16.02.2550

วันนี้ทานมื้อเย็นกันพร้อมหน้า พ่อ แม่ ฉันและน้องชาย
ขาดน้องสาวอีกคน เพราะยังสอบไม่เสร็จ

พ่อก็พูดเรื่องที่เจ้าบูมมันเรียนจบ
และจะฝากงานกับบริษัทที่พ่อเป็นลูกค้าอยู่

แต่น้องชายขัดพ่อว่า ไม่อยากไป
เพราะมันกะจะไปอยุธยา บริษัทมารับมันถึงมหาลัย
เพราะติดเพียง 1 ในไม่กี่ 10 คนที่จบสาขาเครื่องกล

ที่จริงฉันก็ไม่อยากให้ไปนะ เพราะคิดถึง
แต่ใจนึงสนับสนุนน้องเต็มที่

เพราะอยากให้ได้ประสบการณ์ชีวิตเผื่อโอกาสที่ดีกว่า
และฉันก็อยากไปเที่ยวด้วย อิอิ

เจ้าบูมมันยังว่า

“เด๋วเค้าจะให้เงินตัวเองด้วย ให้แม่ด้วย”

อิอิ ปลื้มค่ะ รู้ว่าทำได้แค่พูดก็เถอะ 555

คืนนี้น้องชายกับแม่ก็มานอนข้างๆ ฉันเตียงเดียวกันคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้

แต่ที่เป็นห่วงอีกคือน้องสาวไม่รู้ว่าจะได้ทำงานอะไรยังไง
แม่บอกว่าอยากให้น้องอยู่บ้าน

ฉันและน้องชายไม่เห็นด้วย อยากให้น้องไปหาประสบการณ์ก่อน

เจ้าบูมมันแย้งว่า
“คนที่ควรจะอยู่บ้านดูแลพ่อแม่ ก็คือ ตัวเอง เพราเป็นพี่คนโต”

อ่าว กะจะเอาโซ่ล่ามฉันไว้ซะงั้น

แต่แม่บอกว่า
“ไม่ต้องมาดูแล แต่ให้แต่งงานได้แล้ว”

อ้าว ทำไมผลักไสหนูอย่างนั้นล่ะ

“แม่ไม่รักหนู ไม่อยากอยู่กับหนูเหรอ ทำไมต้องให้หนูไปอยู่กับคนอื่น”

น้องชายมันเอามือมาขยี้หัวยุ่งๆของฉันเบาๆ

“เห็นด้วยกับแม่ ไม่ชอบผู้ชายหรือไงเนี่ย เป็นทอมขึ้นทุกวันละ” มันยังมีอารมณ์มาแหย่

เวงล่ะ สาปส่งเหลือเกิน คุยเรื่องน้องสาวน้องชายดีดี มาพาลถึงฉันอีก (- -’)

ผู้ชายที่จะมาเป็นพี่เขยแก กับลูกเขยพ่อ หาไม่ได้เลยว่ะ อย่าหวังเรื่องนี้กับฉันเลย

แม่ออกไปนอนแล้ว ฉันกับน้องชายก็นอนคุยกันต่อ

นอนหมอนใบเดียวกัน

“โตเป็นผู้ใหญ่จริงๆซักทีนะ”

ประโยคสุดท้ายที่ฉันได้ยินจากน้องชายก่อนที่จะหลับไป

ถึงเวลาที่เรา 3 คนพี่น้องต้องแยกจากกัน ไปเพื่ออนาคตของตัวเองแล้วจริงๆหรือไง

ตื่นมาตอนเช้า ฉันห่มผ้าให้น้องชายเพราะอากาศค่อนข้างเย็น
ห่มให้ถึงคอแต่ปลายเท้ามันโผล่ออกมาเป็นคืบ

พ่อแม่เลี้ยงมาเท่าๆกันทำไมมันตัวโตกว่าฉันนักเนี่ย

ตั้งแต่มันอกหักมาเนี่ยรู้สึกน้องชายสุดที่รักจะเห็นฉันเป็นพี่สาวซักทีนะ

รักนะรู้ใช่มั้ย