15 วิธีบำบัดอาการอกหักด้วยตนเอง

อกหัก เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดคิด ผู้หญิงหลาย ๆ คนก็เลยจะมีปฏิกิริยาตอบรับกับการสิ้นสุดความสัมพันธ์เมื่อคนรักมาตีจากแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นการหนีออกจากบ้าน ประชดแฟน เผื่อเขาจะตามมาง้อ บางคนก็ทำร้ายตัวเอง เขาจะได้สงสารกลับมาดูแลเราอีก บางคนประชดด้วยการกินทุกอย่างที่ขวางหน้า นั่นไม่เพียงแต่ทำให้เขาไม่กลับมา ซ้ำร้ายเรายังหาคนใหม่ไม่ได้ เพราะรูปร่างหน้าตาไม่ดึงดูดซะแล้ว

อันที่จริงเมื่อคนรักตีจาก นั่นหมายถึงว่า เขาอาจจะใช้ความอดทนอย่างสุด ๆ และรวบรวมความกล้าอย่างมากมาย ในการที่จะบอกเลิกลากับเราแล้ว เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนั้น การมานั่งคอยห้วยหวังว่าเขาจะกลับมาอีก คงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้น้อยเต็มทน หรือถ้าเขากลับมาจริง คุณทั้งคู่ก็อาจจะต้องมาอยู่กับความรู้สึกเหมือนมีแผลอยู่ในใจ ลบยังไงก็ไม่หมด บางคนถึงกับหวาดระแวงพฤติกรรมของคนรักไปตลอดเลยก็มี แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เมื่อคุณประสบกับอาการอกหัก สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งคือการใช้ความรุนแรง ลองมาใช้วิธีการที่จะแนะนำต่อไปนี้ในการปรับอารมณ์ และปรับตัวปรับใจของคุณจะดีกว่า

1. ใช้เวลาของคุณให้เพลิดเพลินไปกับการ Shopping หาสถานที่ซึ่งคุณสามารถจะซื้อข้าวของเพื่อมาเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนใหม่ที่สดใสกว่าเดิม คุณอาจจะหาเพื่อนไปด้วยสักคนหรือสองคน เพื่อให้ช่วยกันออกความเห็นในการสร้างบุคลิกใหม่ ที่น่าดึงดูดใจให้กับคุณได้ด้วย งานนี้ต้องลงทุนกันหน่อย

2. เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า ออกไปจากสถานที่เก่า ๆ นี้ซะ บางคนอาจจะถือโอกาสลาพักร้อนไปพักผ่อนไกล ๆ จะได้ไม่ต้องมานึกถึงบรรยากาศเก่า ๆ ในสถานที่เดิม ๆ อีก แต่อย่าลืมชวนเพื่อนสนิทของคุณไปด้วยละ

3. ไปออกกำลังกายเพื่อให้รูปร่างของคุณดูดีขึ้น ก็น่าจะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้ อย่างน้อย ก็เป็นโอกาสที่เราจะได้เริ่มทำอะไรใหม่ ๆ อาจจะถือเป็นงานอดิเรกใหม่ ๆ หรือการเล่นกีฬาอะไรเป็นประจำ เช่นตีแบต ตีกอล์ฟ เล่นกีฬาทางน้ำ หรือบางคนอาจจะไปชกมวยเลยก็ได้ โอกาสนี้ ยังอาจทำให้คุณได้พบเพื่อน(ชาย) ใหม่ ๆ ด้วย

4. ตามใจตัวเอง ด้วยการไปอบไอน้ำ นอนแช่อ่างจากุชี่ อย่าไปคิดว่ากิจกรรมเหล่านี้เป็นเรื่องเสียเวลา เพราะอย่างน้อย มันจะทำให้คุณรู้สึกสบายตัว และมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้

