กฎหนัง Hollywood

1. ถ้าเป็นฉากปล้นธนาคาร ผู้ร้ายมักเลือกเข้าไปเจรจา (แกมบังคับขู่เข็ญด้วยอาวุธ) กับพนักงานคนหนึ่ง (จะเป็นหญิงหรือชายก็ได้) กฎข้อสำคัญอยู่ที่ว่าพนักงานธนาคารรายนั้นมักจะบังเอิญเพิ่งเริ่มทำงานเป็นวันแรก!!!

2. วิธีการหนึ่งที่จะช่วยแยกแยะว่าใครเป็นคนดีหรือคนเลวในหนังก็คือ ให้สังเกตว่าถ้าคนๆนั้นตายแล้วยังลืมตา แต่มีเพื่อนสนิทมาช่วยปิดให้”ตายตาหลับ”หมอนั่นเป็นคนดีแน่นอน เพราะถ้าเป็นคนเลวตายแบบลืมตา นอกจากจะไม่มีใตรแยแสเหลียวแลแล้ว กล้องยังเคลื่อนเข้าใกล้เพื่อเน้นให้เห็นดวงตาเบิกโพลง (อาจเป็นการย้ำให้เห็นว่า “คนเลวต้องตายตาไม่หลับ”เป็นการชดใช้ผลกรรมที่ตเองได้ก่อ

3. ถ้าหากคู่รักที่เข้านั่งกินข้าวในภัตตาคารเป็นพระเอก-นางเอกแล้วล่ะก็ ต่อให้มีฐานะร่ำรวยหรือต่ำต้อยเพียงไรก็ตามโต๊ะของทั้งคู่มักจะเป็นโต๊ะที่ดีที่สุดในภัตตาคารนั้นเสมอ

4. เราร่ำเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กันตั้งแต่เด็กๆ ว่าแสงเดินทางเร็วกว่าเสียง เพราะฉะนั้นฟ้าแลบมัจะเกิดขึ้นก่อนฟ้าร้องชั่วขณะหนึ่ง แต่ในหนังเกือบทุกเรื่อง ทุกสัญชาติ ฟ้าแลบและฟ้าร้องมักจะเกิดขึ้นพร้อมกันเสมอๆ (รวมทั้งฟ้าผ่าด้วย)

5. ในหนังแอ๊คชั่นพระเอกมักจะไม่ออกอาการเจ็บปวดเมื่อต่อยกับผู้ร้ายเลยสักนิด แต่เมื่อไรก็ตามที่นางเอกใส่ยาทำแผลให้ พระเอกมักจะร้องโอดโอยครวญครางอย่างรวดร้าวแสนสาหัสเสมอ

6. ใครก็ตามที่เป็นตัวละครในหนัง เวลาไปช็อบปิ้งซื้อของมักจะมีขนมปังฝรั่งเศสแท่งยาว และหัวแครอทโผล่พ้นออกมาเหนือปากถุงเสมอ

7. ในฉากที่เกี่ยวกับห้องเรียนของหนังแทบทุกเรื่อง เวลาที่ครูหรือศาสตราจารย์กำลังพูดอะไรกับนักเรียนนัศึกษาอยู่ มักจะไม่เคยได้มีโอกาสพูดจนจบครบถ้วนกระบวนความ และโดนกริ่งสัญญาณเลิกเรียนดังขึ้นมาขัดไปเสียทุกครั้ง

8. หนังเกี่ยวกับกีฬาทุกเรื่อง ตัวละครที่เป็นนักกีฬามักจะสายตาดีเป็นพิเศษ เพราะเมื่อลงไปอยู่ในสนามท่ามกลางผู้ชมเนืองแน่นหลายหมื่นคนตัวละครที่เป็นนักกีฬานั้นๆมักจะมองเห็นหญิงสาวที่ตนรักในหมู่กองเชียร์เจอเสมอ ไม่ว่าเธอจะนั่งแอบซุกตัวอยู่ตรงไหนก็ตาม!!!

