เมื่อครอบครัวถูกคุกคามด้วยความเป็นส่วนตัว

คะ ทุกคนคงอ่านไม่ผิดและดิฉันก็เชื่อว่าทุกคนก็อาจเคยถูกคุมคามความเป็นส่วนตัวหรือถูกทำลายชื่อเสียง ด้วยตัวหนังสือ สิ่งที่ไม่ได้เป็นวัตถุที่ทำร้ายเราให้เสียเลือดเสียเนื้อโดยตรงแต่กลับทำร้ายเราทางอ้อม และที่สำคัญ เจ็บปวดซะยิ่งกว่าร่างกายถูกทิ่มแทงด้วยมีดซะอีก เอาละคะ ดิฉันจะขอเริ่มเล่าเรื่องราว ของตัวหนังสือที่อันตรายให้เพื่อนๆ ได้ฟังเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่กำลังคิดที่จะทำและผู้ที่ถูกกระทำว่าเราควรต้องทำอย่างไร

ปัจจุบันดิฉันเป็นแม่บ้านที่ธรรมดาคนหนึ่ง ไม่สวยไม่เก่งอะไรเลย แต่สิ่งเดียวที่สามีเลือกที่จะให้ดิฉันเป็นแม่ของลูก หรือเป็นผู้หญิงที่เขาจะฝากชีวิตไว้ด้วยได้ นั่นคือความรัก ความเอื้ออาทรและความเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งซึ่งขอให้ทุกคนที่มีความรู้สึกว่าคุณเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งภูมิใจเถอะคะ ว่านี่ก็เป็นสิ่งที่สามารถทำให้คุณกลายเป็นจุดเด่นของใครบางคนได้ ขอแค่เรามีความเป็นตัวเราให้มากที่สุด และนี่คือสิ่งที่ทำให้สามีรักและเลือกให้ดิฉันเป็นแม่บ้านของเขา แต่ก่อนที่สามีจะเจอดิฉันนั้น เขาเคยคบกับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งคบกันได้ประมาณ เดือนกว่าๆ เจอกันประมาณ 2 ครั้ง (เท่าที่สามีเล่าให้ฟังนะคะ) สามีก็บอกว่ามีความรู้สึกว่าไปกับเขาไม่ได้เนื่องจากผู้หญิงคนนี้เป็นสาวไฮโซ การกินการอยู่ก็ต่างกัน เช่นเขากินอาหารข้างถนนไม่ได้ ใช้ของก็ต้องใช้ของมียี่ห้อ ครีมที่ใช้กระปุ๊ก หนึ่งก็ราคาราวๆ 3 พันกว่าบาท สามีบอกถ้าขืนแต่งงานไปด้วยคงต้องทำแต่งานใช้หนี้กับของเหล่านี้แน่ๆ เขาก็เลยไม่กล้าคบกับเธอต่อ และลาจากกันด้วยเหตุผลใดๆ ดิฉันก็ไม่ทราบแน่ชัด แต่หลังจากที่สามีเลิกและมาคบกับดิฉันและตกลงแต่งงานกับดิฉัน เธอผู้นี้ ก็ตามก่อกวนครอบครัวเรา ทั้งโทรศัพย์มาก่อกวน ทั้งส่งข้อความจนเกือบทำให้ดิฉันและสามีไม่ได้แต่งงานกัน จนเกือบต้องล้มเลิกงานแต่งกันไปเลย แต่ด้วยความพยายามที่จะพิสูจน์ตัวเองของสามี ทำให้เขาสามารถเอาชนะใจดิฉันและครอบครัว จึงทำให้เราได้แต่งงานกัน เรื่องดูเหมือนจะจบลงอย่างดี แต่เปล่าเลย ยิ่งเขารู้ว่าสามีแต่งงานกับดิฉันแล้ว เขาก็ยังทำเว็ปไซด์ขึ้นมาซึ่งเป็นเว็ปไซด์ที่ทำเกี่ยวกับเรื่องราวระหว่างเขาและสามีดิฉันและยังประกาศกร้าวว่ายังรักและยังรอสามีของดิฉัน เธอพร่ำพรรณาว่ารักสามีดิฉันรักมากหากขาดสามีดิฉันไปเธอขอตายดีกว่าพรรณาประมาณ 20 – 30 หน้า แต่หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ทำเว็ปไซด์ลักษณะนี้ขึ้นมาอีก แต่แตกต่างจากเดิมคื อ เธอทำกับผู้ชายคนใหม่ (ดิฉันเปิดไปเจอโดยบังเอิญ) ซึ่งเว็ปไซด์นี้ก็มีภาพเธอและผู้ชายคนใหม่ที่ดูรักกันและเข้าใจกันดี ซึ่งในนั้นก็บรรยายลักษณะเดียวกันกับที่เคยบรรยายเกี่ยวกับความรู้สึกที่มีต่อสามีดิฉัน ซึ่งปัจจุบันเว็ปไซด์ทั้ง 2 นี้ก็ยังคงอยู่ ซึ่งดิฉันก็ไม่เข้าใจว่า เธอทำอย่างนั้นเพื่ออะไร ถามว่าหากวันหนึ่งมีใครสักคนหนึ่งมาพรรณาถึงสามีของเรา ใช้คำพูดที่ทำร้ายจิตใจของผู้ซึ่งเป็นภรรยาอย่าเรา โดยที่เราต้องทนอยู่กับความรู้สึกที่คิดว่าเราผิดหรือเปล่าที่เข้ามาในชีวิตของผู้ชายที่มีผู้หญิงที่เขารักมากคนหนึ่งอยู่ ถึงขนาดที่ดิฉันยอมที่จะขึ้นชื่อว่าเป็นหม้าย คือยอมหลีกทางให้สามีไปเจอกับเธอคนนี้ โดยการยอมหย่ากับสามีให้ ( ทั้งที่เจ็บใจแทบขาดเจ็บขนาดที่ถ้ารถมาชนตอนนี้คงไม่รู้สึกอะไรเลย) แต่จู่ๆเธอก็ทำเว็ปไซด์กับผู้ชายอีกคนหนึ่ง มีภาพประกอบทั้งในห้องนอน และริมทะเลดูเธอมีความสุขดี ดิฉันก็เลยไม่เข้าใจและ มีสิ่งเดียวที่ภรรยาอย่างดิฉันอยากถามผู้หญิงคนนี้ว่า