5. ถ้าคุณอยากร้องไห้ ก็ร้องไปให้เต็มที่เลย คุณอาจจะจัดงานปาร์ตี้เล็ก ๆ ขึ้นมาสักงานหนึ่ง เพื่อที่จะสลัดความน่าสงสารของคุณออกไป และถ้าคุณเกิดอยากร้องไห้ขึ้นมาในระหว่างนั้นละก็ ร้องให้เต็มที่เลย ซื่อสัตย์กับตัวเอง เชื่อเถอะ หลังจากนั้น คุณจะรู้สึกดีขึ้น และเมื่อเวลาผ่านไป คุณจะนึกขำกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น

6. จดจำความรู้สึกที่เลวร้าย ไม่ใช่นั่งคิดถึงเรื่องโรแมนติกของคนที่ตีจากคุณไป โดยคุณอาจจะนั่งลิสต์รายการออกมาเลยก็ได้ว่า คนรักเก่าของคุณ ได้กระทำอะไรที่ไม่น่ารักลงไปบ้าง แล้วรวบรวมมันออกมาเป็นเหตุผล ที่คุณจะบอกกบตัวเองได้ว่า นี่แหละ ทำให้ฉันไม่มีวันกลับไปนึกถึงคน ๆ นี้อีก

7. อะไรที่เป็นอนุสรณ์ของความรักเก่า ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย จดหมายรัก หรือตั๋วชมคอนเสิร์ตอันแสนโรแมนติก ทำลายมันซะให้หมด จะได้ไม่ต้องหยิบมาดูให้ช้ำใจอีกต่อไป

8. หยุดการออก Date ไว้ชั่วคราว ทำตัวเองให้ปลอดความเคยชินกับการไปไหนมาไหนเป็นคู่สักพักหนึ่ง คุณอาจจะแพคกระเป๋าใส่หลัง แล้วไปหากิจกรรมอื่น ๆ ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว ใส่ความรู้สึกที่ว่า ไม่มีอะไรจะมาหยุดคุณได้ หรือใครใจกล้า ๆ อาจจะไป Bungee Jump ดูบ้างก็ได้

9. อย่าไปคิดว่าช๊อกโกแล็ต เป็นสัญญาลักษณ์แห่งความรัก ถ้าคุณคิดจะรับประทานมันเข้าไป ก็ให้คิดซะว่ามันเป็นขนมแสนอร่อย คุณอาจจะลองตามใจตัวเองในเรื่องของอาหารการกินบ้างก็ได้ เช่นเมื่อรับประทานอาหารมือค่ำแล้ว อาจจะตามด้วยของหวานที่คุณโปรดปราน เพราะตอนนี้ไม่มีใครจะมาคอยห้ามคุณแล้ว แต่ก็ต้องระมัดระวังเรื่องไขมันส่วนเกินเอาไว้บ้างนะ

10. ออกไปเต้นรำให้สุดเหวี่ยง โชว์ลีลานักเต้นคุณออกมาให้เต็มที่ อาจจะช่วยปลดปล่อยคามรู้สึกเศร้าสูญเสียของคุณลงไปได้บ้าง หรือคุณอาจจะลองไปเต้นรำในบรรยากาศแบบแปลก ๆ อย่างคาวบอยดูบ้างก็ไม่เลวทีเดียว

11. หาเวลาออกไปเที่ยวนอกเมือง โดยคุณอาจจะหาเพื่อนทั้งชายทั้งหญิงกลุ่มใหญ่ไปด้วยกันสักกลุ่ม เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ

12. เมื่อคุณปรับเปลี่ยนบรรยากาศมาจนพอสมควรแล้ว ก็ต้องกลับมาเผชิญความจริง โดยคราวนี้ คุณอาจจะพร้อมแล้วสำหรับการออก Date ครั้งใหม่ แต่ก็อย่าลืมใช้เวลาในการเรียนรู้กันให้มากก่อนที่จะไปปักใจรักเขาเขาเหมือนกับคนที่แล้วล่ะ

