เรื่องของความรัก

“You come to love not by finding the perfect person but by loving a person perfectly”
ความรักไม่ใช่การค้นหาที่ดีที่สุด แต่เป็นการที่คนหนึ่งคน จะสามารถมอบความรักให้กับอีกคน ด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์

——————————————————————————–

“When looking for love, don’t be selfish and look just to be loved, look for love to give all the love you have. Only then can you find love.
ในขณะที่คุณด้นดั้นค้นหาความรัก จงอย่าหวังที่จะได้รับความรักเพียงอย่างเดียว แต่จงหาความรักที่ทำให้คุณรู้จักการให้ และเมื่อนั้นคุณจะได้พบความรักที่แท้จริง

——————————————————————————–

“Love is the shortest distance between two people”
ความรักคือระยะทางที่สั้นที่สุดระหว่างคนสองคน

——————————————————————————–

“The most precious gift in this world that comes into a man’ s possession is a woman’s heart”
ของขวัญอันล้ำค่าที่สุดในโลกที่ผู้ชายคนหนึ่งจะสามารถมีไว้ครอบครองได้นั่นก็คือ หัวใจของผู้หญิงที่เขารัก

——————————————————————————–

” On earth no one knows what love is.
All we see and know is the effect of love”
ไม่มีใครบนโลกนี้รู้เลยว่าความรักคืออะไร
ทุกสิ่งที่เราเห็นและได้รู้จัก เป็นเพียงแค่ผลของความรักเท่านั้น

——————————————————————————–

“You will get more than you give when you give more than you get ”
คุณจะได้มากกว่าที่คุณให้เมื่อคุณให้มากกว่าที่คุณรับ

——————————————————————————–

From may

กฎ 50 ข้อของคนรักกัน

1. ดูพระอาทิดตกดินด้วยกัน
2. กระซิบถึงกันและกัน
3. ทำอาหารให้กัน
4. เดินท่ามกลางฝนตก
5. จับมือ
6. ซื้อของขวัญให้กัน
7. ดอกกุหลาบ
8. ถามว่าน้ำหอมสุดโปรดคือกลิ่นไหน และใช้ทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน
9. เดินริมทะเลตอนเที่ยงคืนด้วยกัน
10. เขียนกลอนให้กัน
11. การกอดคือยาที่ดีที่สุด
12. พูดว่า”รักเธอ” ตอนที่รู้สึกว่ารักจริง ๆ และทำให้เค้ารู้ว่าเรารู้สึกรักจริง ๆ
13. ให้ของขวัญเล็กๆ ดอกไม้/ลูกอม/กลอน
14. บอกเธอ/เขา ว่าเธอ/เขา คือผู้หญิง/ผู้ชาย ที่คุณต้องการมากที่สุด
15. อยู่ด้วยกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
16. มองตากันและกัน
17. (เฉพาะผู้ชาย) ดันคางเธอขึ้นเบา ๆ มองตาเธอ บอกว่ารักเธอมากที่สุด และจูบเธอเบา ๆ “เบา ๆ” ล่ะ
18. ในที่สาธารนะชน แค่จีบกันเฉยๆ อย่าทำอย่างอื่น
19. ใส่จดหมายรักในกระเป๋าเขา/เธอ เมื่อเธอ/เขาไม่เห็น
20. ซื้อแหวนให้เธอ (เฉพาะผู้ชาย)
21. ร้องเพลงให้กันและกัน
22. (เฉพาะผู้ชาย)โอบกอดเธอตรงสะโพกเสมอ
23. พาไปกินข้าว 2ต่อ2
24. กินสปาเก็ตตี้ (เคยดูเรื่องทรามวัยกับไอ้ตูบมั๊ย)
25. (เฉพาะผู้ชาย)จับมือเธอ มองตาเธอ จูบมือเธอแล้ววางไว้บนหัวใจ
26. เต้นด้วยกัน
27. (เฉพาะผู้หญิง)เวลาอยู่ด้วยกัน นอนตักเขา
28. ทำเรื่องน่ารัก ๆ เช่น เขียนว่า “ฉันรักเธอ” ในสมุดโน้ต
29. หาเรื่องมาเรียกเธอ/เขา ทุก ๆ 5นาที
30. ไม่ว่าจะยุ่งขนาดไหน โทรไปหาเขา/เธอ และบอกว่า”ฉันรักเธอ”
31. โทรจากสถานที่ๆคุณไปเที่ยวและบอกว่าคุณคิดถึงเขา/เธอ เสมอ
32. จำฝันของคุณและเล่าให้เขา/เธอ ฟัง
33. บอกความกลัวและความลับสุดยอดของคุณให้เธอ/เขา ฟัง
34. ทำดีกับพ่อแม่ของเธอ/เขา
35. (เฉพาะผู้ชาย) ลูบผมออกจากใบหน้าของเธอเบาๆ “เบา ๆ” ล่ะ
36. ไปเที่ยวกับเพื่อนของเธอ/เขา
37. ไปวัด/อธิษฐาน/สาบาน ด้วยกัน
38. พาไปดูหนังโรแมนติคและจำส่วนที่เธอ/เขาชอบ
39. เรียนรู้กันและกัน และอย่าทำผิดแบบเดิมเกิน 2 ครั้ง
40. บอกว่าคุณรู้สึกดียังไงที่ได้อยู่กับเธอ/เขา
41. เสียสละให้กันและกัน
42. รักกันมาก ๆ ถ้าไม่อย่างนั้นก้อเลิกกันไปเลย
43. ทำให้ไม่มีนาทีไหนที่คุณไม่คิดถึงเขา/เธอ
44. รักตัวเองก่อนที่จะไปรักใคร
45. หัดพูดคำหวาน ๆ ในภาษาอื่น
46. ขอเพลงให้เขา/เธอ ในวิทยุ
47. หลับคาโทรศัพท์ด้วยกัน
48. ปกป้องเธอ/เขา เมื่อคนอื่นพูดอะไรไม่ดีต่อเขา/เธอ
49. ห้ามลืมการจูบ Good Night และพูดว่า “ฝันดีนะ” เสมอ
50. และสุดท้ายต้องขอขอบคุณที่โลกสร้างเธอ/เขาขึ้นมา

