หนูแจ่มใส(หัวไปไกลๆรึเปล่า?)

This user hasn't shared any biographical information


Posts by หนูแจ่มใส(หัวไปไกลๆรึเปล่า?)

เหตุผล

กระทาชายสองคนพูดกันในวงเหล้า

คนที่1 : “นายรู้ไหม๊ว่าทำไมหมอที่ผ่าตัดคนไข้ถึงต้องใส่หน้ากากแลก็สวมถุงมือ”

คนที่2 : “ก็เพราะเป็นชุดที่ต้องใส่เวลาทำงานหน่ะซิ”

คนที่1 : “ไม่ใช่”

คนที่2 : “แล้วทำไมหละ”

คนที่1 : “ที่ใส่หน้ากากก็เพราะเวลาผ่าตัดแล้วมีอะไรผิดพลาดคนไข้จะได้จำหน้าไม่ได้ไง”

คนที่2 : “แล้วทำไมต้องใส่ถุงมือหล่ะ”

คนที่1 : “ก็จะได้ไม่ทิ้งรอยมือไว้เป็นหลักฐานไง”

คนที่2 : “จริงของแก”

พรุ่งนี้อาจสายเกินไป

ถ้าคุณโกรธใครขึ้นมาแล้วไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเพื่อช่วยแก้สถานการณ์

จงทำด้วยตัวเอง

บางทีใครคนนั้นอาจจะยังคงอยากเป็นเพื่อนกับคุณอยู่
และ ถ้าคุณไม่ทำ พรุ่งนี้อาจสายเกินไป
ถ้าคุณตกหลุมรักใครสักคนแต่คนๆ นั้นไม่รู้ จงบอกเค้าไป

บางทีคนๆ

นั้นอาจจะกำลังรักคุณอยู่ด้วยเช่นกัน
และถ้าคุณไม่บอกเค้า

บางทีพรุ่งนี้อาจจะสาย

ถ้าคุณอยากจะจูบใครสักคนหนึ่งเหลือเกิน

ทำเสียสิบางทีเค้าคนนั้นอาจจะกำลังต้องการจูบของคุณอยู่ก็ได้
และถ้าคุณไม่ได้ทำ
บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป

ถ้าคุณยังคงรักใครสักคนที่คุณคิดว่าป่านนี้เค้าคงลืมคุณไปแล้ว
จงบอกเค้าวันนี้

บางทีเค้าอาจจะยังคงรักคุณอยู่เช่นกัน

ถ้าคุณไม่บอกเค้าวันนี้ บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป

ถ้าคุณต้องการการกอดจากเพื่อนสักคนหนึ่ง
บอกเค้าสิ

บางทีพวกเค้าอาจกำลังอยากให้คุณกอดมากกว่าที่คุณเป็นเสียอีก
และถ้าคุณไม่ทำวันนี้

บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป

ถ้าคุณรู้สึกว่าเพื่อนคุณแสนดีเหลือเกิน จงบอกพวกเค้าด้วย
เพราะเค้าเองก็อาจจกำลังรู้สึกอย่างเดียวกับคุณเช่นกัน
ถ้าคุณไม่ทำแล้วเค้าต้องจากไปเสียแล้ว บางทีพรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป
ถ้าคุณรักพ่อแม่ของคุณและยังไม่มีโอกาสแสดงออกมา ทำซะเถอะ

ท่านยังอยู่ตรงนั้นเพื่อให้คุณได้มีโอกาสแสดงให้ท่านรู้

หากท่านจากไปวันนี้

พรุ่งนี้ก็สายเกินไปเสียแล้ว

ส่งข้อความนี้ไปให้ทุกๆ
คนที่คุณแคร์พวกเค้า
รวมทั้งคนที่ส่งมันมาให้คุณด้วย
แล้วคุณจะได้รู้ว่ามีใครบ้างที่เค้าแคร์คุณเช่นกัน……ไม่งั้น………บางที่

………พรุ่งนี้อาจจะสายเกินไป

บทเรียนของความรัก

ครั้งหนึ่ง..เคยมีความรักกับคนหนึ่ง

คนนั้น..เปลี่ยนวันที่อับเฉา ให้สดใสขึ้นมา
คนนั้น..ทำให้เรามั่นใจว่า..ใช่
คนนั้น..ไม่เคยไกลห่าง
คนนั้น..บอกว่า “ตายแทนเราได้”

..แต่แล้ว..ทุกอย่างก็จบลง..
ทำให้เข้าใจว่า…ทุกสิ่งมิอาจคงที่
..แล้วเวลาก็ผ่านไปอย่างเจ็บปวด
แต่เวลาอันยาวนานก็สามารถรักษา “แผลใจ” ให้บรรเทาลง

..แล้ววันนึงก็ได้พบกับคนคนหนึ่ง
เขาเป็นที่ดูธรรมดาๆ
เป็นคนที่เราไม่เคยใส่ต่อกัน
แต่..มีบางเหตุการณ์ที่ทำให้เราได้ใกล้กัน
มีความผูกพันต่อกัน
.. ทำให้เรายิ้มได้เมื่อคิดถึง

..ตลอดเวลาที่คบกัน เขาก็ไม่เคย..
บอกว่า..เราเป็นคนพิเศษ
แต่..บางการกระทำของเค้า
ทำให้เรารู้สึกอบอุ่น

