ภาพจากป้ายโฆษณาของต่างประเทศค่ะ ทำได้ดีทีเดียวเลย
Author Archives: สาวใจแตก
แคลิฟอร์เนีย ว้าว ถูกฟ้องล้มละลาย
ธนาคารกรุงเทพ ฟ้องล้มละลาย ฟิตเนสชื่อดัง แคลิฟอร์เนีย ว้าว (California Wow) หลังไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ตามตกลง เป็นเงินกว่า 75 ล้านบาท
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นฟ้องล้มละลายต่อ บริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด (มหาชน) บริษัทให้บริการออกกำลังกายชื่อดัง เนื่องจาก บริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว ติดหนี้กู้ยืมเงินจากธนาคารกรุงเทพ เป็นเงิน 71.9 ล้านบาท บวกกับดอกเบี้ยจำนวน 3.97 ล้านบาท ซึ่งรวมยอดหนี้พร้อมดอกเบี้ยแล้ว เป็นเงิน 75.87 ล้านบาท โดยทางบริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว ไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ตามตกลง จึงต้องยื่นขอฟ้องล้มละลายต่อศาล
ทั้งนี้การให้บริการของ แคลิฟอร์เนีย ว้าว จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องรอการยืนยันจากผู้บริหารอีกครั้ง
Earth Hours 2012
Earth Hour 2012 ยังคงเป็นกิจกรรมรณรงค์พร้อมกันทั่วโลก แต่นำเสนอแนวคิดที่ไม่ใช่เพียงการปิดไฟ และยังคงใช้โลโก้ 60+และข้อความรณรงค์ ที่สร้างแรงบันดาลใจ และ ผลักดันให้ผู้คนทั่วโลก ให้คำมั่นสัญญาในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ไม่ใช่เพียงการปิดไฟ 1 ชั่วโมง ระหว่างกิจกรรม Earth Hour ปิดไฟให้โลกพัก
Earth Hour 2012 จึงมีความคาดหวัง ที่ผู้คนทั่วโลก จะพร้อมใจกันให้คำมั่นสัญญาในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวัน เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ในระดับโลก Earth Hour 2012 จึงเป็นประเด็นเร่งด่วนในการปกป้องโลก และ ซึมซับความหวังที่จะมีการเปลี่ยนแปลงโลกEarth Hour 2012 ยังเป็นโอกาสในการคาดหวังสิ่งที่ดีที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม เป็นแรงบันดาลใจ การทำสิ่งต่างๆ ให้ถูกต้อง และ เป็นแรงผลักดันซึ่งกันและกันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงให้จงได้
ร่วมเป็นหนึ่งพลัง พร้อมกันทั่วโลก
ปิดไฟให้โลกพัก… สักงีบ
วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม 2012 เวลา 20.30pm-21.30pm
การรับประทานยาคุมกำเนิด
ยาคุมกำเนิดแบบรับประทาน เป็นยาเม็ดที่ป้องกันการตั้งครรภ์โดยมีฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ของรังไข่ ในยา 1 เม็ดจะประกอบด้วยสารเคมีสังเคราะห์ 2 อย่างที่มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนพื้นฐานของรังไข่ และฮอร์โมน
โปรเจสเตอโรนซึ่งเป็นฮอร์โมนซึ่งเป็นฮอร์โมนของรังไข่ช่วงหลังไข่ตก การให้ยาที่มีฤทธิ์ 2 อย่างนี้เข้าไปในร่างกาย ยาจะไปยับยั้งฮอร์โมนของสมองและต่อมใต้สมองไม่ให้มากระตุ้นรังไข่ จึงทำให้ไม่มีการตกไข่ ในขณะเดียวกันยาทั้ง 2 ตัวนี้ก็จะทำให้มูกที่ปากมดลูกเหนียว เชื้ออสุจิจึงผ่านเข้าไปถึงในมดลูกและท่อนำไข่ได้ลำบาก และเมื่อให้ไปหลายๆ เดือนก็จะทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางตัวไม่พร้อมต่อการฝังตัวของตัวอ่อน สรุปก็คือยามีฤทธิ์ป้องกันการตั้งครรภ์ได้หลายด่าน
