อาหารที่มีผลดีต่อสุขภาพ

จากงานวิจัยที่ผ่านมาบอกเราว่าอาหารบางชนิดสามารถใช้แทนยาได้ในการรักษาสุขภาพ ตัวอย่างอาหารที่มีผลดีต่อสุขภาพ

chocolate ที่มีถั่วalmonds
จากกการศึกษาพบว่าการรับประทานอาหารนี้จะชะลอการเกิดโรค alzheimer โดยคิดว่าเป็นผลจากสารต้านอนุมูลอิสระในถั่ว แนะนำให้รับประทานถั่ว almond วันละ 60 กรับต่อวัน

ปลา
สารแมกนีเซียมจะช่วยผู้ป่วยโรคหอบหืดโดยลดความถี่และความรุนแรงของอาการหอบ สารแมกนีเซียมมีมากในปลา แนะนำให้ผู้ป่วยโรคหอบหืดรับประทานปลา อาหารทะเลอย่างน้อยวันละครั้ง

ผัก
คนที่รับประทานผักที่ผ่านการผัดหรือต้มจะมีโอกาสเกิดข้ออักเสบน้อยกว่าคนที่ไม่รับประทานร้อยละ 75 เชื่อว่าผักที่ผ่านการปรุงเกลือแร่จะถูกดูดซึมได้ดีกว่า

องุ่นช่วยเลือดออกตามไรฟัน
การขาดวิตามินซีทำให้เหงือกอักเสบและมีเลือดออก องุ่นจะมีวิตามินซีอย่างเพียงพอที่จะป้องกันการขาดวิตามินซี

น้ำช่วยลดกลิ่นปาก
หลายคนใช้มินช่วยลดกลิ่นปาก กลิ่นปากเกิดจากสาร sulfer ในปากการดื่มน้ำบ่อยๆจะช่วยชะล้างสารที่หมักในปากจะช่วยลดกลิ่นปาก

ไวน์อาจจะช่วยรักษาท้องร่วง
ในไวน์ไม่ว่าจะเป็นไวน์ขาวหรือไวน์แดงจะมีสาร bismuth ซึ่งใช้รักษาท้องร่วง การดื่มไวน์วันละ 1 แก้วจะช่วยหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคที่เรียในลำไส้ก่อนที่มันจะก่อให้เกิดโรค

น้ำมะเขือเทศช่วยในคนที่เมาค้าง
การที่คนดื่มสุราและมีอาการคลื่นไส้แสดงว่าเขาขาดแร่ธาตุ โปรแตสเซียม แคลเซียม โซเดียม สารดังกล่าวมีมากในน้ำมะเขือเทศ และให้ดื่มน้ำตามเพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นเร็วขึ้น

น้ำตาลหนึ่งช้อนแก้สะอึก
เทน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะในปากและกลืนลงไป น้ำตาลจะกระตุ้นคอทำให้อาการสะอึกหายไป

กล้วยหอมแก้ตะคริว
หลังจากที่ตรากตรำทำงานหรือเล่นกีฬากล้ามเนื้อจะขาดเกลือแร่ทำให้เกิดตะคริว การรับประทานกล้วยหอมและดื่มน้ำตามจะช่วยแก้ปัญหานี้

เนื้อไม่มีมันจะช่วยชะลอการเกิดหัวล้าน
การขาดธาตุสังกะสีจะทำให้ผมร่วง เนื้อวัวที่ไม่มีไขมันจะมีธาตุสังกะสีมากช่วยชะลอผมร่วง

คนเป็นหมันควรรับประทานกรดโฟลิก
ผู้ชายที่มีเชื้อน้อยควรจะรับประทานอาหารที่มีกรดโฟลิก เพราะวิตามินนี้จะช่วยเร่งการแบ่งตัวของเชื้ออสุจิ และการสังเคราะห์ DNA

vanilla ในไอศกรีมป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก
สาร boron ที่มีอยู่ใน vanilla จะสามารถป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก

6 วิธี สร้างความเซ็กซี่ ไม่เสื่อมคลาย

ไม่มีใครอยากเซ็กซี่น้อยลง แต่คุณจะน่าปรารถนามากขึ้นได้อย่างไรกันล่ะ? ลองทำตามเคล็บลับง่ายๆ ต่อไปนี้จะทำให้เขาหลงใหลคุณอย่างหัวปักหัวปำ

1. ทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง

การทำสิ่งต่างๆ ร่วมกับคู่ของคุณทำให้คุณเป็นคู่รักที่ดี แต่มันก็ทำให้ขาดเสน่ห์จากความลึกลับ ฉะนั้น ใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง อย่างน้อยสักสัปดาห์ละวัน ชีวิตส่วนตัวของคุณจะทำให้เขามีเรื่องต้องพิศวงและเสน่หาไม่รู้จบ