13. หาความรู้ที่สูงขึ้นมาใส่ตัว เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้คุณรู้สึกว่าตนเองมีค่ามากขึ้น โดยอาจจะไปสมัครเรียนถ่ายภาพ ปีนเขา หรือเข้าอบรมคอมพิวเตอร์เลยก็ได้ ทำตัวของคุณเองให้ยุ่ง ๆ เข้าไว้ และอีกอย่างหนึ่ง อาจจะมีใครดี ๆ ที่คุณจะได้พบในระหว่างการไปเรียนรู้หรือเข้ารับการอบรมนี้ก็ได้

14. หาสัตว์เลี้ยงที่มีความซื้อสัตย์กับคุณมาเลี้ยง ก็จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่เลวเลยทีเดียว

15. อย่าลืมว่า ผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลก อย่างที่ฝรั่งเขาชอบพูดว่า “There’s plenty of fish in the sea” คนไทยว่า “อกหัก ดีกว่ารักไม่เป็น”

แล้วเมื่อคุณอยู่ในอารมณ์อกหัก เคยทำอย่าง 15 ข้อนี้บ้างรึเปล่าคะ

ร้านอาหารแห่งใหม่ของแอปเปิ้ล

แอปเปิ้ลวางแผนที่จะสร้างร้านอาหารแห่งใหม่นอกพื้นที่ campus (สำนักงานใหญ่ของแอปเปิ้ล) สำหรับพนักงานของแอปเปิ้ลโดยเฉพาะ แอปเปิ้ล เพื่อให้เหล่าพนักงานใช้เป็นสถานที่ทานอาหารและพูดคุยเกี่ยวกับแผนการและการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกลัวว่าคู่แข่งจะมาล้วงความลับ

ร้านอาหารแห่งใหม่นี้จะมีพื้นที่ 21,468 ตารางฟุต ซึ่งได้รับการอนุมัติในการประชุมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มันจะตั้งอยู่นอกสำนักงานใหญ่ของแอปเปิ้ลในระยะทางที่ไม่ไกลมาก เดินนิดเดียวก็ถึง ภายในร้านแห่งนี้จะมีทั้งส่วนที่เป็นคาเฟ่ขายอาหาร, ห้องประชุม, เล้าจน์,สนามหญ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ พื้นที่ชั้นสองจะเป็นส่วนของพนักงงานร้านอาหาร

ในการประชุมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Dan Whisenhunt ผู้บริหารด้านอสังหาริมทรัพย์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆได้ชี้แจงว่าทำไมอาคารร้านอาหารแห่งนี้ มีประโยชน์ต่อบริษัทแอปเปิ้ลดังนี้

เราต้องการเพิ่มระดับความปลอดภัยเพื่อให้ผู้คนและพนักงานสบายใจได้ในขณะที่พูดคุยเกี่ยวกับงานของพวกเค้า ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยหรือโปรเจคใดๆก็ตาม โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าคู่แข่งจะมารู้หรือแอบฟังการสนทนา ซึ่งนี่เป็นประเด็นที่สำคัญมาก เพราะใน Cupertino ก็มีบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกับเราตั้งอยู่ด้วย

แบบแปลนของอาคารแห่งใหม่นี้ได้ถูกอัพโหลดขึ้นไปยังเว็บไซต์ของ Cupertino Council เพื่อแสดงให้เห็นว่าอาคารแห่งนี้จะตั้งอยู่ตรงไหนและมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร

นอกจากตัวอาคารแล้ว แอปเปิ้ลยังเตรียมที่จอดรถไว้ให้ 70 คัน แอปเปิ้ล แม้ว่าพนักงานส่วนใหญ่จะใช้การขี่จักรยานหรือเดินมายังร้านอาหารแห่งนี้ก็ตาม แอปเปิ้ลเชื่อว่าจะมีพนักงานมาใช้บริการร้านอาหาร 228 แอปเปิ้ล คนต่อชั่วโมงในเวลาพีคสุดตอนเที่ยง แต่พื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆสามารถรองรับคนได้มากกว่านั้นถึงสองเท่า

