อย่าลืมเว้นช่องว่างในหัวใจ

อย่าลืมเว้นช่องว่างในหัวใจ
ไว้เติมความสุข
มันจะเป็นที่พักชั้นดีเวลาที่เหน็ดเหนื่อย

ความทุกข์ที่เกิดจากใจ ก็ต้องใช้หัวใจแก้
แค่เธอรู้…ความสุขของเธออยู่ที่ไหน
ก็เอาหัวใจไปไว้ที่นั่นสักครู่

เคลียร์หัวใจให้มีที่ว่าง
มันจะทำให้ความทุกข์ในใจเราเบาบาง
และมีแรงคิดมีแรงดินต่อไป

เวลามีปัญหาในชีวิต
ความรู้สึกติดลบแบบกู่ไม่กลับ
กำลังใจจากใครก็ช่วยไม่ได้

หรือแม้กระทั่งคนที่รักเรา หวังดีกับเรา
ก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา

เหมือนที่ฉันเคยได้ยินมา มีคนเคยฟูมฟายกับฉันว่า
ความทุกข์ของเขาเกิดที่หัวใจของเขาเอง
ไม่ว่าพ่อ แม่ ลูก
หรือความรักทั้งปวงในโลกที่มอบให้เขา
ก็ไม่สามารถทำให้เขาคลายทุกข์ได้
เพราะความทุกข์มันเกิดจากใจ ไม่ใช่สิ่งแวดล้อม

ฉั น ว่ า ต ร ง นี้ ต้ อ ง แ ก้ ที่ ใ จ
เราต้องหาตัวเองให้พบก่อนว่า
ค ว า ม สุ ข ท า ง ใ จ เ ร า อยู่ตรงไหน
แล้วเอาหัวใจไปไว้ตรงนั้นสักครู่
เอาความสุขตรงนั้นเข้ามา เ ติ ม เ ต็ ม

แล้วเบียดบังความทุกข์ออกไป
หรือให้มันน้อยลง
เหลือ ช่ อ ง ว่ า ง ใ น หั ว ใ จ มากขึ้น

เวลาที่หัวใจเป็นทุกข์ รู้สึกอ่อนแอ และติดลบมาก ๆ
ฉันจะอ่านหนังสือแบบไม่หลับไม่นอน
เพราะมันทำให้สมองไม่ว่าง

เบี่ยงเบนความคิด ไปคิดเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านแทน
พอไม่ว่างก็ไม่คิดถึงเรื่องอื่น…
หนัก ๆ เข้า ก็จะรู้ว่าอารมณ์ไหนต้องอ่านหนังสืออะไร

เวลาที่หัวใจติดลบสุด ๆ ฉันมักจะอ่านนวนิยาย
คนรอบ ๆ ตัวก็จะงงว่า เอ…ฉันอ่านนิยายด้วยเหรอ
ปกติไม่อ่านนี่ เอ๊ะ! ยังไง
ก็แปลว่าตอนนี้ไม่ปกติไงเลยอ่าน

…สำหรับฉัน…
การอ่านนิยาย มันคือการปลีกตัวเอง
จากโลกแห่งความจริง จากทุก ๆ ความรู้สึก
เหมือนไปอยู่อีกโลกหนึ่งที่ไม่มีใครเลย
ไปเป็นใครสักคนในโลกใหม่
จะไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องที่ทุกข์

ผิดกับเพื่อนอีกคน
เวลาที่อารมณ์ดี ๆ เขาจะนอนอ่านนิยาย
แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
แต่ถ้ากลุ้มใจอะไรขึ้นมา
เขาจะอ่านบู๊ลิ้มแบบเอาเป็นเอาตาย

ในขณะที่เพื่อนฉันอีกคน
ไม่ว่าจะกลุ้มใจอะไร เขาจะนอนดูการ์ตูนข้ามวันข้ามคืน
แล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊าก! อยู่คนเดียว ไม่สนใจใครทั้งสิ้น

มีบางคนข้าง ๆ ฉันเล่นเกมแบบเด็ก ๆ
เล่นอย่างเอาเป็นเอาตายทุกวัน
เล่นเป็นอาชีพ
เพราะนั่นคือความสุข คือหัวใจของเขา
ที่มีช่องว่างไว้หลบหนีความทุกข์อยู่เสมอ
อย่างน้อย แต่ละวันเขาก็ไม่มีเวลามานั่งทุกข์
หรือฟุ้งซ่านให้เสียสุขภาพจิต

เธออาจจะคิดว่า
พฤติกรรมเหล่านั้น มันเป็นการหนีปัญหาเฉย ๆ
จะช่วยอะไรๆ ได้สักเท่าไหร่
ตามเหตุผลน่ะใช่ แต่ตามอารมณ์น่ะไม่ใช่