ฤทธิ์ของยาจะออกผลป้องกันการตกไข่ได้เต็มที่ภายใน 7 วันนับตั้งแต่เริ่มรับประทานยาในแต่ละรอบ ดังนั้นเมื่อรอบการตกไข่ปกติจะประมาณวันที่ 14-15 +2 วัน นับจากประจำเดือนมาวันแรก ดังนั้นจึงควรเริ่มรับประทานยาภายใน 5 วันนับจากมีประจำเดือนวันแรกจึงจะมั่นใจในประสิทธิภาพการคุมกำเนิดของยา ถ้าเริ่มรับประทานเลยวันที่ 7 ของรอบประจำเดือน เราก็จะไม่มั่นใจการออกฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ได้ทันหรือไม่ ในกรณีนี้จึงควรคุมกำเนิดวิธีอื่นร่วมไปด้วยจนกว่าจะรับประทานยาครบ 7 วันแล้ว
วิธีรับประทาน
ให้เริ่มรับประทานยาคุมกำเนิดหลังจากเริ่มมีประจำเดือนไม่เกินวันที่ 5 ยิ่งเริ่มเร็วยาออกฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ก็ยิ่งเร็วขึ้น แพทย์มักแนะนำให้เริ่มรับประทานยาเม็ดแรกภายในวันที่ 2-5 ของรอบประจำเดือน (ไม่แนะนำเริ่มในวันแรก เพราะวันแรกที่เลือดออกไม่แน่ใจว่าจะเป็นเลือดประจำเดือนจริงหรือเปล่า ถ้าเป็นวันที่ 2-3 ก็มั่นใจ) โดยรับประทานยาวันละ 1 เม็ด เวลาใดก็ได้เป็นประจำ และควรเป็นเวลาที่ใกล้เคียงกันในแต่ละวันเพื่อให้ความเข้มข้นของยาในกระแสเลือดสม่ำเสมอ
แพทย์มักแนะนำให้รับประทานก่อนนอน เพราะตอนนอนจะไม่มีอะไรอยู่ในความครุ่นคิดแล้ว และคนเรามักจะนอนในบ้านตนเองจึงไม่ค่อยลืม ไม่ต้องคอยพกยาเพราะยาจะอยู่ในบ้านอยู่แล้ว อีกประการหนึ่งคนที่เริ่มรับประทานยาใหม่ๆ อาจมีผลข้างเคียงประเภทคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะได้ อาการดังกล่าวจะได้เป็นตอนที่นอนหลับแล้วทำให้ไม่เป็นผลต่อการดำเนินชีวิต (บางคนเป็นมากก็อาจจะเป็นทั้งวันซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละคนไป)
ในกรณีที่รับประทานยาอยู่แล้วเกิดลืม ให้รีบรับประทานยาทันทีที่นึกขึ้นได้ เช่น ถ้าลืมรับประทานยาตอนก่อนนอนนึกขึ้นได้ ตอนเช้าวันรุ่งขึ้นให้รีบรับประทานยาทันที แล้วกลางคืนก็ให้รับประทานยาเม็ดต่อไป ถ้านึกขึ้นได้ตอนกลางคืนก็ให้รับประทานควบกันไปเป็น 2 เม็ด
ถ้าลืมรับประทาน 2 วันก็ให้รับประทานควบกันเป็น 3 เม็ด หรือคืนละ 2 เม็ด 2 คืนติดกันแล้วคืนต่อไปก็รับประทานยาตามปกติ แต่ช่วง 4-5 วันหลังจากที่ลืมนี้ให้คุมกำเนิดวิธีอื่นร่วมด้วย เช่น ใช้ถุงยางอนามัย เพื่อความมั่นใจประสิทธิภาพของการคุมกำเนิดของยา แต่ถ้าลืมเกิน 3 วัน ผลของยาคุมกำเนิดจะไม่ดี และมักจะทำให้รอบเดือนมาไม่ปกติ จึงแนะนำว่าให้รับประทานวันละ 2 เม็ด ควรชดเชยไปจนครบที่ลืม อาจจะแบ่งรับประทานเช้า 1 เม็ด และ ก่อนนอน 1 เม็ด หรือก่อนนอน 2 เม็ด และในรอบนั้น ให้คุมกำเนิดวิธีอื่นควบคู่ไปด้วย
บางคนเมื่อลืมรับประทานเกิน 3 วัน จะมีเลือดออกด้วย แนะนำให้รับประทานยาต่อไปจนหมดแผงในกรณีที่ยาเหลือไม่กี่เม็ดแล้วก็เริ่มแผงใหม่ตามปกติ แต่ถ้าเป็นกลางแผงแนะนำให้หยุดยา 7 วัน และเริ่มแผงใหม่ระหว่างที่หยุดยาและรับประทานยาแผงใหม่ยังไม่ครบ 7 วันให้คุมกำเนิดวิธีอื่นร่วมด้วย
