังสือสวยงามของจักษุแพทย์มือหนึ่งของประเทศไทย เขาบอกว่า หมอ ตรวจแล้ว ก็สั่งยาให้ ขวดนี้ ขวดและชท่อยา ขวดยาเหมือนยาของผม100% เขาว่าหมอิด 1000 บาท เขาเห็นตู้บริจาคเงินช่วยตนจน เขาเอาเงิน 950 บาท ที่ได้รับทอนจากผมเมื่อสองชม.กาอนแล้ว หย่อนเงินลงในตู้บรจาคทั้งหมด เขามาโอบกอดผมยกมือไหว้ผม และกล่าวว่า…ขอบคุณอย่างเบาๆ
เขาไม่ได้ขับรถกลับบ้าน แต่พาลูกสาวเดินไปทางริมคลองที่เน่าเหม็น แล้ววนกลับเข้าบ้านของเขาที่อยู่ในสวนสวยงาม………..บันทึกไว้ในแผ่นกิน
8 มิย 2549
หมอเมืองพร้าว……………