แม้ว่าระดับการรักษาความปลอดภัยภายในสำนักงานใหญ่ของแอปเปิ้ลจะเข้มงวดมาก ผู้เข้ามาเยี่ยมชมหรือผู้ที่เข้ามาติดต่อจะสามารถทานอาหารได้ที่ Café แอปเปิ้ล Macs ที่ตั้งอยู่ในสำนักงานใหญ่ก็ต่อเมื่อมีลายเซ็นต์อนุมัติจากพนักงานของแอปเปิ้ลก่อน แต่ร้านอาหารแห่งใหม่นี้จะเปิดให้บริการกับพนักงานของแอปเปิ้ลเท่านั้น เพื่อให้พนักงานพูดคุยเกี่ยวกับงานได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกลัวว่าความลับจะรั่วไหล

นี่เป็นการแก้ปัญหาระยะสั้นของแอปเปิ้ล ก่อนที่สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของแอปเปิ้ลจะได้รับการอนุมัติให้ก่อสร้างได้ ซึ่งสำนักงานใหญ่แห่งใหม่นี้จะมีพิ้นที่มากถึง 2.8 ล้านตารางฟุตที่จะรองรับพนักงานกว่า 13,000 คน ภายในจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้อง auditorium ขนาด 1,000 ที่นั่ง, ศูนย์ออกกำลังกาย, central plant, ที่จอดรถ รวมถึงศูนย์วิจัยขนาดพื้นที่ แอปเปิ้ล 300,000 ตารางฟุต

วิจัยเผย ทำงานจากบ้านได้งานมากกว่าทำในออฟฟิศ

งานวิจัยจาก ม.สแตนฟอร์ดเผย ทำงานจากที่บ้านมีประสิทธิภาพมากกว่าทำงานในออฟฟิศ โดยเจ็บป่วยน้อยลง และแนวโน้มลาออกต่ำ แต่คนส่วนใหญ่ยังยืนยันขอมาทำในออฟฟิศ

การศึกษาล่าสุดของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด พบว่า ในงานประเภทเดียวกัน ผู้ที่ทำงานจากที่บ้าน สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเพื่อนร่วมงานที่นั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ

ในการศึกษาครั้งนี้ นักวิจัยของสแตนฟอร์ดร่วมมือกับบริษัทท่องเที่ยวสัญชาติจีน เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานคอลล์ เซ็นเตอร์ ที่อาสาเป็นกลุ่มตัวอย่าง 2 ทำงานจากที่บ้าน กลุ่ม โดยพบว่า พนักงานคอลล์ เซ็นเตอร์ ซึ่งทำงานจากที่บ้าน สามารถรับโทรศัพท์ได้มากกว่า ทำงานได้หลายชั่วโมง ทำงานจากที่บ้าน ใช้วันลาป่วยน้อยลง และมีแนวโน้มที่จะลาออกต่ำกว่ากลุ่มที่ทำงานในออฟฟิศ

ตัวแทนทีมวิจัย เผยว่า ผลการศึกษานี้ ทำงานจากที่บ้าน จะไปกระตุ้นให้บริษัทต่างๆ ขยายโครงการให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านได้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี เว็บไซต์สเลท.คอม ระบุว่า มีลูกจ้างราวครึ่งหนึ่ง ซึ่งรวมถึงกลุ่มตัวอย่างผู้ที่ทำงานจากบ้านในการศึกษาครั้งนี้ ปฏิเสธโอกาสทำงานจากที่บ้าน และขอทำงานในวิธีเดิม คือ การเข้ามาทำในออฟฟิศ

งานวิจัยจาก ม.สแตนฟอร์ดเผย ทำงานจากที่บ้านมีประสิทธิภาพมากกว่าทำงานในออฟฟิศ โดยเจ็บป่วยน้อยลง และแนวโน้มลาออกต่ำ แต่คนส่วนใหญ่ยังยืนยันขอมาทำในออฟฟิศ

การศึกษาล่าสุดของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด พบว่า ในงานประเภทเดียวกัน ผู้ที่ทำงานจากที่บ้าน สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเพื่อนร่วมงานที่นั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ

ในการศึกษาครั้งนี้ นักวิจัยของสแตนฟอร์ดร่วมมือกับบริษัทท่องเที่ยวสัญชาติจีน เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานคอลล์ เซ็นเตอร์ ที่อาสาเป็นกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม โดยพบว่า พนักงานคอลล์ เซ็นเตอร์ ซึ่งทำงานจากที่บ้าน สามารถรับโทรศัพท์ได้มากกว่า ทำงานจากที่บ้าน ทำงานได้หลายชั่วโมง ใช้วันลาป่วยน้อยลง และมีแนวโน้มที่จะลาออกต่ำกว่ากลุ่มที่ทำงานในออฟฟิศ

ตัวแทนทีมวิจัย เผยว่า ผลการศึกษานี้ จะไปกระตุ้นให้บริษัทต่างๆ ขยายโครงการให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านได้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี เว็บไซต์สเลท.คอม ระบุว่า มีลูกจ้างราวครึ่งหนึ่ง ซึ่งรวมถึงกลุ่มตัวอย่างผู้ที่ทำงานจากบ้านในการศึกษาครั้งนี้ ปฏิเสธโอกาสทำงานจากที่บ้าน และขอทำงานในวิธีเดิม คือ การเข้ามาทำในออฟฟิศ

งานวิจัยจาก ทำงานจากที่บ้าน ม.สแตนฟอร์ดเผย ทำงานจากที่บ้านมีประสิทธิภาพมากกว่าทำงานในออฟฟิศ โดยเจ็บป่วยน้อยลง และแนวโน้มลาออกต่ำ แต่คนส่วนใหญ่ยังยืนยันขอมาทำในออฟฟิศ

การศึกษาล่าสุดของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด พบว่า ในงานประเภทเดียวกัน ผู้ที่ทำงานจากที่บ้าน สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเพื่อนร่วมงานที่นั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ

ในการศึกษาครั้งนี้ นักวิจัยของสแตนฟอร์ดร่วมมือกับบริษัทท่องเที่ยวสัญชาติจีน เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานคอลล์ เซ็นเตอร์ ที่อาสาเป็นกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม โดยพบว่า พนักงานคอลล์ เซ็นเตอร์ ซึ่งทำงานจากที่บ้าน สามารถรับโทรศัพท์ได้มากกว่า ทำงานได้หลายชั่วโมง ใช้วันลาป่วยน้อยลง และมีแนวโน้มที่จะลาออกต่ำกว่ากลุ่มที่ทำงานในออฟฟิศ