2. ทำให้ตัวเองเด็กลง

การศึกษาทางจิตวิทยาบอกว่า ยิ่งคนเราหน้าตาอ่อนเยาว์แค่ไหน ก็ยิ่งดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจมากขึ้นเท่านั้น ลองใช้เทคนิคเมกอัพสร้างลุคที่อ่อนเยาว์ อย่างเช่นการให้ช่างแต่งหน้ามืออาชีพแต่งคิ้วให้โค้งสวยเป็นเอกลักษณ์ของความอ่อนเยาว์

3. หอมหวน

ดร.อลันซ์ เฮิร์ช ผู้อำนวยการด้านประสาทวิทยาแห่งมูลนิธิด้านกลิ่นและรสในเมืองชิคาโก ได้ทดลองว่ากลิ่นของอาหารมีปฎิกิริยาอย่างไรต่อความปรารถนาทางเพศของผู้ชายและพบว่ากลิ่นที่ปลุกเร้า อารมณ์อย่างมาก คือกลิ่นของ ลาเวนเดอร์ ผสมกับกลิ่นพายฟักทอง ที่ใกล้เคียงกันก็คือ กลิ่นของขนมปังชินนิมอนและวานิลลา ลองใช้กลิ่นหอมเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์

4. เพิ่มความเป็นผู้นำ

เราอาจมีความเทียบเท่ากันมากขึ้นแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงกับผู้ชายเหมือนกัน จำไว้ว่า อะไรที่ทำให้แตกต่างจากพวกเขา คุณนุ่มนวลกว่า บอบบางกว่า มีส่วนโค้งส่วนเว้ามากกว่า และก็อาจเจ้าอารมณ์มากกว่า ฉะนั้นเล่นกับคุณสมบัติการเป็นผู้หญิงที่แตกต่างให้มากขึ้น เพื่อเตือนเขาถึงความเป็นผู้หญิงที่แสนเจ้าอารมณ์ของคุณ

5. ยั่วยวนด้วยน้ำเสียง

ทุกคนไม่ได้เกิดมาพร้อมเสียงอันเย้ายวนใจ แต่เราอาจฝึกใช้เสียงในแบบของตัวคุณเองที่ฟังดูแล้วเย้ายวนใจมากขึ้นได้ ลองอัดเสียงของคุณแล้วเปิดฟังดู มันมีเสียงสูงต่ำอย่างไร วิธีการพูดของคุณเป็นอย่างไร และสร้างเสียงในแบบของคุณที่เย้ายวนใจมากขึ้น ควรพยายามหลีกเลี่ยงเสียงแหลมๆ โดยเด็ดขาด

6. ฝึกสมองของคุณ

ความเย้ายวนทางเพศไม่ได้อยู่เพียวแค่เนื้อหนังมังสา แต่เริ่มต้นจากความคิดของคุณด้วย ถ้าคุณเชื่อมั่น คุณก็จะเปล่งประกายความเย้ายวนออกมาได้เอง ฉะนั้นฝึกสมองของคุณให้บอกตัวเองเสมอว่า…ฉันเซ็กซี่

ฮวงจุ้ย เสริมเลิฟ

ค้นหาตำแหน่งความสัมพันธ์
มันควรจะเป็นตำแหน่งที่อยู่บริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของห้องนอน ในมุมนี้ให้กำจัดแมกกาซีนเก่าๆ ผ้าที่ยังไม่ได้ซักกองอยู่ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่เกะกะรกรุงรัง แต่มันยังเป็นอุปสรรคชีวิตรักของคุณ ลองทำมุมนี้ให้สะอาด เป็นมุมที่คุณจุดเตาอะโรมา หยดกลิ่นวานิลาลงไป เชื่อว่ากลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้มีความใกล้ชิดกันทางกายเพิ่มมากขึ้น

ตกแต่งเป็นคู่
เรากำลังพูดถึงเก้าอี้ หมอน สิ่งของอย่างตุ๊กตา เอาเทียนอะโรมาที่คุณวางไว้อย่างโดดเดี่ยวอันเดียวออกซะ แล้วเปลี่ยนเป็นเทียนหอมคู่สีชมพูที่วางไว้คนละมุมของหัวเตียง เพื่อเพิ่มความร้อนแรงให้กับคู่รักที่นอนอยู่บนเตียงระหว่างเทียน 2 เล่มนี้ สีชมพูเป็นสีแห่งความโรแมนติก หลีกเลี่ยงสีพีชนอกเสียจากว่าคุณต้องการที่จะโดนทิ้ง เพราะสีนี้เป็นสีที่จะเชื้อเชิญคนรักเข้ามาในชีวิต แต่มันไม่ช่วยให้คุณอยู่กับเขาได้นาน