ถ้าเราอ่อนแอ ความทุกข์ในใจจะมีอิทธิพลเหนือกว่า
ต่อให้สู้ยังไงก็แพ้ การเคลียร์พื้นที่ในหัวใจให้มีช่องว่าง
บางสิ่งบางอย่างก็ไม่ต้องใช้เหตุผลรองรับเสมอไป
ที่ว่างแห่งความสุขของคนเราแตกต่างกัน
เพียงแต่ต้องหามันให้เจอ

คนหลายคนพอเกิดความทุกข์ในใจ กลับมองข้ามตัวเอง
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่ไหนคือ ค ว า ม สุ ข ที่ไหนคือ ค ว า ม ทุ ก ข์
อะไรต้องแก้ไข อะไรมีทางออก อะไรต้องทำใจยอมรับ
หรือสิ่งไหนที่อยู่เหนือการควบคุมของเรา

ความอดทนของคนมีขีดจำกัด
ถ้าหมกมุ่นอยู่กับความทุกข์นั้น
มันก็ ร้ อ น ร น ท ร ม า น
ไม่มีทางสงบพอที่จะค่อย ๆ คิด ค่อยๆ ทำ

ฉันกำลังจะบอกเธอว่า…
นี่เป็นการบริหารและจัดการภาวะทางใจ
ให้มันมีช่องว่างอยู่เสมอ

หัวใจคนเรามีพื้นที่เล็กนิดเดียวเอง
ถ้าเธอเล่นเอาอะไร ๆ ไปยัด ๆ ไว้มันก็เต็ม ก็แน่น

เราต้องรู้จักบริหาร
บางอารมณ์ บางความรู้สึก ให้เป็นสัดส่วน
หัวใจจะได้ทนทาน

“อย่าลืมว่าชีวิตของเธอยังอีกยาวไกล
เธอต้องใช้หัวใจอีกยาวนาน”

…อย่าโทษความรัก…

เวลาที่ใครสักคนร่าเริง…สดใสขึ้น…
ก็จะมีคนทักว่า ” มีความรักเหรอ ”

เวลาที่ใครสักคนเศร้า…ร้องไห้…
คนเราก็จะทักว่า
“อกหักเหรอ & ความรักจากไปเหรอ ”

จริงอยู่ที่คุณจะกล่าวว่า
ความรักเป็นตัวการที่ทำให้คุณร่าเริง…สดใสขึ้น แต่อย่าลืมนะว่า

ความรักไม่ได้เดินเข้ามาหาคุณเอง
มีใครสักคนหอบมันมาให้คุณ คนคนนั้นเป็นคนที่ทำให้คุณได้รู้จักความรัก
ในรูปแบบหนึ่ง และ เป็นตัวการที่ทำให้คุณร่าเริง…สดใสขึ้นต่างหาก

แล้วถ้าวันหนึ่งคุณเศร้า…ร้องไห้…
คุณก็ไม่ควรที่จะโทษความรัก เพราะความรักก็ไม่ได้เดินจากคุณไปเองนี่
คนที่พามันมา ตอนนี้เขาเป็นคนที่พามันไป

” คุณอย่าโทษความรักเลย หากคุณจะโทษอะไรสักอย่างที่ทำให้คุณเศร้า…
ร้องไห้…คุณควรที่จะโทษคนที่พาความรักไปจากคุณมากกว่า ”

ความรักมีแต่พาสิ่งที่สวยงามมาให้คนทุกคนที่ได้พบ และรู้จักมัน

” เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ขอร้องนะอย่าโทษความรักกันอีกเลย “

ทำยังไงที่จะให้เขากลับคืนมา…

เมื่อเราไม่สมหวังในรัก และยิ่งถ้าเราต้องเลิกรากันไปทั้งๆ ที่เรายังรักเขามาก
ความคิดหนึ่งมันก็ย่อมผุดขึ้นมาในสมองเรา พร้อมคำถามที่ว่า
“ทำยังไงที่จะให้เขากลับคืนมา” หรือ
“เราจะกลับมารักกันได้หรือเปล่า” หรือ
“เราเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม”

บางคนคิดไปอย่างสิ้นความหวัง
แต่บางคนก็พยายามหาวิธีที่จะทำให้มันเป็นจริง

ถ้าหากเราต้องเลิกกันทั้งๆที่เรายังรักเขา
เชื่ออย่างหนึ่งเถอะว่า ณ วันที่เขาจากเราไป
เขาจะรู้ว่าเรายังรักเขา
เพราะเขาเป็นฝ่ายเลือกที่จะเดินจากเราไปเอง

และเมื่อเป็นอย่างนั้น การที่จะให้เขาเดินกลับมาอีก
ไม่จำเป็นต้องเดินไปบอก หรือวิ่งตามเขาไป และพูดว่า
“ฉันยังรักเธอนะ”
“ฉันยังรอเธอนะ”