ปกติแล้วยาคุมกำเนิดจะอยู่ในรูปแบบที่เป็นแผง มี 2 ชนิด คือ แผงละ 21 เม็ด และแผงละ 28 เม็ด ทั้ง 2 ชนิดจะมีตัวยาที่เหมือนกัน 21 เม็ด แต่ชนิดที่เป็นแผง 28 เม็ดจะเป็นยาหลอกหรือวิตามินเพิ่มอีก 7 เม็ด บนแผงแต่ละเม็ดจะมีตัวอักษร วันจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ กำกับอยู่ การเริ่มรับประทานก็ให้เริ่มตรงเม็ดที่ตรงกับวันของสัปดาห์วันนั้นที่ตรงต้นๆ แผง แล้วรับประทานเรียงกันไปในแต่ละวัน
สำหรับชนิดที่เป็นแบบแผงละ 21 เม็ดก็เริ่มรับประทานเรียงกันไปจนครบ 21 วัน ก็เว้นอีก 7 วัน พอวันที่ 8 ก็เริ่มรับประทานใหม่ วิธีสังเกต คือ ถ้าเราเริ่มรับประทานแผงแรกที่วันไหน เช่น เริ่มต้นที่วันพุธ แผงต่อไปก็จะเริ่มที่วันพุธเหมือนกัน ระหว่างช่วงที่เว้นรับประทานยา 7 วันนั้นจะมีประจำเดือนมา (มักจะเริ่มมาหลังจากหยุดยาแล้ว 3-4 วัน)
ถ้าเริ่มรับประทานแบบแผงละ 28 เม็ด ก็ไม่จำเป็นต้องหยุดยา 7 วันเหมือนแบบชนิดแผงละ 21 เม็ด เมื่อรับประทานไปจนถึงส่วนที่เป็นยาหลอก 7 เม็ด จะมีประจำเดือนมาก็ให้รับประทานยาไปเรื่อยๆจนครบแผง แล้วก็เริ่มแผงใหม่ในวันต่อมาเลย
ยาทั้ง 2 ชนิดจะให้ประสิทธิภาพเท่ากัน เพียงแต่ชนิดแผงละ 28 เม็ดต้องรับประทานทุกวันเพื่อจะไม่ลืมรับประทานแผงใหม่หลังจากเว้นแผงเก่า ในระหว่างรับประทานยาคุมกำเนิดประจำเดือนจะมาสม่ำเสมอและมาน้อยลง คนที่เคยมีอาการปวดประจำเดือนอาจจะทุเลาลง หรือหายปวดได้ ถ้ารับประทานยาคุมกำเนิดอย่างถูกต้องจะสามารถคุมกำเนิดได้เกือบ 100% มีโอกาสผิดพลาดตั้งครรภ์ได้ 0.4% ต่อปี เมื่อรับประทานยาตามที่แนะนำมาดังกล่าวแล้วจะมีเพศสัมพันธ์กันวันไหนก็เรียกได้ว่าไม่มีโอกาสตั้งครรภ์
ผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิด
ผลค้างเคียงของยาคุมกำเนิดที่พบบ่อย คือ อาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ ไม่สบายเนื้อสบายตัว บวม น้ำหนักขึ้น เจ็บหน้าอก (อาการอื่นๆ ปลีกย่อยให้ดูในเอกสารกำกับยา) มักจะเป็นในระยะแรกๆ ของการเริ่มรับประทานยา (3 แผงแรก)
ถ้าทนได้หลังจากนั้นก็จะคุ้นเคยกับยามากขึ้นไม่มีอาการอะไร
ผลเสียของยาคุมกำเนิด
- อาจทำให้มีความผิดปกติของไขมันในเลือด
- การแข็งตัวของเลือดง่ายกว่าปกติ ไม่ดีสำหรับคนที่มีประวัติเคยมีเส้นเลือดดำอุดตัน
- คนที่เป็นเนื้องอกมดลูก เนื้องอกเต้านม จะให้เป็นมากขึ้น
- ยานี้จะถูกทำลายที่ตับ ถ้ามีโรคตับอยู่จะทำให้ตับอักเสบขึ้นได้
คนที่ไม่ควรรับประทานยาคุมกำเนิด
1. มีไขมันในเลือดสูง มีความดันโลหิตสูง
2. มีประวัติเส้นเลือดอุดตันในเส้นเลือดดำ
3. มีก้อนที่เต้านมไม่ทราบสาเหตุ เป็นมะเร็งเต้านม
4. เนื้องอกมดลูก
5. เป็นโรคตับ ตับทำงานไม่ดี
6. อายุมากเกิน 45 ปีขึ้นไป
ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน
ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน จะมีส่วนประกอบคล้ายกับยาคุมกำเนิด แต่จะมีปริมาณสารเคมีที่มากกว่ายาคุมกำเนิดแบบธรรมดา ให้รับประทานก่อนหรือหลังมีการร่วมเพศไม่เกิน 12 ชั่วโมง จำนวน 2 ครั้งโดยและครั้งให้ห่างกัน 12 ชั่วโมง อาจจะช่วยให้ไม่ให้ตั้งครรภ์ได้ แต่ป้องกันไม่ได้ 100% และทำให้เลือดออกผิดปกติ เกิดความสับสนขึ้นได้ว่าเลือดที่ออกเป็นเลือดที่เกิดจากอะไร ควรรับประทานยาคุมกำเนิดแบบธรรมดามากกว่า
