การฝัน (Dreaming)

คือการนึกเห็นเป็นเรื่องเป็นราว ในขณะหลับ บางคนถือว่า การฝัน เป็นอาการหลอน อย่างหนึ่ง เพราะขณะฝัน เราจะรู้สึกว่า สิ่งที่เราเห็น หรือสัมผัสได้นั้นเป็นของจริงหรือเกินจริง และสั้นๆ ยาวๆ ได้ต่างๆ กันอย่างมาก จึงมีสภาพเหมือน อาการหลอน อย่างหนึ่ง

เราทุกคนต่างก็ฝันกัน คืนละ 4-5 เรื่อง เหตุการณ์ ในความฝันอาจจะดูยาวนานหลายชั่วโมง หรืออาจจะยาวเป็นวันๆ แต่จากการวิจัย พบว่าความฝันส่วนใหญ่ จะกินเวลา 2-3 วินาที ไปจนสูงสุด ไม่เกิน 40 นาทีโดยประมาณ เมื่อรวมตลอดชั่วชีวิตแล้ว ก็อาจจะรวม ได้เป็น 100,000 ครั้ง ในความฝันเหล่านี้ทั้งหมด จะอัดแน่นไปด้วย ข่าวสาร และความเข้าใจต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวเราเอง ชีวิตของเรา ความสามารถ ของเรา ความสัมพันธ์ ของเรา กับคนอื่นๆ
ความฝันที่จำได้ ส่วนใหญ่ (80-90%) เกิดในช่วงของ การหลับแบบตากระตุก

ความฝัน ที่เกิดขึ้นในช่วงแรกๆ ของการหลับ มักจะ ถูกลืมบ่อยกว่า ความฝันที่เกิดขึ้น เมื่อใกล้ตื่น หรือฝันจนตื่น ส่วนใหญ่ความฝันจะอยู่ในรูปของการเห็น รองๆ ลงมาจะเป็น รูปของการได้ยิน การสัมผัส และความเจ็บปวด ที่พบน้อยมากคือ ฝันในรูปของ การได้ลิ้มชิมรส และการได้กลิ่น

คนหลับสนิทจะฝันน้อยหรือจำความฝันได้น้อย หรือไม่รู้สึกว่าฝันเลย ถ้าหลับๆ ตื่นๆ ก็มักจะจำความฝันได้มากและบ่อย

ความฝันอาจจะเพิ่มขึ้นเมื่อมีเหตุการณ์ ใหม่ๆ แปลกๆ เกิดขึ้นกับตนเอง หรือสิ่งแวดล้อม คนตั้งครรภ์ในระยะแรกๆ อาจจะฝันบ่อยและฝันแปลกๆ จนบางครั้งการฝัน ที่เพิ่มขึ้นมากก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยในการวินิจฉัยว่า หญิงนั้นเริ่มตั้งครรภ์ได้ ทั้งๆ ที่ประจำเดือนยังไม่ขาด อาการเจ็บไข้ได้ป่วยต่างๆ โดยเฉพาะที่ทำให้ต้องตื่นกลางดึกบ่อยๆ มักทำให้ฝันบ่อยหรือจำความฝันได้มากขึ้น และมักจะเป็นฝันร้าย ความอัดอั้นทางกายบางอย่างก็ทำให้ฝันได้ เช่น ฝันเปียก ซึ่งฝันว่าได้ร่วมเพศ บางคนฝันว่าไปส้วม เพื่อถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ เมื่อตื่นขึ้นมา ก็มักจะพบว่ากำลังปวดอุจจาระ หรือปัสสาวะอยู่ หรืออาจถ่ายรดที่นอน ไปแล้วก็ได้

Comments are closed.