เคล็ดลับ 10 ข้อให้คุณดูสดใสขึ้นทันตา

1. อิ่มกำลังดีกับมื้อเช้าแสนวิเศษ
เราต่างก็รู้เหมือน ๆ กันว่า มื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุด แต่หลายคนต้องรีบเร่งทำเวลาก่อนออกจากบ้าน จึงพลาดมื้อเช้าไปอย่างน่าเสียดาย แม้จะพยายามชดเชยด้วยเครื่องดื่มร้อน ๆ หรือน้ำผลไม้สักแก้ว กับขนมขบเคี้ยวจำพวกแป้งทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคุกกี้ ขนมปังหรือ ปาท่องโก๋ก็ตาม แต่พลังงานที่ได้รับก็ยังไม่เพียงพอให้คุณได้ “เต็มที่” กับงานแลละทุกสิ่งที่ประเดประดังเข้ามาในวันนั้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากคุณผ่านคืนวานอันเหนื่อยล้า และต้องการเรียกพลังกลับคืนมาโดยเร่งด่วน ต้องถือเป็นกฏเหล็กที่จะไม่งดมื้อเช้าในวันนั้น ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นมื้อหนัก อาหารเช้าชุดใหญ่อะไรเลย เพราะอาจรู้สึกว่าท้องไส้ยังไม่พร้อมสำหรับการย่อยอาหารปริมาณมาก ๆ ขอเพียงแต่พยายามเลือกกินอาหารให้ครบห้าหมู่ อย่างละนิดอย่างละหน่อยแล้วตบท้ายด้วยผลไม้สด และนมหรือโยเกิร์ตสักถ้วย ก็จะช่วยเรียกความกระปรี้กระเปร่ากลับคืนมาได้

2. สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ
เป็นทางออกง่าย ๆ ที่หลายคนมองข้ามเวลาเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า หรือเกิดความเครียดในตัวมาก ๆ ให้ลองแก้ง่าย ๆด้วยการสูดลมหายใจทางจมูกเข้าปอดลึก ๆ กลั้นไว้ในช่องอกประมาณ 15-20 วินาที ก่อนจะปล่อยลมหายใจออกทางปากให้หมด ทำซ้ำเช่นนี้ประมาณ 3 ครั้ง คุณจะพบว่ารู้สึกสดชื่นขึ้น ทั้งนี้เป็นเพราะปกติแล้วคนส่วนใหญ่มักจะหายใจเข้าออกกันเพียงช่วงสั้น ๆ ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เต็มที่ วิธีนี้จะทำให้ออกซิเจนเข้าปอดคุณอย่างเต็มที่ทำให้รู้สึกปลอดโปร่ง และเลือดลมในร่างกายไหลเวียนสูบฉีดดีขึ้น

3. ดื่มนมสด
นมสดแม้หนึ่งแก้วเล็ก ๆ มีโปรตีนชนิดที่ช่วยสร้างพลังงานให้คุณได้ถึง 3 กรัม ทำให้ร่างกายปรับตัวได้อย่างสมดุล นอกจากนี้ในนมสดก็ยังเป็นแหล่งแคลเซียมที่สำคัญต่อร่างกายอีกด้วย ในหนึ่งแก้วขนาด 100 กรัม มีแคลเซียมสูงถึง 120 มิลลิกรัม ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟันได้ดี แถมยังมีฟอสฟอรัสและวิตามินครบถ้วนทั้ง A,B.C, และ E อีกต่างหาก

4. แวบไปว่ายน้ำ
ข้อนี้อาจทำยากสักนิด แต่ถ้าคุณหาจังหวะแวบได้ ให้ลงว่ายน้ำสักประมาณ 15-20 นาที อย่างไม่ต้องหักโหมอะไรนัก จะช่วยให้คุณสดใสเปล่งปลั่งขึ้นอย่างประหลาด ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเป็นเพราะน้ำในสระว่ายน้ำจะช่วยพยุงตัวไม่ให้คุณรู้สึกใช้กำลังมากเหมือนออกกำลังกายในยิม และความเย็นฉ่ำของน้ำจะทำให้รู้สึกสดชื่นกระฉับกระเฉงขึ้น แต่ถ้าหาเวลาไม่ได้จริง ๆ อาจจะเลือกอาบน้ำฝักบัวแทนก็ได้ แต่ผลของการลงแหวกว่ายกลางสายธาราจะดีกว่ามาก