Tips Decor 5 สิ่งในบ้านที่ควรมี
เพราะบ้านนั้นแสดงตัวตนของผู้อยู่อาศัย บ้านแต่ละหลังจึงมีบุคลิกที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเรียบร้อยน่ารัก น่าอยู่ อบอุ่นใจดี หรือกิ๊บเก๋เท่เปรี้ยว ก็ตามแต่รูปแบบ บรรยากาศ เครื่องเรือน และของประดับตกแต่งที่มองเห็นได้จากภายนอก การเลือกบ้านก็เช่นเดียวกับยามที่ได้เจอสาวที่ถูกใจสักคน ความมากความน้อยของเสื้อผ้าหน้าผม วอลล์เปเปอร์ ม่าน โคมไฟระย้า เมื่อมาระกอบรวมๆ กันแล้วจะถูกใจเราหรือไม่ มีเกณฑ์ง่ายๆ สำหรับ 5 สิ่งในบ้านที่ยิ่งมีมากก็ยิ่งดี
1. Space ที่รู้สึกดี
ความโปร่งโล่งมักเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นแต่รู้สึกได้หากแปลกันตรงๆ ตามตัวอักษร อย่างเช่นการที่ห้องมีผนังกว้าง ไม่มีกำแพงหรือซอกหลืบ แนวเสาเกะกะขวางหูขวางตาจะทำให้ห้องดูโล่ง ส่วนฝ้าเพดานสูงกว่าปกติที่คุ้นชินตาที่ความสูงมาตรฐาน 2.50 เมตรจะทำให้ดูโปร่ง ตามมาด้วยการวางตำแหน่งของช่องเปิดหน้าต่างให้ตรงกับมุมที่เห็นที่มองอยู่ นอกจากความโล่งแล้ว การที่ฝ้าเพดานของบ้านโปร่งนั้นยังสามารถสร้างความรู้สึกโอ่โถงให้กับบ้านได้ โดยเฉพาะห้องรับแขก
2. Style ที่ถูกใจ
การแต่งบ้านก็เหมือนการแต่งตัวที่จะมีสไตล์ที่ใช่ที่ชอบเป็นพิเศษ Mix & Match เฟอร์นิเจอร์ องค์ประกอบต่างๆ เข้ากับของที่ระลึก ของฝาก ของโปรด ของสะสม ให้โดนใจยิ่งขึ้น ความมากน้อยของสไตล์อยู่ที่ความรู้จักหยุด รู้จักพอดี ไม่ใช่พอไม่ดี บางคนชอบที่จะอยู่บ้านที่เต็มไปด้วยของสะสมและข้าวของจากการเดินทาง ที่ล้วนแล้วแต่แสดงตัวตน จึงต้องควรเผื่อที่ไว้สำหรับจัดวางของเหล่านั้นให้เป็นเรื่องเป็นราว เป็นศิลปะแห่งการจัดแสดง (Art of Display) ที่ไม่ใช่แค่ตู้โชว์แบบ Floor Show
3. Colour สีสันที่ชอบ
การใช้สีนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่สุด เมื่อแรกเห็นอาจจะทำให้เกิดความชอบและไม่ชอบได้ในทันใด ห้องแต่ละห้องจะมีการยอมรับในความจัดจ้านของเนื้อสีนั้นๆ ในดีกรีที่แตกต่างกันไป ก่อนทาเลือก Mix & Match หาว่าใช่ห้องที่คุณอยากได้ไหม หาสูตรในการปรุงห้องให้ได้รสชาติอย่างที่คุณอยากได้ จำไว้ว่าไม่มีห้องไหนไม่มีสีแม้แต่ห้องสีขาว เลือกสีที่แรงที่สุด เข้มที่สุดและไล่สีรองๆ กันลงมา ก่อนระบายลงในแต่ละองค์ประกอบน้อยใหญ่
4. Pattern ถูกจริต
ลวดลายนั้นสามารถเติมเสน่ห์ให้ผนังเรียบผืนใหญ่ของห้องดูมีอะไรได้ ลวดลายเองนั้นมีทั้งขนาด สีสัน จังหวะความหนาแน่น รวมทั้งเรื่องราวให้เลือก ส่วนจะมากน้อยชัดเจนหรือรางเลือนแผ่วเบานั้นก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งในการติดตั้งจัดวาง ภาพรวม สไตล์ของห้องที่เลือกว่าไปกันได้ไหม
5. Details ใส่ใจในรายละเอียด
ที่เหลือก็เป็นเรื่องของรายละเอียดเล็กๆ ที่สร้างความสะดุดตาสะดุดใจใหญ่ๆ เช่น การเติมของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ กระจก กรอบรูป โคมไฟ หมอนอิง ให้บ้านดูมีชีวิต




