เมื่อรักมันเกิด

1 กพ. 53
ทีแรกว่าจะเขียนแต่กลัวว่าจะอ่านลายมือไม่ออก ลองพยายามมาหลายวันแล้วไม่สำเร็จ
เฮ้อ………….

วันอาทิตย์ ที่ 6ธค.52
เมื่อ สองเดือนก่อน ได้เจอกันด้วยความบังเอิญ วันนั้น รู้สึกดีมากๆๆ ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้เจอ
คนคนนี้ อะไรๆมันดีไปหมด ได้นั่งคุย ได้มองตา ได้เห็นรอยยิ้ม ได้ฟังเสียงหัวเราะ ได้รู้จักผู้หญิงน่ารัก
ดูดีมีสมอง ได้รู้จักสาวภูเก็ต เด็กอายุ 23 เธอชื่อ ปู ทั้งที่ไม่รู้ว่าต่อไปมันจะเกิดอะไรขึ้น ชอบตั้งแต่วันแรกที่เห็น
ประทับใจตั้งแต่วันแรกที่คุยด้วย แต่ด้วยปัจจัยอะไรหลายๆอย่างมันที่ให้ต้องเจียม….
หลังจากนั้นมา ก็รู้สึกอยากจะเข้าใกล้………
วันนึง ปูโทรมาว่าจะให้ไปคุยกับใครสักคน ที่น่าจะไปคุยเรื่องพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่
ปล.
จากที่ไม่เคยฟังเพลง เสก โลโซมานาน ดันกลับมาชอบเพลง หมาเห่าเครื่องบิน
เปิดร้องในรถทุกวัน จนลูกชายรำคาญ (และทุกวันนี้เค้าร้องเพลงได้)

ความรู้สึกแย่ครั้งที่ 1………………….
ร้านอาหารชื่อธรรมชาติ น้องเค้าให้ไปคุยกับโกแตม หรือแตน อะไรซักอย่าง ทีแรกก็คิดว่ามันน่าจะเป็น
การคุยแบบส่วนตัว นั่งคุยเรื่องงานกัน แต่ที่ไหนได้ ดันไปเจองานเลี้ยง(เล็กๆ)อะไรซักอย่างของคนมีตังค์ในภูเก็ต
มีความรู้สึกว่าเราไปขอตังค์เค้าซะงั้น โกรธขึ้นมาจับจิต แต่ทำงัยได้ดัน กระโดดลงไปให้เค้าขย้ำเองนี่หว่า
รู้สึกรักภูเก็ตมากขึ้นเยอะเลย……….
วันนั้นก่อนกลับไปกินข้าวต้มอะไรซักอย่าง ก็ได้รู้ว่า โกแตนหรือแตม(จำไม่ได้)
เคยมาจีบ…….น้องเค้า
เริ่มรู้สึกถึง ระยะห่าง กับ ความแตกต่าง
ปล.
เริ่มร้องเพลง หมาเครื่องบินท่อนแรกได้แล้ว

ความรู้สึกแย่ครั้งที่ 2………………
พยายามที่จะหาคอนเน็คชั่นดีๆให้ เพราะคนว่าน้องเค้าเป็นคนขยันทำงาน อัธยาศัยดี(กับทุกคน)
ช่วงงานเปิดหาดป่าตอง ชวนไปเพื่ออยากจะให้รู้จัก ออแกร์ไนซ์จากแกรมมี่ คุณเบญ เผื่อจะได้ช่วย
งานอะไรกันบ้าง แต่พลาด …….
ประทับใจที่น้องเค้าอุตส่าห์เดินมาเป็นกิโล เพื่อมาเจอ ดีใจจัง และบังเอิญโชคดีได้เจอ จุน เป็นคนของ
เบียร์ช้างทำกิจกรรมอะไรซักอย่าง ได้เจอกันกับน้องเค้า ดีจัง
ขากลับเดินไกลมาก ด้วยเจตนาดีเลยพาไปหา โอ๋ เป็นสท.ที่ป่าตอง
แต่กลับเป็นว่า เจ้าโอ๋ ดันจีบซะ เหอๆๆ …
แต่ทำไงได้ ไม่ได้เป็นอะไรกับเค้านี่หว่า ทั้งที่รู้สึกว่าหวงๆๆ (เออนั่นสิ..ทำไม)
ปล.
วันนี้น้องเค้าสวยมาก ใส่ชุดทำงานแล้วสวย (ต่างกับน่ารัก)

อารมณ์กับเหตุผล……….
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ 1 วัน 1 อาทิตย์ 2 วัน 2 อาทิตย์
จำได้ว่าแทบจะไม่เคยปฏิเสธเลยกับทุกครั้งที่น้องเค้าชวนไปไหนมาไหน
บางที งานการไม่ทำ ปล่อยลูกให้อยู่บ้าน เพียงเพื่ออยากอยู่ใกล้ๆ
ชีวิต สับสน ลืมตัวเองไปชั่วขณะ
นานมาแล้ว จนจำไม่ได้ว่า ไอ้อาการ หายใจเป็นเธอ นี่มันเป็นยังไง
แต่ตอนนี้อายุก็จะ 40 แล้ว ดันมาเป็นจนได้
ตั้งแต่ตื่นนอน เค้าทำอะไรอยู่ พอเที่ยง กินข้าวรึยัง
สาย บ่าย เย็น ดึก
จนถึงเวลานอน เค้าทำอะไรอยู่ คิดถึงไปหมด
ตลอดเวลาสั้นๆที่ผ่านไป ไม่เคยบอก ไม่เคยถาม ไม่เคย…..
เก็บไว้ในใจตลอด ………..
อาการความเป็นผู้นำเริ่มถดถอย
ทำตัวบ้าบอ บางวันอินเลิฟ บางวันเฮิร์ทรับประทาน
เมื่อก่อนไม่ค่อยชอบฟังเพลงมากมาย เดี๋ยวนี้มีเป็นเซ็ท
เซ็ท สมหวัง เซ็ท ทุกข์ใจ
จนลูกน้องจับทางได้ ว่าวันนี้ไปเจออะไรมา
มีวันนึง น้องเค้าบอกว่ามีเพื่อนมาจาก กทม.จะไปถ่ายอะไรกันซักอย่างที่ป่าตอง
วันนี้เค้าพูดแปลกๆๆมาก พูดให้คิดลึก…วันนี้สวยน่ะ เค้าว่างั้น ดีจัง..
คำพูดที่น้องเค้าพูดบ่อยที่สุด แต่ไม่เคยทำได้เลย “ เดี๋ยวโทรไปนะ”
(จำได้เคยถามเค้าที่นึง เค้าบอกว่า เดี๋ยวสักวัน ก็โทรไปเองแหละ) (รู้สึกดีฉิบหาไม่เจอ)
วันนั้นเล่นเอานอนไม่หลับ
ปล.
เพลงห่วยๆบางเพลง ที่เราไม่เคยสนใจ ในบางสถานการณ์มันทำให้รู้สึกว่า
นี่มันเพลงของเรานี่หว่า “อาจฟังไม่มีเหตุผล สักเท่าไหร่ ฉันไม่มีความหมายกับเธอ ทุกๆคราที่นั่งมองเหม่อมันคิดถึงเธอรู้มั๊ย
ก็อาจจะเป็นแค่หมาที่เห่าเครื่องบิน อยากให้เธอได้ยินข้อความข้างใน ที่เจอเธอวันนั้นมันหวั่นไหวจนสุดที่ใจจะทน”
ขอบคุณ เสก โลโซ