นิยามของสำโรง

  • เมืองหลวงของเด็กแวนซ์ในย้านนี้
  • ซอยนี้มีพี่ใหญ่คุมคือสองแถวครับ ขับรถยังกะนึกว่ารถตัวเองคันเล็กมาก กระเป๋านึกว่าเพิ่งพ้นคดีมา ไม่ก็เป็นแบบป้าวัยทองหน้าเป็นตูด วันดีคืนดี กระเป๋ารถมันพาเพื่อนขึ้นไปสังสรรค์กันด้วย 555 แต่ละคนพูดเพราะจนขนลุก
  • รถซูบารุก็ซิ่งพอๆกัน แถมยังมอเตอร์ไซค์ทั้งมอเตอร์ไซค์วิน ที่มีรู 5 เซน ตูก้อจะแซง แลัวนี่ยังไม่นับ มอเตอร์ไซค์แวนซ์อีกนะ อันนั้นไม่ต้องพุดถึง เหม็นเขียวครับ หึหึ
  • อิมสำโรง เป็นที่สุดแห่งความสุนทรีย์ืในการจับจ่าย การเดินในห้างนี้ (เอ่อ ไม่อยากเรียกว่าห้างเลยให้ตายสิ) คุณจะได้รับการฝึกครอสระวังภัย โดยไม่ต้องจ่ายแม้แต่บาทเดียว โจรเอย เด้กแวนซ์เอย แล้วไหนจะบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับตลาดสดที่อยู่ข้างๆกันนั่นแหล่ะ วันดีคืนดี แผ่นฝ้าตกลงมาไม่รู้ด้วยนะ หึหึ ยัง ยังไม่หมดแค่นั้น ในช่วงเวลานาทีทอง (มันก้อทองตลอดวัน) คุณจะพบเห็นฝูงชนมากมาย ไม่รู้มันอัดเข้าไปเดินกันในนั้นไง อ้อ บริเวณทางเข้าใหญ่หน้าห้าง จะมีบันไดยาวๆ เป็นที่นัดพบของบรรดาเด็กแวนซ์สกอยซ์ ไม่ก็หนุ่มสาวโรงงาน ขอบอกว่า ผมเคยเห็นกับตาว่ามีการส่งยา ต่อราคาขายตัว ทั้งหญิงทั้งชายเลยครับ หน้าห้างมันนี่แหล่ะ
  • สะพานลอย 3 พี่น้อง พี่ใหญ่ ตอนนี้กลายเป็นสะพานที่หลอนที่สุดไปแล้ว เคยติดป้ายไว้ว่าสะพานชำรุดห้ามใช้ แต่สุดท้าย ก็ต้องยอมแพ้ เอาป้ายออกไป แจ็คพอต ตกไปตายไม่รู้ตัว สะพานอิมเก่า ก็เน่าสุดๆ ดึกๆลองไปเดินสงบจิตสงบใจดูนะครับ สะพานอิมใหม่ก็นะ ขายของกันทุกตารางนิ้วจริงๆ
  • มาจากบางนา จะไปอิมสำโรง ทางลอดผ่านใต้สะพาน ก็แฉะตลอดปี ไม่ว่าฤดูอะไรครับ อุดมสมบูรณ์มากๆ
  • หน้าปากซอยวัดด่าน ทั้งคน สองแถว ตุ๊กๆ สามล้อถีบ มอไซค์ จะขวักไขว่ ตลอด 24 ชม. จริงๆ ไม่รู้จะไปไหนกัน
  • ผมนั่งรถกลับจากมหาวิทยาลัย (แถวรังสิต) ถึงบางนาราวๆ 50 กม.ใช้้เวลา 40 นาที แต่จากลงทางด่วนบางนา ไปสำโรงราวๆ 2-3 กม. ใช้เวลาร่วมมากกว่า 30 นาทีตลอดครับ นี่รถโดยสารนะครับ คาดว่าเพราะว่าลงทางด่วนมา ถนนจะถูกลดเลนลงไปอีก 1 เลน เจอไฟแดงและแยกที่ห่างกันไม่ถึง 500 เมตรมากมาย กรมอุตุ ลาซาล แบริ่ง สันติคาม ซอยข้างซุปเปอร์เซฟ วัดด่าน กว่าจะไปถึงได้ นั่งกันหน้าดำคร่ำเครียด
