ตะลอนสัมภาษณ์เลยทั้งวัน
ก็ดีเหมือนกันจะได้มีอะไรทำ
สำหรับวันนี้ก็ทำได้ดีทั้งคู่
เพราะรู้สึกว่าเขา ok กับเราทั้งคู่ (รึว่าคิดไปเอง) (-__-)’
ก็ต้องรอดูว่าจะยังไง
ตอนเช้ารู้สึกว่ามีแต่ตัว…สมองและวิญญาณหายไปไหนไม่รู้แฮะ
ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร
จะเป็นเรื่องนายเหรอ..ก็อาจจะนิดหน่อย
คิดว่าน่าเป็นเพราะเรื่องพี่เขามั้ง
เพราะนับวันก็ยิ่งมั่นใจว่า…เขาเลิกกับเราแล้วแน่นอน (แบบหายไปซะงั้น)
ตอนนี้ก็เลยเป็นอาการ…… อกหัก
ชนิดที่ว่าดามได้ลำบาก
ที่ต้องบอกว่าดามได้ลำบาก เพราะรู้สึกว่าตายด้าน
ไม่มีความรู้สึกกับอะไรทั้งสิ้น
เอ…หรือเพราะแบบนี้หรือเปล่า
เราถึงได้กินอะไรก็ไม่อร่อย…ไม่รู้จะกินอะไร..ไม่รู้จะทำอะไร
เป็นอย่างนี้มานานพอควร เพิ่งจะเข้าใจ (_ _)”
คงต้องรอสักพัก..ให้สติสตังมันกลับมา
แล้วคงจะดีขึ้น …แต่ขอให้มันกลับมาไวๆหน่อยนะ
เมื่อเช้าคุยกับ MD เขาก็แบบตะกุกตะกัก
ก็เพราะไอ้อาการสติหายนี่แหละ
รู้สึกว่าตัวเองพูดไม่คล่องเหมือนทุกที
คงไม่ชินกับการสัมภาษณ์ช่วงเช้าล่ะมั้ง ลิ้นยังใช้งานไม่ได้เต็มที่
แต่ก็พอใจ เพราะดูเขาพอใจเราพอสมควร
office ก็ดู ok แต่งานคงไม่ค่อยเด่นเท่าที่ควร
ก็ทดไว้ในใจล่ะกันสำหรับที่นี่
ส่วนตอนบ่ายก็ต้องเม้าท์อังกฤษ เพราะดันสมัครไปบริษัทญี่ปุ่น
คิดว่าคงไม่ได้ เพราะตอนสัมภาษณ์กับคนญี่ปุ่น
ต้องให้เขาพูดตั้ง 3 รอบถึงจะเข้าใจ
ก็ฟังยากชิบเป๋ง…. ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะทักษะการฟังของเรา หรือ เขาพูดไม่รู้เรื่อง
แต่ก็งงที่เขาบอกว่าจะตอบกลับภายในอาทิตย์นี้
แต่คิดว่าคงไม่โทรมาหรอก เพราะคิดว่าเราตอบไม่โดนใจเขาหลายรอบ (มากๆ)
สัมภาษณ์เสร็จก็เลยคิดหนัก
เพราะที่เก่าก็ยังไม่ได้ไปคุย
ทั้งที่พี่ปอแกก็เรียกหลายครั้งแล้ว
ส่วนอีกที่ก็จะไปคุยพฤหัสนี้
ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นยังไง
เพราะพี่เขาก็พูดแค่ว่า…ทำไม่ทำลองคุยกันดูก่อน
ส่วนของพี่ปอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า
ถ้ากลับไปแล้วจะได้ตำแหน่งเดิม หรือ ตำแหน่งใหม่
เงินเดือนก็น่าจะคิดเล็กน้อย เพราะถ้าเราอยู่ยังไงก็ได้ปรับตอนกลางปีนี้อยู่แล้ว
แต่ก็ตัดสินใจลำบากแฮะ… คงเพราะความเกรงใจเป็นหลัก
พี่เขาอุตสาห์ดันซะขนาดนั้น
เริ่มเกิดความรู้สึกอกตัญญูขึ้นมาพิกล
แต่ถ้ามองอีกแง่หนึ่ง…ไหนๆก็ออกมาแล้ว
ถ้าได้ลองทำงานที่ใหม่ก็คงหายเบื่อนะ
ถึงแม้จะยังเป็นสายงานเดิม…อืม (_ _)”
คิดหนัก…..คิดหนัก…….
รู้สึกช่วงนี้มีอะไรให้ต้องเริ่มใหม่เยอะเหมือนกัน (พูดเหมือนหมอดู)
แต่ก็ยังไหวเพราะไม่ใช่เรื่องหัวใจ
เรื่องนั้นจะพูดว่ามันเริ่มลงตัวก็คงไม่ใช่
ต้องพูดว่า…เริ่มทำใจได้มากกว่า
เพราะเริ่มมองเห็นว่า…ใครที่เขารักเรา และ พร้อมที่จะอยู่กับเรามากกว่า
วันนี้ตอนขับรถ ได้ยิน DJ Green Wave พูดเรื่องความรักว่า
“ความรักไม่ใช่การเอาชนะกัน”
ฟังแล้วทำให้เรามองกลับมาที่ตัวเองเหมือนกันว่า
ที่เราเกับพี่เขาห่างหายกันไป เพราะเราคิดแบบนี้รึป่าว
เรามักจะฑิฐิเกินไปในบางเรื่อง…. จนมันกลายเป็นแบบนี้รึป่าว
หลายครั้งที่เรามักจะนึกภาพพี่เขามีความสุขดีอยู่กับผู้หญิงอื่น
ไม่ใช่ว่าคิดมาก..แต่มันก็เป็นเรื่องปกติที่คนเรามักจะนึกถึงภาพคนที่เราเคยรักอยู่กับคนอื่นที่เขารักมากกว่าเรา
แรกๆก็สุดแสนจะเจ็บปวด เพราะนึกขึ้นทีไร
ก็ต้องโทรไปหาเพื่อให้รู้ว่าเรายังเหมือนเดิมกันนะ
แต่ตอนนี้..ดีขึ้น เพราะถึงจะเจ็บ-สุดเซ็ง
แต่ก็ต้องบอกกับตัวเองว่า….ก็เราไม่ได้เกิดมาคู่กันนี่หน่า
ก่อนเขาจะเจอเรา เขาก็อยู่กับคนอื่นมาก่อนเหมือนกัน
มันก็เป็นวงจรของชีวิต….รวมทั้งเราเองเหมือนกัน
ความจริงที่ทุกคนต้องยอมรับ เพราะมันก็เป็นอย่างนี้กันทุกคน
ไม่ใช่แค่เราคนเดียวที่เจอแบบนี้
ซักวันมันก็ต้องดีขึ้น….เมื่อก่อนก็เคยผ่านมาได้
ทำไมคราวนี้เราจะผ่านอีกครั้งไม่ได้
ซักวัน…จะต้องเป็นวันของเรา