ถึงอย่างไร..ก็ไม่ขออะไรมากจากเขา..
..เพราะรู้สึกว่า เพียงเค้าเกิดมา ทำให้เรามีความสุข
“มันก็มากพอ”

ถึงแม้วันพรุ่งนี้..มันจะเปลี่ยนไป
ก็ไม่เป็นไร..เพราะเรามีความอบอุ่นในวันนี้
หล่อเลี้ยง..สำหรับพรุ่งนี้

แม่มด

ในสมัยที่แม่มดยังรุ่งเรือง
ณ หมู่บ้านแม่มดแห่งหนึ่ง มีนางแม่มดชรา + อัปลักษณ์มาก
อยู่เดียวดายไร้คู่มานานแสนนาน

วันหนึ่ง ขณะที่ขี่ไม้กวาดอยู่ พบชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา
ดาวประจำหมู่บ้านมนุษย์กำลังนั่งเหม่ออยู่บนขอนไม้ริมชายป่า

แม่มดได้ทีจึงคว้าชายหนุ่มขึ้นไม่กวาด เหาะขึ้นฟ้าทันที
ชายหนุมตกใจ จึงรีบถามแม่มดว่า

“เจ้าจะพาเราไปไหนน่ะ”

แม่มดกระหยิ่มยิ้มย่องตอบไปว่า

“จะพาเจ้าไปทำผ -สระ -อัว น่ะสิ”

ชายหนุ่มมองหน้าอันเหี่ยวย่นอัปลักษณ์รายกับย่าของแม่มดในเรื่องสโนว์ไวท์แล้วจึงบอกว่า

“เราไม่เต็มใจ ปล่อยเราไปเถอะนะ”

แม่มดทำหน้าเซ็งแล้วบอกกับชายหนุ่มว่า

“การที่จะจากแม่มดไปนั้นทำได้เพียง 3 วิธี”
ชายหนุ่มตกลงยอมฟัง

“วิธีที่ 1 เจ้าต้องอยู่กับข้า 1 คืน”

ชายหนุ่มมองหน้าแม่มดเฒ่าแล้วตอบทันที่ว่า “แล้วข้ออื่นล่ะ”
แม่มดแก่โกรธที่ชายหนุ่มดูหมิ่นความงามของนางจึงบอกต่อว่า

“วิธีที่ 2 “ นางเหาะลงไปกลางทุ่งหญ้า
คว้ากระต่ายสีขาวหิมะตาสีแดงวัยแตกหนุ่มมาตัวหนึ่ง “เจ้าต้องฆ่ากระต่ายตัวนี้” พร้อมทั้งยื่นมีดและกระต่ายให้ชายหนุ่ม

ชายหนุ่มรับมีดและกระต่ายมา มองดูตาสีแดงที่มีแแววหวาดกลัวของมัน
ชายหนุ่มสงสารกระต่ายน้อยจึงตอบแม่มดว่า

“เราทำไม่ได้ ข้อสุดท้ายคืออะไร”

แม่มดจึงบอกว่า “การที่แม่มดจะลาจากกับมนุษย์ เราจะดื่มเหล้าด้วยกัน 3 จอก”
ชายหนุ่มได้ยินดังนั้นจึงตกลง

แม่มดร่อนลง หน้าบ้านของตน
ตั้งโต๊ะตรงสนามหน้าบ้าน
ยกเหล้าดื่มกับชายหนุ่ม 3 จอก……4จอก……5จอก…..1 ขวด ….ชายหนุ่มเริ่มเมาได้ที่แล้ว…
แม่มดจึงถามชายหนุ่มว่า “พี่ขา…..กินเหล้าอย่างเดียวมันไม่อร่อยเท่าไหร่ว่ามั๊ยคะ”
ชายหนุ่มจึงตอบว่า”ใช่จ๊ะน้อง..พี่รู้สำเปรี้ยวปากอยู่พอดี”

แม่มดจึงยื่นมีดกับกระต่ายตัวนั้นให้ชายหนุ่ม..ในไม่ช้ากระต่ายขาวก็กลายเป็นกระต่ายปิ้ง
ทั้งสองก็นั่งกินเหล้าจนเวลาล่วงเลยไปถึงตี 2 ชายหนุ่มเมาไม่ได้สตืแล้วทีนี้…แม่มดจึงหามชายหนุ่มเข้าไปในกระท่อมแล้วพูบกับตัวเองคนเดียวว่า
“เ ส ร็ จ ก รู”

เรื่องนี้เราได้ฟังอาจารย์เล่ามา สอนว่า เราต้องมีสติอยู่เสมอ และ อย่าเผลอจนโดนแม่มดฉุด(อันนี้เราเติมเอง)

** อาจจะเติมแต่งผิดไปจากของเดิมนิดหน่อยนะคะ

พรุ่งนี้แล้วสินะ

… ไม่รู้วันนี้จะเขียนยังไงดี
ไม่รู้จะเริ่มเขียนยังไงดี

วันนี้ก็ขอเพื่อนสนิท 1 วัน
ขอเจอเค้าก่อนที่จะต้องไป … ได้ไหม??
(สงสัย? ว่าทำไมต้องขอ ทำยังกะเพื่อนๆเป็นผู้ปกครอง)
ปากของเพื่อนๆก็บอกว่า … ได้สิ

