เซ็กซ์โฟน

เราจะสังเกตได้เลยว่าไม่ว่าประเทศไหนก็ตามที่มีสภาวะความกดดันสูง มักจะเป็นสังคมที่มีลักษณะของการแข่งขันสูง เวลาทุกวินาทีย่อมมีค่าเป็นเงินทอง ผู้คนในประเทศนั้นๆ มักจะมีปัญหาทางด้านจิตสูง กล่าวคือมีอารมณ์แปรปรวน เครียด ขี้เหงา จนถึงซึมเศร้า ซึ่งเป็นปัญหาทางด้านจิตใจแทบทั้งสิ้น

เมื่อผู้คนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้สิ่งเดียวที่ทำให้จิตใจกลับคืนสู่ปกติคือ การรู้สึกถูกปลดปล่อย อาจจะเป็นในรูปแบบของการไปท่องเที่ยว การนัดปาร์ตี้สังสรรค์ หรือทำกิจกรรมที่ชื่นชอบ

แต่เป็นสิ่งที่เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องของ “เซ็กซ์” นั้น มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับอารมณ์กดดันแทบทั้งสิ้น

ประเทศไทยเองนั้นก็ตกอยู่ในสภาพนี้ด้วยเช่นกัน เราคงจำกันได้ว่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกจับบริษัทที่เปิดให้บริการเซ็กซ์โฟนในย่านรัชดาภิเษก โดยมีหญิงสาวเป็นพนักงานรับโทรศัพท์โต้ตอบ เพื่อสำเร็จความใคร่ของลูกค้า

ไม่น่าเชื่อว่าพนักงานสาวทั้งหลายมีอายุเพียงแค่ 20 ต้นๆ เท่านั้นเอง และส่วนใหญ่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ต้องการหารายได้พิเศษ ซึ่งพนักงานกลุ่มนี้ได้ให้ความเห็นว่า ไม่ใช่เรื่องเสียหาย หรือเสี่ยงอันตรายใดๆ โดยจะมีรายได้เสริมประมาณเดือนละ 6,000 บาท

จะว่าไปแล้วบริการดังกล่าวมีมากมายในต่างประเทศ เรียกว่าแผ่นใบปลิวที่ชักชวนผู้คนมาใช้บริการเช่นนี้เกลื่อนกลาดไปทั่วถนน เพราะไม่ว่าประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และญี่ปุ่น ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว แต่สำหรับประเทศไทยของเรานั้นกลับกลายเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา เพราะผิดเพี้ยนต่อหลักประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม ขณะที่ชาวต่างประเทศมักจะมองว่าประเทศไทยนั้นเป็นแหล่งของวงการมืดด้านนี้มานมนานแล้ว

ทั้งหมดที่ผมได้เกริ่นนำมานั้นสื่อนัยว่าประเทศไทยเริ่มที่จะพลิกตนเองไปสู่ความเป็นอิสระเสรีในด้านนี้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อบ้านเราเองนั้นเริ่มมีการพัฒนาบริการกระตุ้นทางเพศในรูปแบบของ Virtual Sex มากยิ่งขึ้น

กล่าวคือได้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาเป็นสื่อกลางในด้านนี้ ซึ่งอาจจะมีในรูปแบบของการถ่ายทอดเว็บแคม การสร้างเกมลามก การแช็ตที่แสดงออกถึงการมีเพศสัมพันธ์ จนไปถึงกรณีของบริการเซ็กซ์โฟน ซึ่งลักษณะของการกระตุ้นทางเพศได้แสดงให้เห็นว่าผู้คนกล้าแสดงออกมากยิ่งขึ้น

และที่สำคัญคือ มีเทคโนโลยีเป็นกำแพงป้องกันความอับอาย กล่าวคือไม่สามารถรู้ตัวตนได้ว่าเป็นผู้ใช้บริการ เพราะไม่มีสิทธิได้เห็นหน้าตา

ซึ่งถ้าเรายังจำกันได้ก็คือกรณีของโปรแกรมแคลมฟ็อกซ์ที่มีการโชว์เพศสัมพันธ์ออนไลน์ให้ผู้อื่นดู จะว่าไปแล้วโปรแกรมเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องอะไรที่ใหม่เลยสักนิด แต่มีมานานแล้วและมากพอที่นับจำนวนไม่ได้ ซึ่งในกรณีของบริษัทเซ็กซ์โฟนนั้นเชื่อว่ายังมีผู้ให้บริการอีกมาก ส่วนบริษัทที่ถูกจับได้นั้นอาจเป็นเพียงแค่บทเตือน บทสั่งสอนเท่านั้นเอง

ถ้าจะให้จับก็จับได้ แต่ปัญหาอยู่ที่วงการดังกล่าวมักมีคนมีสีอยู่เบื้องหลังมาโดยตลอด ว่าง่ายๆ คือ วงการมาเฟียนั่นแหละครับ

อย่างไรก็ตาม Virtual Sex ในรูปแบบต่างๆ นั้น นับว่าเป็นสิ่งที่ยากต่อการควบคุม และอาจควบคุมไม่ได้ด้วยซ้ำไป ทั้งนี้ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้มอบบริการและผู้ใช้บริการทั้งสิ้น

ในเชิงจิตวิทยาได้มีผลงานวิจัยของ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกรมสุขภาพจิต ตอบคำถามกรณีผู้ใช้บริการเซ็กซ์โฟนว่าผิดปกติหรือไม่ ซึ่งจำแนกได้เป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มแรกอาจมีปัญหาสุขภาพจิตจริง เป็นกลุ่มที่มีความเบี่ยงเบนทางเพศ หรือพาราฟีเลีย (Perihelia) ซึ่งจะแสดงพฤติกรรมต่างๆ เช่น ถ้ำมอง เซ็กซ์โฟน ชอบมีพฤติกรรมทางเพศแบบผิดปกติ แต่คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่น่าจะใช้บริการเซ็กซ์โฟนเพราะไม่ตื่นเต้น แต่จะใช้วิธีการโทร.ไปหากลุ่มคนทั่วไปจะตื่นเต้นมากกว่า

กลุ่มที่ 2 คือ คนปกติ แต่ต้องการสิ่งกระตุ้นทางเพศ เพื่อให้เกิดความต้องการทางเพศ ทั้งภาพถ่าย หนังสือโป๊ วีซีดี คลิปวิดีโอ ซึ่งจะเร้าอารมณ์และทำให้สามารถสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง คิดว่าผู้ที่ใช้บริการเซ็กซ์โฟน ส่วนใหญ่น่าจะเป็นคนที่มีจิตใจปกติ แต่อาจต้องการแรงกระตุ้นทางเพศมากกว่า

ส่วนในกรณีที่เป็นพาราฟีเลียก็สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการบำบัด อย่างในต่างประเทศมีการฉีดยาคุมให้กับคนไข้บางคนเพื่อให้ความต้องการทางเพศลดลง ในเมืองไทยเคยมีการจัดตั้งคลีนิคให้คำปรึกษาเรื่องเพศในสถาบันจิตเวชสมเด็จเจ้าพระยา

Comments are closed.