ผู้หญิงควรรู้

!ผู้หญิงควรรู้ไว้นะ!

สวัสดีทุกคน
คือมีเรื่องอยากจะเล่าให้ฟังเป็นเรื่องที่เมื่อวานไปหาหมอมา
อาการที่เป็นคือรู้สึกว่าปวดท้อง ฉี่ไม่ค่อยออกและคันตรง(นั้น)
เบื้องต้นสันนิฐานเอาเองว่าเราน่าจะเป็นกระเพาะปัสสวะอักเสบ
เราก็เลยไปหาหมอ ….
พอไปถึงหมอก็ถามถึงอาการต่างๆที่เราเป็นและเริ่มสรุปให้ฟัง
คือเราเป็นเชื้อรา…………… ฟังแล้วรู้สึกว่ามันรุนแรงมาก
นึกในใจขึ้นมาทันที…..(พระเจ้าชั้นสะอาดจะตาย)
ชั้นใส่แคร์ฟรีทุกวัน
ชั้นใช้กระดาษทำความสะอาดที่พึ่งออกมารุ่นใหม่ทุกครั้งที่ชั้นเข้าห้องน้ำ
เลยบอกหมอไปอย่างที่เราคิด….หมอเล่าให้ฟังเป็นฉากๆดังนี้
รา ….เกิดขึ้นเพราะอับชื้น
บ้านเราเป็นเมืองร้อนชื้นเชื้อรามีอยู่ทั่วไปในอากาศ
มันอยู่ตามผิวหนังอยู่แล้ว มันจะมาก็ต่อเมื่อมีพาหะ คือ ความชื้น
เวลาที่เราใส่แคร์ฟรี..ผิวหนังตรงที่เราใส่จะชื้น
เราคิดว่ามันแห้งเพราะเราเข้าห้องน้ำ
เช็ดด้วยทิชชูสะอาดสุด แต่อย่าลืมว่าพอเราใส่แคร์ฟรี
มันจะอบทำให้ผิวเราชุ่มอยู่อย่างนั้น
จนกว่าคุณจะเข้าห้องน้ำครั้งต่อไป

ปกติคนเราจะมีตกขาวเป็นเรื่องปกติ
เพราะวัยที่เริ่มมีประจำเดือนจะมีตกขาว
พูดง่ายๆตกขาวคือน้ำหล่อเลี้ยงให้ผิวภายในเราชุ่มชื่น
เราไม่สามารถเอามันออกไปจากร่างกายเราได้
เวลามันออกมาอยู่ที่กางเกงในของเรา
มันจะโดนอากาศ และระเหยแห้งไปเอง พอแห้งไปเชื้อราก็ไม่มา
แต่ถ้าเราใส่แคร์ฟรี
ตกขาวก็จะอยู่ในแคร์ฟรี มันก็ชุ่มชื้น ราก็มา
อาการคัน..เกิดจากเชื้อราที่มากับอากาศเจอความชุ่มชื้น
มันอยู่ตรง…นั้นของเราเพราะมันชุ่มชื้น
ที่เราคันเพราะราโดนผิวหนังของเราผิวหนังของเราตรงนั้นมีเส้นประสาทอยู่มากมาย

ถามว่า………รามันอยู่ในช่องคลอดของเราในมดลูกทำไมเราไม่คัน
ก็เพราะมดลูกของเราด้านในไม่มี
เส้นประสาท เมื่อรามันออกมาเจออากาศ
ด้านนอกและเกาะอยู่ที่ผิวหนัง
มันก็เลยคัน

ใช้แผ่นเช็ดทำความสะอาดหลังเข้าห้องน้ำดีไหม….คำตอบคือไม่ดี
เพราะร่างกายคนเรามีแบคทีเรียอยู่
แบคทีเรียมันไม่ถูกกับเชื้อรา มีแบคทีเรีย ไม่มีเชื้อรา
เราเช็ดทำความสะอาดด้วยแผ่นทำความสะอาด(ที่ไม่ใช่ทิชชู่)
มันจะฆ่าแบคทีเรีย …เหลือไว้แต่เชื้อรา…..ทีนี้
ราก็บอกว่าสบายเรา
แบคทีเรียไม่อยู่ เชื้อราก็งอกเงย
ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่คุณจะมีรอยเปื้อนที่กางเกงชั้นใน
หากคุณไม่ใส่แคร์ฟรี
เพราะมันเป็นผลดีกับคุณมาก
มันทำให้ตรงนั้น โปร่ง แห้ง ไม่เป็นพาหะของเชื้อรา
ขยันซักชุดชั้นใน ดีกว่าต้องมาหาหมอบ่อยๆ
เพราะเป็นเชื้อรานะ