วันรุ่น……….. วัยรัก

วัยเด็กอาจจะต้องการความรักจากพ่อแม่พี่ป้าน้าอาในด้านของความเอื้ออาทรเข้าอกเข้าใจและปกป้องผองภัยไม่ให้มาใกล้กราย วัยหนุ่มสาวอาจจะต้องการใช้ชีวิตคู่ที่เปี่ยมไปด้วยความรักความเข้าใจซึ่งกันและกัน ร่วมแรวร่วมใจกันฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการของชีวิตคู่ไปให้ตลอดรอดฝั่ง และเมื่อผ่านพ้นเข้าวัยกลางคนซึ่งเป็นวัยทองของชีวิตแล้ว ทุกคนก็อยากที่จะมีความสุขสบายและมีคนรักรอบข้างเนื่องจากมักจะเป็นวัยที่ขาดรักเพราะคิดว่าคนใกล้ตัวไม่ค่อยจะรักเสียแล้วจนเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า MIDLIFE CRISIS ซึ่งน่านจะแปลว่า ภาวะวิกฤตในวัยทองก็ย่อมจะได้

จนเมื่อย่างเข้าสู่ปัจฉิมวัยหรือวัยชราแล้วจึงพบว่า ความสุขใดจะมาเท่าเทียมความสงบเป็นไม่มี ดังนั้นในบั้นปลายของชีวิตผู้สูงวัยที่มีความสุขจึงรักความสงบ

ส่วนวัยรุ่น เป็นวัยที่กำลังจะเรียนรู้ กำลังจะออกผจญภัยไปในโลกกว้างอยากรู้อยากลองไปทุกเรื่อง… โดยเฉพาะเรื่องของความรัก และความพิศวาสที่มีมากับความรักในวัยรุ่น

ก็วัยรุ่นมีไฟแรงนี่ครับ… เป็นวัยที่มีพลังงานเหลือเฟือ พร้อมที่จะทำอะไรทุกอย่างที่แปลกใหม่เร้าใจ โดยที่บางครั้งก็ลืมเรื่องของความปลอดภัยไป

เมื่อเริ่มมีประจำเดือน น้องๆ วัยรุ่นสาวๆ ก็จะเริ่มมีความรักที่แปลกใหม่ไปจากความรักที่มีต่อคุณพ่อคุณแม่ เริ่มมีความรู้สึกแปลกๆ ในยามที่มองเห็นชายหนุ่มคนที่ชื่นชอบ ยิ่งถ้าได้แตะเนื้อต้องตัวกันบ้างก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีไฟฟ้าแปล๊บเข้าไปช็อตที่ร่างกายเลยทีเดียว เริ่มรู้จักกับคำที่เรียกว่า…ความรัก ในความคิดของวัยรุ่นสาวๆ แล้วเธออยากได้ใครสักคนหนึ่งมาชื่นชมเธอ บอกรักเธอ ดูแลเอาใจใส่เธอ พูดภาษาดอกไม้กับเธอ เข้าใจเธอ และเมื่อเธอพบกับชายหนุ่มในฝันคนนั้นที่เฝ้าบอกรักเธอทุกวันจนเธอเข้าใจว่าเขาคงจะรักเธอจริงๆ แล้ว หลายต่อหลายคนก็พร้อมที่จะเป็นของเขาเมื่อบรรยากาศเป็นใจและเขาร้องขอว่า “ผมรักคุณ คืนนี้เราเป็นของกันและกันนะ”

ผู้หญิง 8 ใน 10 จึงเป็นของผู้ชายเพราะคำว่า ‘รัก’ นั่นเอง แต่จะเป็นรักที่มั่นคงถาวรหรือไม่ ใครจะรู้ แต่ในความเป็นจริงน้อยรายที่จะประสบความสำเร็จในการครองคู่ แต่ส่วนใหญ่มักจะลงท้ายด้วยการแยกจากกันไป…แบบทางใครทางมัน

เป็นช่วงน่าเห็นใจวัยรุ่นสาวๆ ที่ต้องเปลืองตัวและเสียใจเมื่อพลาดหวังกับความรักครั้งแรกเหลือเกิน คำถามจึงมีอยู่ว่าในเมื่อประวัติศาสตร์ทั้งหลายก็เป็นแบบนี้ ทำไมหนอก็ยังคงมีแมงเม่าหลงระเริงบินเข้ากองไฟอยู่เสมอ

จะไปโทษชายหนุ่มคนนั้นหรือ… ทำไมจะไปโทษเขาเล่าก็ในเมื่อเขาไม่ได้บังคับขืนใจให้เป็นของเขาสักหน่อย และที่เขาบอกว่ารักน่ะเขาก็รักจริง เมื่อเกิดความรักขึ้นเขาก็ย่อมอยากที่จะได้ครอบครองเธอทั้งกายและใจตามสัญชาติญาณพื้นฐานของความเป็นคน เขาผิดตรงไหน??

ก็เขารักนี่…และเขาก็บอกว่ารัก

เพียงแต่เขาอาจจะไม่ได้บอกว่าจะรักตลอดไป และจะใช้ชีวิตคู่กับเธออย่างแท้แน่นอน การศึกษาวิจัยยืนยันออกมาว่า ผู้ชายก่อนอายุ 25 ปีจะยังไม่ค่อยมีความคิดจะลงหลักปักฐานกับใครคนใดคนหนึ่งอย่างจริงแท้และแน่นอน

แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่รัก…ตอนนั้นเขาก็ยังรักอยู่แต่ตอนหลังไม่รู้!!

ผู้หญิงวัยรุ่นหลายต่อหลายคนยอมเป็นของหนุ่มคนรักเพราะกลัวเขาจะเลิกรักเธอ และมีความคิดผิดๆ ว่าถ้ายอมเป็นของเขาแล้วเขาน่าจะเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะรับผิดชอบชีวิตของเธอที่มอบให้เขาแล้วทั้งกายและใจ หรือเขาอาจจะติดอกติดใจกับบทรักที่มีต่อเธอจนถอนตัวไม่ขึ้นต้องอยู่กับเธอต่อไป

เป็นความคิดที่ผิดอย่างร้ายแรงที่สุดที่น้องๆ วัยรุ่นสาวๆ จะคิดแบบนั้น!!