  • หากท่านที่เคยใช้บริการรถตู้จากสำโรง-ฟิวเจอรรังสิต-สำโรง ท่านจะได้พบกันสุดยอดการบริการเหนือระดับประทับใจ ไม่มีวันลืม สภาพรถที่แสนจะคลาสสิค นั่งริมห้ามพิงเพราะฝาอาจจะหลุด ม่านทีี่บังแสงดำชนิดผ้าเช้ดเท้าเรียกพี่ เบาะแคบจนจะได้เสียกัน ยัดมันเข้าไป 3-4 คนต่อเบาะ คนขับเหมือนหลุดคดีมา แถมที่สำคัญ ถ้าท่านไปยืนรอที่วินรถตู้ข้างหน้าอิม ท่าจะไ้ด้พบกับบรรดาผู้โดยสารที่อบรมมารยาทมาอย่างดี ไม่มีการต่อแถว กระเสือกกะสนเอาเอง รถยังจอดไม่สนิทแม่งก็ขึ้นไปกันหมดแล้ว แถมยังแบกข้าวของยังกะจะย้ายบ้าน เอือมมากๆ หลังๆผมยอมนั่งรถเมลล์ไปนั่งบีทีเอส สบายใจกว่า
  • ป้ายรถเมล์ที่ยาวที่สุด หลังๆมานี่มีการจัดระเบียบใหม่ แตกออกเป็นสองป้าย ผู้โดยสารส่วนใหญ่จะไม่สามารถรู้ได้ว่าสายไหน มันจะจอดที่ป้ายไหน ป้าย 1 หรือ 2 เพราะทางการได้ปิดประกาศไว้ใหญ่มาก ขนาดราวๆกระดาษเอ 3 เป็นป้ายรถเมล์ที่เหมาะกับนักกีฬาวิ่งแข่ง มาเก็บตัวฝึกซ้อมยิ่งนัก
  • ไม่มีที่ว่างให้คุณยืนเล่น จะเดินก็เดิน จะหยุดซื้อของก็รีบๆหน่อย ที่ว่างๆทั้งหลายจะกลายเป็นที่ขายของทุกตารางนิ้ว ขายอะไรกันมากมายฟะ นอกจากนั้น แม้ที่ว่างเพียงกระดาษเอ 4 ขอทานก็จะมาจับจองราวกับบ้านเอื้ออาทร นั่งกันสลอน มีทุกเสาไฟ ใครใจบุญก็ควรแลกเหรียญมาเยอะๆหน่อยละกัน
  • พื้นถนน ที่เรียบราวกับโลกดาวอังคาร ทางเท้าที่อาจจะเดินสะดุดแผ่นหินตายได้ ไม่มีช่วงใหนเลย ที่คุณจะได้สัมผัสกับความเรียบเวลาเดิน
  • หากคุณจะเลี่ยงด้วยการใช้เส้นทางอื่น เราขอแนะนำดังนี้ มาจากบางนาเลี้ยวขวาไปบางนาตราด เข้าศรีนครินทร์ คุณเห็นถนนกว้างใหญ่ อย่าเพิ่งดีใจไป ติดบรรลัยพอๆกัน นอกจากนี้หากคิดจะใช้ทางลัดตามซอยเล็กๆเพื่อที่จะทะลุมาสำโรง เราขอเตือน เพราะก็ติดบรรลัยพอๆกัน
  • ถนนทางรถไฟสายเก่าที่มาจากสรรพาวุธบางนา ผ่านหลังห้างอิมไปโผล่ปู่เจ้า ผมไม่รู้จะบรรยายสรรพคุณได้อย่างไร เพราะทุกตารางเซน มีเรื่องราวครับ 555
  • ไม่จำเป็นจริงๆ ผมขอเตือนว่าอย่าผ่านไปเด็ดขาด หากภูมิคุ้มกันทางสังคมคุณไม่แข็งแรงพอ
  •  เรียนจบแล้วทำงานแล้ว เดี๋ยวเก็บเงินได้ ผมจะขอร้องแกมบังคับให้พ่อแม่ น้องๆ ออกไปอยู่ที่อื่นกันดีกว่าครับ เพราะที่นี่ เมืองมันตายแล้วยังไม่พอ เน่าอืดอีกตะหาก
  •  ปล.นายกเทศมนตรีและพวกกรรมการอะไรทั้งหลายนั่น สิบปีมาแล้ว ผมก็เห็นหน้าเดิมๆมันตลอด หึหึ อย่าให้พูด ไปดูบ้านมันแต่ละคนสิครับ 
  • เมื่อก่อนกลับบ้านทุก 2-3 วัน เดี๋ยวนี้เดือนละครั้งก็สุดทนละครับ

รักที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน

ฉันกีกคนหนึ้งที่เขาไม่เคยกฃรักฉันแม้แต่นิดเดียวฉันมีความสุขที่รักเขาแบบนี้ต่อไปแม้ผู้คนเคาจะพูดอะไรมาก็ตามฉันไม่สนใจฉันเชื่อคำพูดทุกๆๆคำพูดที่เขาบอกฉันเขาบอกให้รอฉันก็จะรอ รอรอต่อไปแม้วันนี้เขาอยูกับคจนนั้นแต่มันคงต้องมีสักวันที่เราคงจะมีสักวันที่เรายูด้วยกันนะ ..คิคิรักดย์ตลอดไป …[: