ความทรงจำ

จงกล้าพอที่จะเก็บเรื่องบางเรื่อง และคนบางคนไว้ให้เป็นความทรงจำ
ความทรงจำทำอะไรเราไม่ได้หรอก นอกจากจะมีไว้ให้เราได้คิดถึง และยิ้มกับตัวเอง
ความทรงจำไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว ต่อให้เป็นความทรงจำที่เลวร้ายสักแค่ไหนในชีวิต
เพราะความทรงจำไม่มีอาวุธ … ไม่มีอิทธิพล หรืออนุภาพใด ๆ มากไปกว่าพลังแห่งสติของคน
ที่จะกำหนดว่าเราจะระลึกถึงความทรงจำ เรื่องนั้น … เรื่องนี้ แค่นั้น … แค่นี้
เพื่อเอามาเตือนสติในการทำอะไรบางอย่าง อย่างน้อยก็พอเป็นแนวทาง ในการดำเนินชีวิตบ้าง
หรืออาจจะแค่ต้องการยิ้มให้กับวันคืนเก่า ๆ สักครั้ง ก็เท่านั้น …
เหมือนกับที่ใครบางคนได้เดินออกจากชีวิตเราไป
อย่างน้อย … ครั้งหนึ่งก็เคยเกือบจะคบกันอยู่ และได้ใช้วันเวลาดี ๆ ไปด้วยกัน
เราก็เลือกที่จะคิดถึงความทรงจำ ในช่วงเวลาที่มีความสุขได้
ในวันที่เราเดินอยู่บนทางเท้าที่มีฝนกระหน่ำตกลงมา อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ตอนนั้นอาจจะทำให้เราเหน็บหนาว และวุ่นวายหาที่หลบฝน
พอเวลาผ่านไป
เราสามารถเลือกที่จะจดจำเรื่องต่าง ๆ ในแง่ดี อาจจะเป็นความน่ารักที่ รอยยิ้มของเด็กตัวเล็ก ๆ ที่เราขยับที่ให้นั่ง หรือได้ช่วยป้าแก่ ๆ คนหนึ่งถือของ
เราเลือกที่จะจดจำ … เราเลือกที่จะระลึกถึงได้

ไม่เป็นไรหรอก … ถ้าเราจะคิดถึงความทรงจำเก่า ๆ บ้าง หากเพียงเพื่อจะได้ยิ้มกับตัวเองสักครั้ง

กลัวที่จะรัก

ไม่ใช่การกลัวที่จะรักใคร แต่กลัวที่จะพูดออกไป
เพราะหลายๆครั้งที่เห็นหลายคนเจ็บปวดกับความรักที่จบลง

ร้องไห้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
จนรู้สึกว่า น่ากลัวเหลือเกิน
แม้ว่าคนอื่น จะบอกให้ลองซักครั้ง
แต่ใจฉันมันบอบบางกว่าที่ใครๆคิด
จนสัญญาว่ากับตัวเองว่าจะไม่เผลอใจไปรักใคร

แต่เธอก็เข้ามา ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป
สิ่งต่างๆล้วนอยู่ในใจฉัน
ไม่ได้พูดออกไป ไม่ได้บอกให้เธอรู้
แต่ความรู้สึกย่อมส่งผ่านไปถึงเธอได้
หวังว่าเธอจะสัมผัสมัน และรับมันไว้
เธอจะเข้าใจคนอย่างฉันไหม

ถ้าเธอเป็นคนนั้น คนที่ฉันรออยู่
ขอเพียงความจริงในใจจากเธอจะได้ไหม

กาลครั้งหนึ่งความรัก

เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมมานั่งอยู่คนเดียวละ ไม่เข้าไปทำงานกับเพื่อนข้างในบ้านหรือ ฉันรอพ่ออยู่นะ พ่อบอกว่าเย็นนี้จะเอาของมาให้ รอตั้งนานแล้วพ่อฉันยังไม่มาเลย ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรหรือเปล่า คงไม่หรอกเดี๋ยวก็คงมา ท่านอาจไปทำธุระที่อื่นก่อนก็ได้ ไม่มีอะไรหรอก ให้ผมนั่งรอเป็นเพื่อนน่ะ ทำอะไรอยู่หรือ ให้ผมช่วยน่ะ งานนี้เป็นงานของผู้ชาย ผมว่าผมช่วยดีกว่าน่ะ จะไปไหนหรือ ไปด้วยกันไหมเดี๋ยวผมไปส่ง จะได้ขี่รถเที่ยวด้วย ไปด้วยกันน่ะ

ผมถามอะไรเธอหน่อยได้ไหม ผู้หญิงคบผู้ชายที่หน้าตาหรือเปล่า ฉันว่าไม่น่ะ ไม่ทุกคนหรอก บางคนเลือกที่จะคบกันที่นิสัยมากกว่า อืม… แล้วเธอละคบคนที่หน้าตาหรือเปล่า สำหรับฉันนิสัยต้องมาก่อน ไม่รู้สิ ฉันว่าถ้าหน้าตาดีแต่นิสัยไม่ดีก็ใช้ไม่ได้เหมือนกัน

ตอนนี้เธอคบกับใครอยู่หรือเปล่า ตอนนี้ไม่ได้คบกับใครเพราะฉันอยากจะเรียนก่อน ทำเพื่อพ่อแม่ก่อนแล้วค่อยทำเพื่อตัวเอง แล้วเธอไม่เคยมีแฟนเลยหรือ ไม่

เวลาเริ่มทำให้เราสองคนสนิทสนมกันมากขึ้น
จนมาถึงวันหนึ่ง
เธอไม่คิดจะมีแฟนบ้างหรือ
ไม่รู้สิ
ถ้านั้น อืม…. เราลองคบกันดีไหม
ก็ได้
อย่างนั้นเวลาต่างคนทำอะไรก็ต้อง เคารพซึ่งกันและกันน่ะ

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเธอจะทนได้ไหม ฉันว่าฉันทนได้นะไม่เป็นไรหรอก

ฉันขออะไรเธอสักอย่างได้ไหม ได้สิ คือถ้าวันหนึ่งเราต้องเลิกเป็นแฟนกันด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง ฉันขอให้เธอเป็นฝ่ายบอกนะ เพราะตอนคบกันเธอเป็นฝ่ายบอก แต่ถึงอย่างไรฉันก็ไม่จากเธอไปไหนหรอก ถึงแม้วันหนึ่งเธอจะทิ้งฉันไป ฉันก็จะรักเธออยู่อย่างนี้ ผมรับปากนะ และผมก็สัญญาว่าจะไม่ทิ้งเธอไปไหน และผมก็จะไม่มีวันทำให้คนที่ผมรักต้องร้องไห้ด้วย ผมสัญญา

จากนั้นทุกๆวันก็เป็นแบบนี้…

กลับบ้านดีๆนะ ระวังด้วย กลับถึงบ้าน อย่าลืมไหว้พ่อกับแม่ อย่าลืมถอดรองเท้า อย่าลืมอาบน้ำอย่าลืมไหว้พระก่อนนอน อย่าลืมคิดถึงฉัน รักฉันให้มากๆ ฉันก็คิดถึงและรักเธอทุกวันนะ

เวลาผ่านไป ความหอมหวานเริ่มจืดจางลง ฝ่ายชายเริ่มไม่สนใจความรู้สึกของฝ่ายหญิง เป็นเหตุให้เธอผู้นั้นร้องไห้และเศร้าไปมาก สาเหตุเป็นเพราะความเอาแต่ใจของฝ่ายชาย ที่ทุกวันนับจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

วันหนึ่งถ้าเราต้องห่างกันไม่ได้เจอกันทุกวัน เธอจะทนได้หรือ จะทำใจได้ไหม คือผมว่า ถ้าคุณได้เจอคนที่ดีก็อย่ามองข้ามไปนะ ผมขอโทษนะสำหรับบางเรื่องที่ผ่าน เราลองเป็นเพื่อนกันดีไหม ไม่ใช่ว่าผมไม่รักคุณนะ แต่อาจจะรักน้อยลงจากเมื่อก่อน คุณเข้าใจผมนะ

สาเหตุที่ทำให้ฝ่ายชายเปลี่ยนไปก็คงเป็นเพราะ เขามีตัวเลือกมากขึ้น และตัวเลือกนั้นๆก็ดูเหมือนจะเหนือกว่าเธอคนนั้นของเขา มันเกิดการเปรียบเทียบขึ้นโดยไม่รู้ตัว และคงคิดว่าชีวิตยังอีกไกล ยังได้เจอคนอีกมากมาย

แม้เวลาจะผ่านไปแต่ก็ไม่นาน ฝ่ายหญิงยังคงไม่ตัดใจจากฝ่ายชาย ผู้ซึ่งกำลังสนุกสนานอยู่กับการได้เพื่อนใหม่ ได้เจอกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ นี่เธอยังรักฉันอยู่หรือเปล่า ที่ผ่านมาฉันยังคงคิดถึงเธอเสมอนะ ฉันทำของขวัญวันเกิดให้เธอด้วยนะ ทำมันเองกับมือเลยนะ และมันก็มันเป็นชิ้นแรกและชิ้นเดียวที่ฉันทำได้ขนาดนี้ เธอมาหาฉันหน่อยสิ ฉันจะได้เอาของขวัญให้เธอด้วยไง เอ่อ……ผมไม่ว่างนะออกไปหาไม่ได้หรอก ต้องทำงานที่บ้าน อืม………คือ ผมรักคุณแบบเพื่อนแล้วละน่ะ คุณไม่เป็นไรใช่เปล่า ฉันไม่เป็นไรหรอกนะ เอาว่าเดี๋ยวถ้าฉันมีเงินฉันค่อยโทรมาหาใหม่นะ

นั้นเป็นคำบอกลาของฝ่ายหญิง ที่ดูเหมือนสภาพจิตใจยังเข้มแข็งอยู่ แต่หลังจากวางโทรศัพท์ เธอก็ร้องไห้เสียใจที่ทำไมคนคนนั้นไม่เคยเห็นคุณค่าของเธอเลย เธอร้องไห้กับเพื่อนสนิทของเธออยู่หลายครั้ง ที่คิดถึงเขาคนนั้น จนเพื่อนๆลงความเห็นว่าถึงเวลาที่เธอต้องเริ่มชีวิตใหม่กับใครสักคน เขาคงไม่กลับมาหาเธอแล้ว จากนั้นฝ่ายหญิงก็ได้หายไปไม่ได้โทรหาเหมือนเมื่อก่อน

ฝ่ายชายที่มัวแต่เพลิดเพลินอยู่กับอะไรที่แปลกใหม่ เริ่มรู้สึกได้ว่า ชีวิตเขาขาดอะไรไปสักอย่าง ไม่มีคนค่อยเป็นห่วงเหมือนเมื่อก่อน ไม่มีคนบอกว่านอนหลับฝันดีน่ะ รักมากน่ะ ไม่มีคนที่นอกจากพ่อแม่และญาติๆ แล้วจะดีเท่าคนนี้ จากนั้นไม่นานเพื่อนที่เคยมีมากมายสนุกสนานก็เริ่มหายไปทีละคนสองคนอันเนื่องมาจากเหตุผลต่างๆนานา ฝ่ายชายก็เริ่มมีความเหงา คิดถึงวันดีๆที่คนคนหนึ่งเคยทำให้ เคยหัวเราะมีความสุขด้วยกัน แต่ในความเป็นจริงวันนี้เธอคนนั้นได้จากเขาไปแล้ว และเขาเองที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

เสียใจน่ะ ที่มองข้ามสิ่งดีๆที่คุณมีให้ผมตลอดมา คนที่พูดคุยกับผมได้ทุกเรื่อง ทำให้รู้สึกว่าไม่เคยรู้จักกับความเหงาเมื่อได้อยู่ใกล้ แต่ทำไมนะตอนนั้นผมกลับลืมคนนี้ไปได้ ถ้าเกิดผมย้อนเวลาได้ ผมจะไม่ทำให้คนที่ผมรักเสียใจอีกเลย ต้อนนี้สำนึกได้ก็คงสายเกินที่จะแก้ไขอะไรได้อีกแล้ว เธอคงลืมผมไปแล้ว ตอนนี้ผมคงเป็นได้แค่เพื่อนเหมือนตอนที่ผมพยายามที่จะหยิบยื่นให้คุณ ลาก่อนความทรงจำ 1 ปี 4 เดือน ขอโทษสำหรับการกระที่ไม่ให้เกียรติ ขอโทษสำหรับการล่วงเกิน ที่ผมคิดว่าทำไปก็เพราะ คำว่ารัก “ความรักก็เหมือน ดวงดาว มองเห็นบ้าง ไม่เห็นบ้าง แต่มันก็ไม่เคยจากเราไป”