แต่เอาเข้าจริงๆ
พวกเพื่อนๆก็บ่นเอา บ่นเอา
แล้วเราก็ปลีกตัวมาได้สักที

มาเจอเค้าก่อน
ไปหาอะไรกิน
แล้วก็ให้ไปส่ง
แล้วพ่อก็มารับ

รู้สึกไม่อยากเขียนอะไรมากเลย
รู้สึกเวลามันช่างเดินเร็วเหลือเกิน
เร็วเหลือเกิน

ถ้าการไปของเค้าทำให้เราร้องไห้
ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก
ถ้าฉันร้องไห้ให้กับคนที่ฉันรัก

ไม่ว่าจะเป็นใคร
ถ้าฉันร้องไห้ให้เค้าได้
เค้าคือคนที่ฉันแคร์

หรือถ้าฉันเป็นห่วงเค้า
ฉันก็อยากปลอบใจเค้าน่ะ
ฉันอยากให้เค้ามีความสุข

ถึงแม้ความทุกข์จะเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจอ
แต่ฉันก็เข้าใจว่าเมื่อทุกข์แล้วเป็นอย่างไร
เลยไม่อยากให้คนที่ฉันรักและเป็นห่วง
ต้องทุกข์เหมือนฉัน … ในตอนนี้

พรุ่งนี้เธอต้องไปแล้ว
… ยังไงก็เดินทางอย่างปลอดภัยน่ะ
รักษาสุขภาพด้วย

เคล็ดลับ 10 ข้อให้คุณดูสดใสขึ้นทันตา

1. อิ่มกำลังดีกับมื้อเช้าแสนวิเศษ
เราต่างก็รู้เหมือน ๆ กันว่า มื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุด แต่หลายคนต้องรีบเร่งทำเวลาก่อนออกจากบ้าน จึงพลาดมื้อเช้าไปอย่างน่าเสียดาย แม้จะพยายามชดเชยด้วยเครื่องดื่มร้อน ๆ หรือน้ำผลไม้สักแก้ว กับขนมขบเคี้ยวจำพวกแป้งทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคุกกี้ ขนมปังหรือ ปาท่องโก๋ก็ตาม แต่พลังงานที่ได้รับก็ยังไม่เพียงพอให้คุณได้ “เต็มที่” กับงานแลละทุกสิ่งที่ประเดประดังเข้ามาในวันนั้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากคุณผ่านคืนวานอันเหนื่อยล้า และต้องการเรียกพลังกลับคืนมาโดยเร่งด่วน ต้องถือเป็นกฏเหล็กที่จะไม่งดมื้อเช้าในวันนั้น ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นมื้อหนัก อาหารเช้าชุดใหญ่อะไรเลย เพราะอาจรู้สึกว่าท้องไส้ยังไม่พร้อมสำหรับการย่อยอาหารปริมาณมาก ๆ ขอเพียงแต่พยายามเลือกกินอาหารให้ครบห้าหมู่ อย่างละนิดอย่างละหน่อยแล้วตบท้ายด้วยผลไม้สด และนมหรือโยเกิร์ตสักถ้วย ก็จะช่วยเรียกความกระปรี้กระเปร่ากลับคืนมาได้

2. สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ
เป็นทางออกง่าย ๆ ที่หลายคนมองข้ามเวลาเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า หรือเกิดความเครียดในตัวมาก ๆ ให้ลองแก้ง่าย ๆด้วยการสูดลมหายใจทางจมูกเข้าปอดลึก ๆ กลั้นไว้ในช่องอกประมาณ 15-20 วินาที ก่อนจะปล่อยลมหายใจออกทางปากให้หมด ทำซ้ำเช่นนี้ประมาณ 3 ครั้ง คุณจะพบว่ารู้สึกสดชื่นขึ้น ทั้งนี้เป็นเพราะปกติแล้วคนส่วนใหญ่มักจะหายใจเข้าออกกันเพียงช่วงสั้น ๆ ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เต็มที่ วิธีนี้จะทำให้ออกซิเจนเข้าปอดคุณอย่างเต็มที่ทำให้รู้สึกปลอดโปร่ง และเลือดลมในร่างกายไหลเวียนสูบฉีดดีขึ้น

3. ดื่มนมสด
นมสดแม้หนึ่งแก้วเล็ก ๆ มีโปรตีนชนิดที่ช่วยสร้างพลังงานให้คุณได้ถึง 3 กรัม ทำให้ร่างกายปรับตัวได้อย่างสมดุล นอกจากนี้ในนมสดก็ยังเป็นแหล่งแคลเซียมที่สำคัญต่อร่างกายอีกด้วย ในหนึ่งแก้วขนาด 100 กรัม มีแคลเซียมสูงถึง 120 มิลลิกรัม ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟันได้ดี แถมยังมีฟอสฟอรัสและวิตามินครบถ้วนทั้ง A,B.C, และ E อีกต่างหาก

4. แวบไปว่ายน้ำ
ข้อนี้อาจทำยากสักนิด แต่ถ้าคุณหาจังหวะแวบได้ ให้ลงว่ายน้ำสักประมาณ 15-20 นาที อย่างไม่ต้องหักโหมอะไรนัก จะช่วยให้คุณสดใสเปล่งปลั่งขึ้นอย่างประหลาด ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเป็นเพราะน้ำในสระว่ายน้ำจะช่วยพยุงตัวไม่ให้คุณรู้สึกใช้กำลังมากเหมือนออกกำลังกายในยิม และความเย็นฉ่ำของน้ำจะทำให้รู้สึกสดชื่นกระฉับกระเฉงขึ้น แต่ถ้าหาเวลาไม่ได้จริง ๆ อาจจะเลือกอาบน้ำฝักบัวแทนก็ได้ แต่ผลของการลงแหวกว่ายกลางสายธาราจะดีกว่ามาก