ความรู้สึกแย่ครั้งที่ 3………………
ครั้งนี้ เป็นเพราะเราเจตนาดีเกินไป หวังดีเกินไปมั๊ง เหตุเกิดที่พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่อีกแล้ว
วันนี้น้องเค้าโทรมาให้ไปที่นั่น เพื่อคุยกันอะไรซักอย่างพร้อมกันทีมงานเค้า
ได้เราก็ดันฟังไม่ดี ดันรับปากไป ได้เจอกับเจ้านายเค้า ชื่อ สง กับ โกแตมหรือแตน(วะ)
วันนี้หวังว่าจะเซ็ทโปรแกรมทัวร์ เลยลองๆให้คนที่พอจะช่วยกันได้มาฟังดูเผื่อจะได้ช่วย
กัน แต่ปรากฎว่า กลายเป็นเราจะขอเงินเค้าอีกละ โดนอัดเละเรื่อง วิสัยทัศน์ เรื่อง………
จนเซ็ง บ่นกับตัวเองว่า อะไรกะกูนักหนาวะ
ปล.
อย่าไปรักบ้านคนอื่น เหมือนบ้านตัวเอง (เพราะขนาดเจ้าของบ้านมันยังไม่รักเลย)

ความรู้สึกแย่ครั้งที่ 4………………
วันอาทิตย์อีกแล้ว
วันนี้ตื่นกันแต่เช้ากับลูกชาย เลือกชุดที่เหมาะที่สุด ทั้งพ่อและลูก
วันนี้เรามีนัดละ เราจะไปดูหนังเรื่อง อวตารกัน น้องเค้ารับปากว่าจะไปด้วย
เมื่อคืน รับปากแล้ว…………..
10 โมงเช้า กดเบอร์(ไม่เคยเมมไว้ จำได้)…………….. ไม่รับโทรศัพท์
12.00 กดเบอร์(ไม่เคยเมมไว้ จำได้)…………….. ไม่รับโทรศัพท์
14.00 กดเบอร์(ไม่เคยเมมไว้ จำได้)…………….. ไม่รับโทรศัพท์ บางครั้งก็ไม่มีสัญญาณ
16.00 กดเบอร์(ไม่เคยเมมไว้ จำได้)…………….. ไม่รับโทรศัพท์
18.00 กดเบอร์(ไม่เคยเมมไว้ จำได้)…………….. ไม่รับโทรศัพท์
19.00 ลูกชายเรื่องโกรธเป็นไฟ (พอๆกันกับพ่อ)
20.00 ได้ดูเรื่องอวตาร กันซะที สองคนพ่อลูก ที่เซนทรัล
หลังจากนั้นมาสองวัน
“ขอโทษมีธุระด่วนกับที่บ้านสำคัญมาก” เชื่อสนิทเช่นเคย
วันนี้ทำให้รู้ว่าการที่รอใครสักคนทั้งวัน(ตั้งใจรอมากๆๆ)แล้วเค้าไม่มาน่ะ มันรู้สึกแย่จริงๆทั้งคนรอ
และคนให้รอ…แย่จริงๆ
ปล.
หลังจากดูหนังเรื่องนี้ทำให้รู้ว่า ลูกชายเริ่มรักธรรมชาติขึ้นเยอะ เห็นใครตัดต้นไม้ จะบ่นให้ฟังตลอดๆ
ขอบคุณ เจมส์ คาเมรอล

ความรู้สึกที่ดีสุด ครั้งที่ 1……….
วันนี้อยากไปหาเพื่อน เคนนี่ ไม่ได้เจอกันนาน เลยชวนน้องเค้าไปด้วย
ไปคะ……… คำตอบที่โคตรเซอร์ไพส์
นัดเจอกันที่โลตัส ให้เค้าจอดรถไว้และไปด้วยกัน
ไปถึงบ้านเคนนี่ ทำไมวันนี้น้องเค้าดู กันเอง เป็นมิตร น่ารัก
มันทำให้รู้สึกเหมือนครอบครัวน่ะ (แอบคิด)
น้องบอกว่าหิวข้าว ลงมือทำกับข้าวเอง ไข่ดาวกับกุนเชียง
ปรากฏว่าลูกชายเราได้อานิสงฆ์
แอบมองเค้าพาลูกชายเรากินข้าว โอพระเจ้า มันช่างสุดยอด
ให้เป็นอะไรก็ยอมแล้ววินาทีนี้
หยิกตัวเองไปหนึ่งที ไม่ได้ฝันไป ดี ดี ดี ดี ดี ดีจัง
แต่…….
เคนนี่เตือนสติ เรื่องความจริงกับความฝัน เลือกเอาจะอยู่ในโลกใบไหน
คำตอบมีอยู่แล้ว ความฝัน ขอฝันอย่างนี้เรื่อยๆไป มันช่างดีสุดๆเลย
ขากลับร่ำลากันกับเพื่อนๆ
แต่เราดันอยากไปดูดาวที่เหมืองแร่ เลยพากันไปดูตอนกลางคืน
เกือบจะดีอยู่แล้ว ปรากฏว่า น้องเค้าเห็นอะไรที่เหนือธรรมชาติ (ผีว่างั้น)
เผ่นกันแทบไม่ทัน
ไปส่งขึ้นรถ ประทับใจจริงๆๆๆ
คำพูดเดิม “เดี๋ยวโทรหานะ”
แล้วก็ไม่โทรมา…………….. รอตามเคย แต่ก็ไม่เป็นไร รวมๆๆวันนี้ ดีมากเกินคาด
ปล.
แอบสุขใจสักครั้งในชีวิต ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่หว่า

