ช่วงนี้เข้าหน้าทุเรียนแล้ว ช่วงต้นฤดูที่ผ่านมา ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 60 บาท แต่พอกลางฤดูราคาก็ถูกลงมาหน่อย ฉะนั้นถ้าใครยังไม่ได้รับประทาน รีบโดยเร็วก่อนที่ฝนจะตกลงมากกว่านี้ เพราะนั่นจะทำให้ทุเรียนไม่อร่อย
จันทบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีสวนทุเรียนจำนวนมาก และมีผลผลิตส่งขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งไม่ใช่แค่ส่งลูกทุเรียนสดหรือแบบแช่แข็งไปเมืองนอกเท่านั้น ยังส่งทุเรียนแปรรูปไปขายด้วย
ปัญหาอย่างหนึ่งที่ทางจังหวัดเจอะเจอก็คือ เปลือกทุเรียนจำนวนมหาศาลจากการแปรรูป ที่ผ่านมาพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการทั้งหลายต่างนำเปลือกทุเรียนกันไปทิ้งขยะ ซึ่งเกิดกลิ่นเหม็นเน่า
โครงงานดังกล่าว เริ่มตั้งแต่ ปี 2546 โดยนำวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่นนำมาพัฒนาปรับปรุงเรื่อยๆ จนมาเจอว่าสามารถนำเปลือกทุเรียนมาแปรรูปได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเอามาพัฒนาเป็นถ่านจากเปลือกทุเรียน ปุ๋ยชีวภาพจากเปลือกทุเรียน รวมถึงเปลือกผลไม้อื่นๆ ด้วย
นอกจากนั้น ยังนำเปลือกทุเรียนมาทำกระดาษได้อีกด้วย เริ่มจากที่เห็นคนอื่นๆ ทำกระดาษจากเปลือกกาบกล้วย กระดาษจากสับปะรด อาจารย์ธีรดากับนักเรียนในโรงเรียน เลยลองทำกันดู ปรากฏว่าสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน โดยคว้ารางวัลชนะเลิศโครงการแฟนต้า
ยุวทูตแห่งประเทศไทย ได้รับถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อ ปี 2551 ในโครงการ “กระดาษทุเรียนเพื่อท้องถิ่นไทย”
ใช้เปลือกทุเรียน เลาะหนามออก
เมื่อหั่นเสร็จแล้วนำมาต้มกับโซดาไฟ (โซเดียมไฮดรอกไซด์) เพื่อให้ย่อยสลายได้ง่าย ระหว่างต้มถ้าต้องการให้ได้เนื้อละเอียดก็นำกาบกล้วยมาหั่นเติมลงไป นำมาผสมกันเพื่อให้เนื้อใช้งานได้ดี
การจะผสมกาบกล้วยมากน้อยแค่ไหนนั้น ต้องดูวัตถุประสงค์ของการใช้งานด้วย บางครั้งถ้าใช้ไปห่อของขวัญก็ไม่ต้องใช้เนื้อละเอียดมาก
ทั้งนี้ การนำเปลือกทุเรียนมาผสมกับกาบกล้วยและผสมกับโซเดียมไฮดรอกไซด์ต้ม ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง ถ้าไฟอ่อนไปจะใช้เวลานานและไม่ได้ผล ดังนั้น ไฟต้องแรงคงที่ เมื่อต้มไปได้ระยะเวลาที่กำหนดก็ยกลงวางทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นเติมน้ำส้มสายชูใส่ลงไป ปรับสภาพให้เป็นกลางเพื่อคืนสู่สภาพแวดล้อม เพราะว่าถ้านำน้ำต้มที่ต้มล้างออกแล้วไปทิ้งเลยจะเป็นน้ำด่างที่แรงมาก จึงต้องใช้น้ำส้มสายชูมาปรับเพื่อให้เป็นกลางแล้วคืนสู่ธรรมชาติ จะได้ไม่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
ขั้นตอนจากนี้ ถ้าต้องการใช้สามารถนำไปตีแล้วทำแผ่นได้เลย แต่ถ้าเห็นว่าสีน่าเกลียด ไม่น่าดู ก็นำไปฟอกสีก่อนด้วยคลอรีน โดยแช่คลอรีนทิ้งไว้จะได้สีขาว แล้วนำไปทำสีได้เลย
ย้อมสีสวยตามใจชอบ
สำหรับวิธีการทำสีคือ ต้มน้ำใส่เกล็ดสบู่หรือสบู่เหลวเพื่อให้เนื้อประสานกันดี แล้วใส่เกลือเพื่อให้สีคงทนและสีจะเข้มขึ้น ใช้สบู่เพื่อให้เนื้อประสานกันแล้วก็เรียบด้วย ต่อจากนั้นใส่สีย้อมผ้า เมื่อน้ำเดือดก็นำเปลือกทุเรียนที่ล้างแล้วใส่ลงต้ม ต้มไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงเพื่อให้สีเข้าไปประสานกับเนื้อเปลือกทุเรียน จากนั้นนำมาล้างแล้วนำไปตีแผ่นได้เลย
วิธีการตีแผ่น ใช้กรอบขนาด 30×30 เซนติเมตร สาเหตุที่ใช้ขนาดนี้เพราะอ่างน้ำในห้องทดลองวิทยาศาสตร์มีขนาดเท่านี้ จะได้น้ำหนัก 50 กรัม เท่ากับ 1 เฟรม พอดี
หลังจากนั้น นำไปตาก ซึ่งไม่ควรตากในที่แดดจัด เพราะจะทำให้กระดาษล่อนออกจากเฟรมก่อนจะแห้ง ควรตากในที่ร่มหรือแดดอ่อนๆ
อาจารย์ธีรดา แจกแจงว่า ขั้นตอนการทำที่ยากและต้องระวังคือการต้ม ต้องต้มให้เหนียว ต้องระวัง บางครั้งต้ม 3 ชั่วโมง ก็จริง แต่บางครั้งลมอาจจะพาความร้อนไปบ้าง ดังนั้น บางครั้งต้ม 3 ชั่วโมง อาจยังไม่พอ จึงต้องดูว่าเนื้อเนียนหรือละเอียดหรือยัง
โครงงานการเรียนวิทยาศาสตร์ทำกระดาษจากเปลือกทุเรียนนี้ อาจารย์ธีรดาจะสอนนักเรียนมัธยมต้นในชั่วโมงชุมนุมวิทย์รุ่นเยาว์ ซึ่งเป็นหลักสูตรท้องถิ่นด้วย พร้อมกันนั้นก็เผยแพร่ โดยเป็นวิทยากรในชุมชน
อาจาย์ธีรดา อธิบายว่า ถ้าทำกระดาษขนาด 30×30 เซนติเมตร ต้นทุนแผ่นหนึ่งตกประมาณ 3-4 บาท ซึ่งยังไม่ได้คิดต้นทุนสารเคมีที่ใช้และยังไม่ได้คิดค่าแรง
