เพราะเราไม่ไร้สาระ
ฉันร้องไห้…เธอกอดฉัน
วันที่ 19
หลังจากที่เรานั่งรถมาเป็นเวลาเกือบ 4 ชม. ท่ามกลางคนมากมายที่มองมา ความเหนื่อยนล้าปะปนกับความตื่นเต้น แปลกตา ฉันรู้สึกได้ถึงสายตาคู่ที่คุ้นเคยมองมาทางฉันด้วยความรู้สึกที่ไม่ไคร่ดีนัก เหมือนฉันกำลังทำไรให้เขาไม่พอใจอยู่สักอย่าง เพียงชั่วพริบตา ฉันก็ให้ไปสบตาตอบ….
“……………………”
เรามาถึงหาดบางแสนได้ตอนเกือบ 2 ทุ่ม ในตอนแรกเรากังวลกันเรื่องที่พักมาก แต่เมื่อไปถึงหาด ทุกอย่างก็ช่างง่ายดาย มีคนเขามาถามเราว่าต้องการเรื่องที่พักรึไม่ เราพยักหน้า แล้วชายคนนั้นก็เดินนำเราไปที่พักเลย เราได้ที่พักเราก็อาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวไปงานมิวสิคเฟรชติเวิลล์ที่พัทยา แต่เราก็มีปัญหาเรื่องรถขากลับที่พัก
เราเดินเล่นไปตามชายหาด ในตอนกลางคืนนั้น น้ำทะเลลงจนหาดทรายโล่งเตียน แต่หน้าแปลกที่ไม่พบเปลือกหอยเลย เหลือไว้แต่เศษขยะบางชิ้น เราเดินตามชายน้ำไปเรื่อยๆ จูงมือกันดูปูลม และเราก็วิ่งเล่นกันอย่างที่ไม่แค่สายตาคนมองที่อยู่บนหาดเลยสักนิด …………..ทะเลยามค่ำคืนก็สวยไม่แพ้กัน
เราหาไรกินกันที่ร้านอาหารทะเลริมหาดใต้ต้นลีลาวดีสีขาวเหลืองนวล
“อยากกินโรตี..”
แต่ร้านโรตีไม่อยุ่แล้ว ขณะนั้นเต้เข้าไปในเซเว่น ฉันก็เดินไปตามทางเท้าเรื่อยๆ เพื่อว่าจะเจอร้านโรตีนั้นอยู่ใกล้ๆ จนรู้ตัวสักพัก จึงได้รู้ว่าเดินมาไกลพอควรแล้ว ฉันจึงรีบเดินกลับ …รองเท้าสีขาวคู่ใหญ่นี้เป็นของเต้ ที่ให้ฉันใส่หลังจากไปย้ำชายทะเลมา ส่วนเขาก็เดินเท้าเปล่า ฉันรีบกลับไปทางเก่าด้วยกลัวว่าเต้ จะเป็นห่วง มือนึงถือรองเท้าคุชูที่ใส่มาในตอนแรก เท้าก็วิ่งกระเพกๆเพราะรองเท้าที่ใหญ่และหนักของเต้มันทำให้ฉันเดินได้ช้าลง เมื่อผ่านหน้าเซเว่นไป ก็ไม่เห็นเขาแล้ว คนในร้านหน้าเซเว่น บอกกับฉันว่า
“แฟนเดินตามหาอยู่แนะ หน้าเสียใหญ่เลย รีบตามไปสิ”
“เต้ๆ”
เขาหันมาพร้อมสีหน้า ที่ดูผิวๆก็รู้ว่า เขาเป็นห่วงแค่ไหน….
“ขอโทษนะ”
คำเดียวที่พูดออกมาได้อย่างไม่สามารถหาข้อแก้ตัวอื่น เพียงสายตา เราก็รับรู้ได้ ถึงความรู้สึกของเขา หากเขาว่าเรา เราก็จะไม่โกรธเลยซักนิด…ได้เพียงแต่ทำตาออดอ้อนส่งคืนไป และเขาก็ยอมกลับมาเป็นปกติ และเราก็กลับเขาที่พัก
รุ่งเช้า เราพากันไปปั่นจักรยานริมหาด ขึ้นเขามุก แต่ก็ไม่สำเร็จ ด้วยสาเหตุที่มันสูงมาก จนฉันตัดใจไปเสียก่อน เราจึงพากันไปเล่นน้ำทะเลแทน แต่ทว่า……
“ยี้…น้ำสกปรกจัง แหยะ..”
ฉันร้องด้วยความหัวเสีย เกินมายังไม่เคยเล่นทะเลไรสกปรกเท่านี้มาก่อนเลย และฉันก็มีทีท่าว่าจะไม่ลงเล่นโดยง่ายเป็นแน่ เต้รออยู่ชายน้ำได้สักพัก ฉันก็ชูแขนสองข้างกลางออก แระส่งสายตอออดอ้อนให้เขา เพื่อเป็นการบอกให้รู้ว่า
“อุ้มที”
เขาชงักไปนิด ก่อนยิ้มเล็ก เขาเข้ามาอุ้มฉันแบบนางเอกหนังไทยเลยล่ะ หุหุ
เล่นไปสักพัก ฉันก็ขี่หลังเขาบ้าง กระเตงแบบเด็กอ่อนบ้าง ฉันหอมแก้มระหว่างขี่คอเขาไปหลายฟอดทีเดียว ทั้งๆที่ทะเลก็มีคนมากมาย และคนเหล่านั้นก็มองมาที่คู่เราเป็นจำนวนมาก หากแต่สำหรับ”เรา”ไม่มีอะไรให้ต้องสนใจนอกจากเราสองคน หลายคู่เริ่มหันมาเล่นแบบเรากันมากขึ้น เราเล่นน้ำกันจนมืด เราจึงกลับที่พัก แล้วไปเที่ยวกันต่อที่ห้างสรรพสินค้า เพื่อซื้อของใช้ส่วนตัว และหนังสือทายปัญหามาเล่นกันในตอนกลางคืน และเราก็ไปกินบุฟเฟ่กันจนพุงป่อง แล้วก็กลับที่พัก ตอนกลับมาวัยรุ่นกลุ่มนึงจ้องกลุ่มเราไม่วางสายตาเลย จนฉันมือเริ่มสั่น อยู่ๆมือเต้ก็มากุมมือฉันไว้ หันมายิ้มเล็กและพูดว่า “เห็นไหมบอกว่าอย่าสวยก็ไม่เชื่อ”…….อีตาบ้า!!
“ไม่ชอบให้ใครมองอุ้มเลย ไม่อยากให้ใครมายุ่งมาจีบ…”
“…..เรารักเต้คนเดียวแระ ^-^”
(เต้เรียกเฟรนด์ว่าอุ้มนะค่ะ)
| Print article | This entry was posted by !ฟsu on April 3, 2007 at 12:00 AM, and is filed under ไดอารี่. Follow any responses to this post through RSS 2.0. Both comments and pings are currently closed. |
Comments are closed.