ความรู้สึกที่ดีสุด ครั้งที่ 2……….
วันนี้ที่โรงเรียนลูกชายจะเลี้ยงปีใหม่ล่วงหน้า
เมื่อวานน้องเค้าอุตส่าห์พาไปเลือกซื้อของขวัญไว้จับฉลาก
ตกลงกันที่ ดินสอสี ร้อยกว่าบาท
จำได้ว่าลูกชายให้ไปตอน 11 โมงเช้า
ไปสายนิดหน่อย เพราะว่า………………
10.00 โทรศัพท์ไปหาน้องเค้า ชวนไปด้วยกัน
10.04 น้องตอบตกลง
10.05 ไม่เกิน 11 โมงจะไปรับน่ะ
11.30 ไปรับและไปถึงโรงเรียน
ลูกชายดันโทรมาบอกว่าให้เอาจานกับช้อนมาด้วย
เวรละซิ จะไปหาที่ไหนละ
ปลื้มจิต เป็นที่สุด น้องเค้าอุตส่าห์ไปขอยืมถ้วยกับช้อนที่ร้านอาหารมาให้
น่ารักสุดๆๆเลย
วินาทีที่ตื่นเต้นทีสุดคือ จะทำหน้ายังไงเวลาเดินเข้าไปในห้องเรียนลูก กับน้องเค้า
นั่นนะสิ ทำหน้ายังไงวะ เพราะไอ้เจ้าครูประจำชั้นลูกชาย ก็คอยลุ้นอยู่ว่าเมื่อไหร่เราจะมีแฟนกับเค้าซะที
ทุกอย่างเป็นปกติ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ พูดคุย เสมือนผู้ปกครอง
ปลื้มจิตเป็นที่สุด เพราะ…………….
เพื่อนลูกชายถามกันว่า คนนี้แม่มีดี้เหรอ
ปลื้มจิตเป็นที่สุด เพราะ………………..
อยากจะตอบว่าใช่……………………
จากนั้นกินราดหน้ากัน ซื้อใส่ห่อไปฝากเพื่อนน้องเค้า
แยกย้ายกันไปทำงาน
ด้วยใจหวังลึกๆว่า พรุ่งนี้ก็คืนปีใหม่แล้วละ
จะได้อยู่กับเค้าเปล่าเนี่ย………………..
วันนี้ดีจัง……………………………………
ตั้งใจว่าจะรวบรวมความกล้า ทั้งหมดหลังจากที่ประเมิณสถานการณ์แล้ว คงจะพอมีหวังน่า
บอกเค้า และ ถามเค้า สักที ว่าเราคบกันยังไง
ปล.
เรื่องจริงที่ว่า ทุกครั้งที่มองตาแล้วพูด มันก็จะรู้สึกได้ว่าอะไรจริงหรือไม่จริง

ความรู้สึกแย่ครั้งที่ 5………………
ก่อนปีใหม่ สองวัน
ไม่กี่วันก็สิ้นปีแล้ว เกือบจะปีใหม่แล้ว
วันนี้โทรศัพท์ดังตอนประมาณ หกโมงเย็น
ไปกินไรกันที่ อ่าวพันวา………….. ไม่ปฎิเสธทั้งที่งานไม่เสร็จซักอย่าง
โอพระเจ้า ข้าน้อยอยู่ป่าตอง ไปอ่าวพันวา เอาวะไปกัน
น้องๆเลิกทำงาน ยกขบวนไปอ่าวพันวากันหมด
แวะซื้อเหล้า และขนมนิดหน่อย ตามไปสมทบ
พอได้เจอหน้า วันนี้ไมดูเศร้าๆวะ
ไม่ค่อยยิ้มแปลกๆๆๆๆ ไอ้ลูกชายก็ดันงอนเพราะไม่ให้เล่นน้ำ
เลยขอร้องแกมบังคับให้น้องเค้าไปเจรจากับลูกชาย
หาไปนาน แต่เดินกลับมาสองคน ได้ผล ดีใจจัง
วันนี้ท่าทางจะดี
นั่งกินเหล้ากัน เล่นกีตาร์ร้องเพลง ปล่อยมุก ฮาขำกันกลิ้ง
หน้าตา และสีหน้าน้องเค้าดีขึ้นตามลำดับ จนเห็นได้ชัด
เริ่มรู้สึกแปลกๆๆ…………….
เมื่อน้องเค้าถามหาพี่ตู่ ที่ว่าจะตามมา บ่อยขึ้น จนเรางงๆๆ
ถึงกับบังคับให้โทรหา……………………………………………..
พักหลัง เราไม่ค่อยเป็นมิตรกับโทรศัพท์ จะทิ้งไว้ในรถเสมอ (ไม่อยากคุยกับใครนี่หว่า)
