เราจะไม่ “เจ็บ” อีกต่อไป

เวลาที่เราเดินสะดุดหกล้ม เดินใจลอย ชนนั่นชนนี่ ถูกมีดบาดมือ เราจะรู้สึกเจ็บที่แผล ที่รอยฟกช้ำ แต่อาจจะไม่มากนัก นั่นคงเป็นเพราะ… “เราทำตัวเราเอง” แต่เมื่อไรก็ตาม ที่เราถูกใครบางคน ทำให้เราบาดเจ็บอย่างใดอย่างหนึ่ง เราจะรู้สึกเจ็บๆๆ มาก… ทำให้เรากลับมาคิดทบทวนว่า ทำไม… เราเจ็บ…ที่ “ บาดแผล ” หรือเจ็บที่ “ ใจ ” เราเจ็บ…เพราะ เขาไม่รู้จักคำว่า “ขอโทษ” เราเจ็บ…เพราะเขาไม่รู้จักรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำ และเรายิ่งเจ็บ เพราะเขาหัวเราะเยาะเรา ทำอย่างไร เราจึงไม่ต้องเกิดความรู้สึกว่า เรา “เจ็บ” อีกต่อไป ……….. เมื่อเราต้องบาดเจ็บอีกครั้ง เรามองดูแผลที่บาดเจ็บ แผลไม่ใหญ่นัก ยังรู้สึก … Continue reading

เมื่อความอดทนถึงที่สุดแล้ว

เมื่อความอดทนถึงที่สุดแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องอดทนอีกต่อไป เมื่อไม่ต้องอดทน ก็ไม่ต้องทนทุกข์อีกต่อไป เมื่อไม่ต้องทนทุกข์ ก็ไม่ต้องทนอึดอัด คับข้องใจอีกต่อไป เมื่อไม่ต้องทนอึดอัด คับข้องใจ ก็เกิดความสบายใจ เมื่อเกิดความสบายใจ ก็ไม่ต้องอดทนกับสิ่งที่ทำให้เราเกิดความทุกข์อีกต่อไป “แกล้ดเอง” 26/5/2554

อาลัย… คุณป้าเสม

10  ธันวาคม  2553 กราบ คุณป้าเสม ตอนเด็กๆแม่ให้แกล้ดเรียนหนังสือที่บ้าน ทุกๆเช้าแกล้ดจะรอส่งพี่ๆขึ้นรถโรงเรียนไปกับ ป้าเสม…และแล้ววันหนึ่งป้าเสมผู้ใจดีก็อุ้มแกล้ดขึ้นรถโรงเรียนไปกับพี่ๆด้วย  แกล้ดจึงได้เริ่มเรียนชั้นอนุบาล1 ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ทุกๆวัน  ป้าเสมจะอุ้มแกล้ดขึ้น-ลงรถ พาเข้าห้องเรียน ห้องน้ำและกลับบ้าน และตอนเช้า ป้าเสมจะมีหวานเย็น ที่ทำจากน้ำหวานผสมกับน้ำ แล้วแช่แข็ง ให้เด็กๆได้ทานกันอย่างเอร็ดอร่อย ป้าเสมมีป้าเล็กเพื่อนสนิท ช่วยกันทำกับข้าวให้นักเรียนกินตอนกลางวัน และให้ลุงภารโรงหรือไม่ก็นักเรียนยกอาหารไปให้แกล้ดที่ห้องเรียนก่อนเที่ยง  แกล้ดและเพื่อนๆก็จะคอยลุ้นกันว่าวันนี้จะได้กินอะไร? แต่พอโตขึ้นหน่อย เริ่มจับสังเกตได้ว่า วันพุธป้าจะทำก๋วยเตี๋ยว ส่วนวันศุกร์มีข้าวต้ม พอใกล้ถึงวันศุกร์ แกล้ดก็บ่นๆกับป้าว่า “แกล้ดเบื่อข้าวต้ม ป้าทำก๋วยเตี๋ยวดีกว่านะ” ป้าก็อึ้งไปเล็กน้อย แล้วป้าก็ “จัดให้” ตามคำขอ…แต่พอถึงวันพุธต่อมาป้าก็ “จัดให้” กินข้าวต้ม สลับกัน นอกจากป้าเสมจะคอยดูแลแกล้ดในชีวิตประจำวันแล้ว ก็ยังได้เข้ามาช่วยในด้านวิชาการเป็นครั้งคราวด้วย..มีอยู่วันหนึ่ง … Continue reading