ถ้าใจเขาไม่คิดเดินกลับมา เขาก็ไม่มีวันเดินกลับมา
แต่ถ้าวันหนึ่งเขาเปิดใจซึมซับความรักที่เรามีต่อเขาอย่างเต็มใจ
เขานั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายเดินมาหาเราเอง
โดยไม่ต้องดิ้นรนทำอะไรเพื่อให้ได้เขามาหรอก

คนไม่ใช่สัตว์หรือสิ่งของที่ไม่ต้องถามความเห็นก็เอามาเป็นเจ้าของได้
เพราะสัตว์หรือสิ่งของเราไม่ได้หวังว่าจะได้รับการรักตอบ
แต่เราหวังแค่ได้เป็นเจ้าของมันเท่านั้นเอง

ส่วน “คน” ความเป็นเจ้าของอย่างเต็มภาคภูมิ
คือความเต็มใจของอีกฝ่ายด้วย ความสุขจึงจะเกิดขึ้น
ยิ่งเธอพยายามเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งทรมานมากเท่านั้น
เพราะไม่มีใครทนอาการหมางเมิน ไม่สนใจจากคนที่เรารักได้หรอก

ส่วนเราจะกลับมารักกันได้อีกหรือเปล่า มันก็อยู่ที่ทั้งเขาและเธอ
หากเธอเชื่อมั่นว่าความรักที่เธอมีให้เขา
ไม่มีใครรักเขาได้ยิ่งใหญ่และสวยงามไปกว่าเธอ
ไม่มีใครรักและให้อภัยเขาได้เท่าเธอ
เธอเท่านั้นที่จะอยู่กับเขาได้
ความรักของเธอจะกลับมาหาเธออีกครั้ง

แต่หากเวลาผ่านไป ทำให้เธอเปลี่ยนแปลงไป
หรือความรู้สึกนั้นจางลง และวันหนึ่งมันก็หายไป
เธอกลับไปมีความรู้สึกนี้กับใครอีกคน
เธอจะตอบตัวเองได้ว่า
เธอจะกลับไปหาความรักครั้งนั้นอีกหรือเปล่า

บางคนเมื่อเลิกรากันไป ยังทำใจไม่ได้
และรู้สึกว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ทำให้เขาเดินจากไป
จึงเป็นฝ่ายขอร้องขอโอกาสแก้ตัวใหม่
ขอเริ่มกันใหม่ จะปรับปรุงตัวเองเพื่อให้เขาพอใจ

ถามว่าสิ่งที่เธอจะต้องเปลี่ยน เธอจะทำมันได้นานแค่ไหน
เธอจะทำมันได้ตลอดชีวิตเธอหรือเปล่า
ถ้ายังตอบไม่ได้ หรือไม่แน่ใจ
และอยากลอง หากเขาให้โอกาสก็ลองดู
แล้วเธอจะค่อยๆ รู้ได้เองว่า เมื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว
เธอกับเขามีความสุขกันมากขึ้นหรือเปล่า

หรือเขาก็ยังแสดงออกถึงความห่างเหินกับเธอเหมือนเดิม
บางทีมันอาจไม่ใช่ที่นิสัยเธอ แต่มันเป็นตัวเธอ
ไม่ว่ายังไงก็เปลี่ยนความรู้สึกของเขาให้กลับมาแบบเดิมไม่ได้

หรือเธอมีความสุขหรือเปล่า ที่เธอต้องเปลี่ยนอะไรบางอย่างเพื่อเขา
หากเมื่อไหร่ที่เธออึดอัด อย่าพยายามดึงดันมันต่อไปเลย
เพราะคนที่จะเจ็บปวด และเหนื่อยที่สุดคือเธอ

ช่วงเวลาเหล่านั้นจะเป็นเวลาที่ทรมาน เพราะเธอต้องฝืนทำอะไรกับตัวเอง
และก็ต้องทุกข์ที่มันไม่ได้ทำให้เขารักเธอเหมือนเดิมได้
มันไม่น่าจะมีความสุขอย่างแท้จริงได้ ถ้าเราขาดความเป็นตัวของตัวเอง
และเขาก็ไม่ได้รักเราอย่างที่เราเป็น แต่รักเราอย่างที่เขาอยากให้เป็นต่างหาก

——————————————————————————–

จาก เป็นอะไรไป…ความรัก? โดย ว.แหวน

อยู่ไม่ได้… ถ้าขาดเขา???