เดินไปโทรศัพท์กันสองคนน้องเค้าเดินตามมา พอคุยเสร็จเราก็ปิดเครื่อง
น้องเค้ามองหน้า แล้วถามด้วยคำพูดซีเรียสว่า” ปิดเครื่องทำไม พี่มีใครหรือเปล่า ปูไม่อยากเป็นอย่างนี้”
ไม่อยากเป็นอย่างนี้ มันคืออะไรวะ กูไปทำอะไรเค้าตอนไหนวะ ตั้งแต่รู้จักกันมาไม่เคยแตะเนื้อต้องตัว
นั่นนะสิมันคืออะไรวะ
พอพูดเสร็จก็เดินเข้ารถ แล้วบอกว่าจะเอาอะไรให้ดู ตูก็งง แล้วเค้าก็เอื้อมมือไปปิดไฟในรถ
กำลังจะพูดอะไรซักอย่าง แล้วก็ปิดไฟซะงั้น แล้วไอ้ลูกชายก็มายืนข้างกระจกรถ ตกใจหมด
เลยบอกให้ลูกชายไปก่อน
เอ้าว่ากันต่อไป……………..
แล้วน้องเค้าก็ให้ขับรถพาไปเข้าห้องน้ำ ก็ไป พอจอดรถ ก็ยกแขนให้ดู รอยช้ำเยอะมาก
เค้าบอกว่า โดนแฟนตี (เค้าให้คำจำกัดความว่าแฟนเก่าแล้วให้ข้อมูลว่าเลิกกันแล้ว) ……………
อึ้ง…………………………………………
อึ้ง………………………………………….
อึ้งแดก……………………………………
ยังมีต่ออีก “โดนเมื่อสองสามวันที่แล้ว”………………………..
อึ้ง…………………………………………….
อึ้ง………………………………………….
อึ้งแดกกว่าเมื่อกี้อีก……………………………………
เพราะไอ้สองสามวันที่แล้ว เป็นวันที่เค้าเบี้ยวหนังเรื่องอวตาร นี่หว่า………………
ต่อมคิดมากเริ่มทำงาน…………….โกหกเปล่าวะเนี่ย…………………………………..
ต่อมแมน คัดค้าน ……..ช่างมันเหอะ………………………………………………………
รวบรวมคำพูด ก่อนจะบอกน้องเค้าไปว่า “รู้สึกแย่มาก ทำไม ช่างมันเหอะ ไม่มีใครบังคับให้อยู่กับมัน”
แล้วก็เฮ้อ…………………………….. รู้สึกว่าตาเค้าแดงๆน่ะ
แล้วเราก็ให้ไปเข้าห้องน้ำ………..
ทำไมมันนานจัง ยืนเซ็งๆ เศร้าๆ ยังไงไม่รู้ เวลาแค่นี้มันนานจังวะ นานนนนนนนนๆๆๆๆๆ
พอเดินออกมาจากห้องน้ำแทนที่จะกลับ น้องเค้าก็ดันเดินเข้าไปที่มืดๆ ดูเต่าสต๊าบ(เขียนไงวะ)
ถามนู่นถามนี่ ไอ้เราก็รู้สึกว่าตรงนี้มันมืดนะเหอๆๆ ไม่ไว้ใจตัวเองวะ เลยรีบตอบส่งเดชไปแล้วรีบพาเดินออกมา
รีบขึ้นรถ…………..
ตอนนี้โคตรอยากถามเลยว่า ไอ้คำพูดที่ว่า “ปิดเครื่องทำไม พี่มีใครหรือเปล่า ปูไม่อยากเป็นอย่างนี้”
มันหมายความว่ายังไงกันเหรอ……………
ยังไม่ทันได้จอดรถ ยังไม่ได้ถาม เจ้าอินกับลูกชายก็เดินมาตาม พอดี
แล้วความเครียดก็เกิดขึ้นอีก ระหว่างน้องเค้ากับเจ้าอิน
เฮ้อ………อะไรกันนักหนาวะกู
เริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างน้องเค้ากับเจ้าอิน แต่ก็ ช่างมันเหอะ…………………..
ไม่ได้เป็นอะไรกันนี่หว่า (เรากับน้องเค้าน่ะ)
วันนี้ก็จบลงแบบงงๆ ไปอีกวัน
เฮ้อ………………………..เปิดเพลง เซ็ท ทุกข์ใจ ฟังจนถึงบ้าน ทุกคนในรถ บ่นว่าเซ็งเป็ด
ปล.
โอกาสไม่ได้มีขายตามตลาดสด บางทีโอกาสที่ดีก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของอารมณ์ด้วย
เฮ้อ………………………………………………