5. กล้วยช่วยได้
อย่ามองข้ามผลไม้พื้นบ้านธรรมดา ๆ อย่างกล้วยไปได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นกล้วยหอมอร่อยเลิศเลยด้วยซ้ำ จะเป็นกล้วยพันธุ์ไหนก็ได้สักหนึ่งลูก จะช่วยคุณเรียกพลังกลับมาได้ในเวลาอันสั้น เพราะในกล้วยอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่สำคัญต่อร่างกาย ทั้ง A,B,C และ E รวมทั้งเหล็กแป้ง น้ำตาลธรรมชาติ นอกจากนี้ยยังมีโปแตสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่สำคัญ ช่วยรักษาสมดุลของระดับน้ำและความชุ่มชื้นของเซลล์ผิวหนังกับเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายอีกด้วย

6. นวดตัวพร้อมกลิ่นหอมบำบัดอารมณ์
อาจจะปลีกเวลาไปนวดตัวช่วงสั้น ๆ โดยเลือกการนวดน้ำมันอโรมาที่กลิ่นหอมของน้ำมันจากธรรมชาติจะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย และเรียกความสดใสกลับคืนมาได้ แต่หากหาเวลานวดไม่ได้จริง ๆ อาจจะใช้วิธีจุดเตาขนาดเล็กในห้องที่ให้กลิ่นน้ำมันหอมระเหยเหล่านี้แทน ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

7. น้ำผลไม้สด
วิตามินซีในน้ำผลไม้ ซึ่งมีในปริมาณสูงอยู่แล้วโดยธรรมชาติจะช่วยเสริมสร้างพลังงานได้ในทันทีทันควัน เพราะน้ำตาลจากรสหวานของผลไม้ ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้เลย โดยไม่ต้องย่อยหรือแปรสภาพเหมือนกับน้ำตาลที่ได้จากแหล่งอื่น นอกจากนี้ ยังมีสารต้านอนูมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่และริ้วรอยต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย ควรพยายามดื่มน้ำผลไม้อย่างน้อยวันละหนึ่งแก้วเป็นประจำหรือจะเป็นน้ำขิงร้อน ๆ ก็จะช่วยสร้างความกระปรี้กระเปร่าอย่างเห็นผลทันทีเช่นกัน

8. ถั่วและผลไม้อบแห้ง
นี่ก็เช่นกันที่ไม่ควรมองข้ามเพราะทั้งถั่วและผลไม้อบแห้งทั้งหลายมีประโยชน์มากกว่าขนมขบเคี้ยวจำไวกแป้งนัก เนื่องจากอุดมด้วยธาตุเหล็ก ช่วยเสริมสร้างพลังงานและทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดในร่างกายคล่องตัวขึ้น เป็นผลให้ผิวพรรณของคุณดูสดชื่นเปล่งปลั่งกว่าที่เคยเป็น บางคนถึงกับเชื่อว่า การกินอาหารจำพวกถั่วมาก ๆ จะช่วยลดขนาดของไฝ ขี้แมลงวัน หรือตุ่มเล็กตุ่มน้อยตามผิวหนังด้วยซ้ำไป แต่ในสายตาของแพทย์แล้ว ไม่ควรเลือกกินอาหารประเภทใดประเภทหนึ่งซ้ำกันนาน ๆ หรือในปริมาณที่มากเกินปกติ เพราะการกินที่ถูกต้องคือต้องให้คละหมู่หลากหลายประเภทอาหารเข้าไว้

9. ชื่นใจกับดอกไม้สวย
วิธีนี้ง่ายสุด เพียงแค่เดินหาซื้อหรือสั่งดอกไม้สวยหอม ๆ สักช่อมาให้รางวัลกับตัวเอง โดยไม่ต้องรอโอกาสพิเศษที่ไหนหรือจากใครทั้งนั้น คุณก็จะได้รับความสดชื่น และรู้สึกเปี่ยมพลังขึ้นในทันทีที่สัผัสกลิ่นหอม และได้ชื่นชมความงามของดอกไม้ช่อสวยหรือถ้าไม่ต้องการการสิ้นเปลืองจะเลือกเดินชมต้นไม้ดอกไม้ตามสวนสาธารณะะที่ได้ชื่อว่าเป็นปอดของกรุงเทพฯ อย่างเช่น สวนเบญจสิริ ย่านสุขุมวิท ก็ได้เช่นกัน หรือไม่ก็อาจจะซื้อต้นไม้กระถางเล็ก ๆ วางประดับบนโต๊ะทำงานสีเขียวอันสดชื่นของมันช่วยสร้างพลังให้กับคุณได้ในทุกครั้งที่มองเห็น

10. จิบชาสมุนไพร
การได้จิบเครื่องดื่มร้อน ๆ รสชาติถูกใจ เช่น ชาสมุนไพร จะช่วยผ่อนคลายและเรียกพลังกลับคืนมาให้คุณได้ นอกจากนี้ชาบางชนิด เช่น ชากลิ่นสะระแหน่ ยังช่วยคลายเครียดและขับลมในกระเพาะอีกด้วย ซึ่งหากไม่ต้องการจิบชา อาจจะแค่หาใบสะระแหน่มาขยี้สูดดมกลิ่นของมันก็ช่วยคลายเครียดได้เช่นกัน