ขอตอบแบบผู้ชายที่ผ่านโลกมาครึ่งศตวรรษเลยว่า ไม่มีทางเป็นไปได้

จริงอยู่ตอนนั้นเรารักกัน เราจึงเป็นของกันและกัน แน่นอนเป็นเสียงเรียกร้องของธรรมชาติ ไม่ใช่เรื่องผิดบาปอะไร

แต่เคยคิดไหมว่า ความรักเมื่อเกิดขึ้นได้ ก็ดับได้…ถ้าไม่ใช่รักแท้

รักแท้มีโอกาสเกิดจากรักแรกพบได้น้อยมาก เพราะรักแท้ต้องการเวลาในการพิสูจน์ รักแท้ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานๆ ไปก่อนที่จะแน่ใจว่าเป็นรักแท้

ขอให้หารักแท้ให้เจอก่อน…จึงค่อยเป็นของกันและกัน

จะได้ไม่ต้องร้องไห้คนเดียวในวันวาเลนไทน์!

เพศสัมพันธ์ก่อนสมรส…ทางออกที่ถูกปิด

“เป็นสาวก็เป็นได้ครั้งเดียวนะลูก อย่าปล่อยตัวปล่อยใจไปตามอารมณ์ เป็นของเขาแล้วโดนเขาทิ้งมาจะไปใส่ตะกร้าล้างน้ำได้ที่ไหน”

“รักผมก็ต้องเป็นของผม ถ้าไม่ยอมเป็นของผมก็แสดงว่าคุณไม่รักผม”

“เคยมีความสัมพันธ์กับแฟนเก่ามาก่อนค่ะ แล้วก็เลิกรากันไปเพราะท่าทางจะไปด้วยกันไม่ได้ ตอนนี้มามีแฟนใหม่ เขาขอให้เป็นของเขาแต่ก็กลัวว่าเขาจะทราบว่าเคยผ่านผู้ชายมาก่อน เขาจะพอรู้ไหมคะว่า หนูไม่บริสุทธิ์”

“อยากทราบจริงๆ เลยครับว่า ผู้ชายเราจะดูได้อย่างไรว่าแฟนเรา ไม่ใช่สาวบริสุทธิ์”

“หนูยังไม่เคยมีอะไรกับแฟนเลยนะคะ แค่กอดจูบกันภายนอกเท่านั้น การโดนผู้ชายจูบปากไปนี่จะถือว่าไม่บริสุทธิ์จะได้ไหมคะ”

เหล่านั้นคงจะเป็นคำพูด คำถาม ที่ผ่านหูผ่านตาของคุณๆ มาบ้างแล้วใช่ไหมครับ ทุกคำถามล้วนแล้วแต่ที่จะเกี่ยวข้องกับคำว่า บริสุทธิ์…ไม่บริสุทธิ์

แน่นอนมันเป็นผลพวงมาจาก…การมีเพศสัมพันธ์ก่อนสมรส ซึ่งผู้คนบางประเทศตะวันตกนิยมนักนิยมหนาว่า สามารถที่จะทำให้ชายหญิงสองคนสามารถไปได้ด้วยกันในทุกเรื่องราวจนสามารถลดอัตราการหย่าร้างลงได้ แต่เมื่อมีการศึกษาจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลออกมาเมื่อไม่กี่ปีนี้ว่า การมีเพศสัมพันธ์ก่อนสมรสไม่ได้ลดอัตราการหย่าร้างลงไปเลย… เหมือนที่เคยคิดและเคยหวังกันไว้

ปรากฏว่าสาวๆ บางประเทศตะวันตกติดเบรคดันหัวทิ่ม และหันหัวกลับมารักษาความเป็นสาวพรหมจารี หรือสาวบริสุทธิ์ทั้งกายและใจกันใหม่

ในขณะที่หนุ่มสาวไทยกลุ่มหนึ่งยังหลงระเริงตามก้น…พวกเขาไป ไม่ยอมกลับลำ

จะบอกให้สาวๆ ทั้งหลายฟังไว้ว่า การศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ที่เราเรียกกันว่า ‘ผู้ชาย’ นั้นมีข้อที่น่าสนใจว่า ในใจของพวกเขานั้นต้องการผู้หญิงอยู่ 3 คนในชีวิตนี้

คนแรก เพื่อที่จะเป็น มารดาของบุตรของเขา คนนี้ในใจของเขาก็คือจะต้องบริสุทธิ์และเป็นของเขาเป็นคนแรก เพื่อที่จะบอกให้สังคมรับรู้และยอมรับเธออย่างไม่มีคำครหานินทา

คนที่สอง เป็นผู้หญิงที่รักและเข้าใจเขา ปลอบอกปลอบใจเขายามที่ผิดหวัง ให้กำลังใจเขาในยามที่ทำอะไรผิดพลาดไป และชื่นชมเขาในยามที่เขาประสบความสำเร็จ

ผู้หญิงคนที่สามในชีวิตของเขา…มีไว้ให้เขาเริงรัก เขาคาดว่าเธอจะยอมเป็นของเขาในบทบาทท่วงท่าลีลาที่เขาประสงค์โดยไม่ขัดขืน และปรับเปลี่ยนไปตามสมควร

ถ้าจะเป็น ภรรยาผู้ให้กำเนิดบุตรให้เขาแล้ว ความบริสุทธิ์สำคัญมากเพราะต่อรองตกลงอะไรกันไม่ได้

แต่ถ้าจะแค่เป็นผู้หญิงคนที่สามของเขาแล้ว…ยังไงก็ได้!!

เคล็ดลับเลือกคู่…รจนายุคใหม่

ใครไม่รู้กล่าวไว้ว่าเกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก แต่เช่นกันเกิดเป็นผู้ชายนั้นเล่าก็แสนจะยาก เพราะทราบไหมครับว่าโดยสรีระและความแข็งแรงแล้ว ทารกที่เกิดรอดและปลอดภัยในขวบปีแรกของชีวิตนั้นส่วนใหญ่จะเป็น…ลูกสาว

เขาจึงมักจะมีคำพูดว่า ผู้หญิงนั้น แก่ง่ายและตายยาก ส่วนผู้ชายนั้นแก่ยากแต่ตายง่าย

แม้ว่าโอกาสที่จะเกิดมานั้นโอกาสจะเป็นลูกชาย : ลูกสาว ประมาณ 105:100 พูดง่ายๆ ก็คือโอกาสเป็นลูกชายมากกว่าลูกสาวเล็กน้อย แต่ดังกล่าวแล้วว่าลูกชายมีโอกาสเสียชีวิตได้ง่ายกว่า จึงมองเหมือนมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชายในขณะนี้ และเนื่องจากปัจจุบันนี้ผู้ชายหันไปรักผู้ชายด้วยกันเพิ่มขึ้น ทำให้เหลือผู้ชายที่ดีๆ และแท้ๆ ให้ผู้หญิงเลือกเป็นคู่ชีวิตน้อยลง จนเพื่อนผมคนหนึ่งต้องทำหน้าที่พ่อยุคใหม่สอนลูกสาวว่า “ลูกเอ๋ยถ้ามีโอกาสได้พบผู้ชายที่ดีๆ และแท้ๆ สักคนแล้วละก็อย่าปล่อยให้หลุดมือไปเชียวนะลูก เพราะอาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะมีคู่”