เราชอบคิดว่าเราแพ้ผ้าอนามัย
…จริงๆแล้วไม่ใช่คุณเป็นเชื้อราแต่คุณไม่รู้ตัว
… หมอบอกว่าถ้าคุณแพ้ผ้าอนามัย
คุณต้องแพ้ตั้งแต่ครั้งแรกที่คุณเป็นประจำเดือนแล้วใส่
แต่คุณใส่มาเป็น 10 ปีแล้วคุณพึ่งบอกว่าคุณแพ้ ….เป็นไปไม่ได้เพราะเวลาที่เราเป็นเมนส์
อย่างที่รู้เลือดก็คือ น้ำ
มันจะจุก อับตรงนั้นของคุณทั้งวัน …ทีนี้ก็สบาย..รา…งอกเงย

ทางแก้
เปลื่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆเท่าที่ทำใด้ให้รู้สึกแห้งสบายทั้งวัน
รับรองไม่มีราแน่นอน …..
หมอบอกให้ทำตัวสกปรกซะบ้างอย่าสะอาดเกินไป
ดูอย่างคนบ้านนอกใส่ผ้าถุง
ไม่ใส่กางเกงใน ทำนา ไม่เป็นอะไร เพราะมันโปร่งสบาย
เหมือนตอนเราเด็ก
เข้าห้องน้ำโรงเรียน ราดน้ำเสร็จ ใส่กางเกงในเลย
มันจะเปียกซักพัก แล้วมันก็แห้ง
เพราะเราไม่ได้ใส่แผ่นอนามัยไว
และกางเกงในตอนเด็กๆมันก็บาง มันทำให้เราแห้ง…..เห็นไหม
เมื่อก่อนเราก็ไม่เคยคัน
ยิ่งเราโตขึ้นเราก็หาอะไรที่เราคิดว่าทำให้เราสะอาดขึ้น
คิดว่าเราสะอาดสุด
แต่ ..นั่นคือเราคิดไปเอง

ป.ล.

แอน มิได้มีเจตนาอย่างอื่นเลย เพราะหมอเขาบอกมาอย่างนี้
แอนเลยเอามาเล่าให้เพื่อน ๆ ชาว Mthai ฟังก็เท่านั้นค่ะ ถ้าเพื่อน คนไหนมีความคิด เห็น ต่างจากนี้ก็แสดงความคิดเห็นเข้ามาได้นะค๊ะ จะได้มีความรู้กันมากขึ้น แต่อย่าเข่าด่าเลยนะค๊ะ
เป็นห่วงทุกคนนะ ……….หันมาดูแลตัวเอง อย่างถูกวิธีกันเถอะ

ใจเอย…

ห่างหายจากการเขียนไดอารี่มานานพอสมควร จริงๆ แล้วมีเรื่องเยอะแยะมากมายที่อยากจะเขียน ณ ช่วงที่ไม่ได้เขียน เพราะยุ่งๆ กับงาน และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ก็ไม่รู้จะเขียนที่ไหน ประจวบเหมาะกับที่นี่ได้มีไดอารี่ออนไลน์ซะที ดีใจจัง….

วันที่ผ่านมา เหมือนเป็นความทรงจำที่แสนเจ็บปวด ในเรื่องบางเรื่องที่ยากจะลืม ใจหนอใจ ทำไมต้องจดจำในสิ่งที่ไม่ดี ลืม ๆ ไปซะบ้าง ทำใจซะบ้าง บางอย่างมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดเสมอไปหรอก

เหมือนอ่อนแอทั้งกายและใจ เหนื่อยจากงานเล็กน้อย การที่ได้เจอคนที่ถูกใจสักคน มันมีความหมายมากๆ เมื่อก่อนเคยคิดนะว่า มันไม่จำเป็นหรอกนะ ที่จะต้องมีใครให้หายเหงาใจ แต่เดี๋ยวนี้ ฉันมีเธอ และเธอผู้แสนดีสำหรับฉันเสมอมา เธอผู้รักฉัน และฉันที่รักเธอมากมาย อยากให้เธอรู้ว่า ใจน้อย ๆ ดวงนี้ มอบให้เธอนับตั้งแต่วันแรกที่รู้จัก ฉันต้องเสียใจและอ้างว้างอย่างมากถ้าโลกนี้ไม่มีเธอ เธอผู้แสนดีของฉัน…

ณ เวลานี้ มีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ดีเลิศเลอ แต่เพราะสิ่งแวดล้อมที่ดี ๆ ที่ทำให้ฉันมีความสุขเสมอ ทั้งเพื่อนฝูง คนรัก และครอบครัว ฉันพอใจที่จะเป็นแบบนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่า จะอยู่กับที่อย่างนี้ต่อไป เราจะก้าวไปพร้อมๆกันใช่ไหมคนดี ต้องขอโทษที่หลายครั้งหลายคราทำเธอเสียใจ บางคำพูดของฉันออกมาโดยไม่ผ่านสมอง แต่อยากให้รู้ว่า เธอเป็นแรงกระตุ้นให้ฉันมีชีวิตอยู่ รอดูวันที่งดงามของกันและกัน เราจะก้าวไปด้วยกัน รักเธอที่สุด…..