ความรู้สึกแย่ครั้งที่ 6 ครั้งนี้โดนสุดๆ………………
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของปี 31 ธค.51 สิ้นปีซะที
10.00 โดยประมาณ น้องเค้าบอกว่าไม่น่าจะไปไหน คงอยู่กับที่บ้านค่ะ………
พอวางสายก็คิดไปว่าทำไมไม่ชวนเค้าวะ จะแมนไปถึงไหนกันวะเนี่ย
ต่อมกำลังใจบอกว่า เอาน่า ถ้าเค้าจะมาเค้าก็โทรหาเองละ
13.00 ตกลงใจว่าจะชวนลูกน้องไปนั่งเล่นหน้าหาดป่าตอง และสัญญากับลูกชายไว้ว่าจะพาไปเล่นน้ำหน้าหาด
ป่าตอง ไปก็ไปวะ เจ้าโอ๊ตมานั่งด้วยพร้อมกับเบียร์ 6 กระป๋อง ชิวดีแท้วันนี้ ส่วนลูกชายก็มันส์สุดใจกับการ
เล่นเครื่องเล่น กลางทะเล
15.00 โอ๊ต ขอตัวไปยืดผม มันจะยืดทำไมวะ ห้ามไม่เชื่อ ไอ้เวร
15.30 เต็ก พาแฟนมานั่งเป็นเพื่อน พร้อมเบียร์อีก 4 กระป๋อง ลูกชายเล่นน้ำอย่างเมามันส์สลับกับการขึ้นมากิน
ขนมและน้ำเป็นพักๆ
16.00 ไอ้พี่ป๋องโทรมาบอกว่าเย็นนี้จะเอาเรือมาลอยหน้าหาด ไปด้วยมั้ย ไม่ปฏิเสธ พร้อมสัญญาว่าจะเอาวอดก้าไปกิน
17.00 อยากชวนน้องเค้าไปด้วยจัง แต่ป่านนี้คงอยู่กับที่บ้านมั๊ง อย่ากวนเค้าเลยวะ
18.00 พลพรรคทั้งหมดพร้อม พาลูกอาบน้ำ ซื้อของ เอารถจอดออฟฟิค เตรียมตัว แล้วโทรหาพี่ป๋อง มาเลยไอ้น้อง อยู่หน้าหาดตรงท่าเรือ เจ้ากานอยู่บอกเลยน่ะ
18.30 ยืนรอเจ้าโอ๊ต ว่าจะพาพี่สาวมาด้วย ชื่อกิ๊ฟ รอไป ลูกชายเริ่มกวนตีนอีก เพราะง่วงนอน ทุกคนรอ จนขี้เกียจรอเลยให้เจ้าเต็กกับแฟน พามีดี้ไปก่อน เดินไปส่งที่เรือเล็ก วันนี้ต้องสุดยอดแน่ๆ
18.31 ที่นี่สวยมาก ตอนนี้น้องเค้าทำอะไรอยู่วะ
19.00 เดินกลับมารอ เจ้าโอ๊ต คุยกับกาน สนุกสนาน โทรศัพท์ดังโอ๊ตโทรมาว่าจะถึงแล้ว
19.15 (โดยประมาณ) ผู้หญิงคนนึงเดินมาลงชื่อกับกาน ไม่ทันสังเกตุ แต่หันไปดูอีกที น้องเค้านี่หว่า
19.15.02 กำลังจะดีใจ แต่อ้าว…….ใครมาด้วยวะ ชายคนนึง
…..(เริ่มสติแตก)….”อ้าว. พี่มาด้วยเหรอ” คำพูดโคตรเรียบง่าย แต่ ตอนนั้น มีอาการ สมองไม่สั่งงาน
หัวใจเต้นแรง ตาเบลอๆ อยากกลับไปเกิดใหม่ กูมาทำอะไรที่นี่ กูเป็นใครนี่ เริ่มจดจำตัวเองไม่ได้
รวบรวมความกล้าและสติ(ที่พอเหลือบ้างนิดนึง) ยิ้มนิดๆแล้วเดินเลี่ยงไป ไม่หันไปมาว่าเค้าเดินมากับใคร
เฮ้อ……………………..
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ก็คิดนะว่า พอจะมีสิทธิลุ้น ถึงขึ้นบนไว้กับศาลที่ทางขึ้นเขาป่าตอง ว่าถ้าได้น้องเค้าเป็นแฟน
จะถวายหนังกลางแปลงสักเรื่อง แต่ยังไม่ได้เลือกว่าจะเอาเรื่องไร แต่ตอนนี้ก็ยังขำๆอยู่เลย ว่าท่านไม่ได้ดูหนัง
ผมแล้วละ
จับโทรศัพท์ขึ้นมา โทรตามเจ้าเต็กกับแฟนและมีดี้ ให้กลับมาก่อน งานเข้าแล้วพวกเรา กะว่าจะไม่ไปดีกว่า
ไม่อยากเห็น ไม่อยากเจอ อะไรประมาณนั้น
“ไม่ทันแล้วพี่” เต็กบอก
เวรกรรม
สักพักโอ๊ตมาถึง เต็กก็มา ทุกคนมารวมพลที่เดิม สายตาจับจ้องมาที่เรา
“เอาไงดีวะ” (ตอนนี้สติยังแตกละเอียดอยู่)
“เอาไงดีวะ” (อันนี้ก็ยังแตกอยู่)
ควักบุหรี่ขึ้นมาสูบหนึ่งตัว เรียกสติกลับฝั่ง
ทุกคนรอคำตอบ ที่จริงแล้วกะว่าให้น้องกับแฟนเค้าไปก่อน แล้วจะตามไปไม่อยากนั่งเรือลำเดียวกัน
“เอาวะเล่นให้จบ ถึงตอนอวสานแล้วนี่หว่า” ตัดสินใจ ไปกันพวกเรา
พี่ป๋องเดินมาพอดี ก็เลยได้ลงเรือพร้อมกัน กับ…….
น้องเค้า กับ แฟนเค้า….
(ซึ่งตอนหลังมีผู้ใจบุญ ช่วยเล่าให้ฟังว่า สองคนนี้เค้าสวีทกันตั้งแต่ซอยบางลาแล้ว มาลงชื่อขึ้นเรือ น้องเค้า
ยังบอกอย่างภูมิใจเลย ว่านี่แฟนปูคะ แหล่งข่าวว่ายังงั้นที่จริงเล่าเยอะกว่านี้)
ถ้าเป็นละครฉากนี้โคตรทรมานเลยละ ทำตัวไม่ถูก เลยโทรหาใครมั่วไปหมด ไม่กล้า ไม่อยาก มองหน้า
ทำตัวไม่ถูก อาการสติแตกกำเริบอีกครั้ง รู้แค่ว่า เล่นให้มันจบๆๆ เล่นให้มันจบๆๆ
มารู้ตัวอีกทีก็กำลังจะขึ้นไปบนเรือ….