ดีกันนะ

ในฐานะที่เป็นลูกและหลานของแม่และน้า แกล้ดไม่ต้องการรับทราบรายละเอียดของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และไม่ว่าใครจะถูก ใครจะผิดอย่างไร ทั้งแม่และน้าก็เป็นพี่น้องกัน ถ้ายังเป็นเด็กๆคงถูกอากงอาม่าตีก้นแล้วมั้ง (เวลาที่ลูกๆแม่มีเรื่องไม่เข้าใจกัน แม่ก็จะบอกว่า แม่ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรกันหรอกนะ แต่เรามีกันอยู่แค่นี้ ทำไมไม่หันมาคุยกันและรักกันให้มากๆ) เมื่อเรามีความทุกข์ เรามักจะคิดไปต่างๆนาๆ ทำไมต้องเป็นอย่างนั้น ทำไมต้องเป็นอย่างนี้ ทำไม…. ทำไม…. ทำไม…. และทำไม…. แล้วเราก็เจ็บอยู่คนเดียว ทุกข์อยู่คนเดียว ถ้าเราเริ่มตั้งสติ และพิจารณาตามเหตุปัจจัยต่างๆ โดยไม่ใช้อารมณ์ เราจะคิดได้ว่าเราจะทนเจ็บ ทนทุกข์ไปทำไม ไม่มีใครมาเจ็บแทนเรา เราควร ปล่อยวางมันไปดีกว่า ไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่เราจะแบกมันไว้อีกต่อไป… และในขณะที่แกล้ดกำลังเขียนจดหมายฉบับนี้อยู่นั้น อีกไม่กี่วินาที ก็จะผ่านพ้นกลายเป็นอดีตไปแล้ว ย้อนกลับมาไม่ได้ เราควรทำปัจจุบันให้ดี เพื่อจะได้มีอดีตซึ่งเป็นความทรงจำที่ดีต่อกัน แม่กับน้า เป็นพี่น้องกันมา 60 กว่าปีแล้ว … Continue reading

ต้องสู้

การเรียนของแกล้ดในตอนเด็ก แม่ให้เรียนที่บ้าน โดยมีครูมาสอน เมื่อพี่ๆไปโรงเรียน จะมีรถโรงเรียนมารับ-ส่ง พี่เลี้ยงจะอุ้มแกล้ดไปโบกมือ บ้าย บาย พี่ที่หน้าบ้าน ทุกวันอยู่มาวันหนึ่ง แม่ครัวที่คอยดูแลเด็กๆในรถโรงเรียน ใจอ่อน อุ้มแกล้ดไปโรงเรียนด้วย แกล้ดจึงได้เรียนอนุบาล ก.ไก่, ข.ไข่ ตั้งแต่นั้นมาโดยมีแม่ครัวคอยดูแล โรงเรียน มีถึงชั้นประถม 4 เป็นโรงเรียนเล็กๆ พอแกล้ดจะขึ้นประถม 4 คุณครูบอกว่า โรงเรียนจะยุบเหลือ แค่ชั้นอนุบาล แต่ยังหรอก “จะรอให้แกล้ดเรียนจบก่อน” ที่นี่มีบุญคุณกับแกล้ดมาก ถึงปัจจุบันนี้ แกล้ดไปเยี่ยม ”คุณครูใหญ่” และ“แม่ครัว” ทุกๆ ปี…แต่คุณครูใหญ่ ท่านเสียแล้ว… พอจบชั้นประถม 4 แม่หาที่เรียนให้ใหม่เป็นโรงเรียนเอกชนเพิ่งเปิดใหม่ ใหญ่โต … Continue reading