live in hongkong*

31/03/04
ห้องแม่…ฮ่องกง

วันนี้อากาศเลวกว่าทุกวัน ฝนตกลงมาไม่หยุดตั้งแต่เช้า
ฉันที่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรสักอย่าง..ก็ยังเหมือนเดิม

จะมีอะไรแย่กว่านี้อีกมั้ย ตอนนี้ฉันแพ้อากาศ หรือแพ้น้ำก็ยังไม่รู้แน่
แต่มันทำให้หน้าฉันแสบและลอกไปหมด

และฉันกำลังจะคลั่งความคิดตัวเอง
หลายวันมานี้ฉันแทบไม่ได้เปิดปากพูดกับใครเลยนอกจากแม่
ในหัวมีแต่ความคิด และคำพูดที่ฉันคุยกับตัวเอง
ในเมื่องที่วุ่นวายอย่างนี้ ถ้าฉันสื่อสารกับใครสักคนได้ก็คงดี
เพราะในหัวมีแต่คำพูด และความฟุ้งซ่างเต็มไปหมดแล้ว . . .

ช่วงเวลาของการรออะไรสักอย่างนึงนั้น มันทำให้ฉันแทบจะเป็นบ้า
วันนี้ฉันอ่านหนังสือจบไปหนึ่งเล่ม.. บันทึกลับของแอน แฟร้ง
บันทึกว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับสงคราม ชาวยิว ความท้อแท้และสิ้นหวัง
รอบที่ 4แล้วที่ฉันอ่านเรื่องนี้ แต่มันก็ยังสร้างความหดหู่ใจให้ฉันและดูเหมือนจะมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อต้องมาอยู่ที่นี่

การรอคอยเหมือนไม่สิ้นสุด . . ฉันนั่งเขียนบันทึก เขียนจดหมาย
และทำอะไรไปเรื่อย แต่ในหัวมีแต่เสียงนาฬิกา ที่ดัง ก๊อก แก๊ก อยู่ตลอด
ฉันพยายามไม่คิดถึงเรื่องเวลาเพราะมันทำให้ฉันเฝ้านับวันที่จะได้กลับไป. . .
ฉันอยากกลับบ้าน . . .
จริงๆ นะ . . ตอนนี้ฉันเอาแต่นับเวลา ให้ถึงพรุ่งนี้ เพื่อจะได้มีพรุ่งนี้ของอีกวัน
ไม่ว่าจะทำเป็นลืมๆเผื่อเวลามันจะเดินเร็วขึ้นบ้าง
แต่พอเผลอทีไร ฉันก็ต้องมองนาฬิกาทุกที!!!

ตอนกลางคืน … ฉันนอนมองนิ้วเท้าตัวเอง
และบอกมันว่า เนี่ยแหละ .. จะทำให้ฉันโตขึ้น
กว่าจะข่มตาหลับลงได้ก็เกือบเช้า
แปลก .. ที่ฉันนอนหลับได้ทั้งวัน วันนี้ฉันนอนถึง 13 ชม.
แม่บอกว่าฉันเป็นโรคขี้เกียจ
แต่ฉันว่า..ฉันไม่อยากตื่นตะหาก… นอนมากๆ เวลาจะได้ผ่านไปเร็วขึ้น

ฉันอยู่ที่นี่ ฉันดีใจที่ได้อยู่กับแม่ แต่แม่ไม่เหมือนคนที่รู้จักฉัน
ระหว่างฉันกับแม่เหมือนมีอะไรมากั้นตรงกลาง
ฉันไม่กล้าพูดกับแม่ว่าเหงาเพียงใด ฉันรู้ว่าหากฉันบอกว่าฉันอยากกลับเมืองไทย แม่ก็ต้องให้ฉันกลับทันทีที่ทำได้ แม้จะยังไม่ได้เริ่มไปเรียน..
แม้จะยังไม่ได้เริ่มอะไรเลยสักนิด .แต่ฉันไม่กล้าพูดหรอก
ฉันไม่อยากทำร้ายแม่ไปมากกว่านี้
เงินของแม่มีค่าเกินกว่าจะโยนทิ้งไปเฉยๆ
ได้แต่หวังว่าเมื่อเปิดเรียนแล้ว ความเหงาจะลดลงบ้าง….

คาดว่า.. ฉันจะเป็นบ้าในเร็ววันนี้

Comments are closed.