5. กล้วยช่วยได้
อย่ามองข้ามผลไม้พื้นบ้านธรรมดา ๆ อย่างกล้วยไปได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นกล้วยหอมอร่อยเลิศเลยด้วยซ้ำ จะเป็นกล้วยพันธุ์ไหนก็ได้สักหนึ่งลูก จะช่วยคุณเรียกพลังกลับมาได้ในเวลาอันสั้น เพราะในกล้วยอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่สำคัญต่อร่างกาย ทั้ง A,B,C และ E รวมทั้งเหล็กแป้ง น้ำตาลธรรมชาติ นอกจากนี้ยยังมีโปแตสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่สำคัญ ช่วยรักษาสมดุลของระดับน้ำและความชุ่มชื้นของเซลล์ผิวหนังกับเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายอีกด้วย

6. นวดตัวพร้อมกลิ่นหอมบำบัดอารมณ์
อาจจะปลีกเวลาไปนวดตัวช่วงสั้น ๆ โดยเลือกการนวดน้ำมันอโรมาที่กลิ่นหอมของน้ำมันจากธรรมชาติจะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย และเรียกความสดใสกลับคืนมาได้ แต่หากหาเวลานวดไม่ได้จริง ๆ อาจจะใช้วิธีจุดเตาขนาดเล็กในห้องที่ให้กลิ่นน้ำมันหอมระเหยเหล่านี้แทน ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

7. น้ำผลไม้สด
วิตามินซีในน้ำผลไม้ ซึ่งมีในปริมาณสูงอยู่แล้วโดยธรรมชาติจะช่วยเสริมสร้างพลังงานได้ในทันทีทันควัน เพราะน้ำตาลจากรสหวานของผลไม้ ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้เลย โดยไม่ต้องย่อยหรือแปรสภาพเหมือนกับน้ำตาลที่ได้จากแหล่งอื่น นอกจากนี้ ยังมีสารต้านอนูมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่และริ้วรอยต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย ควรพยายามดื่มน้ำผลไม้อย่างน้อยวันละหนึ่งแก้วเป็นประจำหรือจะเป็นน้ำขิงร้อน ๆ ก็จะช่วยสร้างความกระปรี้กระเปร่าอย่างเห็นผลทันทีเช่นกัน

8. ถั่วและผลไม้อบแห้ง
นี่ก็เช่นกันที่ไม่ควรมองข้ามเพราะทั้งถั่วและผลไม้อบแห้งทั้งหลายมีประโยชน์มากกว่าขนมขบเคี้ยวจำไวกแป้งนัก เนื่องจากอุดมด้วยธาตุเหล็ก ช่วยเสริมสร้างพลังงานและทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดในร่างกายคล่องตัวขึ้น เป็นผลให้ผิวพรรณของคุณดูสดชื่นเปล่งปลั่งกว่าที่เคยเป็น บางคนถึงกับเชื่อว่า การกินอาหารจำพวกถั่วมาก ๆ จะช่วยลดขนาดของไฝ ขี้แมลงวัน หรือตุ่มเล็กตุ่มน้อยตามผิวหนังด้วยซ้ำไป แต่ในสายตาของแพทย์แล้ว ไม่ควรเลือกกินอาหารประเภทใดประเภทหนึ่งซ้ำกันนาน ๆ หรือในปริมาณที่มากเกินปกติ เพราะการกินที่ถูกต้องคือต้องให้คละหมู่หลากหลายประเภทอาหารเข้าไว้