ถ้าผูกตัวเองติดกับใคร
ก็จะอยู่ไม่ได้ถ้าขาดเขา

แม่สอนเสมอว่า
อย่าเอาตัวเองไปผูกติดกับใคร
เพราะเกิดมาไม่ได้ติดมากับใคร..
ฉันไม่มีฝาแฝด

แม่บอกว่า..
คนเห็นแก่ตัวคือ คนที่เกิดมาเพื่อรักคนๆ เดียว
เพราะเราจะอยู่ไม่ได้..ถ้าขาดคนๆ นั้น

มันฟังดูชีวิตมีเงื่อนไขพิกล..
เราเกิดมาเพื่อรักคนๆ เดียว
แล้วเราก็ต้องตายแน่..ถ้าขาดเขาไป

ฉันไม่ยอมตายแน่..
ยังมีอะไรที่ต้องทำอีกมาก

ความรักมันจะยังอยู่กับตัวฉัน..
ไม่ได้ตายไปกับตัวเขา

เมื่อความรักมาหา..
ฉันไม่ได้ยกหัวใจตัวเองให้ใคร

แค่แบ่งส่วนหนึ่งไปให้เขายืม..
เหลือส่วนหนึ่งเอาไว้หายใจบ้าง

ความรักมันมีตั้งหลายรูปแบบ..
และก็มีหน้าที่ต่างๆ กัน

หัวใจเรามีพื้นที่ต่างๆ มากมายที่จะแบ่งปันให้รัก..
ใครไม่เอาก็เอากลับมา

เมื่อไหร่ที่ใจอยู่กับตัว..
ก็จะนำพาร่างกายให้หายใจได้…
ไม่ต้องพึ่งถังออกซิเจน

อกหักไม่ขาดทุน- กำไรจากความรัก…

ถ้า “กำไร” ของแม่ค้า คือจำนวนเงิน “ส่วนเกิน”
ที่ได้มาจากการขายของ
ฉันก็มองว่า “กำไร” ของคนอกหัก
คือจำนวนบทเรียนที่ได้กลับมา

“ส่วนเกิน” ของความรักก็คือ ส่วนที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
ในระหว่างที่รักกัน อาทิ การทะเลาะวิวาท การนอกใจ
การไม่มีเหตุผล การเห็นแก่ตัว ฯลฯ

…………………………………

ถ้ามัวแต่คิดว่า อกหักแล้วขาดทุน
ไม่มีแรง ไม่มีทุนหัวใจจะไปรักใครอีก
…มันก็จะเป็นอย่างที่เธอคิดนั่นแหละ…
จิตใจย่ำแย่ยังไง มันย่อมส่งผลต่อร่างกายแบบนั้นเช่นกัน

แต่ถ้าคิดว่าอกหักแล้วได้กำไร
กำลังใจในการสู้ต่อ มันก็เพิ่มขีดความสามารถมากขึ้น

ซึ่งเธอต้องยอมเข้าใจในเหตุผลที่ว่า
บางครั้งความเจ็บปวด
มันก็มีเจตนาของมันเหมือนกัน

เจตนาที่ว่าก็คือ การสอนให้เราเรียนรู้บางสิ่งบางอย่าง
ผ่านทางความเจ็บปวด นี่คือกำไรที่เธอควรเรียนรู้ให้ได้
อย่าปล่อยให้ทัศนคติด้านความรักติดลบ
ด้วยการหันหลังให้กับส่วนเกินนั้นๆ

ในเมื่อเธอสามารถพลิกส่วนเกินให้เปลี่ยนมาเป็นกำไรได้
ด้วยการเผชิญหน้ากับเหตุผล

………………………………….

จริงๆ การที่เขานอกใจเรา…
ไม่ได้แปลว่าเราไม่ดี

การทะเลาะกันบ่อยๆ…
ไม่ได้แปลว่า เขาหรือเราเองเป็นคนผิด

การไม่มีเหตุผล…
บางครั้งมันก็อธิบายไม่ได้ว่าทำไม…

……………………………………..

แต่ทั้งหมดคือสิ่งที่ผ่านเราไปเพื่อสอนให้เราเรียนรู้ถึงข้อบกพร่องของตัวเอง
“อดีต” เป็นบทเรียนอันล้ำค่าเสมอ…

อดีตจึงไม่ได้เป็นเพียงส่วนเกินที่ไร้ค่า
เพราะมันสามารถแปรผันเป็น “กำไร” ที่ล้ำค่าได้

……………………………………….

อย่าลืมเก็บกำไรงามๆ จากรักแต่ละครั้งไว้ให้ดีๆล่ะ
เพราะว่าต่อไปในวันข้างหน้า

กำไรครั้งนี้จะแปรสภาพเป็นทุนหนาๆ
ให้กับรักครั้งใหม่ของเธอ

เรียกว่า รักครั้งไหนก็ไม่มีทุนหายกำไรหด

—————————————————-
การ์ตูน. “รักดีๆ มีต่างมุม”. กรุงเทพฯ : ใยไหม,