9. ถ้าคุณเป็นตัวละครในหนังสงครามแล้วไม่อยากตาย กรุณาอย่าหยิบเอารูปแฟนสาวที่พกไว้ในกระเป๋าตังค์ขึ้นมาดูเป็นอันขาด เพราะเรื่องไหนห็เรื่องนั้น ใครที่มีพฤติกรรมตามนี้มักจะต้องถึงฆาตดับดิ้นในฉากต่อมา

10. ในหนังสงครามอีกเช่นเดียวกัน ถ้าตัวละครศักดิ์ศรีระดับตัวเอกที่เป็นทหารในแนวหน้าถึงแก่ความตายเมื่อไหร่ หนังมักจะตัดภาพไปยังแฟนสาวทางบ้านสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้ายในเวลาเดียวกันเป๊ะเสมอๆ

11. เวลาที่มีการจุดไม้ขีดไฟไล่ความมืดในหนัง ความสว่างจากก้านไม้ขีดนั้นมักจะมีอานุภาพเทียบเท่าหลอดไฟชั้นดีหนึ่งดวง

12. หนังเรื่องไหนที่มีฉากอพาร์ทเมนท์ในปารีส ทุกๆอพาร์ทเมนท์จะต้องมองผ่านนอกบานหน้าต่างออกไปแล้วเห็นหอไอเฟล!?

13. อาชีพที่มีจิตใจกว้างเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่นมากที่สุดในหนังก็คือบาร์เทนเดอร์ จะเห็นได้จากการที่เขามักเลี้ยงเหล้าลูกค้าฟรีๆเสมอ โดยเฉพาะถ้าลูกลูกค้านั้นเป็นพระเอกหรือนางเอกของเรื่อง ลูกค้านั้นเป็นพระเอกหรือนางเอกของเรื่อง

เกาะแห่งความรู้สึก ภาค 2

เมื่อความรักใด้เข้ามาอยู่ในเกาะแห่งใหม่ก็พบว่าเกาะนี้ช่างอุดมสมบูรณ์
เสียจริง มีไม้ให้เธอสร้างบ้าน
มีอาหารให้กินและมีทุกอย่างที่เธอต้องการ ไม่นาน
ไม่นานเธอก็หลงรักเกาะนี้ เธอคิดว่าเกาะ คงรักเธอเช่นกัน ทุกวัน
เธอจะเดินไปที่ริมหาดด้วยหัวใจเบิกบานแลัวหันกลับมาตะโกนบอกเกาะ
ว่า”ฉันรักเธอ” แต่เกาะไม่เคยเข้าใจในสิ่งที่เธอพูดหรอก…เกาะอยู่ใน
ฐานะผู้ให้เท่านั้น

แล้ววันหนึ่งความรักก็พบว่าเกาะไม่ใด้ทุกอย่างกับเธอคนเดียวเท่านั้น
ทั้ง ความรวย ความเห็น แก่ตัว ความเศร้า ความสุข
ต่างก็ได้รับสิ่งต่างๆจาก เกาะเหมือนๆกัน
“เกาะนี้ช่างสมบูรณ์เสียจริง”ความรวยรำพึง
“ฉันจะกอบโกยให้มากที่สุด”ความเห็นแก่ตัวคิด
ส่วนความสุขไม่คิดอะไรเลยเขามีความสุขกับสิ่งที่ได้รับไปวันๆ
..และแล้วความเศร้าก็โคจรมาพบความรัก
“เธอมันโง่…สิ่งที่เธอทำไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอก ดูอย่างฉันสิ
ไม่เคยได้ รับความรักจากใคร
เลย”พูดแค่นี้แล้วความเศร้าก็เดินร้องไห้จากไป

ความรักรู้สึกสับสน น่าเสียดายที่เกาะนี้ไม่มีความเข้าใจอาศัยอยู่ด้วย
ไม่เช่นนั้นคงมีใครอธิบาย
สิ่งต่างๆให้ความรักเข้าใจว่าเธอไม่ใช่เจ้าของ เกาะ
และเกาะรักเธอไม่ได้ เธอร้องไห้ มีบางสิ่งเกิดขึ้นกับความรัก เธอได้
ให้กำเนิดความริษยา และความโกรธ สร้างความปั่นป่วนไปทั่วเกาะ
สถานการแย่ขึ้นจนถึงขีดสุด มหันตภัยของ ชาวเกาะก็เกิดขึ้น
“ความเสื่อม”นั่นเอง….
แล้ววันหนึ่งก็มีประกาศไปยังความรู้สึกทั้งหมดว่า เกาะกำลังจะจม