จาก fwd.mail

หายใจเข้าเป็นความรัก หายใจออกเป็นความคิดถึง

สำหรับคนมีความรัก
ทุกความรู้สึกล้วนเป็นความรัก
เห็นอะไรก็คิดถึงคนรัก..
หายใจเข้าเป็นความรัก หายใจออกเป็นความคิดถึง
ทุกลมหายใจอุ่นอวลด้วยกลิ่นไอความอาวรณ์ ห่วงหา
สารพันความรู้สึก หลากหลายอารมณ์
แต่ทั้งหมดก็มาจากความรู้สึกเดียว
ที่เรียกว่า ความรัก

ความรักที่ดลบันดาลให้ใครคนหนึ่ง
สามารถทำอะไรได้มากมาย
เขียนหนังสือได้เป็นเล่มๆเพื่อจะบอกใครเพียงคนเดียว
ว่าความรักไม่เคยจางหายไปไหน
ความรักยังอยู่..และความรักที่งดงามนั้นก็ไม่เคยตาย..
ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านเนิ่นนานแค่ไหน
ไม่ว่าความรักจะเดินทางถึงจุดหมายปลายทางหรือไม่
ใครคนหนึ่งก็ยังคงมีรักเดียว
และทุกวินาทีก็ยังคิดถึงแต่คนรัก..

เพราะคนเรามีชีวิตอยู่ได้ด้วย
ความรัก ความหวัง และความฝัน
ถ้าเมื่อไหร่ไม่มีสามอย่างนี้ชีวิตนั้นก็เหมือนตายไปแล้ว

จากหนังสือหายใจเข้าเป็นความรัก หายใจออกเป็นความคิดถึง
ผู้เขียน: I-blue

คนที่เรารัก กับ คนที่รักเรา

“ระหว่างคนที่เรารัก กับ คนที่รักเรา”
คนที่เรารัก…..คือคนที่ใช่สำหรับเรา
แต่บางครั้ง…..เขากลับรู้สึกว่าเราไม่ใช่

คนที่เรารัก…..คือคนที่เราคิดว่าเรารู้จักเขาดี
แต่แท้จริงแล้ว….เขากแทบไม่รู้จักเราเลย

คนที่เรารัก……คือคนที่เราพร้อมจะเป็นผู้ให้
แต่สิ่งที่เราให้…..เขากลับไม่เคยมองเห็นสิ่งที่เราให้ไป

คนที่เรารัก……..คือคนที่เราอยู่ด้วยเวลามีความสุข
แต่เวลาเราทุกข์…..ไม่อยากแม้ให้ค่อยรับรู้

คนที่เรารัก….คือคนที่เราใส่ใจทุกเวลา
แต่ที่แย่กว่าคือ..ตลอดมาเขาไม่ได้รักเราหรือ

คนที่รักเรา…….คือคนที่เราเพียงมองผ่าน
แต่เขา…..กลับมองเราอย่างใส่ใจ

คนที่รักเรา…..คือคนที่เราไม่พยายามทำความรู้จัก
แต่เขา…..กลับพยายามทำความรู้จักเรา

คนที่รักเรา…..คือคนที่เราไม่เคยให้ความสำคัญมากมาย
แต่เขา…..กลับให้ในสิ่งที่ล้วนมีค่ามีความสำคัญกับเรา

คนที่รักเรา….คือคนที่เราไม่เคยเห็นหน้าเวลาสุข
แต่เวลาทุกข์….เขากลับเป็นเหมือนเงาคอยเฝ้าตาม

คนที่รักเรา…..คือคนที่เราไม่เคยนึกถึง
แต่มีสิ่งหนึ่ง….บอกให้รู้ว่า……เขารักเรา
แล้วถ้าคนที่เรารักกับคนที่รักเราเป็นคนเดียวกันคงดีไม่ใช่น้อย