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถสร้างลุคใหม่ที่ทั้งสดใสและมีสุขภาพดี พร้อมที่จะออกไปเริงร่ารับลมร้อนโดยไม่ต้องอายใคร

ความรัก ความฝัน ความจริง

แสงแดดอ่อนๆยามเช้า สาดแสงผ่านม่านมากระทบตาของฉัน ฉันเริ่มถอดกายออกจากผ้าห่มอันแสนอุ่น และถีบตัวเองขึ้นจากที่นอน

” เช้าแล้ว วันนี้แสงแดดดูอบอุ่นจัง ” ฉันพูดกับตัวเอง แล้วฉันก็ไปทำภารกิจเดิมๆ ที่ทุกคนต้องทำ แล้ววันนี้ฉันจะทำอะไรดีละ ฉันเริ่มนึก…

” ไปค้นหนังสือเก่าของแม่มานั่งอ่านดีกว่า ” ฉันเริ่มค้นหนังสือของแม่ แต่ละเล่มหนาๆทั้งนั้น
ซึ่งฉันก็ไม่เข้าใจว่าแม่ทนนั่งอ่านไปได้อย่างไร หนังสือของแม่แต่ละเล่ม
ดูช่างเก่าและขลังเนื่องจากกระดาษที่เป็นสีเหลืองออกน้ำตาลๆ
และสภาพปกอันแสนจะโทรม แต่ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะหยิบมันขึ้นมาบรรจงเปิดที่ละหน้าๆ
เพื่อที่จะได้รู้ว่าข้างในนั้นมีนเลือกหนังสือเล่มนี้

และแล้วฉันก็เจอหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งฉันชอบชื่อของหนังสือเล่มนี้มาก
ความรัก ความฝัน ความจริง” แต่ฉันก็แปลกใจมากเพราะฉันไม่คิดว่าแม่ของฉันจะอ่านหนังสือแบบนี้ด้วย
อืม …หนังสือเล่มนี้ไม่หนามาก ฉันพออ่านได้
และนี้ก็คืออีกเหตุผลหนึ่งที่ฉันเลือกหนังสือเล่มนี้

ฉันเปิดหนังสือเล่มนี้ด้วยความอยากรู้และเริ่มค้นสิ่งต่างๆจากหนังสือเล่มนี้

* ความรัก หลายคนคิดว่า เป็นความรู้สึกดีที่มีให้ใครสักคนนึงอย่างหมดหัวใจ “ใช่..” มันเป็นความคิดที่ถูกต้อง
แต่ไม่ใช่แต่เพียงใครคนนั้นคนเดียว คุณยังสามารถรักสิ่งอื่น
รักคนอื่นได้อีกมากมายด้วยหัวใจเพียงดวงเดียวของคุณ นี้!.. จะเรียกว่า”เจ้าชู้”ใช่รึเปล่า
อาจจะใช่หรืออาจจะไม่ใช่ ต้องดูด้วยว่าความรักของคุณที่ให้กับสิ่งๆนั้นไป ให้ไปแบบไหน

- ความรัก.. คุณมีให้กับทุกคนได้ เพียงแต่คุณจะให้ความสำคัญกับสิ่งที่คุณให้มากน้อยแค่ไหน
อย่างเช่นเพื่อน คุณให้ความรักกับเค้าอย่างไร คุณให้ความรักกับเค้าโดยการเอาใจใส่ดูแล ถามสารทุกข์สุขดิบ ทำให้เค้ามีความรู้สึกว่าเค้ายังมีเราเป็นเพื่อนเค้าอยู่แม้เวลาที่เค้าไม่มีใคร
ชักชวนกันทำในสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง มีประโยชน์ ทำแล้วตัวเองไม่เดือดร้อน
แต่ความรู้สึกแบบคนรักกัน ความรู้สึกนึ้คือคุณต้องการให้เขามีความสุข
ความสบายใจเมื่ออยู่ใกล้เราและเมื่อเราอยู่ใกล้เค้าเราก็มีความสุข ความสบายใจด้วย
แต่ถ้าเค้ามีความสุขอยู่คนเดียว แต่ความทุกข์ทับถมอยู่ที่เราหมด เราก็ต้องถามตัวเองด้วยว่า
ทำแบบนี้แล้วดีต่อเรารึเปล่าถ้าคิดว่าทำแล้วเรามีความสุข เราก็ทำต่อไป
และต้องไม่ฝืนใจตัวเองด้วย แต่ถ้าคิดแล้วเราทำแล้วไม่มีความสุข เราก็จงอย่าทำมันต่อไปเลย เพราะสิ่งที่เราทำลงไปเราไม่ได้ทำให้ด้วยความรู้สึกที่อยากทำให้
แต่มันทำไปเพราะเนื่องจากเราเกรงใจเค้า

ฉันคิดว่าใครหลายๆ คนคงมีความรักและก็เคยวาดฝันไว้ว่าเราจะทำอย่างงี้ อย่างงั้นด้วยกัน
เราจะรักกัน เราจะไม่ทะเลาะกันข้ามวัน เราจะมีบ้าน มีรถ หรืออะไรอีกมากมาย
ในบางเรื่องที่เราคิด ที่เราวาดไว้ เราสามารถทำได้ แต่ในบางเรื่องเราทำไม่ได้
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แล้วเราจะมีความรู้สึกอย่างไร ถ้าในสิ่งที่เราวาดไว้
ไม่ตรงกับความเป็นจริงที่เป็นอยู่ คุณจะมองความฝันให้เป็นความจริง
หรือจะมองว่าความฝันก็คือความฝัน และ ความจริงก็คือความจริง คุณก็คงเลือกอันหลัง

(ฉันคิดว่า) แล้วจะทำอย่างไรละถ้าเราอยากทำให้ความฝันของเรานั้นเป็นความจริง??