วัฎจักรทั้งหมดก็เวียนอีกครั้ง
ไม่มีใครช่วยความรักขึ้นเรือ…..เงาของใคร
บางคนพายเรือมาแต่ไกล…เวลานั่นเอง “มานี่ความรักฉันจะรับคุณไปเอง”
“ไม่…ฉันไม่ไปแล้ว..ฉันจะตายที่นี่…ทำไมเหตุการณ์นี้ต้องเกิดกับฉันอีก…”
ความรักพูดทั้งน้ำตา
เวลาถอนหายใจ แล้วตอบว่า
“มันเป็นเช่นนี้เอง
ตั้งแต่ก่อนจักรวาลจะเกิดมีเพืยงฉันและความว่างเปล่า เท่านั้น
ฉันอยู่มานาน รู้เห็นทุกอย่าง ฉันบอกเธอไม่ได้หรอกว่าทำไม
แต่…ความรักเอํย เธอไม่เคยสังเกตุเหรอ ว่า ความทุกข์คือเงาของเธอ”
ความรักก้มมองเงาของตัวเองแต่เธอไม่สามารถเห็นอะไร
“ฉันไม่ใช่พระเอกของเรื่องหรอกนะ ฉันมีหน้าที่พาเธอไปส่งยังเกาะที่ใกล้
ใกล้ที่สุดเท่านั้น รีบขึ้นมาเถอะฉันต้องไปช่วยคนอื่นอีกเยอะ”
ความรักจำใจขึ้นเรือจนมาถึงเกาะ
“แล้วเจอกันเมื่อวันนั้นมาถึง” เวลากล่าว
“แต่ฉันไม่อยากเจอคุณอีก”
“พยายามค้นหาต่อไปเถิดเมื่อเธอกลายเป็นความรักที่แท้เมื่อไรเราจะไม่เจอกันอีก”
“ทำไมหละ”
“เพราะรักแท้อยู่เหนือกาลเวลา”

ปริศนาสาวชุดดำ

เหตุการณ์มีอยู่ว่า
วันนั้นทางสถาบันการศึกษาต้องส่งทีมเชียร์ลีดเดอร์ประจำสถาบันเข้าไปทำการแข่งขันและหนึ่งในนั้นก็มีกระผมด้วย
แต่มีเวลาในการส่งทีมเข้าทำการแข่งขันอีกประมาณ 2 เดือนเท่านั้น
อาจารย์ที่ควบคุมทีมต้องให้พวกกระผมซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ตอนหลังเลิกเรียนเวลาประมาณ 15.00-18.00 ของทุกวัน

ซึ่งมีอยู่วันหนึ่งวันนั้นอาจารย์ที่ควบคุมทีมพาพวกเราให้ไปลองยืนเข้าเสต็บการเต้น
ในหอประชุมใหญ่บนเวที ผมสูง 178 ซม.เลยต้องเต้นอยู่ด้านหลัง หรือแถวหลัง
เต้นไปได้สักพักผมก็เหลือบไปมองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งใส่ชุดสีดำรัดรูปทั้งชุด
มายืนซ้อมการเต้นกับพวกเราโดยเธออยู่แถวหน้าสุด

ผมแปลกใจมากว่าตอนก่อนเต้นอาจารย์จะจัดแถวให้เต้นว่าใครจะอยู่แถวไหน
และตอนจัดแถวไม่เห็นมี ผู้หญิงคนนี้อยู่เลย
ผมสงสัยจึงเดินเข้าไปจะดูหน้าว่าคือใครกันพอผมจะก้าวเท้าไปถามเธอผู้นั้น
ตัวเธอก็หายวับไปกับตา ผมตกใจมาก

ทำให้เพื่อนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ผมคิดว่าคงตาฝาดไป
เพราะว่าเมื่อคืนนอนดึกพอเต้นได้สักพักอาจารย์ที่ควบคุมทีมจึงสั่งให้ซ้อมการต่อตัว
การต่อตัวที่ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างมาก คือ จะต้องจับเพื่อนผู้หญิงที่ชื่อเบนซ์
ซึ่งเธอมีทักษะทางยิมนาสติกอยู่แล้วมาทำการดีดตัวตีลังกากลางอากาศ 2 รอบแล้วม้วนตัวลงให้เพื่อนผู้ชายทั้งสองคนข้างล่างคอยรับอยู่

แต่ในจังหวะที่ไก่ กับ เตอร์ จับเบนซ์ ขึ้นให้มาเหยียบบนมือแล้วดีดขึ้น
ขณะที่เบนซ์กำลังม้วนตัวตีลังกาอยู่นั้น …