9. ชื่นใจกับดอกไม้สวย
วิธีนี้ง่ายสุด เพียงแค่เดินหาซื้อหรือสั่งดอกไม้สวยหอม ๆ สักช่อมาให้รางวัลกับตัวเอง โดยไม่ต้องรอโอกาสพิเศษที่ไหนหรือจากใครทั้งนั้น คุณก็จะได้รับความสดชื่น และรู้สึกเปี่ยมพลังขึ้นในทันทีที่สัผัสกลิ่นหอม และได้ชื่นชมความงามของดอกไม้ช่อสวยหรือถ้าไม่ต้องการการสิ้นเปลืองจะเลือกเดินชมต้นไม้ดอกไม้ตามสวนสาธารณะะที่ได้ชื่อว่าเป็นปอดของกรุงเทพฯ อย่างเช่น สวนเบญจสิริ ย่านสุขุมวิท ก็ได้เช่นกัน หรือไม่ก็อาจจะซื้อต้นไม้กระถางเล็ก ๆ วางประดับบนโต๊ะทำงานสีเขียวอันสดชื่นของมันช่วยสร้างพลังให้กับคุณได้ในทุกครั้งที่มองเห็น

10. จิบชาสมุนไพร
การได้จิบเครื่องดื่มร้อน ๆ รสชาติถูกใจ เช่น ชาสมุนไพร จะช่วยผ่อนคลายและเรียกพลังกลับคืนมาให้คุณได้ นอกจากนี้ชาบางชนิด เช่น ชากลิ่นสะระแหน่ ยังช่วยคลายเครียดและขับลมในกระเพาะอีกด้วย ซึ่งหากไม่ต้องการจิบชา อาจจะแค่หาใบสะระแหน่มาขยี้สูดดมกลิ่นของมันก็ช่วยคลายเครียดได้เช่นกัน

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถสร้างลุคใหม่ที่ทั้งสดใสและมีสุขภาพดี พร้อมที่จะออกไปเริงร่ารับลมร้อนโดยไม่ต้องอายใคร

ดูแลตัวเองให้เหมาะกับวัย

ช่วงอายุ 18-23 ปี
คุณคือ ใกล้จะบอกลาความเป็นเด็ก ไปเป็นหญิงสาวเต็มตัวแล้วล่ะ ถ้าเปรียบเป็นรถก็เป็นรถป้ายแดงที่สภาพเครื่องยังผ่านช่วงรันอินไปไม่นานเท่าไร ความสึกหรอยังไม่มีให้เห็น สุขภาพร่างกายอยู่ในช่วงที่แข็งแรงที่สุด แต่สิ่งที่น่าให้ความสนใจคือสุขภาพจิตใจ ที่ต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ที่ไม่ใช่เรื่องของเด็กๆอีกต่อไปแล้ว มีความรับผิดชอบมากขึ้น เริ่มเข้าสู่ชีวิตทำงาน เริ่มมีความรัก และเริ่มมีเซ็กซ์!!!!

โรคยอดฮิต
โรคกลัวอ้วน โรคบูลิเมีย โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์(STD) ซึ่งเป็นได้ตั้งแต่โรคเริม เชื้อราในช่องคลอด ไปจนถึงไวรัสตับอักเสบชนิดซี บี และเอชไอวี HIV และตั้งครรภ์โดยไม่ได้ตั้งใจ

ดูแลตัวเอง
-ตรวจสุขภาพร่างกายทั่วไป สังเกตตัวเองให้ดีถ้ามีการเปลี่ยนแปลง
-ตรวจตา ตรวจฟัน
-ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สำหรับคนที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย
-ตรวจ Pap Smear ไม่เร็วเกินไปแน่สำหรับการตรวจมะเร็งปากมดลูก เพราะถ้าคุณมีเซ็กซ์ตั้งแต่อายุยังน้อย (ก่อนอายุ 18) หรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อย หรือมีประวัติเป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์หรือสูบบุหรี่
-ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเซ็กซ์

ช่วงอายุ 24-29 ปี
คุณคือ หญิงสาวที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น ชีวิตไม่ได้มีแค่เพื่อนและคนรักอีกแล้ว แต่ยังมีหน้าทีการงาน การวางแผนชีวิตในอนาคตเข้ามาให้ขบคิดอีกด้วย ร่างกายที่แข็งแรงอาจจะอ่อนล้าลง ความสดใสในชีวิตอาจจะลดน้อยลงเมื่อมีความเครียดมากขึ้น มีเวลาดูแลตัวเองน้อยลง