ผมเลยอยากจะบอกต่อว่า จริงนั้นก็จริงอยู่แต่ก็ต้องมีบทบัญญัติในการเลือกชายมาเป็นคู่ครองเช่นกัน จำไว้ว่า

- หาผู้ชายที่มีอารมณ์ขัน และหัวเราะในเรื่องราว และเวลาเดียวกัน เพราะเดี๋ยวนี้หาผู้ชายอารมณ์ขันได้ยาก และอารมณ์ขันเท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตคู่ยืนยาว

- ถ้าคิดจะเป็นแม่บ้านและเลี้ยงลูกอย่างเดียวแล้วละก็ พยายามหาผู้ชายที่มีความรู้ดี และเรียนวิชาที่จะทำงานประเภทรับเงินเดือนสูงๆ และมั่นคงเท่านั้น ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเขาตกงานแล้วจะไม่มีคนเลี้ยง

- อย่าเลือกผู้ชายประเภทลูกแหง่ ติดแม่อย่างเด็ดขาด และอย่าเลือกผู้ชายที่ขี้โมโหหรืออารมณ์ร้อน เพราะผู้ชายทั้งสองประเภทเป็นอันตรายต่อการใช้ชีวิตคู่

- อย่าแต่งงานเพราะกลัวอยู่คนเดียว เชื่อเถิดว่า แม้นแผ่นดินสิ้นชายที่พึงเชย อย่ามีคู่เสียเลยจะดีกว่า

- อย่าแต่งงานกับผู้ชายที่ขี้เหล้าและตบตีดุว่าคุณผู้หญิงอย่างเด็ดขาด เพราะเป็นสันดานดิบที่แก้ไม่หาย

ขอให้โชคดี…

มิตรภาพกับความรัก หรือ Friendship vs. Love

ว่ากันว่า…

* คนเรารู้สึกถึง ความเป็นมิตร ยามเดินอยู่กับใครสักคน ที่รู้ว่าไว้ใจเขาได้
แต่ถ้าเป็น ความรัก จะรู้สึกว่า คุณกำลังเดินอยู่บนโลก ที่มีเพียงแค่สองเราเท่านั้น

* มิตรภาพ บ่งบอกได้จากสายตาของใครสักคน ที่มองคุณด้วยความห่วงใย
ส่วน ความรัก ทำให้คุณรู้สึกได้ด้วยสายตา ที่ทำให้อบอุ่นไปถึงหัวใจ…

* มิตรภาพ ยังคงแน่นแฟ้นแม้อยู่ห่างกันไกล
แต่ ความรัก ทำให้รู้สึกถึงรสสัมผัสของ “ที่รัก” แม้ตัวไกลแต่ใจเรากลับแสนใกล้

* มิตรภาพ หวังว่า เราจะมีประสบการณ์ที่ดีร่วมกัน
แต่ ความรัก จะผลักดันให้ทั้งคู่ทำทุกอย่างเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

* มิตรภาพ อาจครอบครองใจของคุณ
แต่ ความรัก มีอิทธิพลทะลุไปถึงจิตและวิญญาณ

* มิตรภาพ รู้ว่า คุณพยายามไปอยู่เป็นเพื่อนกับใครสักคน… ในยามที่เขาต้องการ
แต่ความรัก ทำให้คุณสละทุกอย่างได้ เพียงขอให้ได้อยู่ใกล้

* มิตรภาพ คือรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นท่ามกลางความหนาวเหน็บ
แต่ ความรัก ทำให้ความหนาวเหน็บกลายเป็นความอบอุ่น
ทำให้ความแข็งกระด้างกลายเป็นความอ่อนโยน
ทำให้ความโดดเดี่ยว กลายเป็นกำลังใจ
ความรักมีแต่รอยยิ้ม และยากที่จะหาสิ่งใดมาทดแทน
เสียงหัวเราะของคนรัก ช่วยให้รู้ว่า คุณไม่ได้อ้างว้างสักหน่อย
รสสัมผัสของเขา ช่วยหลอมละลายความกลัว กลิ่นอายของความรัก
ทำให้เหมือนอยู่บนสรวงสวรรค์ เสียงเต้นของหัวใจทำให้รู้ว่า
รักนี้เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่แค่ละเมอเพ้อหา
แต่ความรักอยู่ไม่รอด หากทั้งคู่ขาดไมตรีจิต

เพราะรักเธอ

เด็กสาวได้ยินเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาก่อนจะหยุดลงข้างหลังเธอ แต่เป็นอีกฝั่งของรั้วบ้านเตี้ยๆ

เมย์เดย์

เสียงเรียกทุ่มต่ำนั้นไม่บ่งความรู้สึกใดๆ ไม่ได้รีบเร่ง ไม่ได้เอื่อยเฉื่อย กรองวิมานรู้สึกได้ถึงความหนักแน่นและให้ความรู้สึกบางอย่างที่ลอยมากระทบใจเบาๆ นุ่มนวลและแนบชิดนาน จนอยากให้เขาเรียกชื่อเธอบ่อยแสนบ่อย ตราบเท่าที่เธอต้องการ …ลูกทูตจะมีสำเนียงน่าฟังอย่างนี้ทุกคนไหมหนอ?…

อะไรเหรอ ฌอน? กรองวิมานทักก่อนจะหันกลับไปด้วยซ้ำ เรียกซะเต็มชื่อเชียว

เธอหมุนตัวเองทีเดียว ผมที่ปล่อยยาวเลยบ่าไปไม่ถึงคืบนั้นก็สะบัดเป็นวงเล็กๆไปด้านหลัง ฌอนคุมสติให้กลับมา อย่าปล่อยใจไปกับรอยยิ้มกระจ่างเหมือนเปิดโลกได้ทั้งใบนั้น อีกครั้งที่ถามตัวเองว่า …ผู้หญิงจากเมืองแห่งรอยยิ้มมีรอยยิ้มที่สะกดใจได้อย่างนี้ทุกคนหรือเปล่าหนอ?…

เมย์ ตกลงกลับไทยเดือนนี้เหรอ?