ผมก็เห็นหญิงชุดดำ อยู่ๆเธอก็วิ่งตัวลอยเข้าไปจับขาเบนซ์
ในขณะที่ตีลังกาอยู่ทำให้เสียหลักตกลงมากับพื้นเวที แต่โชคดีที่พื้นนั้น ทำด้วยกระเบื้องยาง
หัวเบนซ์น็อคพื้น หัวไม่แตก แต่ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล
ผมพยายามวิ่งไบรับเพื่อนแต่ก็ไม่ทัน
ผมยังเห็นผู้หญิงชุดดำยืนหันหลังอยู่ผมกะว่าจะต้องเข้าไปต่อว่าสักหน่อย
แต่พอหันไปมองอีกทีหัวเธอก็ไม่มีแล้วมีแต่ตัวยืนอยู่จากนั้นร่างของเธอก็ค่อยๆเลือนหายไป

ผมพยายามคิดว่าตัวเองตาฝาดอีกหรือเปล่าทำไมเพื่อนๆถึงมองไม่เห็น
ผมไม่กล้านำเรื่องนี้ที่เห็นไปเล่าให้กับใครฟังเดี๋ยวจะหาว่าผมเพ้อเจ้อ
เพราะสมัยนี้แล้วใครจะมาเชื่อเรื่องแบบนี้อีก
หลังจากนั้นคุณแม่ของเบนซ์ก็ไม่อนุญาติให้เบนซ์มาเต้นอีกเลย
ทำให้เราต้องหาคนมาแทนและต้องเสียเวลามาเพราะว่าต้องมาซ้อมกันอีกหลายรอบ
สาเหตุนี้จึงทำให้อาจารย์ที่ควบคุมทีมต้องใช้เวลามากขึ้นจึงให้พวกเราไปฝึกซ้อมกันที่ค่าย แถวๆจังหวัดสระบุรี

พอถึงที่ พวกเราก็ถือว่าได้มาเที่ยวไปในตัว
เพราะที่ค่ายนั้นสวยมากเราซ้อมมาได้ 5 วันแล้วเหลืออีก 2 วันก็จะได้กลับบ้าน
เราซ้อมเต้นกันตั้งแต่เช้าจนเย็น

คืนหนึ่งหลังจากการซ้อมอาจารย์จับให้พวกเรานอนห้องเดียวกันทั้งชายหญิงแต่นอนคนละฝั่ง ผมนอนไปอยู่ดีๆ ผมก็สะดุ้งขึ้นมาเฉยๆ เหมือนมีคนมาจับเท้าเราดึงเล่น เลยนอนไม่หลับเหลือบดูนาฬิกาก็ตี 4 พอดี
ผมมองดูเพื่อนๆและอาจารย์ทุกคนก็ยังหลับกันอยู่
ผมกวาดสายตาไปที่หน้าต่างที่เป็นกระจกใสไม่มีผ้าม่านอยู่
ทำให้มองเห็นด้านนอกซึ่งผมมองเห็นเงาดำๆ ลอยผ่านไปผ่านมาตอนนั้น
คิดอย่างเดียวว่าคือเงาของต้นไม้ข้างนอกผมเพ่งดูที่หน้าต่างอีกครั้งทีนี้เห็นเป็นเงาดำๆ
และมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆๆ แล้วก็ต้องตะลึงกับ ภาพที่เห็นเพราะเป็นผู้หญิงชุดดำคนนั้นแต่คร่าวนี้ใบหน้าของเธอเปลี่ยนสภาพเป็นเลือดไหลเต็มหน้า
สาเหตุที่เห็นเพราะว่าได้เปิดไฟห้องน้ำเอาไว้
ด้วยความกลัวและความตกใจผมจึงตะโกนสุดเสียงตัวสั่นไปทั้งตัว
ทำให้เพื่อนๆและอาจารย์ ตื่นกันหมดและเพื่อนได้ถามผมว่าเป็นอะไร
ผมได้เล่าให้เพื่อนๆและอาจารย์ฟังหลังจากนั้นอาจารย์ก็เล่าว่า

เมื่อ 1 ปีก่อนมีผู้หญิงใส่ชุดดำรัดรูปหน้าตาสวยมาขอสมัครเข้าเป็นเชียร์ลีดเดอร์
อาจารย์ก็รับไว้อาจารย์ยังบอกว่าเธอขยันมากมาซ้อมแทบทุก
วันหลังจากนั้นเดือนเศษระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเธอ
รถพลิกคว่ำทำให้เธอเสียชีวิตในชุดดำนั้นเอง
อาจารย์เล่าต่อว่าตอนเสียชีวิตใหม่ๆพวกเชียร์ลีดเดอร์รุ่นพี่ก็เจอกันเป็นประจำ
และเคยทำบุญให้เธอไปแล้ว สงสัยผมคงต้องทำสังฆทานให้เธอคนนั้น

หลังจากได้ฟังอาจารย์เล่าแล้วจึงได้รู้ว่าเป็นเรื่องจริง
พวกเราพูดคุยกันถึงเช้าและได้เดินทางกลับก่อนถึงกำหนด 7 วัน
หลังจากนั้นพวกเราก็นัดกันไปทำสังฆทานให้เธอ
และหลังจากนั้นพวกเราก็ไม่เจอเธออีกเลย

.. เชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้นะคะ ..