ดูแลตัวเองให้เหมาะกับวัย

ช่วงอายุ 18-23 ปี
คุณคือ ใกล้จะบอกลาความเป็นเด็ก ไปเป็นหญิงสาวเต็มตัวแล้วล่ะ ถ้าเปรียบเป็นรถก็เป็นรถป้ายแดงที่สภาพเครื่องยังผ่านช่วงรันอินไปไม่นานเท่าไร ความสึกหรอยังไม่มีให้เห็น สุขภาพร่างกายอยู่ในช่วงที่แข็งแรงที่สุด แต่สิ่งที่น่าให้ความสนใจคือสุขภาพจิตใจ ที่ต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ที่ไม่ใช่เรื่องของเด็กๆอีกต่อไปแล้ว มีความรับผิดชอบมากขึ้น เริ่มเข้าสู่ชีวิตทำงาน เริ่มมีความรัก และเริ่มมีเซ็กซ์!!!!

โรคยอดฮิต
โรคกลัวอ้วน โรคบูลิเมีย โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์(STD) ซึ่งเป็นได้ตั้งแต่โรคเริม เชื้อราในช่องคลอด ไปจนถึงไวรัสตับอักเสบชนิดซี บี และเอชไอวี HIV และตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจ

ดูแลตัวเอง
-ตรวจสุขภาพร่างกายทั่วไป สังเกตตัวเองให้ดีถ้ามีการเปลี่ยนแปลง
-ตรวจตา ตรวจฟัน
-ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สำหรับคนที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย
-ตรวจ Pap Smear ไม่เร็วเกินไปแน่สำหรับการตรวจมะเร็งปากมดลูก เพราะถ้าคุณมีเซ็กซ์ตั้งแต่อายุยังน้อย (ก่อนอายุ 18) หรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อย หรือมีประวัติเป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์หรือสูบบุหรี่
-ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเซ็กซ์

ช่วงอายุ 24-29 ปี
คุณคือ หญิงสาวที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น ชีวิตไม่ได้มีแค่เพื่อนและคนรักอีกแล้ว แต่ยังมีหน้าทีการงาน การวางแผนชีวิตในอนาคตเข้ามาให้ขบคิดอีกด้วย ร่างกายที่แข็งแรงอาจจะอ่อนล้าลง ความสดใสในชีวิตอาจจะลดน้อยลงเมื่อมีความเครียดมากขึ้น มีเวลาดูแลตัวเองน้อยลง

โรคยอดฮิต
โรคเครียด โรคกระเพาะอาหารอักเสบ โรคไมเกรน

ดูแลตัวเอง
- ตรวจสุขภาพทั่วไป ปีละ 1 ครั้ง เริ่มจับตาดูระดับไขมันในเลือด น้ำหนักตัว น้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงกว่ามาตรฐาน
-ตรวจตา ตรวจฟัน
-ตรวจภายใน ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตรวจมะเร็งปากมดลูก ถ้าคุณเป็นคนมีเซ็กซ์สม่ำเสมอหรือเริ่มมีเซ็กซ์แล้ว ซึ่งความถี่ในการตรวจขึ้นอยู่กับพฤติกรรมเสี่ยงของแต่ละคน
-ตรวจเต้านมด้วยตนเองเดือนละครั้ง เวลาอาบน้ำหรือก่อนนอน(วิธีตรวจเต้านมด้วยตนเอง ที่นี่)
-ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อให้กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง
-พักผ่อนให้เพียงพอ ทำสมาธิ เพื่อไม่ให้เกิดอาการเครียดเกินไป
-ปรึกษาหมอทันทีเมื่อพบว่ามีอาการผิดปกติ

ช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป
คุณคือ ชีวิตเริ่มเป็นจริงเป็นจัง คิดวางรางฐานในชีวิต ต้องการความมั่นคงทั้งชีวิตการงานและชีวิตครอบครัวมากขึ้น ความคาดหวังในชีวิตจะสูงขึ้น ร่างกายก็เหมือนรถยนต์ที่วิ่งมาได้ครึ่งทางแล้ว เริ่มเหนื่อยล้าง่ายขึ้น ความเครียดในชีวิตก็มากขึ้น ขณะเดียวกันการเผาผลาญพลังงานของร่างกายก็เริ่มจะลดลง ต้องระวังโรคที่เกี่ยวกับความอ้วนอีกด้วย

โรคยอดฮิต
โรคเครียด โรคซึมเศร้า โรคอ้วน โรคความดันโลหิต โรคไขมันในเลือด

ดูแลตัวเอง
-ตรวจสุขภาพทั่วไป ปีละ 1 ครั้ง ดูค่าต่างๆว่ามีอะไรผิดปกติเกินกว่ามาตรฐานหรือไม่
-ถึงไม่เคยมีเซ็กซ์มาก่อนก็ควรเริ่มตรวจภายใน ตรวจ Pap Smear
-ตรวจเต้านมด้วยตัวเองเดือนละครั้ง เวลาอาบน้ำหรือก่อนนอน (วิธีตรวจเต้านมด้วยตนเอง ที่นี่)
-ทำสมาธิตั้งตามหวังในสิ่งที่เป็นไปได้ หากิจกรรมคลายเครียด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ตรวจสุขภาพทั่วไป
-ชั่วน้ำหนัก วัดส่วนสูง คำนวณดัชนีมวลกาย
-ตรวจวัดความดันเลือด
-ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดระดับไขมันในเลือด
-ซักประวัติส่วนตัว ประวัติสภาวะแวดล้อม เพื่อดูความเสี่ยงกับโรคต่างๆ
-รับคำแนะนำเรื่องโรคอ้วน ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง

ประวัติส่วนตัวและประวัติครอบครัวจำเป็นแค่ไหน?
คำแนะนำการดูแลสุขภาพส่วนมากมักจะบอกว่า ควรบันทึกหรือจำไว้ด้วยว่าเราเคยเจ็บป่วยอะไรมาบ้าง และได้รับการรักษาอย่างไร กินยาอะไร แพ้ยาหรือเปล่า รวมไปถึงคนในครอบครัว ญาติพี่น้องเคยป่วยเป็นอะไรบ้าง เพื่อจะช่วยให้หมอวิเคราะห์โรคของเราได้ถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น เช่น

+ถ้าคุณเกิดปวดเจ็บท้องน้อยด้านขวาและเคยผ่าตัดไส้ติ่งมาแล้ว ก็เป็นไปได้ว่าคุณคงมีความผิดปกติกับปีกมดลูก รังไข่หรืออื่นๆที่ไม่ใช่ไส้ติ่ง
+ถ้าคุณมีคนในครอบครัวเป็นเบาหวาน เป็นมะเร็งเต้านม ก็เป็นไปได้วาคุณมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นด้วย
+ถ้าคุณแพ้อาหารทะเล แพ้อาหารจำพวกแป้ง คุณหมอก็จะระวังในการให้ยาที่ไม่มีส่วนผสมที่คุณจะแพ้ได้

ตรวจโรคอื่นเพิ่มเติม
เวลาที่ไปอ่านตารางตรวจสุขภาพของแต่ละโรงพยาบาล เราจะเห็นรายการตรวจโรคอื่นๆเต็มไปหมด ควรเลือกตรวจดูตามความเสี่ยงและความเหมาะสมของแต่ละคนดีกว่า เช่น

-ตรวจหาไวรัสตับอักเสบชนิด บีและซี และเชื้อ HIV
-ถ้าคุณเป็นคนเปลี่ยนคู่นอนบ่อย มีเซ็กซ์โดยไม่ได้ป้องกัน เคยรับเลือดจากคนอื่น
-ตรวจหาเชื้อมะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด มะเร็งตับ
-ถ้าคุณมีคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็ง สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า
-ตรวจมะเร็งเต้านม
-ถ้าคุณมีแม่หรือพี่สาว คนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม คุณสูบบุหรี่ มีก้อนเนื้อหรือความผิดปกติที่เต้านม
-ตรวจมะเร็งปากมดลูก
-ถ้าคุณเริ่มมีเซ็กซ์ตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์บ่อย สูบบุหรี่
-ตรวจหาภูมิป้องกันหัดเยอรมัน เมื่อคุณคิดจะตั้งครรภ์ในเร็ววันนี้

ซักผ้า!

สามีภรรยาคู่หนึ่งแต่งงานกันมาหลายปีและมีลูก 1 คน กำลังอยากรู้อยากเห็น
สองสามีภรรยาจึงตกลงกันว่า ถ้าวันไหนที่จะมีกิจกรรมเข้าจังหวะให้พูดว่า
“ซักผ้า” อยู่มาวันหนึ่งสามีก็เอ่ยกับภรรยาว่า
สามี : ที่รักจ๋าวันนี้เราซักผ้ากันเถอะ
ภรรยา : ไม่ได้หรอกค่ะ วันนี้เครื่องซักผ้าเสีย (วันเบาๆ)
สองวันต่อมา สามีก็เอ่ยกับภรรยาอีกว่า
สามี : ที่รักจ๋าวันนี้เราซักผ้ากันได้แล้วหรือยังจ๊ะ
ภรรยา : ยังไม่ได้หรอกค่ะ เครื่องซักผ้ายังซ่อมไม่เสร็จจ๊ะ
สามวันถัดมา
ภรรยา : ที่รักจ๋าวันนี้เครื่องซักผ้าใช้ได้แล้วค่ะ
สามี : อ๋อ ! ไม่ต้องแล้วหล่ะ เพราะเมื่อวานพี่ใช้มือซักไปเรียบร้อยแล้ว
ภรรยา : !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เรื่อง โสดๆ !!!

โสดแสนดี !!

โสดประเภทนี้มีแต่ความหวังดี (มาก) และพร้อมที่จะเสียสละเพื่อคนที่รักตลอดเวลา แม้ตัวเองจะเจ็บซ้ำแค่ไหนก็ยอม ขอแค่ให้เขาหรือเธอมีความสุขก็พอ ลักษณะเด่นของคนโสดกลุ่มนี้คือ รักกี่ทีก็ซ้ำเพราะมัวแต่เป็นคนดี(ไม่ดูตาม้า…ตาเรือ)คนโสดประเภทนี้ เขาจะมีเพลงประจำตัว คือ เพลงคนดีไม่มีที่อยู่ ของ POTATO

โสดเจียมตัว !!