…วันนี้เสียงฌอนเข้มกว่าเดิมหรือเปล่านะ?…

อือ ตกข่าวนะ เขารู้กันทั่วเมืองแล้วมั้ง

ทำไมเร็วนัก

เธอไม่ได้บอกต่อว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วกว่าที่เขาคิดไว้ด้วยซ้ำ

ที่ไทยเริ่มเทอมใหม่มาพักนึงแล้วน่ะ

กรองวิมานตอบเรื่อยๆเหมือนไม่ทุกข์ร้อน ถือบัวรดน้ำเดินไปรดต้นลิลลี่สองกระถางที่มีดอกหนึ่งกำลังแย้มกลีบ ใกล้ๆแปลงดอกไม้ที่เธอรดอยู่เมื่อครู่ ฌอนมองตามร่างบางไปอย่างไม่คลาดซักอริยาบท

ต้องไปเตรียมตัวหลายอย่างด้วย ทั้งโรงเรียนของฉันแล้วก็งานของพ่อ

เห็นบอกว่าที่จะกลับเพราะอยากเรียนต่อที่ไทยด้วย?

ใช่ ฉันอยากเรียนเกี่ยวกับภาษาในมหาวิทยาลัยที่ไทย ถ้าที่นี่ฉันคงเรียนไม่รอด ภาษายาวีพูดไม่ได้ซักแอะเลย กรองวิมานทำปากประกอบ และเป็นการช่วยดึงมุมปากของเขาให้ยกขึ้นได้หน่อย เธอละฌอนไม่กลับสก็อตแลนด์เหรอ?

คราวนี้เด็กหนุ่มยิ้มได้กว้าง เขาถูกย้อนถาม… คงเป็นผลจากสายเลือดลูกหลานนักการทูตกระมังที่ทำให้เขาชอบสังเกตวิธีการพูดของคนอื่น กรองวิมานฉลาดที่จะพูด และจะไม่ยอมตกเป็นจำเลยฝ่ายเดียวเสมอ เธอจะไม่ถูกต้อน หรือถึงจะจนมุมเธอก็จะวิ่งลอดใต้แขนคนที่กันมุมไว้ออกมาจนได้

ไม่รู้สิ อาจจะกลับไปต่อยูที่อังกฤษ พ่อก็จวนครบเวลาเรียกกลับแล้วเหมือนกัน

…นั่นสินะ ถ้าเธอไม่กลับตอนนี้ เมื่อเขาและเธอจบไฮสคูล เขาก็ต้องกลับไปอยู่ดี ผลคือจากเหมือนกัน แม้เวลาจะต่างกัน แต่นั่นย่อมหมายถึงอนาคตที่ต่างกันไปด้วย

กรองวิมานวางบัวรดน้ำบนพื้นดิน นั่งย่อเข่าลง ยกนิ้วชี้ขึ้นลูบไล้กลีบดอกลิลลี่ที่แย้มนิดๆใกล้จะบานเต็มที่บนต้น

ดีนะ

อะไรดี? ลิลลี่หรือฉัน?

น้ำเสียงลองใจของเขา ทำให้เธอหัวเราะคิก เขาเริ่มกลับมาเป็นนายฌอนขี้เล่นคนเดิมแล้ว

ให้คิดเองดีไหม อาจจะถูกใจกว่าฟังคำตอบจริงๆ

ฉันยอมรับความจริงได้เสมอ

กรองวิมานชายตามองคนที่เดินผ่านรั้วเข้ามาย่อตัวลงนั่งข้างๆกันในสวนเล็กๆของบ้าน ยิ้มอย่างนั้น คนเห็นที่คุ้นเคยย่อมรู้ว่าเธอกำลังชอบใจอะไรบางอย่าง และเขารู้…

ดีเรื่องที่เธอจะได้ไปเรียนต่อที่อังกฤษไง แต่ดอกลิลลี่ก็ดีนะ ทำไมออกดอกได้ก็ไม่รู้ มาเลเซีย ประเทศเขตร้อนแท้ๆ

ชอบลิลลี่จังเลยนะ รู้หรือเปล่าว่าเขาเอาไว้เคารพคนตาย

เด็กสาวหัวเราะเบาๆกับการแกล้งทำน้ำเสียงอวดรู้ของฌอน

คนไทยเขาไม่รู้กันหรอก กรองวิมานลูบลิลลี่อีกต้นที่ยังไม่ออกดอกอย่างถนอม ฉันชินกับมัน แม่ฉันชอบลิลลี่ขาว บอกว่ามันเรียบร้อย น่ารักดี

กลับไปคราวนี้จะได้เอาไปไหว้แม่ด้วยไง?

คนไทยเราไม่นิยมฝังคนตายในหลุมหรอก ศาสนาพุทธเราเผากันเลย เธอยังดีนะ ยังมีแม่ให้ไปหา แต่ฉันต้องนึกเอา

ฌอนเปลี่ยนอริยาบทโดยการนั่งไปบนพื้น เอามือสองข้างเท้าไปด้านหลัง รับน้ำหนักตัวส่วนหนึ่ง

ก็ดีนี่ เธอน่ะมีแม่อยู่ในใจเมื่อไรเมื่อนั้นก็ยังอยู่กับเธอ ฉันสิแม่ไม่ได้อยู่ในใจที่เดียว ยังมีร่างแม่อยู่ที่โน่นด้วย มันก็เลยเหมือนมีพันธะยังพะวงอยู่นั่นแหละ

เขากับเธอเหมือนกัน ไม่ได้อยู่กับแม่เหมือนกัน ถึงแม่เขาจะนอนอยู่ใต้พิภพ แม่เธอจะลอยละล่องอยู่ในทะเล แต่ความผูกพันกับแม่มีเหมือนกัน ก่อเกิดความเข้าใจอย่างคนหัวอกเดียวกันเสมอ

ฉันชอบคุยกับเธอนะฌอน เธอชอบพลิกอีกด้านหนึ่งมาคว่ำหน้าฉันเสมอ ทำให้ฉันต้องล้างหน้าบ่อยๆ

ฌอนหัวเราะกับคำเปรียบเปรยของเพื่อนสาวก่อนจะกล่าวตอบอย่างที่หมายความอย่างนั้นจริงๆ

เช่นกัน

ลมที่โชยมาพัดให้ต้นไม้ ดอกไม้ปลิวไสวมีชีวิตชีวา

ถ้าไม่มีเธอ ฉันก็คงต้องล้างหน้าเอง

ลมโชยหยุดลงเหมือนความร่าเริงหยุดลงแค่นั้นด้วย แต่เสียงหัวเราะใสๆก็เรียกความเบิกบานกลับมาได้ทั้งหมด

ระหว่างที่ฉันยังอยู่ก็หัดล้างหน้าเองไว้ก่อนละกัน กรองวิมานแนะแล้วลุกขึ้นยืน ไปเดินเล่นกันไหม?