10 สุดยอดจุดดำน้ำแห่งท้องทะเลไทย

ทะเลไทยมีจุดดำน้ำมากมายลากหลายอย่างเฉพาะหมู่เกาะสิมิลันแห่งเดียวก็มีจุดดำน้ำที่น่าสนใจ มากกว่า 20 แห่งแล้ว แต่จุดดำน้ำที่ไหนจะเป็นสุดยอดจุดดำน้ำแห่งท้องทะเลไทยใครเล่าจะตัด สินใจได้ เพราะนานาจิตตัง ร้อยคนก็อาจจะร้อยความคิด ดังนั้นจึงมีการสำรวจทัศนคติของช่าง ภาพใต้น้ำยอดเยี่ยมของไทย 3 คน ที่ลงดำน้ำมาแล้วทั่วทั้งทะเลไทย รู้จักจุดดำน้ำแต่ละแห่งเป็น อย่างดี โดยนิตยสารแพรวสุดสัปดาห์ ทำหน้าที่กรรมการรวมคะแนน โดยให้ 3 ช่างภาพให้คะ แนนเรียงตามลำดับที่ชอบโดยมีคะแนนสูงสุด ชอบมากที่สุดที่ 10 คะแนน ไปจนถึงไม่มีคะแนน พร้อมอธิบายความรู้สึกว่าทำไมถึงชอบมาด้วย และคำตอบของทั้ง 3 ช่างภาพใต้น้ำไทยเกี่ยวกับ
10 สุดยอดจุดดำน้ำ แห่งท้องทะเลไทยมีดังนี้

อันดับ 1
กองหินเรือนกล้วยไม้ เกาะหก หมู่เกาะสิมิลัน
ความน่าหลงใหลในกองหินเรือนกล้วยไม้ อยู่ที่กองหินก้อนใหญ่ 2 กอง กองใหญ่ และกองเล็ก โดยกองใหญ่อยู่ที่ความลึกประมาณ 60 ฟุต และกองเล็กอยู่ที่ระดับความลึกประมาณ 80 ฟุต ทั้งสองกองมีประการังอ่อนสีสันต่าง ๆ เกาะกันอยู่อย่างแน่นขนัด มีกัลปังหาผืนใหญ่อยู่ตรง จุดโน้นจุดนี้อีกหลายจุดข้างเคียง บนกองหินมีปลาหลากหลายทั้งปลาสิงโต ปลาโนรี ปลาเก๋า ปลาสินสมุทร ตลอดจนปลากบสีขาวที่หนาตาไม่เหมือนปลาเลยตัวเบ้อเริ่ม บ่อยครั้งมักจะมี ปลากลางน้ำ เช่น ปลากะมง ปลาเรนโบว์ ผลุนผลันเข้ามาในกองหิน ไล่กินปลาเล็กให้ชมเป็น ละครชีวิตจริงที่น่าสนใจ ยิ่งไปกว่านั้นหากไม่เพลินชมบริเวณนี้นานจนอากาศหมด นักดำน้ำ สามารถดำต่อไปทางทิศใต้ ซึ่งจะมีลักษณะเป็น SLOPE นักดำน้ำจะได้พบกับกองกัลปังหา
ยักษ์ ๆ กลางทางอีกหลายจุด จนไปจบสุดท้ายที่กอปะการังอ่อน และกัลปังหาหลากสีสันแน่น ขนัดที่โขดหินที่มีความลึกประมาณ 100-130 ฟุตเสร็จจากตรงนี้แล้วนักดำน้ำต้องขึ้นไปพัก
น้ำที่จุดพักน้ำที่มีความลึกประมาณ 20-40 ฟุต ที่ถ้าอากาศในถังพอจะพักนานเท่าไหร่ก็ไม่น่า เบื่อเพราะบนยอดหินเป็นจุดที่สวยงาม ด้วยกอปะการังและกัลปังหาขนาดย่อมๆเบ็ดเสร็จแล้ว สามารถดำเป็นเส้นทางเดียวมีสุดดำน้ำ ที่สอดรับกับการดำน้ำที่มีลักษณะความลึก และจุดพัก น้ำที่พอเหมาะ