เอาของหนักออกไป
อุปกรณ์ออกกำลังกายทั้งหลายอันหนักอึ้งและคอมพิวเตอร์ จะหมายถึงงานหนักและการต้องเสียแรงในชีวิตรัก ทำให้ชีวิตรักมีแต่เรื่องหนักๆ อุปกรณ์เหล่านี้ไม่ควรวางไว้ในห้องนอน ถ้าคุณอยากให้ชีวิตรักของคุณเป็นเรื่องเบาๆ ต้องอย่าเอาเรื่องงานและเรื่องยิมมาอยู่ในห้องนอน

เช็ควิวจากมุมที่นอน
เตียงของคุณไม่ควรหันหน้าไปทางหน้าต่างหรือประตู และต้องแน่ใจด้วยนะว่าฝั่งหัวเตียงของคุณเป็นผนังหรือมีหัวเตียงที่แน่นหนา จะช่วยให้อารมณ์มั่นคงขึ้น ไม่ทะเลาะกันจนกระทั่งเตียงหัก และถ้าอยากเพิ่มแรงปรารถนาให้แก่กันและกันแบบไฟติดพรึ่บพรั่บ ลองหาม่านลูกปัดมาแขวนที่ประตูห้องนอน และน่าจะมีแจกันใส่ดอกไม้สดๆ โดยเฉพาะดอกกล้วยไม้จะมีพลังเสริมทางเพศให้ไฟรักลุงโชน

วิธีดูแลเรียวขาให้เนียนสวย

ออกกำลังกาย
เดิน..เป็นวิธีออกกำลังกายกระชับกล้ามเนื้อต้นขาถูกสุดได้ผลสุด บริหารกล้ามเนื้อขาทุกส่วนตั้งแต่ต้นขาถึงปลายเท้า ถ้าคุณเดินวันละ 2 กิโลเมตรเป็นเวลา 1 ปี จะช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายได้ถึง 5 กิโลกรัม ไขมันล้วนๆ (นึกถึงมันหมู 5 กิโลกรัม ก้อนมหึมานะ) แต่ต้องเดินเร็วๆให้เหนื่อย พอเหงื่อออกบ้าง หัวใจเต้นเร็วขึ้น

หลังจากคุณเดินออกกำลังากยกลับมาระดับการเผาผลาญพลังงานเพื่อใช้ในร่างกายจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องไปอีก 24 ชั่วโมง ที่แก่แล้วอ้วนขึ้นๆก็เพราะระดับการเผาผลาญพลังงานลดลงตามวันเวลา ทำให้มีพลังงานส่วนเกินเยอะ กินเท่าเดิมแต่อ้วนกว่าเดิม

ผิวช่วงเรียวขา
ขาแตกลาย : ที่พอช่วยได้ก็ให้หมั่นหาครีมวิตามินเอ จำพวกเรตินเอ เรโนวา หาซื้อได้ตามร้านขายยาค่ะ ถ้าจะให้ดีไม่ต้องไปสนใจรอยแตกเนื้อสาวค้างศตวรรษพวกนี้มาก สนใจดึงจุดสวยในตัวเองออกมาให้โดดเด่นดีกว่า ว่าแต่คุณรู้จักตัวเองหรือยังว่ามีดีตรงไหน

เรียวขาผิวส้ม : ผิวเป็นคลื่นไขมันบุ๋มๆนี่ก็ไม่ต้องใส่ใจมาก เสียเวลา เพราะผิวส้มส่วนมากจะอยู่บริเวณน่องด้านบน คุณคงไม่ใส่กระโปรงสั้นขนาดนั้นหรอกนะคะ แต่ถ้าทำใจไม่ได้จริงๆ ใช้ผงกาแฟขัดผิวบริเวณที่มีเซลลูไลท์ ครีมกำจัดเซลลูไลท์ที่ว่าแพงแสนแพง ส่วนผสมสำคัญก็คือกาเฟอีน และสารตัวนี้มีอยุ่ในกาแฟที่คุณดื่มน่ะแหละค่ะ