เธอชวน เขาเพียงแต่พยักหน้ารับแล้วลุกขึ้น

พ่อไม่อยู่เหรอ?

อือ ไปรับตั๋วเครื่องบินที่จองไว้น่ะ

เมื่อกรองวิมานเปิดประตูรั้วแล้วปิดลงใส่กลอนเสร็จ ทั้งสองก็ออกเดินไปด้วยกัน

เส้นทางยาวไกลแต่ทั้งสองก็เดินไปเรื่อยๆ เขารู้เธอจะไปที่ไหน และเมื่อเธอชำเลืองตาขึ้นมองเขายิ้มๆเห็นสายตาคนที่ถูกลอบมองตวัดมาสบอย่างมีนัยก็รู้ว่าเขารับคำท้าที่จะเดินฝ่าเปลวแดดไปให้ถึง……

เหมือนว่าไม่นานมานี้เองที่มีเด็กชายเด็กหญิงแรกรุ่นออกมาเจอกันในระแวกบ้าน เด็กชายผมสีอ่อนพูดภาษาอังกฤษสำเนียงขึ้นจมูก ยากนักสำหรับเด็กหญิงเอเชียตัวเล็กที่ยังไม่แข็งอังกฤษจะเข้าใจ เธอแอบเบ๊ะปาก ยอมเสียมารยาทที่จะเดินหนี แต่ขาก้าวสั้นๆถึงแม้จะเคลื่อนให้เร็วเท่าไหร่ก็หนีไม่พ้นเด็กชายตัวโย่งที่แค่เดินสบายๆก็ตามเธอทันแล้ว เด็กหญิงกรองวิมานออกวิ่ง ทีนี้เพื่อต้องการจะหนีไปให้พ้นอย่างแท้จริง เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดถ้าต้องการจะให้เขาหยุดตาม เพราะกลายเป็นว่าเด็กชายตัวสูงนั้นเข้าใจว่าเธอต้องการจะเล่นด้วย ยิ่งวิ่งยิ่งตาม สร้างความทรมานให้กับเหยื่อที่รู้ว่าผู้ล่านั้นต้องตามมาทันอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าเขาจะตะครุบเธอเมื่อไหร่เท่านั้น ในที่สุดเมื่ออ่อนแรง เด็กหญิงต้องจำใจหยุด หอบและแสบคอ เมื่อมองไปรอบๆกลับไม่คุ้นเคย ผู้คนแปลกหน้า ผิวคล้ำ หน้าเข้ม ตาคม เดินผ่านไปมามากมาย ล้วนสูงค้ำร่างกายเล็กๆทั้งสิ้น พอหันกลับไปก็เจอคนที่ตามมา กลัว…น้ำตาจึงหยด ร้องไห้แต่เพียงกระซิกเบาๆ พยายามจะกลั้น แต่เมื่อเด็กชายใกล้เข้ามาจับต้นแขนก็กลับปล่อยโฮ เขาชะงักมือกลับทำอะไรไม่ถูก ก่อนพยายามถูลากถูกังคนที่ฝืนไม่ยอมเดินตามไปด้วยดีๆให้ขยับตัว แล้วในที่สุดก็ต้องหิ้วปีกยกตัวไป

ตอนนั้นฌอนจับกรองวิมานไปนั่งตรงขอบน้ำพุบ่อกลาง หลบให้พ้นผู้คนที่จะเหยียบเด็กหญิงตัวเล็กๆ แล้วเริ่มหยอกล้ออย่างจะให้หยุดร้องไห้ แต่กลับทำให้เธอร้องมากยิ่งขึ้นด้วยความตกใจ

อย่าตามมาได้ไหม?

คำพูดนั้น ไม่มีใครเข้าใจ เด็กชายเกาหัวอย่างไม่รู้จะทำไง เสียงสะอื้นที่ดังเบาๆอยู่นั้นงึมงัมไปกับภาษาไทย

ฌอนก้มตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาของร่างเล็ก จ้องสบเข้าไปในนัยน์ตาของเด็กหญิง ยกมือขึ้นลูบหัวเธอที่ตัวเล็กกว่ามากอย่างปลอบโยน

Dont cry…

แล้วเปลี่ยนไปนั่งลงข้างๆ ไม่ห่างกันอย่างให้รู้ว่ามีเขาเป็นเพื่อนโดยไม่ทำอันตรายใดๆ

เสียงกระซิกเริ่มอ่อนลง คนร้องเริ่มเมื่อยที่จะร้องไห้ต่อและเริ่มรู้สึกคุ้นเคย คนผ่านไปผ่านมาที่คอยๆชำเลืองๆมาดูเด็กร้องไห้ บัดนี้อาจแปลกใจ ที่เด็กชาวยุโรปกับเด็กชาวเอเชียมานั่งอยู่ด้วยกันมากกว่า ดูคล้ายพี่น้องต่างเชื้อชาติ

ฌอนเริ่มชี้ไม้ชี้มือไปบริเวณรอบๆหันเหความสนใจของกรองวิมาน ภาษาอังกฤษที่เธอไม่เข้าใจและโดยที่เขาก็รู้ว่าเธอไม่เข้าใจแต่ก็ยังพูดนั้น ไม่ได้เป็นอุปสรรคมากนักเมื่อมีภาษาท่าทางประกอบ กรองวิมานเพิ่งได้สังเกตว่าน้ำพุในบ่อที่เธอนั่งบนขอบนั้นขึ้นลงตามจังหวะดังสายน้ำกำลังเต้นระบำอย่างสนุกสนานโดยไม่มีวันอ่อนแรง น้ำพุที่พุ่งขึ้นแล้วร่วงลงกระแทกพื้นน้ำกระเซ็นมาเปียกหลังเป็นระยะ รอบๆบ่อน้ำพุวงกลมบ่อนี้ยังมีน้ำพุในบ่อสีเหลี่ยมพื้นผ้าแคบๆ ที่มีเสาซึ่งเชื่อมส่วนบนสุดถึงกันตั้งอยู่เป็นระยะๆกั้นเป็นอาณาเขต สายน้ำดิ่งจากแท่นที่เชื่อมถึงกันนั้นลงสู่น้ำในบ่อ ดูเป็นม่านน้ำที่แปลกตาและสวยงาม นอกจากบ่อน้ำพุ ยังมีไม้พุ่มรวมทั้งดอกไม้ที่ปลูกไว้เป็นชุดๆในแปลงใหญ่หลายๆแปลง เพิ่มความน่าดูได้อย่างกลมกลืน ทางด้านซ้ายของเธอ มีสนามหญ้าขนาดใหญ่ มีเด็กๆชาวมาเลย์วิ่งเล่นกันอยู่ มีเสาธงชาติมาเลเซียสูงใหญ่ที่เธอได้มารู้ในภายหลังว่าสูงถึง 100 เมตร เป็นเสาธงที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลกทีเดียว ส่วนทางด้านขวาไกลสุดนู่น เลยส่วนน้ำพุและสวนต้นไม้แปลงไป เป็นถนนวงเวียนที่มองเห็นไม่ชัดนักเพราะระยะทางยาวไกล