โรคยอดฮิต
โรคเครียด โรคกระเพาะอาหารอักเสบ โรคไมเกรน

ดูแลตัวเอง
- ตรวจสุขภาพทั่วไป ปีละ 1 ครั้ง เริ่มจับตาดูระดับไขมันในเลือด น้ำหนักตัว น้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงกว่ามาตรฐาน
-ตรวจตา ตรวจฟัน
-ตรวจภายใน ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตรวจมะเร็งปากมดลูก ถ้าคุณเป็นคนมีเซ็กซ์สม่ำเสมอหรือเริ่มมีเซ็กซ์แล้ว ซึ่งความถี่ในการตรวจขึ้นอยู่กับพฤติกรรมเสี่ยงของแต่ละคน
-ตรวจเต้านมด้วยตนเองเดือนละครั้ง เวลาอาบน้ำหรือก่อนนอน(วิธีตรวจเต้านมด้วยตนเอง ที่นี่)
-ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อให้กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง
-พักผ่อนให้เพียงพอ ทำสมาธิ เพื่อไม่ให้เกิดอาการเครียดเกินไป
-ปรึกษาหมอทันทีเมื่อพบว่ามีอาการผิดปกติ

ช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป
คุณคือ ชีวิตเริ่มเป็นจริงเป็นจัง คิดวางรางฐานในชีวิต ต้องการความมั่นคงทั้งชีวิตการงานและชีวิตครอบครัวมากขึ้น ความคาดหวังในชีวิตจะสูงขึ้น ร่างกายก็เหมือนรถยนต์ที่วิ่งมาได้ครึ่งทางแล้ว เริ่มเหนื่อยล้าง่ายขึ้น ความเครียดในชีวิตก็มากขึ้น ขณะเดียวกันการเผาผลาญพลังงานของร่างกายก็เริ่มจะลดลง ต้องระวังโรคที่เกี่ยวกับความอ้วนอีกด้วย

โรคยอดฮิต
โรคเครียด โรคซึมเศร้า โรคอ้วน โรคความดันโลหิต โรคไขมันในเลือด

ดูแลตัวเอง
-ตรวจสุขภาพทั่วไป ปีละ 1 ครั้ง ดูค่าต่างๆว่ามีอะไรผิดปกติเกินกว่ามาตรฐานหรือไม่
-ถึงไม่เคยมีเซ็กซ์มาก่อนก็ควรเริ่มตรวจภายใน ตรวจ Pap Smear
-ตรวจเต้านมด้วยตัวเองเดือนละครั้ง เวลาอาบน้ำหรือก่อนนอน (วิธีตรวจเต้านมด้วยตนเอง ที่นี่)
-ทำสมาธิตั้งตามหวังในสิ่งที่เป็นไปได้ หากิจกรรมคลายเครียด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ตรวจสุขภาพทั่วไป
-ชั่วน้ำหนัก วัดส่วนสูง คำนวณดัชนีมวลกาย
-ตรวจวัดความดันเลือด
-ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดระดับไขมันในเลือด
-ซักประวัติส่วนตัว ประวัติสภาวะแวดล้อม เพื่อดูความเสี่ยงกับโรคต่างๆ
-รับคำแนะนำเรื่องโรคอ้วน ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง

ประวัติส่วนตัวและประวัติครอบครัวจำเป็นแค่ไหน?
คำแนะนำการดูแลสุขภาพส่วนมากมักจะบอกว่า ควรบันทึกหรือจำไว้ด้วยว่าเราเคยเจ็บป่วยอะไรมาบ้าง และได้รับการรักษาอย่างไร กินยาอะไร แพ้ยาหรือเปล่า รวมไปถึงคนในครอบครัว ญาติพี่น้องเคยป่วยเป็นอะไรบ้าง เพื่อจะช่วยให้หมอวิเคราะห์โรคของเราได้ถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น เช่น

+ถ้าคุณเกิดปวดเจ็บท้องน้อยด้านขวาและเคยผ่าตัดไส้ติ่งมาแล้ว ก็เป็นไปได้ว่าคุณคงมีความผิดปกติกับปีกมดลูก รังไข่หรืออื่นๆที่ไม่ใช่ไส้ติ่ง
+ถ้าคุณมีคนในครอบครัวเป็นเบาหวาน เป็นมะเร็งเต้านม ก็เป็นไปได้วาคุณมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นด้วย
+ถ้าคุณแพ้อาหารทะเล แพ้อาหารจำพวกแป้ง คุณหมอก็จะระวังในการให้ยาที่ไม่มีส่วนผสมที่คุณจะแพ้ได้