เอาละมึงทีนี้ กูจะทำงัยดีละ…………
จำได้ว่าการตอแหลครั้งสุดท้ายมันมีความสุขมาก แต่สำหรับครั้งนี้โครตทรมานจิต…
“เด็กกับสุภาพสตรีเชิญก่อน”ยังเสือกกล้าพูด กลบเกลื่อนให้มันเนียน หน้าน้องเค้ากับแฟนเค้าก็ยังไม่กล้ามองเลย
ขึ้นเรือกันไปหมดแล้ว…………..

เอาละมึงทีนี้ กูจะทำงัยดีละ…………
ด้านหลังของเรือ เหมือนฉากละครฉากหนึ่ง แบ่งเป็นสามองค์ประกอบ คือ
บาร์เหล้า และ โต๊ะนั่ง สองโต๊ะ ……..
อันดับแรก แอบดูคู่รักสองคนนั่นก่อน ปรากฏว่าเลือกที่นั่งด้านหลังเรือ
อันดับสอง ดูว่าพวกเราจะนั่งไหนกัน ปรากฏว่าเสือกนั่งใกล้เค้าอีก
เวรกรรม
เอาละมึงทีนี้ กูจะทำงัยดีละ…………
เอาวะ เผ่นหนีไปหน้าเรือทันที………..หนีตายก่อนเดี๋ยวค่อยว่ากัน
ค่อยยังชั่วหน่อยเหมือนผู้กำกับสั่งคัทเลย……………………………
สักพักลูกน้องก็เริ่มเดินมาเช็คสภาพความพร้อม………………….
สอบตก………ยังสติแตกอยู่……………………………………………
เดินวนไปวนมา ถามหาเหล้า ตลอดเวลา เหมือนคนบ้า
แล้วในใจก็พูดว่า
เอาละมึงทีนี้ กูจะทำงัยดีละ…………
ต้องขอบคุณไอ้พี่ป๋อง ที่ให้น้องเค้ากับแฟนเค้าไปนั่งชมวิว แบบชิวๆ ที่ขั้นสองของเรือ
ไอ้โอ๊ตรีบรายงาน พร้อมกับจังหวะที่เราดันมองขึ้นไปเห็นพอดี
เหมือนเล่นไล่จับเลยวะ…………………………………..
วิ่งหนีกันไปวิ่งหนีกันมา………………………………….
แล้วก็กลับไปท้ายเรือในทันที…………………………..
น้องๆให้กำลังใจบอกว่า มันชัดเจนแล้วพี่ ขอบคุณมากน่ะน้องๆ
กูรู้แล้ว…………………………………………………………………….
ตอนนี้เริ่มกินเหล้าเข้าไปแล้ว แต่ดันเสือกไปกินวอดก้าสูตรที่น้องเค้าชอบกินบ่อยๆ
ก็ตอนที่ซื้อมันคิดถึงเค้านี่หว่า
เวรจริง…
ช่างมันเถอะ ปลอบใจตัวเอง
ดีแล้วที่ไม่ถามว่าเค้าคิดยังไงกับเรา
ดีแล้วที่ไม่บอกว่าชอบเค้าจะเป็นจะตาย
ดีแล้วที่ได้เห็นทุกอย่างด้วยตา
ดีแล้วละจะได้หายบ้าซะที
ดีแล้ว ดีแล้ว..ๆๆๆ
ทั้งที่อยากจะถามว่า ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม……
เวลาผ่านไปสักครู่เริ่มคิดได้ ตั้งสติด้วยวอดก้า ใช้ได้พี่น้องใช้ได้
สติกลับคืนมา ช่างมันเหอะ วันนี้คืนปีใหม่วะ หนุกดีกว่า
จะเศร้าไปทำหอกไรวะ เมาดีกว่า หนุกดีกว่า
ไอ้ลูกชายหลับแบบไม่สนใจใคร ทุกคนเมาหนุกหนาน
ดีจริงๆ
ร้องเพลงกันแหลกราญ เฉพาะท่อนฮุค ทุกคนสนุกมากมาย
……………………………………………………….
เวลาผ่านไป
“อะไร……………..”น้องเค้าเดินลงมาพูด หรือสั่ง หรือ ทำอะไรซักอย่าง จำไม่ได้เมา
รู้แต่ว่าถ้าเธอมาฉันจะไป….ไปหน้าเรือ
ก็เดินไปเดินมาอยู่เป็นชั่วโมง อาการเมาเริ่มได้ที่ขึ้น ใช้ได้
วันนี้มันสวยจริงๆไอ้หาดป่าตอง มันสวยจริงๆๆ สวยจนนึกไปว่าถ้ามีใครสักคน มานั่งอยู่ด้วยคงจะดี
พยายามจะนึกถึงใครสักคน(ที่ไม่ใช่น้องเค้า) ดันนึกไม่ออกซะงั้น
เลยเดินไปหอมลูกชายซะที เอาวะอย่างน้อยไอ้แสบก็ยังอยู่กับเรา
โอว……ช่วงเวลาทำใจมันช่างยาวนาน
และแล้ว………………………………….
น้องเค้าก็เดินลงมาจากข้างบน มานั่งที่ท้ายเรือ (มันอันตรายน่ะ)
อ้าว เกิดไรขึ้นอีกวะเนี่ย ตาแดงๆ เหมือนนางเอกเกาหลีพ่ายรักประชดชีวิต ประมาณนั้น
อดไม่ได้อีก
ต่อมแมนทำงาน…..”โอ๊ตไปดูน้องเค้าหน่อย คอยดูหน่อยน่ะ กูไปละ”(หน้าเรือ)
อาการอย่างนี้น้องเค้าก็เป็นสักพัก เดี๋ยวเดินขึ้นเดินลง อะไรก็ไม่รู้
(ผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้ายให้การว่า ตอนแรกเค้าอยู่ข้างบนกัน รักกันดี มีความสุขกับบรรยากาศ สักพักเกิดอะไรขึ้น
ไม่รู้ได้ รู้แค่เพียงว่าทะเลาะกันอะไรซักอย่าง แล้วน้องก็ร้องห่มร้องไห้ ประมาณว่ารักเขามากมาย อะไรซักอย่าง
ขี้เกียจจำ)
สถานการณ์เริ่มงงๆๆ…………..
อะไรกันวะ ได้พาคนที่ตัวเองรักที่สุดมาเคาท์ดาวน์ปีใหม่ทั้งที ไม่มีความสุขได้งัยวะ
บรรยากาศโครตดี อะไรกันหนักหนา…………
โอ๊ตให้คำจำกัดความ…พวกรักแท้แต่ดูแลไม่ได้…
สถานการณ์เริ่มงงๆๆเป็นสองเท่า………………
ขณะที่กำลังสนุกสนานเพื่อลืมเธออยู่
อยู่ดีดี น้องเค้าก็เดินลงมาแบบตาแดงๆ มาหยุดที่โต๊ะที่พวกเรากำลังเมาได้ที่
ทุกคนหยุดหมด เงียบไปชั่วขณะ เมื่อน้องเค้าพูดว่า………………………………..