เมอร์เดกะ

ฌอนพูดขึ้นซ้ำหลายครั้ง ทำมือประกอบชี้นิ้วลงพื้นและเปลี่ยนมาแบมือคว่ำลงหมุนเป็นวงไปทั่วๆอย่างจะให้คนรับฟังรับรู้ว่าเขาหมายถึงสถานที่แห่งนี้

เมอร์เดกะ

เด็กหญิงพยักหน้ายิ้มรับทั้งที่ยังมีคราบน้ำตา … ครั้งแรกกระมังที่ทำให้ฌอนรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นช่างมีเสน่ห์ชวนมองจนยากจะถอนสายตาเสียเหลือเกิน

ฌอนชี้นิ้วนำไปทางด้านหลัง และเมื่อกรองวิมานหันตามไปก็พบแนวอาคารยาวจากฝั่งขวาไกลจนถึงฝั่งซ้ายไกลแทบสุดสายตา อาคารสองชั้นรูปทรงยุโรปผสมศิลปะมาเลย์นั้นยาวไกลและดูแปลกตา เมื่อรวมบริเวณทั้งส่วนสนามและน้ำพุซึ่งมีแปลงต้นไม้ด้วยแล้ว ทั้งกว้างใหญ่ไพศาล ทั้งงดงามลงตัว

ฌอนชี้นิ้วไปยังแนวอาคารอีกครั้ง ทำหน้าขอความเห็นว่าต้องการไปตรงนั้นไหม กรองวิมานพยักหน้าตอบรับทันที ก่อนยื่นมือไปจับมือคนตัวสูงที่ยื่นมาให้ แล้วยอมให้เขาจูงนำไป

อาคารหลังดังกล่าว ตรงกลางเป็นส่วนของหอนาฬิกาสูงกว่าตัวอาคารทั้งสองด้าน ทั้งอาคารทาสีขาว มีหลังคาทาสีส้ม และโดมของตัวหอนาฬิกาเป็นสีทองแก่ รูปทรงวิจิตร การสลักลายแปลกตาไปจากของท้องถิ่นธรรมดา บวกกับพื้นที่กว้างยาวอย่างแทบจะเรียกได้ว่าสุดลูกหูลูกตา อีกทั้งบริเวณสนามหญ้า น้ำพุ แปลงสวน ประกอบเข้ากันให้เห็นอำนาจของมิติ กว้าง…ยาว… อาคารตระหง่านเป็นสง่ามีเสน่ห์แปลก รวมกับส่วนน้ำพุ สวนไม้ด้านหน้า เพิ่มความนุ่มนวล เป็นเสน่ห์ที่ลงตัวใต้แสงอาทิตย์ของดินแดนเขตร้อน สำหรับผู้เห็นเป็นครั้งแรก ไม่ว่าใครคงหลงใหลตื่นตะลึง เหมือนเธอในตอนนั้นแน่นอน

ในที่สุดก็กลับมาที่นี่อีกจนได้ ถ้าหาเธอไม่เจอละก็ต้องเป็นมาที่นี่แหละ ตรงน้ำพุกลมบ่อกลางนี้

ฌอนมองมาทางกรองวิมานอย่างแฝงทั้งความหมายและความรู้เท่าทัน

ก็ดีไม่ใช่เหรอ? เวลาจะหาก็ไม่ต้องเหนื่อยมาก

กรองวิมานหัวเราะกลั้วไปกับคำตอบ

ทั้งสองหาพื้นที่นั่งแถวริมขอบอ่างน้ำพุอ่างหนึ่ง

เหนื่อยสิ เดินไกลออกอย่างนี้ ว่าไปนึกถึงเมื่อตอนนั้นวิ่งกันมาได้ยังไงก็ไม่รู้

เสียงหัวเราะใสๆนำมาก่อน

ตอนนั้นมาถึงได้เพราะความกลัวน่ะสิ ฉันกลัวเธอเลยวิ่งหนีมา

ใช่… เหมือนกวางวิ่งหนีสิงโตชะมัดเลย

มีสิงโตอย่างเธอหยอกให้กวางวิ่งจนหมดแรงไงล่ะ

อ้าว…ก็นึกว่าเธออยากเล่นไล่จับกัน ก็เลยตาม แต่ถ้าจับได้เร็วไปหน่อยก็ไม่สนุกสิ

ไม่สนุกแถมเหนื่อยอีกต่างหาก

ว่าไปตอนนั้นฉันยังไม่ทันเหนื่อยเลย

ฌอนพูดหน้าตาย ทำให้กรองวิมานหมั่นไส้อดแกล้งผลักจะให้ตกน้ำไปไม่ได้

เฮ้ย!

เขาร้องเสียงหลง ขณะที่กว่าเด็กสาวจะรู้ว่า คนที่ถูกรังแกกำลังจะตกลงไปจริงๆโดยไม่ได้เสแสร้งนั้นเขาก็แทบจะลงไปแช่อยู่ในน้ำแล้ว แต่มือหนึ่งที่ยื่นเข้ามารั้งแขนของเขาช่วยไว้ทัน

ทั้งสองหันไปทางคนมาใหม่ เพิ่งสังเกตเห็นอีกคนที่เดินเข้ามาจนอยู่ใกล้ขนาดนี้

ติ๋มเมอย?

หวัดดี ติ๋มเมอยยิ้มให้ มาทำอะไรกันน่ะ?