ตรวจโรคอื่นเพิ่มเติม
เวลาที่ไปอ่านตารางตรวจสุขภาพของแต่ละโรงพยาบาล เราจะเห็นรายการตรวจโรคอื่นๆเต็มไปหมด ควรเลือกตรวจดูตามความเสี่ยงและความเหมาะสมของแต่ละคนดีกว่า เช่น

-ตรวจหาไวรัสตับอักเสบชนิด บีและซี และเชื้อ HIV
-ถ้าคุณเป็นคนเปลี่ยนคู่นอนบ่อย มีเซ็กซ์โดยไม่ได้ป้องกัน เคยรับเลือดจากคนอื่น
-ตรวจหาเชื้อมะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด มะเร็งตับ
-ถ้าคุณมีคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็ง สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า
-ตรวจมะเร็งเต้านม
-ถ้าคุณมีแม่หรือพี่สาว คนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม คุณสูบบุหรี่ มีก้อนเนื้อหรือความผิดปกติที่เต้านม
-ตรวจมะเร็งปากมดลูก
-ถ้าคุณเริ่มมีเซ็กซ์ตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์บ่อย สูบบุหรี่
-ตรวจหาภูมิป้องกันหัดเยอรมัน เมื่อคุณคิดจะตั้งครรภ์ในเร็ววันนี้

ซักผ้า!

สามีภรรยาคู่หนึ่งแต่งงานกันมาหลายปีและมีลูก 1 คน กำลังอยากรู้อยากเห็น
สองสามีภรรยาจึงตกลงกันว่า ถ้าวันไหนที่จะมีกิจกรรมเข้าจังหวะให้พูดว่า
“ซักผ้า” อยู่มาวันหนึ่งสามีก็เอ่ยกับภรรยาว่า
สามี : ที่รักจ๋าวันนี้เราซักผ้ากันเถอะ
ภรรยา : ไม่ได้หรอกค่ะ วันนี้เครื่องซักผ้าเสีย (วันเบาๆ)
สองวันต่อมา สามีก็เอ่ยกับภรรยาอีกว่า
สามี : ที่รักจ๋าวันนี้เราซักผ้ากันได้แล้วหรือยังจ๊ะ
ภรรยา : ยังไม่ได้หรอกค่ะ เครื่องซักผ้ายังซ่อมไม่เสร็จจ๊ะ
สามวันถัดมา
ภรรยา : ที่รักจ๋าวันนี้เครื่องซักผ้าใช้ได้แล้วค่ะ
สามี : อ๋อ ! ไม่ต้องแล้วหล่ะ เพราะเมื่อวานพี่ใช้มือซักไปเรียบร้อยแล้ว
ภรรยา : !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เรื่อง โสดๆ !!!

โสดแสนดี !!

โสดประเภทนี้มีแต่ความหวังดี (มาก) และพร้อมที่จะเสียสละเพื่อคนที่รักตลอดเวลา แม้ตัวเองจะเจ็บซ้ำแค่ไหนก็ยอม ขอแค่ให้เขาหรือเธอมีความสุขก็พอ ลักษณะเด่นของคนโสดกลุ่มนี้คือ รักกี่ทีก็ซ้ำเพราะมัวแต่เป็นคนดี(ไม่ดูตาม้า…ตาเรือ)คนโสดประเภทนี้ เขาจะมีเพลงประจำตัว คือ เพลงคนดีไม่มีที่อยู่ ของ POTATO

โสดเจียมตัว !!

โสดประเภทนี้เป็นคนดีอีกแบบ(แต่น้อยกว่าข้อแรก)ดีแบบเจียมเนื้อเจียมตัว มองตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าอยู่ตลอดเวลา ไม่หวังอะไรมากมาย ขอแค่เป็นจุดหนึ่งเล็กๆ เท่าตับมดที่ได้รักเธอก็พอ (อะไรจะเล็กขนาดนั้น…555)คนโสดกลุ่มนี้มีเพลงประจำตัวคือ คนเจียมตัว ของ So cool

โสดโดนสาบ !!