“สวัสดีปีใหม่นะ พี่มีความสุขมากมั๊ย” ขอเน้นคำว่ามากมั๊ย มันออกแนวประชดประชัน เสียดสี หยามหยิ่นพิกล
เอาละมึงทีนี้ กูจะทำงัยดีละ…………
ทั้งที่ยังงงๆๆ แต่ต่อมแมนก็เสือกทำงานอีก ไปยุ่งกับแฟนชาวบ้านอีก ดันถามเค้าไปอีกว่า
“นั่งก่อนมั๊ยๆ” พร้อมขยับตัวให้นั่ง
“ไม่คะ” แล้วก็เดินไป
เอาละมึงทีนี้ กูจะทำงัยดีละ…………
ความเงียบเข้าปกคลุม ทุกคนเงียบ เพราะ งง
สักพัก ก็มีเสียงดังขึ้น…………………………..
กูผิดเหรอ…………………………………………
เป็นไรวะ บ้าบอเปล่าเนี่ย นางเอกเกาหลี และอื่นๆ จำไม่ได้ แต่จำได้แค่คำสรุปสุดท้ายว่า
“กูผิดเหรอ”
จากนั้นก็วงแตก ไม่คิดจะเดินกลับมาท้ายเรืออีก พวกเราเลยย้ายทัพไปหน้าเรือ พอดีกับเรือจะจอดที่หน้าหาด
ดูคอนเสิร์ท บิ๊กแอสพอดี
เรือยังไม่จอดสนิท ก็มีเสียงโวยวายจากพี่ป๋อง “แม่ง……..(หยาบๆ)..อย่าพูดเรื่องเงินกะกู”
สรุปใจความถ่อยๆของพี่ป๋องได้ว่า น้องเค้ากับแฟนทะเลาะกันรุนแรง จนแฟนหนุ่นของเค้าจะลงเรือโดยบัดดล
จะลงให้ได้ว่างั้น ด้วยความเกรงใจน้อง พี่ป๋องเลยยอม ยอมให้ลงไปเปียกน้ำที่หน้าหาด สมน้ำหน้าว่างั้น
เอาละมึงทีนี้ กูจะทำงัยดีละ…………
ภาพที่ไม่เคยลืมเลย คือ
ผู้ชายคนนึง เดินผ่านหน้าเราไป พร้อมกับมองหน้าด้วยสีหน้าไม่ชวนเป็นมิตร แล้วกระโดดลงเรืออย่างรวดเร็ว
ในขณะที่ผู้หญิงคนนึง ยืนเสียอารมณ์อยู่อีกฝั่งนึงของเรือ
โอว..พระเจ้า
(ช่างเหมือนมหากาพย์เกาหลีซี่รี่ย์ดังเหลือเกิน…ทำให้นึกถึง ตำนานรักดอกเหมยทั้ง 50 ตอนเสียจริง)
ทุกคนบนเรือที่รู้เรื่อง ต่างยืนมองอยู่ในอาการสงบเหมือนไว้อาลัยให้ใครสักคน
ดูสิมันจะยังไงต่อไป………….
แล้วน้องเค้าก็ขึ้นเรือตามแฟนหนุ่นไป…………………..
รู้มั๊ยว่า…………………….
วินาทีนั้น โครตอยากจะห้าม อยากจะเยื้อ อยากจะขอร้อง อยากจะฉุด อยากจะรั้ง ไม่ให้เธอไป
แต่โดยสามัญสำนึกแบบแมนๆ มันบอกว่า “เราเป็นอะไรกับเค้าวะ”
ก็เลยได้แต่ยืมมองเฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เพราะ เค้าเป็นแฟนกันนี่หว่า แล้วเราเกี่ยวไรด้วยวะ
เรือออกไปตอนไหนไม่สนใจ ช่างมันเถอะ เมาดีกว่า หนุกดีกว่า เค้าเลือกแล้ว
การกระทำมันแสดง และบอกได้ถึงทุกความคิด มันชัดเจนกว่าคำพูดเสียอีก
ไปแล้ว จบแล้ว ดีแล้ว พอแล้ว แค่นี้……..
หลังจากนั้นก็เริ่มสงสัยในคำพูดของน้องเค้าที่ว่า
“สวัสดีปีใหม่นะ พี่มีความสุขมากมั๊ย” เออว่ะ มันจะยังไงกันเนี่ย
กลายเป็นประเด็นถกเถียงกันในวงสุราไปพักใหญ่
ไม่นานเรือก็จอดหน้าเวทีคอนเสิร์ตบิ๊กแอส
เอาละที่นี้ทั้งร้องทั้งเต้น ทั้งเมา วันนี้โดนทุกเพลง เอาให้ตายไปข้างหนึ่ง
ไม่นานนัก เสียงนับถอยหลังเคาท์ดาวน์ก็เริ่มขึ้น
9 8 7 6 5 4 3 2 1 สวัสดีปีใหม่
รอยยิ้ม ความปลื้มปิติ คำอวยพร ความสุข สุดๆๆ ต่างพร่างพรูจากปากทุกคน
เสียงพลุ ดังขึ้น ภาพพลุที่มากจน ท้องฟ้าแทบสว่างไสวเหมือนกลางวัน
โคมลอยเป็นพันๆๆลูกลอยสู่ท้องฟ้า
หน้าหาดป่าตอง ภาพมันสวยสุดๆๆๆ
สวยจนนึกถึงน้องเค้าว่า ถ้ามีเค้าอยู่ด้วยก็คงดี
เฮ้อ.. จะบ้าไปถึงไหน เค้ามีแฟนแล้วครับ
มันก็แค่แวบนึงที่เห็นอะไรสวยๆแล้วนึกถึง เห็นอะไรที่ประทับใจแล้วนึกถึง
แต่สำหรับตอนนี้ สมองว่างเปล่า สบายตา สบายใจ ไม่เศร้าแล้ว
เดินไปหอมลูกชายทีนึง บอกรักเค้าแล้วสวัสดีปีใหม่
แต่ลูกชายบอกว่า “เสียงไรวะโครตดังเลยป๊าหนวกหู ดี้จะนอน”
ได้หนึ่งฮา หัวเราะได้สุดๆแบบไม่รู้ตัว
อยู่บนเรือเราถ่ายรูปกันเป็นบ้าเป็นหลัง อย่างเมามันส์ จนจำไม่ได้ว่ากล้องใครเป็นกล้องใคร
เอาเป็นว่าใครตั้งกล้องต้องมีเรา เมาจริง ไม่ได้ล้อเล่น
00.30 1 มกราคม 2552
โทรศัพท์ดังขึ้นแบบงงๆ จำได้ว่าปิดเครื่องไปแล้วนี่หว่า
ดูเบอร์แล้วงงๆ เบอร์ใครว่ะ จำได้ว่า พูดประโยคนี้ออกไป เต็กเป็นพยานเพราะนั่งอยู่ด้วยกัน
”หวัดดีปีใหม่วะ เบอร์ใครว่ะ โทรมาทำ…ไรป่านนี้ เมาแล้ว”(เสียงกวนตีนได้ใจ)
เสียงที่ตอบมา ทำเอาแทบสร่างเมา
น้องเค้าโทรมา………………………
จับใจความได้ว่า อยู่คนเดียวที่หน้าหาด รองเท้าก็ไม่มี เสื้อผ้าก็เปียก ปัญหาร้อยแปดพันเก้า
ที่สำคัญ ไม่ได้อยู่กับแฟนแล้ว จบกันแล้ว