ด้ายแดง

จาก FW mail คะ เห็นว่าน่ารักดีเลยอยากให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน

ในหลายๆ ความเชื่อเกี่ยวกับความรัก และคู่ชีวิต ความเชื่ออันนึงที่เชื่อว่า.. คู่ชีวิตที่แท้จริง
จะมีด้ายสีแดงผูกที่นิ้วก้อยข้างซ้าย เชื่อมกันไว้ รอจนวันนึง..ด้ายสีแดงนี้จะนำให้เขาทั้งสองมาพบกัน และรักกันในที่สุด..

หลายๆ คนอาจจะเชื่อ แต่คงไม่เชื่อมากเท่าผมแน่ๆ..
เพราะผมเห็น เห็นด้ายสีแดงที่นิ้วก้อยข้างซ้ายของผม..
ด้ายที่ผูกติดตัวมาตั้งแต่จำความได้..
ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าปลายอีกข้างนึงของมัน จะผูกติดกับใคร

นั่นแหละคือสาเหตุที่ผมเดินทางหาปลายอีกด้านนึงของมัน..

เด็กหนุ่มคนนึงที่ต้องการตามหาสิ่งที่ท้าทายที่สุดในชีวิตของเขา..
ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่เค้าตามหาจะอยู่ไกลขนาดไหน..
และไม่รู้ว่าจะมีหรือไม่.. แต่เค้าก็เริ่มเดินทาง..

การเดินทางไปตามด้ายสีแดงตรงปลายนิ้วก้อย..การเดินทางที่รู้ทางเดิน..
แต่ไม่รู้จุดหมาย..

ผมเดินทางไปตามเมืองต่างๆ ที่ด้ายสีแดงของผมพาดผ่าน.
ได้พบ ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่มีทางจะได้เจอในเมืองของผม ใจนึงก็คิดว่าเป็นการเรียนรู้ที่ดี แต่มันก็ไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง
เป้าหมายของผมคือ.. ปลายด้ายสีแดง…
และแล้วผมก็ได้เพื่อนร่วมเดินทาง..

Continue reading

คนที่มีความสุข … คือ ?

จาก Fww mail ค่ะ
คนที่มีความสุข 1 วินาที คือคนที่คิดถึงหน้าคนรัก
คนที่มีความสุข 1 นาที คือคนที่เดินไปเข้าห้องน้ำหรือดื่มกาแฟ
คนที่มีความสุข 1 ชั่วโมง คือคนที่เลิกงานแล้วรีบกลับบ้าน
ึคนที่มีวามสุข 1 วัน คือคนวันนี้ไม่มาทำงาน
คนที่มีความสุข 1 สัปดาห์ คือคนที่ลาพักร้อน
คนที่มีความสุข 1 เดือน คือคนเพิ่งแต่งงาน(เพราะได้ไปฮันนี่มูน)
คนที่มีความสุขตลอดชีวิต คือคนที่ได้ทำงานที่ตัวเองรัก

ลองคิดดูว่าคุณอยากเป็นคนที่มีความสุขนานแค่ไหน?
ถ้าอยากมีความสุขตลอดชีวิต ก็ให้ทำงานที่ตัวเองรัก

ด้ายแดง

จาก FW mail คะ เห็นว่าน่ารักดีเลยอยากให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน

ในหลายๆ ความเชื่อเกี่ยวกับความรัก และคู่ชีวิต ความเชื่ออันนึงที่เชื่อว่า.. คู่ชีวิตที่แท้จริง
จะมีด้ายสีแดงผูกที่นิ้วก้อยข้างซ้าย เชื่อมกันไว้ รอจนวันนึง..ด้ายสีแดงนี้จะนำให้เขาทั้งสองมาพบกัน และรักกันในที่สุด..

หลายๆ คนอาจจะเชื่อ แต่คงไม่เชื่อมากเท่าผมแน่ๆ..
เพราะผมเห็น เห็นด้ายสีแดงที่นิ้วก้อยข้างซ้ายของผม..
ด้ายที่ผูกติดตัวมาตั้งแต่จำความได้..
ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าปลายอีกข้างนึงของมัน จะผูกติดกับใคร

นั่นแหละคือสาเหตุที่ผมเดินทางหาปลายอีกด้านนึงของมัน..

เด็กหนุ่มคนนึงที่ต้องการตามหาสิ่งที่ท้าทายที่สุดในชีวิตของเขา..
ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่เค้าตามหาจะอยู่ไกลขนาดไหน..
และไม่รู้ว่าจะมีหรือไม่.. แต่เค้าก็เริ่มเดินทาง..

การเดินทางไปตามด้ายสีแดงตรงปลายนิ้วก้อย..การเดินทางที่รู้ทางเดิน..
แต่ไม่รู้จุดหมาย..

ผมเดินทางไปตามเมืองต่างๆ ที่ด้ายสีแดงของผมพาดผ่าน.
ได้พบ ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่มีทางจะได้เจอในเมืองของผม ใจนึงก็คิดว่าเป็นการเรียนรู้ที่ดี แต่มันก็ไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง
เป้าหมายของผมคือ.. ปลายด้ายสีแดง…
และแล้วผมก็ได้เพื่อนร่วมเดินทาง..

Continue reading