-18-
พรึ่บ
ฉันตื่นขี้นมา ตัวเปียกไปด้วยเหงื่อ
โอ้ยยยย ปวดหัวจิงๆ นี่มันอะไรกัน
นี่มันอะไรกัน
ขนุน
ฉัน
ฉัน จำได้แล้วนะ
- -เราเป็นเพื่อนกันมาก่อนจิงๆ – -
“ขนุน. . .ขนุน!!!!”
ฉันร้องเสียงหลงทันทีที่เห็นร่างของขนุน
ที่สั่นสะท้าน จนเขาตกลงมาจากโซฟาที่นอนอยู่เมื่อครู่
เมื่อตั้งสติได้ก้อรู้ว่า ขนุนกำลังช็อก
และเค้าก้อหมดสติไป
ฉันเรียกสติกลับคืนมาอีกครั้ง แล้วรีบโทรเรียกพี่บริการลูกค้าสัมพันธ์ด้านล่างทันที
พี่ผู้หญิงสองคน พาพี่ผู้ชายเข้ามาแล้วรีบอุ้มขนุนไปที่โรงพยาบาล
ความคิดแรกที่โพล่ออกมาตอนนี้ก้อคือ
คุนป้าของขนุนต้องคิดว่าฉันเป็นคนทำให้ขนุนช็อกแน่ๆ
“หนูขอโทษค่ะ ขอโทษจิงๆ”
- – - ระหว่างทางไปโรงพยาบาล ฉันได้แต่ตะโกนบอกเค้าว่าฉันจำได้แล้ว
ฉันจำได้แล้ว. . . . .สิ่งที่นายอยากจะให้ฉันจำได้เอง . . . .สิ่งที่นายเชื่อว่าฉันจะต้องจำได้
ฉันจำได้แล้วไงหละ. . .นายอย่าเป็นอะไรนะ
- – - – - – -
ถึงโรงพยาบาล ขนุนเป็นหนักกว่าที่คิดไว้ เค้าได้ใส่เครื่องช่วยหายใจด้วย
ฉันเข่าอ่อนทรุดฮวบไปทันที ดีที่พี่ผู้หญิงจับเอาไว้
ฉันรีบเอามือถือขึ้นมากด ด้วยมือที่สั่นเทา
เบอของคุนแม่เป็นเบอแรกที่ฉันโทรหา
สักพักแม่ก้อมา พร้อมด้วยคุนนายเตือนใจ
(ส่วนพ่อ สงสัยไม่ว่างอีกตามเคย)
คุนนายเตือนใจตรงไปที่หน้าห้องไอซียู แล้วเดินกลับมาคุยกับพี่ๆที่บริการลูกค้าที่แมนชั่น
คำหนึ่งที่ฉันได้ยินคุนนายเตือนใจพูดกับพี่ๆบริการลูกค้าที่แมนชั่นก้อคือ
“โชคดีนะ. . .ที่เป็นพวกเทอที่พาขนุนมาโรงพยาบาล. ..”
“ค่ะ ก้อมีแต่พวกเราหนิคะ ที่รู้ว่าคุนหมอคนไหนที่ดูแลน้องขนุนอยู่”
อะไรกัน. . .ขนุนมีหมอประจำตัวด้วยหรอ
ซักพักคุนหมอเดินออกมา
คุยกับคุนนายเตือนใจพักหนึ่ง
ฉันกับแม่ค่อยเดินเข้าไปได้ยินคำสุดท้ายพอดี
“คราวนี้ คงไม่โชคดีเหมือนทุกๆครั้ง. . .
ผมเสียใจที่ต้องพูดอย่างนี้นะครับ คุนเตือนใจ คุณเองก้อคงรู้”
“ค่ะ”
ฉันได้แต่มองคุณหมอกับคุณเตือนใจสลับไปมา
“เอ่อ.. .คุณหมอค่ะ ขนุน เป็นยังไงบ้างคะ” ฉันอดไม่ได้ที่จะถาม
“ตอนนี้ พ้นขีดอันตรายแล้วนะ . . .สบายใจได้”
คุณหมอพูดแล้วก้อยิ้มให้ฉัน
“เอ่อ. . .แต่ว่า คุณเตือนใจ เดี๋ยวเชิญทางนี้หน่อยนะครับ”
คุณนายเตือนใจเดินไป สีหน้าไม่ยินดียินร้าย
ทำเอาฉันงงไปเลย
ต้องมีอะไรแน่ๆหละ
- – - — – - – -
“ทำไม แม่ไม่บอกหนูตั้งแต่ทีแรกหละ ว่าหนูความจำเสื่อมหนะ”
ฉันเอ่ยปากถามแม่ขึ้นมา ขณะกลับบ้าน (คุณหมอยังไม่อนุญาตให้เยี่ยมขนุน)
“ก้อไม่คิดหนิ. . . ว่าจะรักกันขนาดนั้น”
“ไม่ได้รักซักหน่อย. . .แค่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดจิงๆ แค่นั้นเอง”
ฉันตอบแม่ไป ทั้งที่หน้าแดงๆ ชาๆ เย็นๆ วาบๆ ซะแร้วว
“ฮึ…แม่คิดว่ามันไร้สาระไปเอง ขอโทษนะ”
แม่พูดทำเอาฉันน้ำตาคลอไม่รุ้สาเหตุ
“แม่มีอะไรจะบอกเราด้วยนะ. . .”