เจอกันแล้วเดินมาเรื่อยๆน่ะ กรองวิมานไม่ได้ขยายความ ปล่อยให้ความหมายกำกวมระหว่างความบังเอิญที่เจอกันกับความจริงที่ไม่ได้ขัดแย้ง ติ๋มเมอยละ?

เดินเรื่อยๆเหมือนกันมั้ง

เธอตอบอย่างไม่จริงจัง

ดีเลย งั้นไปด้วยกันไหม?

กรองวิมานเอ่ยชวน

เอาสิ ดีเหมือนกัน มีเพื่อนเดินด้วย

ติ๋มเมอยยิ้มกว้าง กรองวิมานมองอย่างรู้ใจ ติ๋มเมอยสาวน้อยเวียดนามห้องข้างเธอที่โรงเรียน แอบมองคนตัวสูงข้างๆอยู่นานแล้ว มีหรือจะปฏิเสธลงเมื่อโอกาสมาถึงอย่างนี้ เธอแอบมองเลยไปด้านหลังเด็กสาวที่เพิ่งพบ นาฬิกาบอกเวลาใกล้ครบชั่วโมงในอีกไม่กี่นาที เธอลุกขึ้นยืน ฉุดมือคนที่นั่งใบ้มาตลอดตั้งแต่จวนจะตกน้ำให้ลุกขึ้นมาด้วย เขาเพียงแต่จับมือเธอ ยังไม่ทันที่กรองวิมานจะออกแรงฉุดมากมายเขาก็ลุกขึ้นมาเอง แถมยังไม่ยอมปล่อยมือเธอนั้นให้เป็นอิสระ เธอชำเลืองมองเขานิดหนึ่งที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ กำลังจะเอ่ยคำพูด แต่มีอีกเสียงขัดจังหวะซะก่อน

สนิทกันจังเลยนะ เป็นแฟนกันหรือเปล่าเนี่ย?

กรองวิมานรู้ว่าคนถามคงตั้งใจรอฟังคำตอบอยู่ แม้ท่าทางเฉยๆและดูไม่ใส่ใจ แต่เธอก็รู้ว่าภายใต้ท่าทีอย่างนี้ ติ๋มเมอยสังเกตทุกอย่างเกี่ยวกับคนที่ตัวเองชอบ กรองวิมานอดไม่ได้ที่จะหัวเราะตอบ

ไม่ใช่นะ แค่สนิทกันเฉยๆ

กรองวิมานยิ้มกว้างอย่างให้ทั้งความมั่นใจและกำลังใจ มือที่กุมมือเธออยู่ค่อยๆปล่อยออก ค่อยๆเลื่อนจากมือเธอที่ละนิด ในที่สุดทีละนิ้ว คล้ายๆจะเสียดายสิ่งที่อยู่ในมือเมื่อครู่ ลมเย็นพัดวูบผ่านมาพร้อมๆกับความอบอุ่นจากคนตัวสูงกว่าที่ส่งผ่านมือนั้นหายไป และขณะเดียวกันเธอก็ทำเป็นว่าหันไปทางหอนาฬิกาทรงยุโรปเข้าพอดี

อุ้ย! จะบ่ายสามโมงแล้วเหรอ? เสียงนั้นเรียกให้สายตาอีกสองคู่หันไปทิศทางเดียวกับเธอ ฉันต้องไปแล้วละ พ่อไปทำธุระน่ะ แต่กุญแจบ้านอยู่ที่นี่ กรองวิมานอธิบายความมากขึ้นให้ติ๋มเมอยเข้าใจด้วย ยังไงฉันไปก่อนนะ บายจ๊ะติ๋มเมอย บ๊ายบายเธอด้วยฌอน

กรองวิมานพูดสำทับตอนท้ายกึ่งๆแนะให้ฌอนอยู่ต่อ เขาแอบยิ้มอีกครั้ง รู้ว่าเธอเล่นจิตวิทยากับเขาทางคำพูด ยังสงสัยอยู่ในใจว่าเวลาที่อยู่ด้วยกันมานานทำให้เธอไม่รู้ว่าเขาดูเธอทะลุแทบปรุโปร่งเลยเชียวหรือ

เดี๋ยว เธอจะกลับประเทศไทยแล้วใช่ไหม?

ติ๋มเหมอยรีบเรียกรั้งไว้ก่อนที่กรองวิมานจะหายไปในฝูงชน

อือ…

กรองวิมานยิ้มให้พร้อมพยักหน้า

เดินทางสวัสดิภาพนะ หวังว่าซักวันจะพบกัน

จ๊ะ ขอบใจนะ วันหนึ่งอาจจะได้พบกันอีก

กรองวิมานยิ้มกว้างขึ้นอีกนิดอดไม่ได้ที่จะชำเลืองไปทางผู้ชายคนเดียวที่เธอรู้จักตรงนั้น แอบเห็นติ๋มเมอยยิ้มเขินๆจากปลายตา แต่แววตาที่สบเธออยู่ดูวับแวมคล้ายกำลังยิ้มอยู่ด้านในลึกๆ ใจเธอกระตุกไปนิดอย่างไม่มีเหตุผล

ไปละ บายนะ

กรองวิมานรีบผละจากไป ไม่แน่ใจว่าฌอนจะตามเธอกลับมาหรือเปล่า จนเว้นระยะไปช่วงหนึ่ง หันกลับไปมองอีกครั้งไม่เห็นเขา ใจเธอกลับรู้สึกโหว่งๆเหงาๆทั้งที่เป็นคนอยากออกมาจากตรงนั้นเอง

เส้นทางเดิมกับขามา สำหรับเธอมันกลับแตกต่างออกไป… เช่นเดียวกับเมื่อครั้งเพิ่งมาถึงมาเลเซีย ตอนนี้…ทางเดิมที่กำลังจะกลับไป…ต่างจากเดิม…

กรองวิมานเดินไปช้าๆ ปล่อยลมให้เล่นกับผมโดยไม่สนว่าเมื่อถึงบ้านผมจะยุ่งพัน บรรยากาศรอบๆที่เห็นเป็นประจำ วันนี้เธอบรรจงจดจำเก็บรายละเอียดเอาไว้เพราะจะไม่ได้เห็นมันอย่างเคยอีก วันข้างหน้าเมื่อคิดถึง สิ่งเหล่านี้ก็จะถูกดึงขึ้นมา เป็นหนึ่งความทรงจำที่แสนดี

————————————————-

Continue reading