วีซ่าเมกา..ข้าได้มันมาอีกแล้ว ว๊ะ ฮ่า ฮ่า..

เมื่อวานหยกไปขอวีซ่าอเมริกามาเจ้าค่ะ
ออกจากห้องประมาณ หกโมงกว่าๆ
นั่งรถจากคอนโดเพื่อนที่ลาดพร้าว ไปนั้งเรือที่ท่าเรื่อ มอลล์ปิ
ถึงท่าวิทยุ ก็เดินตามถนนวิทยุไปเรื่อยๆ
แวะนั่งเล่นฆ่าเวลาที่ All Seasons Place (เพราะตอนนั้นเพิ่งจะ 7 โมง นัดไว้ 8โมง)

แล้วกระมาณ 7.20 น. ก็เดินไปสถานทูตอเมริกา

แถวด้านนอก ยาววววววมากอ่ะ O_O’
รู้งี้เดินมาเลยซะก็ดี ไม่ไปนั่งเล่นฆ่าเวลาหรอก

ก็ยืนรอด้านหน้าอยู่ร่วมชม. (_ _’)
เค้าก็ปล่อยเข้าไปทีละ 7-8 คน
พอผ่านประตูเข้าไปก็ ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่เช็ค
ฝากมือถือ และร่ม ไว้ที่ รปภ.
ผ่านเข้ามาด้านใน ก็มาต่อแถวที่คดเคี้ยว 4-5 พับอีกรอบ ยืนต่ออยู่ร่วมครึ่ง ชม.
เมื่อมาถึง เรา เจ้าหน้าที่ก็ตรวจเรียงเอกสารอีกรอบ
หยกมีปัญหาเรื่องค่าธรรมเนียม หยกจ่ายขาดไป $10
ก็ต้องไปจ่ายเพิ่มด้านใน แล้วก็ออกมาหาน้องคนนี้อีกรอบ
เมื่อชำระส่วนที่ขาดเรียบร้อยแล้ว เค้าก็ให้เข้าไปด้านในห้องที่รอสัมภาษณ์ได้เลย

(ถ้าเป็นคนที่ยังไม่เคยได้วีซ่า ต้องไปช่อง 1-3 ก่อน
ซึ่งเป็นช่องบันทึกลายนิ้วมือ และซักถามอะไรรวมทั้งเอกสารนิดหน่อย
ซึ่งต้องรอนานมากๆ ตอนหยกมาคราวก่อน รอนานมากๆ กว่าจะเสร็จแต่ละคน)
หยกเคยได้วีซ่าแล้ว ก็เดินผ่านขั้นตอนนี้ไปได้เลย

คนที่เคยได้วีซ่ามาแล้ว จะได้เข้าไปต่อแถว หน้าต่างช่อง 11-12
เราก็ยืนรอ ต่อคิวไป..
นานร่วมชม.เจ้าค่ะ นานมากกกกก.. และเหมื่อยมาก ขยับไปมา เปลี่ยนท่าทางก็แล้ว
กว่าจะหลุดผ่านไปได้แต่ละคน นานหลายสิบนาที แล้วแถวยาวมากๆ

ระหว่างยืนต่อแถวช่อง 11 ก็ดูคนอื่นๆที่มาขอวีซ่าที่ช่องอื่นๆ
(ช่อง8-10 คือ วีซ่าชั่วคราวอย่าง ท่องเที่ยว นักเรียน ที่มาขอวีซ่าครั้งแรก)
เค้าจะเรียกตามบัตรคิว แล้วแต่ว่าจะได้ช่องไหน
เวลาเจ้าหน้าที่ถาม คนข้างนอกก็จะได้ยินด้วย ว่าเจ้าหน้าที่ถามว่าอะไร เพราะเค้าพูดผ่าน speaker
สังเกตว่า ช่อง 10 คนจะได้วีซ่าเยอะ (แต่ที่เค้าไม่ให้ก็มีนะ)
สัมภาษณ์เป็นภาษาไทยเสียส่วนใหญ่ (เจ้าหน้าที่เป็นฝรั่ง แต่พูด-อ่านไทยได้ แต่ก็ยังสำเนียงฝรั่งอยู่)

“ยินดีด้วยครับ เราจะส่งวีซ่าให้คุณภายใน 3 วันครับ”
“เสียใจด้วยครับ เราไม่สามารถออกวีซ่าให้คุณได้ครับ”
“เสียใจด้วยครับ คุณไม่มีคุณสมบัติให้เราออกวีซ่าให้ได้ครับ”

ได้ยินกันหมดว่า ผลเป็นไง ได้ไม่ได้ รู้กันหมดเลย

จนถึงคิวเรา เจ้าหน้าที่(คนไทย)ก็ถามหาเอกสารต่างๆ
ก็ยื่นๆเพิ่มเติมเค้าไป สิ่งหนึ่งที่เค้าถามหาเหมือนคราวก่อนคือ ใบทะเบียนสมรส
ก็เอาสำเนาให้เค้าไป แล้วเค้าก็ไล่เราไปนั่งรอ เรียกชื่อ
ได้นั่งแล้ว Y_Y

ประมาณ 10 นาที เค้าก็เรียกให้ไปรับแฟ้ม แล้วไปยื่นต่อที่ช่อง 11
เป็นฝรั่งผู้ชาย คิ้วขมวดๆหน่อย จากเคสคนที่อยู่หน้าเรา -_-’
เค้าก็พลิกๆดูเอกสารต่างๆ
แล้วก็ถามอะไรซักอย่าง แต่มันไม่เข้าไมค์
หยกก็เลยบอกไปว่า “I m sorry, I cannot hear you”
เค้าก็ อ้อ เปิดไมค์ แล้วก็ถามว่า “What is your husband’s nationality?”
Y – Canadian.
Officer – อ่านใบสมรส ภาษาไทย You married last year?
Y- Yes.
Officer – go to cashier at the corner and pay $15 then come back here again.
Y – Oh..ok

ไปจ่ายเงินอีก $15 แล้วก็กลับมา ช่อง 11 อีกรอบ
Officer – When do you intend to travel?
Y- October 14.
Officer – Oh.. lot of time. We will send you visa within 3 days. Go outside and buy the envelope. Have a good day! ^_^
Y- Oh.. Thank you very much. Have a good day!