เอาละมึงทีนี้ กูจะทำงัยดีละ…………
ทำไมเราต้องตกใจ
ทำไมเราต้องห่วงเค้า
ทำไมเราถึงอยากจะกระโดดลงเรือว่ายข้ามฝั่งไปหาเลย
ทำไมไอ้ที่พูดไปเมื่อกี้ว่า คนเดิมที่เคยรักเธอมันตายไปแล้ว รับปากกับน้องๆอย่างมั่นเหมาะ ว่ามันตายไปแล้วจริงๆ
มันฟื้นขึ้นง่ายๆซะงั้น
ทำไมไม่จำวะ ว่าเมื่อตอนเย็นมันเกิดอะไรขึ้น
ทำไมไม่คิดวะ ว่ามันเป็นหลุมพรางรึเปล่า
ทำไมเค้าไม่โทรหาเพื่อนๆเค้าวะ
ทำไมไม่คิดวะ ว่าล้อกันเล่นแหงเลย
ทำไมเสือกไม่ปิดโทรศัพท์วะ
นั่นนะสิ ทำไมวะ
คำถามที่ทำให้ใจละลาย กลายเป็นทาสเธอเลยก็คือ
ผู้หญิงที่นั่งอยู่กับพี่แฟนพี่หรือเปล่า แฟนพี่ใช่มั๊ย อะไรประมาณนี้
เหอๆมันรู้สึกดีจัง ลืมทุกอย่างหมดเลย
ลืมหมด ลืมตัว ลืมทุกอย่างแม้กระทั่งลูกชาย
ลืมจนไปเร่งพี่ป๋องว่าจะจอดเรือรึยัง พี่มันเลยงง ก็เลยเล่าให้ฟังแล้วให้น้องเค้าคุยกับพี่ป๋อง
สรุปใจความว่าไปรอตรงที่ขึ้นเรือ พี่ป๋องมันห่วงว่ามันอันตราย ให้ไปรอที่เซเว่นจะดีกว่า
สรุปอีกที น้องไม่ยอม จะรอตรงที่เดิม
ตอนนั้นจำไม่ได้ว่ากระโดดขึ้นเรือตอนไหน จำได้แต่ว่า บอกให้เต็กอุ้มมีดี้ แล้วตัวเองก็รีบ
วิ่งไปหาน้องเค้า…………………..
ถามตัวเองตลอดทุกก้าวที่เดินไปว่า
“เค้าจะกลับมาหาเราใช่ไหม”
ตอนนี้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลอีกครั้ง อาการหมาเชื่องๆตัวหนึ่งเริ่มกำเริบ
………………………………………………………………………….
จำไม่ได้ว่าคำแรกพูดอะไรกับน้องเค้า
เพราะมัวแต่ดีใจ เหมือนหมาเห็นเจ้าของยังไงไม่รู้
รู้แต่ว่าวิ่งด้วยความเร็วสูง สร่างเมา และสุขใจ
“ทีหลังอย่าทำอย่างนี้นะ แค่นี้ใจก็ไปอยู่ตาตุ่มแล้ว”
สภาพน้องเค้ามอมแมมใช้ได้ ผมเฝ้าเปียก เสื้อผ้าเปียก รองเท้าไม่ใส่
เปอร์เซ็นต์ความเห็นใจพุ่งปรี๊ด…….
ไม่นานพวกพ้องก็เดินตามมาพร้อมทั้งพี่ป๋อง จำได้ว่าให้น้องเค้าไปยกมือไหว้ขอโทษพี่ป๋อง
เรื่องแฟนเค้าที่งี่เง่าบนเรือ (เรื่องจริง)
ตอนนี้แบ่งกำลังพล
เต็กกับแฟนจะกลับบ้าน
พี่สาวโอ๊ตจะกลับบ้าน
มีดี้จะนอน
พี่ป๋องไปกินต่อที่ไตรตรังค์
น้องไม่มีที่ไป
เราไปไหนก็ได้ถ้ามีน้องเค้า
สรุปได้ดังนี้
ไปเอารถที่ออฟฟิค แบ่งๆกันไปเพราะรถติดและมีมอเตอร์ไซด์แค่สองคัน
เต็กกับแฟนและมีดี้ไปก่อน รอที่รถเปิดรถนอนก่อนเลย
โอ๊ตไปส่งเจ้ากิ๊ฟ
พี่ป๋องล่วงหน้าไปไตรตรังค์
เราและน้องเค้ารอให้โอ๊ตมารับ
จริงๆแล้วสารภาพว่า อยากอยู่กับน้องเค้ามาก
พอทุกคนไป น้องเค้าอยากเปลี่ยนเสื้อมันเปียก เลยได้เสื้อกันหนาวเน่าๆของโอ๊ตมาแก้ขัด
ยืนบังน้องเค้าเปลี่ยนเสื้อ(แมนจริงๆ)
ระหว่างนั้นเหมือนโลกใบนี้มีเรากะน้องเค้าสองคน
คำพูดที่ดีที่สุดที่เคยได้ยิน
รอยยิ้มที่สวยที่สุดที่เคยได้เห็น
กริยาอาการที่คนเป็นแฟนกันเค้าทำกัน
เสียงหัวเราะที่มีความสุขที่สุดที่เคยได้ยิน
และสิ่งที่แย่ที่สุดที่ได้เห็น
น้องเค้าปากเจ่อ โดนแฟนตบมา ว่างั้น
น้องเค้าบอกว่า” ที่จริงวันนี้จะพาเค้ามาบอกเลิกเพื่อจบกัน ตอนขึ้นรถโดนตบน่ะ”
เหอๆๆ……………………..
เชื่อสนิทใจที่สุดเลยละ
ทั้งๆที่พยานผู้เห็นเหตุการณ์ ต่างให้การตรงข้ามกับที่น้องเค้าเล่าโดยสิ้นเชิง
เอาละมึงทีนี้ กูจะทำงัยดีละ…………
คำตอบคือ…….ช่างมันเถอะ อย่างน้อยตอนนี้เค้าก็อยู่กับเราแล้ว
(ตรงนี้ต้องมาร์คไว้ ว่า มันเป็นการบั่นทอนความไว้ใจที่สำคัญครั้งหนึ่ง)
โอ๊ตมาแล้ว
จากนั้นก็พากันขี่มอเตอร์ไซด์ไปเอารถ ระหว่างทาง ได้เห็นอาการพยายามลืมเธอของน้องเค้า
ตลอดทาง ประมาณว่ามีความสุขจนเกินเหตุ ตะโกนสวัสดีปีใหม่ผู้คนตลอดทาง หัวเราะดังๆ
ออกแนวสะใจ ประชดชีวิต อะไรประมาณนั้น
แต่…บางทีมันก็ปิดบังความเสียใจไว้ได้ไม่หมด
เพราะ..ตอนนี้เราก็เป็นเหมือนกัน

เต็กกลับบ้าน กับแฟน
เรา โอ๊ต น้องเค้า ไปไตรตรังค์
มีดี้หลับในรถ (ทรมาณลูกจริงๆไอ้เวร)
ระหว่างทาง โทรศัพท์ดังตลอดแทบจะทุก 5 นาที
จนรำคาญ แต่ก็ได้แต่เงียบ
อินโทรมา จับใจความและเดาเรื่องราวได้ว่า ให้กลับมาหาอิน ไม่ต้องไปกับเรา ดูเผินๆเหมือนคู่รักทะเลาะกัน
สุดท้ายรถมาจอดที่เดิม อินเดินมา แมนมาก
“ไม่ต้องไปพ

Comments are closed.