โสดประเภทนี้เป็นคนดีอีกแบบ(แต่น้อยกว่าข้อแรก)ดีแบบเจียมเนื้อเจียมตัว มองตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าอยู่ตลอดเวลา ไม่หวังอะไรมากมาย ขอแค่เป็นจุดหนึ่งเล็กๆ เท่าตับมดที่ได้รักเธอก็พอ (อะไรจะเล็กขนาดนั้น…555)คนโสดกลุ่มนี้มีเพลงประจำตัวคือ คนเจียมตัว ของ So cool

โสดโดนสาบ !!

โสดประเภทนี้มองชีวิตว่ามีกรรม ฟ้าดินกลั่นแกล้งสวรรค์ไม่มีตา เทวดาสาปส่งให้ไม่มีคนรัก ไม่มีคนสนใจ (โห…ชีวิตรันทดสุดๆ อ่ะ) ทีรักเห็บกักตุนไว้เต็มหัวใจ แต่ไม่มีใครต้องการ (แงๆ เศร้าจริงๆ) เพลงประจำตัวคนโสดประเภทนี้ คือ คนไม่มีแฟนของ เบิร์ด ธงไชย

โสดปากแข็ง !!

โสดประเภทนี้ชอบทำตัวเหมือนไม่เดือดร้อน ไม่มีใครรักก็ไม่เป็นไร ฉันอยู่ของฉันได้อย่างสบายๆ ไม่แคร์ใคร (แต่ใครจะรู้บ้างว่าในใจน่ะว้าเหว่มากๆ แถมร้องตะโกนเรียกหาใครบางคนอยู่) คนกลุ่มนี้มี เพลงประจำตัว คือ ความลับ ของ พอส

โสดอาฆาต !!

โสดประเภทนี้มีความอาฆาตสูง รักแรง เกลียดแรง แถมยังแค้นแรงอีกด้วย(ใครทำฉันเจ็บจากไปอย่าได้หวังว่าจะมีความสุข เพราะฉันจะตามสาปส่งพยาบาททุกชาติไป) คนกลุ่มนี้ มีเพลงประจำตัว คือ ขวากหนาม ของ Hyper

โสดใฝ่สูง !!

โสดประเภทนี้แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับโสดเจียมตัว เพราะมีนิสัยและการมองโลกที่ตรงข้ามกัน มีความทะเยอทะยาน ฝันสูง ถือคติความรักไม่ใช่เรื่องไกลตัว เธอหรือเขาอยู่สูงแค่ไหนก็ต้องเอื้อมมาให้ได้ แม้จะถูกคนในสังคมส่วนใหญ่มองว่าเป็นหมาวัดที่ชอบเด็ดดอกฟ้าก็ยอม เพลงประจำตัวคนโสดประเภทนี้ คือ หมาเห่าเครื่องบินของ โลโซ

โสดเจ็บแล้วต้องจำ !!

โสดประเภทนี้เป็นพวกเข็ดขยาดกับความรัก เพราะเคยมีประสบการณ์ที่เจ็บปวด( อกหัก/ถูกทิ้ง)ก็เลยถือคติเจ็บแล้วต้องจำ จะไม่ซ้ำ ไม่รักใครอีกแล้ว ขออยู่เป็นโสดไปจนตาย (ปิดกันตัวเองซะยั่งงั้น) เพลงประจำตัวคนโสดประเภทนี้ คือ เพื่อนกับแฟนแทนกันไม่ได้ ของ เล้าโลม

โสดมั่นใจ !!

โสดประเภทนี้มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง(มาก)สามารถพลิกผันสถานการณ์ อกหัก ให้เป็น ทางเลือก ได้ ประมาณว่าดีแล้วที่เลิกกันไปฉันจะได้มีโอกาสมองคนใหม่ที่ดีกว่านี้ (ถีงจะเป็นโสดก็ไม่เป็นไร ฉันมั่นใจ ฉันไม่ผิด) ) เพลงประจำตัวคนโสดประเภทนี้ คือ ไม่เดือดร้อน ของ Calyn

โสดพยายาม !!

โสดประเภทนี้มีเป้าหมายชัดเจนว่าไม่อยากเป็นโสด ฉะนั้นจึงมีความพยายาม กระตือรือร้น และลงมือทำเพื่อให้พ้นจากสถานะ โสด โดยเร็วถือคติไม่ลงมือทำก็ไม่ได้มา (แต่ยังไม่เข้าข่ายเกินงาม) เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่ของโสดกลุ่มนี้เป็นสาวยุคใหม่ความมั่นใจพอตัว) เพลงประจำตัวคนโสดประเภทนี้ คือ ผ้าเช็ดหน้าของ ไทรอัมส์คิงดอม

โสดยังหวัง !!

โสดประเภทนี้มีความหวังเป็นแรงบันดาลใจ ถือคติชีวิตนี้ไม่สิ้นหวัง ชอบการรอคอยค้าหาวันนี้ไม่เจอไม่เป็นไร พรุ่งนี้ยังไหว..รอได้ๆแต่มีความพยายามเท่ากลุ่มก่อนหน้านี้ ไม่ชอบการลงมือปฎิบัติ แต่ชอบตั้งหน้าตั้งตารอคอย(กี่ชาติผ่านไป ไม่เคยสิ้นหวัง!!!)สำหรับเพลงประจำตัวคือ คนที่ไม่เข้าตา ของ Calories – Blah Blah

เอ……..แล้วเพื่อนๆ ล่ะค่ะเป็นคนโสดแบบไหน? อิอิ…