โสดประเภทนี้มองชีวิตว่ามีกรรม ฟ้าดินกลั่นแกล้งสวรรค์ไม่มีตา เทวดาสาปส่งให้ไม่มีคนรัก ไม่มีคนสนใจ (โห…ชีวิตรันทดสุดๆ อ่ะ) ทีรักเห็บกักตุนไว้เต็มหัวใจ แต่ไม่มีใครต้องการ (แงๆ เศร้าจริงๆ) เพลงประจำตัวคนโสดประเภทนี้ คือ คนไม่มีแฟนของ เบิร์ด ธงไชย

โสดปากแข็ง !!

โสดประเภทนี้ชอบทำตัวเหมือนไม่เดือดร้อน ไม่มีใครรักก็ไม่เป็นไร ฉันอยู่ของฉันได้อย่างสบายๆ ไม่แคร์ใคร (แต่ใครจะรู้บ้างว่าในใจน่ะว้าเหว่มากๆ แถมร้องตะโกนเรียกหาใครบางคนอยู่) คนกลุ่มนี้มี เพลงประจำตัว คือ ความลับ ของ พอส

โสดอาฆาต !!

โสดประเภทนี้มีความอาฆาตสูง รักแรง เกลียดแรง แถมยังแค้นแรงอีกด้วย(ใครทำฉันเจ็บจากไปอย่าได้หวังว่าจะมีความสุข เพราะฉันจะตามสาปส่งพยาบาททุกชาติไป) คนกลุ่มนี้ มีเพลงประจำตัว คือ ขวากหนาม ของ Hyper

โสดใฝ่สูง !!

โสดประเภทนี้แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับโสดเจียมตัว เพราะมีนิสัยและการมองโลกที่ตรงข้ามกัน มีความทะเยอทะยาน ฝันสูง ถือคติความรักไม่ใช่เรื่องไกลตัว เธอหรือเขาอยู่สูงแค่ไหนก็ต้องเอื้อมมาให้ได้ แม้จะถูกคนในสังคมส่วนใหญ่มองว่าเป็นหมาวัดที่ชอบเด็ดดอกฟ้าก็ยอม เพลงประจำตัวคนโสดประเภทนี้ คือ หมาเห่าเครื่องบินของ โลโซ

โสดเจ็บแล้วต้องจำ !!

โสดประเภทนี้เป็นพวกเข็ดขยาดกับความรัก เพราะเคยมีประสบการณ์ที่เจ็บปวด( อกหัก/ถูกทิ้ง)ก็เลยถือคติเจ็บแล้วต้องจำ จะไม่ซ้ำ ไม่รักใครอีกแล้ว ขออยู่เป็นโสดไปจนตาย (ปิดกันตัวเองซะยั่งงั้น) เพลงประจำตัวคนโสดประเภทนี้ คือ เพื่อนกับแฟนแทนกันไม่ได้ ของ เล้าโลม

โสดมั่นใจ !!

โสดประเภทนี้มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง(มาก)สามารถพลิกผันสถานการณ์ อกหัก ให้เป็น ทางเลือก ได้ ประมาณว่าดีแล้วที่เลิกกันไปฉันจะได้มีโอกาสมองคนใหม่ที่ดีกว่านี้ (ถีงจะเป็นโสดก็ไม่เป็นไร ฉันมั่นใจ ฉันไม่ผิด) ) เพลงประจำตัวคนโสดประเภทนี้ คือ ไม่เดือดร้อน ของ Calyn

โสดพยายาม !!

โสดประเภทนี้มีเป้าหมายชัดเจนว่าไม่อยากเป็นโสด ฉะนั้นจึงมีความพยายาม กระตือรือร้น และลงมือทำเพื่อให้พ้นจากสถานะ โสด โดยเร็วถือคติไม่ลงมือทำก็ไม่ได้มา (แต่ยังไม่เข้าข่ายเกินงาม) เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่ของโสดกลุ่มนี้เป็นสาวยุคใหม่ความมั่นใจพอตัว) เพลงประจำตัวคนโสดประเภทนี้ คือ ผ้าเช็ดหน้าของ ไทรอัมส์คิงดอม

โสดยังหวัง !!