สิ่งที่คุณพูดว่ารักและยอมตายหากไม่ได้อยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง จนผู้หญิงโง่ๆ อย่างดิฉันเคยยอมที่จะต้องเป็นหม้ายเพราะศรัธธาในความรักที่คุณมีต่อสามีของดิฉัน แต่ไม่เท่าไหร่คุณก็มีผู้ชายคนใหม่ แม่บ้านธรรมดาอย่างดิฉันอยากถามคุณคำเดียวว่า รักของคุณคืออะไรและการที่คุณยังไม่ยอมลบเว็ปไซด์ที่คุณคุกคามครอบครัวดิฉันอยุ่อย่างนี้เพื่ออะไร ดิฉันเคยอโหสิกรรมให้กับคุณครั้งหนึ่งเพราะศัธธาต่อความรักที่คุณมีต่อสามี ดิฉัน แต่ตอนนี้ ดิฉันอยากบอกคุณว่าสิ่งที่คุณทำมันยิ่งจะทำให้คุณดูเป็นคนประเภทใหนและคนที่อยู่ข้างๆคุณในตอนนี้ หากวันหนึ่งเขามาเปิดเจอเว็ปไซด์ที่คุณทำ เขาจะคิดและเจ็ปปวดกับการกระทำของคุณแค่ใหน อยากให้คุณหยุดคิดและหยุดกระทำสิงนี้ซะเถอะ เพราะดิฉันเป็นห่วงคุณในฐานะผู้หญิงด้วยกัน ดิฉันเชื่อว่า หากคุณมีใจรักและมั่นคงในซักวันหนึ่ง คุณจะได้พบกับคนที่ใช่และรักคุณอย่างสุดหัวใจ เชื่อดิฉันเถอะ ดิฉันขออวยพรให้คุณได้เจอกับรักที่สมหวัง และขอร้องอย่างได้ไปทำแบบนี้กับใครอีกเลย อยากให้คุณนึกสงสารหัวอกของคนที่เป็นภรรยาเถอะคะ ภรรยาอย่างเราคิดได้อย่างเดียวคือต้องดูแลครอบครัวให้ดี ไม่มีเวลามานั่งทำเว็ปไซด์อะไรแบบที่คุณทำแบบนี้ (ไอ่ที่เขียนอยู่นี่ก็แทบตายคะเป็นเดือน) อยากให้เราต่างคนต่างมีชีวิตที่ต้องเดินทางไปตามเส้นทาง ให้อภัยกันและกันและวันหนึ่งคุณจะได้เจอกับชีวิตที่เป็นสุข คะ

จาก แม่บ้านธรรมดาคะ

Comments are closed.