ออกมาซื้อซอง เขียนจ่าหน้าซองเสร็จ ก็ส่งคืนเจ้าหน้าที่
แล้วก็เดินออกมาด้านหน้ารับมือถือและร่ม แล้วก็เดินออกมา..

ได้วีซ่าแล้ว..

นึกแปลกใจตัวเอง ที่ยืนได้นานขนาดนั้นทั้งวัน
โดยที่ไม่เป็นลม เพราะข้าวก็ไม่ได้กิน นอนก็น้อย แล้วก็เครียดด้วย
หลายคนบอกว่า เครียดอะไร วีซ่าก็เคยได้มาแล้ว
แค่มาเปลี่ยน ก็ได้อยู่แล้ว
แต่แหม.. วีซ่าอ่ะนะ เป็นอะไรที่เอาแน่นอนไม่ได้จริงๆนะ
ก็ไม่อยากประมาทไง ผิดพลาดไป แย่เลยนะ
ไม่อยากจะคิดว่า ถ้าเกิดไม่ได้ขึ้นมาจริงๆ จะเป็นยังไง

แต่ได้วีซ่ามาแล้วก็สบายใจ..

เดวิดโทรมาหาด้วย..
ตอนนั้นประมาณ 4-5โมงเย็น ที่โน่นก็ ตี 4 กว่าๆ
เค้าบอกนอนไม่หลับ เพราะเป็นห่วงเรา
พอบอกว่า เราได้วีซ่า ก็ดีใจใหญ่

ได้ยินเสียงที่รักแล้ว ชื่นใจ หายเหนื่อยขึ้นมาหน่อย..
(แต่ก็ยังเหนื่อยอยู่ดี (_ _’))

เช้าวันนี้ออกจากกรุงเทพแต่เช้า กลับถึงบ้านที่สระบุรีก่อนเที่ยง
ระหว่างที่เก็บกวาดห้องและแพคกระเป๋า (เอาของต่างๆที่ซื้อไว้เตรียมเอากลับไปด้วย ลงกระเป๋า)
แม่ก็เดินเข้ามาในห้อง ยื่นซองสีเหลืองๆให้
เฮ้ย.. จริงดิ O_O

ดูหน้าซอง เป็นลายมือเราเอง ที่เขียนเมื่อวาน.. -”-
แกะออกดู มีหนังสือพาสปอร์ต เอกสารยืนดีที่ได้รับวีซ่า และข้อปฏิบัติที่ถูกต้อง
แล้วก็เอกสารบางอย่างที่เค้าส่งกลับคืนมาด้วย
เปิดดูหน้าวีซ่าก่อนเลย ชื่อ-สกุล วันเกิน วันที่ อะไรต่างๆ ถูกต้อง
ดูวีซ่าอันเก่า นึกว่าจะแสตมป์ cancel เสียอีก แต่ไม่มี

ไปสัมภาษณ์เมื่อวานเช้า วันนี้บ่ายได้รับพาสปอร์ตคืนแล้ว
ไวสุดยอดเลย.. O_O

ก็เลยกะว่า วันจันทร์-อังคารนี้ จะกลับไปบางกอก เพื่อขอวีซ่า แคนาดาอีกอัน

เรื่องขอวีซ่าเนี่ย เหนื่อยไม่ใช่เล่นเลยนะเนี่ย
เครียดก็เครียด นอนก็ไม่หลับ ข้าวก็กินไม่ได้
ขนาดขอได้แล้ว ก็ยังกินไม่ลง
(เพื่งจะมากินได้ปกติมื้อเย็นนี้เอง)

ใครสนใจจะขอวีซ่า เมกา หรือ แคนาดา ปรึกษา ป้าหยกได้นะจ๊ะ

ฟรีจ่ะ ไม่เสียค่าบริการ ^_^

5 thoughts on “วีซ่าเมกา..ข้าได้มันมาอีกแล้ว ว๊ะ ฮ่า ฮ่า..

  1. ไปขอ แล้วก็แวะไปเยี่ยมกันที่เมกา เป็นการตอบแทน ก็พอใจแล้ว Y_Y อยากมีเพื่อนไปหาแค่นั้นแหล่ะ :P

    • เหมือนจะเตรียมเอกสารเยอะ และนานเเลยนะ แต่ทำไมคุยกับเจ้าหน้าที่แป๊บเดียวเอง
      ไม่คุ้มค่ารอนะเนี่ย อิอิ

      อยากไปเที่ยวโซนเมกาบ้างอ่ะ ไว้ถ้ามีตังค์เหลือเฟือจะไปเยี่ยมนะจ๊ะ อิอิ

    • เจ้เบื่อเมืองไทย ก็ไปเที่ยวหาหยกบ้างดิ :D
      เด๋ววันจันทร์หน้าไปขอแคนาดาต่อ..

  2. สาเหตุอะไรบ้างอ่ะ ที่เขาจะไม่ผ่านให้…
    ป.ล. พูดภาษาปะกิดไม่ได้เลยนี่เขาให้ไปมั้ย แหะๆ (ทำเหมือนมันมีตังค์ไป เอิ๊กๆๆ)