อันดับ 2
กองหินริเชลิว หมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา
สิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับนักดำน้ำอย่างหนึ่งก็คือ การดำน้ำไปกับเจ้าฉลามวาฬ ยักษ์ใหญ่
ใจดีแห่งท้องทะเลไทย ที่กองหินริเชลิวมีสถิติการเข้ามาเยือนของฉลามวาฬ มากกว่าจุดดำ
น้ำอื่นๆ และบ่อยครั้งที่มามากกว่า 1 ตัวพร้อมปลาช่อนทะเลบริวารอีก 2-3 ตัวอีกต่างหาก และนอกจากนั้นกองหินแห่งนี้ยังหลากหลายด้วยสิ่งมีชีวิตที่น่าสนใจ นักถ่ายภาพเลือกถ่าย ภาพได้ทั้งระบบเลนส์ และเลนส์มาโคร เช่นเจ้าปลาหมึกกระดอง ปลาไหลทะเล ปลาสิงโต
ม้าน้ำ ปลาหมึกยักษ์ กั้งตั๊กแตน และปลาการ์ตูน เป็นต้น ส่วนที่อยู่กลางน้ำบ่อยครั้งจะมีการ รวมฝูงปลาโรนัน กระเบนใหญ่ ปลาสาก ปลากะมง ตลอดจนปลาหูช้างที่สวยงาม

อันดับ 3
กองหินแฟนตาซี เกาะแปด หมู่เกาะสิมิลัน
แฟนตาซี เป็นที่ชื่นชอบของนักดำน้ำรุ่นเก๋า ด้วยลักษณะกองหินใหญ่ใต้น้ำ 3 กองใหญ่ๆ ทั้งทุ่นลูกทิศเหนือ ทิศใต้ และทุ่นลูกนอก ด้วยความสวยงามของกองกัลปังหา และปะการัง อ่อนหลากสีสันที่จับกลุ่มรวมกออยู่ด้วยกันตรงจุดโน้นจุดนี้มากมาย ทว่าในวันนี้ทุ่นจอดเรือ ของแฟนตาซีมักจะมีไม่ครบทั้ง 3 ทุ่น การเดินทางไปดำน้ำให้ครบรอบ 3 จุดในคราวเดียว กันจึงทำได้ยากลำบากที่ทุ่นลูกนอกและลูกทิศเหนือ เหล่าปะการังที่สวยงาม แน่นขนัดทรุด โทรมลงไปกว่าเมื่อหลายปีก่อนพอสมควร ปลาหลายๆ ชนิด เช่น ฝูงปลาตะเภา ม้าลาย ปลา
ไหล ริบบอนก็ลดจำนวนห่างหาย ทำให้ความสวยงามลดน้อยลงไป แต่นักดำน้ำหลายคนก็ ยังคงหลงรัก แฟนตาซีรีฟแห่งนี้อยู่

อันดับ 4
กองหินเกาะตาชัย
เสน่ห์ของเกาะตาชัยมีให้เลือก 2 แบบด้วยกัน คือ จุดชมปลาใหญ่ คือ ฉลามวาฬ และแมน ต้าเลที่ปลากฎสถิติการเข้ามาปรากฏโฉมของปลาใหญ่เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ นักดำน้ำที่ตั้ง ใจจะมารอชมปลาใหญ่มักยอมเสียวเวลารอคอยที่ยอดหิน ความลึกประมาณ 40 ฟุต ตลอด
ทั้งไดฟ์ บางทีเฝ้ารอแต่ไม่เจอก็มี และอีกแบบหนึ่ง คือ การดำน้ำลงชมสวนปะการัง ที่พื้น ล่างระดับความลึกประมาณ 70 – 10ฟุตมีลักษณะเป็นพื้นราบมีกองหินเล็ก ๆ ระเกะระกะ มีกอกัลปังหา ปะการังอ่อน และกอร์กอเนี่ยน สีสันต่างๆขึ้นอยู่ตรงนั้นตรงนี้ งดงามราวชม สวนดอกไม้