“อะไรหรอแม่”
“รู้ไม๊ตอนที่เราตกน้ำหนะ. . .กว่าจะมีคนไปช่วย เราก้อแทบตายเลยนะ
ขาดออกซิเจนไปตั้งนานแหนะ แทบจะเป็นเจ้าหญิงนิทราทั้งที่ยังเป็นเด็ก
หมอเค้ายังไม่เชื่อเลย ว่าเราจะตื่นจะฟื้นขึ้นมาได้
แต่. . . .ปรากฏว่าเหมือนหลับไปตื่นหนึ่ง ตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการป่วยเป็นไข้หวัด แค่นั้นเอง ความจำก้อฟื้นฟูอีกนิดหน่อย .. . . .. ..
มีแค่เรื่องเดียว. . . . .ที่หนูไม่พูดถึง. . .แม่ก้อสรุปเอา. . .ว่าคงจำไม่ได้.”
“เรื่องขนุนใช่ไม๊ค่ะ. .. . .. . …. . . .ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นได้น๊า”
“พระเจ้าคงเล่นตลกหละมั้ง. . . . แต่ก้อดีแล้วหนิ ลูกไม่ต้องคิดถึงตาขนุนมากไง”
“แต่ลืมเค้าไปเลยหนะหรอคะ. . . .น่าน้อยใจชะมัดเลย”
“ฮึๆ แม่แทบไม่ได้คิดอะไรมากเรื่องขนุนเลยหละ. . . . .
แต่กล่องใหญ่ใบนั้นใส่ของเล่นเยอะแยะหนะ แม่กลับเก็บไว้แฮะไม่รู้ว่าทำไม ”
“เกือบไปแล้วไม๊หละ”
“น่านหนะสิ อื้ม. .. . ช่วงที่เรานอนอยู่ที่โรงพยาบาล
แม่ก้อย้ายมาอยู่แถวบ้านที่เราอยู่กันตอนนี้แหละ”
“หมายความว่า บ้านเดิมเรา ไม่ใช่ที่ที่อยู่ตอนนี้หรอคะ”
แม่พยักหน้าอีก
“แม่มารู้ทีหลังอีกว่า เตือนใจเค้าตามหาเราแทบแย่ แม่ก้อสงสัยว่าทำไมต้องตามหา”
“ทำไมหละคะ”
” (ถอนหายใจเฮือกใหญ่). . . .ไม่รุ้ว่าแม่จะเริ่มยังไงดีหนะสิ. . .
ตอนเตือนใจเล่าให้ฟังเมื่อตอนที่อยู่ร้านหนังสือ
แม่ยังไม่ปักใจเชื่อว่าขนุนเค้าจะผูกพันธ์กับเรามากขนาดนั้นจิงๆ
แต่แม่ก้อช่วย. . .. เพราะว่า. . .เชื่อเรื่องที่ขนุนเป็นอะไรที่ไม่เหมือนใคร”
ฉันไม่เข้าใจว่าแม่จะพูดอ้อมค้อมทำไม. . .ขนุนเป็นอะไรที่ไม่เหมือนไคหละ
- – - – -แล้วแม่ช่วยอะไร- – -ทำไมต้องช่วย- – - – -
แม่คงสังเกตเห็นแววตาที่ฉันมองแม่ . . .คงรู้ว่าฉันคิดอะไร
แม่ก้อเลยเล่าต่อ
“ทีแรกแม่กับเตือนใจ ไม่ได้สนิทกัน ไม่ได้เป็นเพื่อนกันอย่างที่เห็นหรอก
แต่รู้ไม๊เพื่อลูกชายของเค้า. . . .เพื่อลูกของแม่ด้วย. . . . ….
- – -แม่ไม่ใช่คนที่จะสนับสนุนลูกไปหาผู้ชายบ่อยๆหรอกนะ – - -
แต่แม่ก้อมีเหตุผลของแม่นะ .. . . เพราะอย่างนี้เราก้อเลยสนิทกัน
และก้อยังทำให้ลูกได้เจอกันบ่อยๆด้วย
ที่ร้านหนังสือวันแรกจำได้ไม๊ . . . นั่นหนะ
ขนุนเค้าคงดีใจมากลูกรู้ไม๊
และรู้เรอะป่าว ทำไมเค้าต้องตามหาลูกขนาดนั้น”"
“ทำไมหละคะ”
“เราไม่ผิดสังเกตอะไรบ้างเหรอ”
“นั่นหนะสิ ไม่รุ้นะ แต่หนูรู้สึกแปลกเหมือนกันว่าทำไมสนิทได้เร็วนัก
รู้เลยว่าเค้าชอบกินอะไร รสไหน แต่ตอนนั้นก้อไม่ได้แปลกใจอะไรมากหนิคะ”
“นั่นก้อส่วนหนึ่ง แต่ว่า มันมีอะไรมากกว่านั้น . .. .
อยู่ๆ แม่จะให้เราดูแลเค้าทำไม
เค้าตัวโตกว่าเราเป็นกอง
ไม่ผิดสังเกตบ้างหรอ”
“แม่หมายความว่า. . . .ยังไง”
“ขนุนเป็นโรคร้าย.. . .((((ฮ้าาาา0_0)))) ที่แม้แต่เค้าเอง แม่เค้าเองหรือว่าหมอเองยังไม่แน่ใจเลยว่าเค้าเป็นโรคอะไรกันแน่!!!!!!!!”