ขาแห้งลอก : ถ้าหากผิวแห้งมาก การขัดผิวจะทำให้ระคายเคืองเปล่าๆ ให้ใช้วิธีการพอกผิวเพื่อกำจัดผิวลอกออกจะดีกว่าค่ะ บดกล้วยสุกผสมครีมบำรุงเนื้อข้นๆ และเบบี้ออยล์ ในอัตราส่วนกล้วย 2 ลูกต่อครีมและเบบี้ออยล์อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ พอกผิวบริเวณที่แห้ง พอกทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก

โกนขนขา : ผู้หญิงขนเยอะๆก็เซ็กซี่ดีนะ (ต้องไม่ใช่ขนหยิกๆนะ) แต่ถ้าคุณไม่คิดเช่นนั้นและโกนขนทุกเช้า แนะนำให้ใช้ใบมีดโกนที่คม จะขูดและบาดผิวน้อยกว่ามีดโกนทื่อๆ ใช้ 4-5 ครั้งก็ทิ้งไปเถิด โกนขนแล้ว ให้ฝานแตงกวาถูผิวช่วงที่โกนแทนโทนเนอร์ หมั่นใช้ฟองน้ำนุ่มขัดผิวเวลาอาบน้ำ จะช่วยเปิดรูขุมขน โอกาสเกิดขนคุดก็จะน้อยลง

บำรุงผิวประจำวัน
หลังอาบน้ำทุกครั้งใช้ผ้าขนหนูกดซับน้ำออกจากผิวเบาๆ ให้ผิวยังมีความชุ่มชื่นเหลืออยู่และรีบลงครีมบำรุงทันทีจะได้ประโยชน์มากกว่าลงครีมตอนที่ผิวแห้งสนิทแล้ว

แต่งตัว
สาวสะโพกใหญ่ ต้นขาใหญ่ เลือกกางเกงที่ช่วงบนตัดตรงและค่อนข้างหลวมลงมาถึงเข่า ปลายขาบานเล็กน้อยก็โอเคค่ะ กางเกงขาลีบสำหรับสาวที่ขาเรียวเล็ก กางเกงขาสามส่วนหรือสี่ส่วนก็โอเคแต่ต้องเลือกระดับความยาวของขากางเกงที่พอดีกับสัดส่วนของคุณ สาวสูงยาวเข่าดีกับสาวเตี้ยเข่าสั้น อาจต้องเลี่ยงพวกแรกจะเต่อขากางเกงสามส่วนขึ้นมาเป็นขาสั้น พวกหลังจะขยับกางเกงสี่สวนให้ลงไปเป็นกางเกงขาวยาว ทำให้เสียดีไซน์

ความเหงา…

เมื่อวานตอนเช้า ๆ เค้านั่งคุมห้องสอบอยู่ เหลือบตามองไปเห็นหนังสือจุลสารของ ศูนย์สุขวิทยาจิตเข้า เค้าจึงหยิบขึ้นมาอ่านดู มีบทความพูดถึง “ความเหงา” ไว้น่าสนใจทีเดียว เฉาก๊วยอ่านแล้วล่ะ เลยเอามาฝากไดอารีสีน้ำเงินด้วย ตะเองอ่านดูนะ

Jeffery Young เขาแบ่งความเหงาออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้จ้า

แบบแรก ความเหงาทั่ว ๆ ไป (Transient everyday loneliness) Jeffery บอกว่าความเหงาแบบนี้เป็นความเหงาที่เกิดได้กับทุกคน เกิดเป็นครั้งคราวในชีวิตประจำวัน เขาบอกว่าความเหงาประเภทนี้ จะเป็นระยะสั้น ๆ เพียง 2 – 3 นาที ถึง 1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง ไม่เกินนี้

ความเหงาแบบที่ 2 ที่ jeffrey ได้พูดไว้น่ะเหรอ ก็คือความเหงาที่เกิดจากเหตุการณ์ (Transitional loneliness) ความเหงาแบบนี้เกิดกับคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่กระทบกระเทือนต่อสัมพันธภาพของตนเองกับคนอื่นอ่ะนะ เช่น การตาย การแยกจาก การย้ายถิ่นฐานของคนที่รู้จักหรือมีสัมพันธภาพด้วย ซึ่งความเหงาแบบนี้ จะเป็นนานหน่อย นานสุด ๆ ก็ 1 ปี แต่ไม่เกินนั้น jeffery เขาบอกมาอ่ะ

ความเหงาแบบสุดท้าย ความเหงาแบบเรื้อรัง(Chronic loneliness) ท่าทางเค้าจะอยู่ในความเหงาประเภทนี้ล่ะ อิอิ ความเหงาประเภทนี้เป็นยังไงน่ะเหรอ jeffery บอกอีกนั่นแหล่ะ ว่าความเหงาแบบนี้มักเกิดกับคนที่มีปัญหาทางบุคลิกภาพและการปรับตัว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ใด ๆ หรอก ความเหงาแบบนี้นะ จะครอบงำคนคนขี้เหงาเป็นเวลานานเป็นปี ๆ เลยล่ะ ถ้าอาการหนักต้องไปพบผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพจิตอ่ะนะ

รู้จักประเภทของความเหงากันแล้วใช่ม๊า อยากรู้ต่อป่ะ ว่าความเหงามีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง งั้นมาดูกันเลย ความเหงามีสาเหตุอยู่หลายประการอ่ะนะ ให้ดูเป็นข้อ ๆ ดีกว่าเนอะ

ข้อแรก สาเหตุมาจากสภาพของสังคม
ข้อสอง การมีความภาคภูมิใจในตัวเองต่ำ
ข้อสาม การขาดทักษะการเข้าสังคม
ข้อสี่ การกลัวการมีความใกล้ชิดสนิทสนม และ
ข้อห้า การที่มีความคิดไม่ถูกต้องในเรื่องการมีสัมพันธภาพ

สาเหตุที่เค้าคิดว่าใช่เลย ใช่สาเหตุที่ทำให้เค้าเหงา ก็ข้อสี่อ่ะนะ

กลัวการมีความใกล้ชิดนิทสนม (Fear of intimacy) คนบางคนแม้นมีความภาคภูมิใจในตนเองสูง มีทักษะในการเข้าสังคมอย่างดี ทำตัวได้ถูกต้อง แต่ก็มักจะจำกัดขอบเขตอารมณ์ของตน และมักยับยั้งความลึกซึ้งของการมีสัมพันธภาพกับบุคคลอื่นไว้ โดยจะกระทำภายใต้จิตไร้สำนึก คือไม่ได้ตั้งใจ คนกลุ่มนี้จะมีสัมพันธภาพกับบุคคลอื่นในลักษณะผิวเผิน ตามมารยาทสังคม ไม่ยอมเสี่ยงในเรื่องการคบคน ระมัดระวังในเรื่องนี้อย่างมาก ไม่ค่อยมีความใกล้ชิด (Selft disclosure)

นั่นซินะ …ทั้ง ๆ ที่เค้ามีเพื่อนมากมาย แต่ทำไมเค้ายังรู้สึกเหงา หว้าเว่ (เมื่ออยู่คนเดียว) เวลาที่อยู่กับเพื่อน ๆ หรืออยู่ในที่ที่มีผู้คนมากมาย เค้ากลับไม่รู้สึกเหงาเลย เพราะเค้าจำกัดขอบเขตของอารมณ์ตัวเองไว้นี่เอง เค้ายอมรับเลยนะ ว่าเป็นเค้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ มิน่าล่ะ ในชีวิตเค้าถึงไม่เคยพูดคำว่า “รัก” เลย คำว่า “รัก” สำหรับเค้า มันพูดยากมากเลยนะ แม้แต่จะพูดว่า “หนูรักแม่ หนูรักพ่อ” ไม่เคยคิดที่จะพูดออกมาเลย ก็มันพูดไม่ออก พูดไม่ได้นี่นา ชักสงสัยตัวเองแล้วซิ ว่ารักพ่อแม่ของตัวเองหรือเปล่า (ไอ้ลูกเลว) จำเป็นเสมอไปไหมนะ ว่ารักแล้วต้องพูด เฮ้อ เฮ้อ เฮ้อ ทำไมเรากลายเป็นคนแบบนี้ไปได้นะ บางครั้งนะ เวลาที่เพื่อนเค้าเจอหน้าเค้า แล้วโผเข้ากอด แสดงอาการดีใจสุด ๆ ว่าดีใจมาก ๆ ที่ได้เจอเค้า แต่เค้ากลับรู้สึกเฉย ๆ จนบางทีเค้ารู้สึกว่า เค้ารักเพื่อน(รักหรือเปล่านะ ควรใช้คำนี้หรือเปล่า) เค้ารักเพื่อนได้ไม่เท่ากับที่เพื่อนรักเค้า เพื่อนเค้าแสดงออกมานิ ว่ารักเค้า แคร์เค้าเอามาก ๆ เค้าก็อยากทำอย่างนั้นบ้าง แต่ความรู้สึกมันไม่ได้มากมายขนาดนั้น เค้าฝืนความรู้สึก เสแสร้งบอกว่ารักใครไม่เป็นหรอกนะ แต่ก็อยากนะอยากจะมีสักครั้งหนึ่งในชีวิต ที่พูดคำว่า “รัก” ออกมาจากใจ จะมีวันนั้นหรือเปล่าน๊า