อันดับ 5
กองหินม่วง หินแดง อันดามันใต้
หินม่วง หินแดง เป็นภูเขาใหญ่ใต้ทะเลลึก 2 ลูก หินม่วง ยอดหินจมน้ำอยู่ที่ระดับความลึก
ประมาณ 30 ฟุต มีปะการังอ่อนสีแดงที่มองเห็นด้วยตาเป็นสีน้ำเงินอมม่วง ขึ้นอยู่แน่นขนัด มากมายจนดูราวพื้นพรมสีม่วงปูแน่นไปตลอด ด้านหนึ่งของหิน เป็น Slope ลาดเอียง แต่ อีกด้านหนึ่งตัดชันลงสู่ความลึกที่มากกว่า 130 ฟุต ตลอดแนวหินด้านนี้จะมีกอกอร์กอเนี่ยน ขึ้นอยู่มากมาย มีสิ่งมีชีวิตที่น่าสนใจ เช่น ปลาเหยี่ยวจมูกยื่น ปลาจิ้มฟันจระเข้ปีศาจแฝงตัว อยู่ในซอกมุมลึกลับส่วนหนแดงเป็นภูเขาใต้น้ำที่มียอดหินโผล ่เห็นได้ชัด ใต้ทะเลเป็นแหล่ง ปะการังอ่อนหลากสี เช่นเดียวกับหินม่วง บ่อยครั้งที่นักดำน้ำจะได้พบกับฉลาม Leopard และฉลามวาฬที่แนวหินเหล่านี้

อันดับ 6
กองหินหมูสัง หมู่เกาะพีพี
บริเวณนี้น้ำออกจะขุ่นง่ายกว่าจุดอื่นที่กล่าวมาแล้วสักหน่อย เพราะอยู่ในอ่าวเป็นเขตน้ำตื้น แต่บทจะใสขึ้นมาก็ใสปิ๊งไปเลยทีเดียว จุดเด่นของหมูสังอยู่ที่เหล่าปะการังอ่อนสีชมพูที่
ขึ้น เต็มยอดหิน และโดยเฉพาะนักดำน้ำมักจะได้พบกับเจ้าฉลาม Leopard ตัวใหญ่ ๆ
อยู่เสมอ จนจุดนี้ได้รับการขนานนามอีกอย่างหนึ่งว่า Shark Point Phuket เลยทีเดียว

อันดับ 7
หินวง
เกาะเต่าด้านทิศตะวันออก หินวงเป็นจุดดำน้ำทางทิศตะวันออกของเกาะเต่า ที่นักดำน้ำไม่ ค่อยมีโอกาสได้ไปดำกันนัก เนื่องจากอยู่คนละฝั่งกับจุดดำน้ำยอดฮิต กองหินชุมพร ที่หินวง ความลึกไม่มากประมาณ 50 – 100 ฟุต จุดเด่นที่สุดของหินวงก็คือ เหล่าแส้ทะเล หวีทะเล อันเป็นความสวยงามใต้น้ำแบบเฉพาะของอ่าวไทยขึ้นเป็นกอใหญ่ๆ ทั้งแน่นขนัด และมาก มายระเกะระกะ เป็นจุดหนึ่งที่สวยงามที่สุดของทะเลอ่าวไทยเลยทีเดียว

อันดับ 8
กองหินชุมพร หรือกองชุมพร
เป็นจุดดำน้ำที่ดีที่สุดอีกจุดหนึ่งของทะเลอ่าวไทย มีลักษณะเป็นภูเขาใหญ่ใต้น้ำมียอดหิน
โผล่บ้างไม่โผล่บ้างตามการขึ้นลงของน้ำ บนยอดหินมากมายด้วยฟองน้ำครก และเหล่า
ดอกไม้ทะเล ตามซอกหลืบหลายแห่งปะการังดำ สีขาว สีเหลือง สีส้ม อันเป็นเอกลักษณ์ อย่างหนึ่งของ ทะเลอ่าวไทยอยู่ตรงโน้นตรงนี้ ที่กลางน้ำ มักมีการรวมฝูงของปลากะมง
ปลาหูช้าง ปลาสาก และจุดสนใจที่ไม่ซ้ำแบบใครของกองหินชุมพร ก็คือ เหล่าปลาหมอ
ทะเลยักษ์ ๆ ขนาดประมาณลำตัวผู้ใหญ่ ที่มักเข้ามาอาศัยหลบภัยอยู่ตามซอกหลืบต่าง ๆ มากมายหลายตัวเลยทีเดียว

อันดับ 9
กองหินคริสต์มาส เกาะเก้า หมู่เกาะสิมิลัน
เป็นกองหินที่มีความสวยงาม ทั้งในด้านน้ำตื้นที่ระดับความลึก ประมาณ 60 – 120 ฟุต ที่มีฝูงปลาในแนวปะการังหลายหลาก ทั้งปลาตะเภาม้าลาย ปลาผีเสื้อ ปลาสินสมุทร ปลา
ปักเป้า ฯลฯ ส่วนในด้านน้ำลึก ก็มีกองหินย่อยๆ ที่มีกอกัลปังหาและปะการังอ่อนขึ้นอยู่ตรง
โน้นตรงนี้ แต่ยังไม่ถึงกับแน่นขนัด เช่นเดียวกับที่อื่น ๆ

อันดับ 10
แนวหินสันฉลาม
แนวหินสันฉลาม เป็นแนวหินใต้น้ำกว้างใหญ่ในความลึกประมาณ 60-120 ฟุต ในแนว หินมีกอกัลปังหาสีเหลือง และสีส้มขนาดใหญ่ ถึงใหญ่มากขึ้นอยู่ตรงโน้นตรงนี้เป็นจุดๆ นักดำน้ำสามารถดำไปชมได้เหมือนเดินเล่นในสวนดอกไม้ บ่อยครั้งจะได้พบกับเจ้าฉลาม
Leopard และกระเบนใหญ่ ๆ นอนเกียจคร้านรอให้ถ่ายภาพอยู่ที่พื้นทราย

ข้อดีของ hutch 10 ประการ

1. hutch สอนให้เรารู้ว่าอย่าเชื่อในสิ่งที่คุณเห็น
สิ่งที่คุณเห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่มันเป็น….เช่นมีสัญญาณเต็มอาจโทรออกรับสายเข้าไม่ได้

2. เวลาเข้าโรงหนังไม่ต้องเสียเวลาปิดมือถือ ไม่ต้องเปิดระบบสั่น
เพราะไงก็โทรเข้าไม่ติดอยู่แล้ว ถึงติดก็เข้าแต่ voicemail

3. สอนปรัชญาขั้นสูงเราที่ว่าของถูกของดีไม่มีหรอก

4. ช่วยประหยัดแบต (เห็นชอบบ่นกันว่าหมดเร็วนักนี่) โดยการทำให้เข้า
hutch home (ตัวกินแบต) ไม่ได้
คาดว่าอีกหน่อยแม้เข้าได้คงปิดช่วงหลัง 4 ทุ่มเหมือน ragnarok
ยิ่งไปกว่านั้นอาจจำกัดเวลาโทรด้วยว่าห้ามโทรหลัง 4 ทุ่ม

5.hutch ทำให้เรานึกถึงเพื่อน…
ช่วยเรารำลึกความหลังเมื่อครั้งยังเยาว์วัยใช้พีซีทีอยู่
แล้วโดนเพื่อนด่าว่าโทรเข้าไม่ได้เปลี่ยนเป็นใช้มือถือเหอะ

6. สำหรับสามีที่หนีภรรยาเที่ยวเวลาพก hutch
ไม่ต้องปิดเครื่องหนีเพราะโทรเข้าไม่ติดอยู่แล้ว

7. มีกล้องไว้ปลอบใจตัวเองว่า
“จริงๆแล้วเราซื้อกล้องหรอกไม่ได้ซื้อมือถือซักหน่อย”
เวลาโทรเข้ารับออกไม่ได้

8. สอนให้ผู้ใช้รู้จักใช้หัวคำนวณ ….ต้องคำนวณค่าโทรอยู่ตลอดเวลา
เพราะโทรเช็คไม่ติด ถึงติดก็พนักงานยุ่งอยู่

9. สอนให้รู้จักรักษาของ…เพราะถ้าหายความซวยจะมาเยือน

10. สอนให้รู้จักความรักว่าควรพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่….เหมือนกับควรพอใจในคนรักเดิมที่มีอยู่
แม้ว่าเค้าจะไม่สวยพอเหมือนคนใหม่ แต่เมื่อตัดสินใจทิ้งคนเก่าไป
รับคนใหม่เข้ามากลับพบว่าสวยแต่รูปจูบไม่หอม
แรกๆช่วงปรับตัวนั้นยอมรับได้ แต่นานๆไป
พบแต่ข้อบกพร่องของคนใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ แต่คนเก่าทิ้งเค้าไปแล้ว
เค้าไม่ทางกลับมาแล้ว ได้แต่ทนทุกข์กับคนใหม่ต่อไป