โสดประเภทนี้มีความหวังเป็นแรงบันดาลใจ ถือคติชีวิตนี้ไม่สิ้นหวัง ชอบการรอคอยค้าหาวันนี้ไม่เจอไม่เป็นไร พรุ่งนี้ยังไหว..รอได้ๆแต่มีความพยายามเท่ากลุ่มก่อนหน้านี้ ไม่ชอบการลงมือปฎิบัติ แต่ชอบตั้งหน้าตั้งตารอคอย(กี่ชาติผ่านไป ไม่เคยสิ้นหวัง!!!)สำหรับเพลงประจำตัวคือ คนที่ไม่เข้าตา ของ Calories Blah Blah

เอ……..แล้วเพื่อนๆ ล่ะค่ะเป็นคนโสดแบบไหน? อิอิ…

แม่สอนไว้

สาวน้อยดาว เพิ่งจะมีนัดกับชายหนุ่มเป็นครั้งแรก เธอวิตกจริตพอสมควรขนเสื้อผ้าชุดเด็ดออกมาเป็นกองกะตั๊ก และเดือดร้อนต้องขอคำปรึกษาจากคุณแม่
“หนูจะทำยังไงดีค่ะคุณแม่”
“ก้อยังไงก็ได้ แต่จำที่แม่จะสอนไว้สามข้อนะค่ะ”
ข้อหนึ่ง “อย่าให้เค้าจูบลูก ริมฝีปากของลูกบอบบางเหมือนกลีบดอกไม้ที่จะชอกช้ำได้ง่าย”
ข้อสอง “อย่าให้เค้าจับหน้าอกของลูก มันเปรียบเหมือนคริสตัลล่ำค่าราคาแพงที่เปราะบาง”
ข้อสาม “อย่าให้อะไรล่วงล้ำเข้าไปใน ‘ส่วนตัว’ ของลูกนะเพราะในนั้นจะเป็นเหมือนเตาอบที่จะแผดเผาทุกสิ่งที่ล่วงล้ำเข้าไป”
“ค่ะ…หนูจะทำตามต่ะคุณแม่”

สาวน้อยดาวได้ไปเดทกับเพื่อนชาย ปล่อยให้คุณแม่นั่งใจจดใจจ่อรอคอย
กระทั่งตีสาม…สาวน้อยโผเผกลับมาบ้าน หน้าตาอิดโรยแต่แววตานั้นแช่มชื่นเหมือนกับคนอยู่ในภวังค์ที่เพิ่งผ่านอะไรดีๆ มา

“คุณแม่ค่ะ หนูคิดว่าหนูกำลังตกอยู่ในความรักค่ะ…มันช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน”
“ดาว…ลูกทำทุกอย่างที่แม่สั่งใช่มั้ย” คุณแม่ชักหนาวๆ..นึกในใจ-ลูกชั้น…
“ค่ะ ทีแรกเค้าจะมาจูบหนู หนูก็บอกเค้าว่าริมฝีปากหนูบอบบางเหมือนดอกไม้ เค้าก็หยุดไป…
ต่อมาเค้าจะจับหน้าอกหนู หนูก็บอกว่าหนูก็บอกว่าอกหนูเหมือนคริสตัลที่เปราะแตกง่าย เค้าก็หยุดไป…”
ถึงตอนนี้หนูดาวหยุดพูด หัวเราะด้วยแววตาเยิ้มฉ่ำ
“แล้วยังไงต่อล่ะ” คุณแม่อดรนทนไม่ไหว
“เค้าพยายามจะเอามือเข้าไปในส่วนตัวของหนูค่ะ แต่หนูบอกว่าในนั้นเป็นเหมือนเตาอบที่จะเผาทุกอย่างทีล่วงล้ำเข้าไป เค้าก็เลยหยุด..”
เฮ้อ..คุณแม่ถอนหายใจอย่างโล่งอก
“แล้วไงต่อล่ะลูก”
“แล้วเค้าก็บอกว่า คุณมีเตาอบใช่มั้ย ผมมีขนมปังฝรั่งเศสอยู่ชิ้นนึง แล้วเค้าก็ลองเอาเข้าเตาอบของหนู…
หลังจากนั้นเค้าก็เร่งไฟ พอมันร้อนได้ที่เค้าก็เอาออกมาให้หนูชิม แล้วถามว่าอบได้ที่หรือยัง…”
!!!!!!!!!