ไปด้วยหัว.. และหัวใจ..

บางครั้ง….
เราจำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล
แต่ในบางที….
เรากลับชอบที่จะคิดหรือทำตามที่หัวใจเรียกร้อง

ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว
ในการตัดสินว่า…อย่างไหนดีหรือไม่ดี
เพราะในบางสถานการณ์
ความเป็นเหตุเป็นผลคือสิ่งที่ต้องมาก่อน

แต่ในบางเรื่อง…..การใช้อารมณ์และความรู้สึก
เข้ามาเป็นส่วนประกอบในการคิดหรือทำ
ก็ช่วยให้เกิดสุนทรีย์ในการใช้ชีวิตมากขึ้น

ในชีวิตคนหนึ่งคน
จะคิดอะไร….จะทำอะไร
ไม่จำเป็นต้องหาเหตุและผลไปเสียหมด

การคิดนอกกรอบ หรือไร้สาระบ้างบางครั้ง
กลับทำให้ชีวิตดูมีสีสัน ไม่น่าเบื่อ
แต่คงไม่ถึงกับปล่อยให้ตัวเองอยู่บนความเพ้อฝัน
จนดูเหมือนเป็นคนไร้แก่นสาร

ในส่วนผสมของชีวิตที่สมดุล
น่าจะมีทั้งสิ่งที่มาจาก หัว (สมอง) สั่งการ
และเรื่องที่ทำตามหัวใจเรียกร้องบ้าง ควบคู่กันไป

อย่างนั้นแล้ว ที่คิดว่าเรามีความสุข
ก็น่าจะสุขขึ้นไปอีก…

…………………………………………………

บทความจาก_ปูปรุง

ขอบคุณเวลา…

เวลาเดินผ่านไปจากวินาทีเป็นนาที
เป็นวัน เป็นเดือน เป็นปี
เป็นเรื่องราวมากมาย
แต่จะมีสักครั้งไหม
ที่เราทำความทรงจำหล่นหายไปในช่องว่างของเข็มนาฬิกานั้น

ฉันอยากทำมันหล่นบ้าง
ยิ่งเรื่องราวร้ายๆ ที่เคยเกิดขึ้น
และโดยเฉพาะเรื่องของเธอ

แม้ฉันจะทิ้งความทรงจำที่ปวดร้าวนั้นไม่ได้
แต่ฉันจะไม่นึกเสียดายในก้าวย่างที่ผ่านพ้น

อย่างน้อยในวันนี้
วันเวลาก็นำพาสิ่งดีๆ มาให้ฉัน
จากนี้จะงดงามหรือไม่นั้น
ฉันก็ขอบคุณ… เ ว ล า

ความรัก และ การหลอกลวง… ไปด้วยกันไม่ได้..

ความรัก และ การหลอกลวง… ไปด้วยกันไม่ได้

การไว้ใจ คือรากฐานของความรัก ว่ากันว่าการเชื่อใจของกันและกันจะล่อเลี้ยงให้ความรักเติบโตได้อย่างสวยสดงดงาม

ดังนั้น… ความรักไม่สามารถจะอยู่ได้หากขาดการเชื่อใจกันและกัน เมื่อใดก็ตามที่คุณรักใครสักคนแล้ว คุณย่อมหวังว่าคนๆนั้นจะซื่อสัตย์กับคุณ… และเขาเองย่อมได้รับความซื่อสัตย์เป็นการตอบแทน คุณยอมแลกได้ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อคนที่คุณรักก็ต่อเมื่อคุณมั่นใจในตัวเขาแล้วนั่นเอง

เพื่อที่จะให้ความรักของคุณทั้งคู่อยู่ยงคงกระพันนั้น การไว้ใจ กันและกันถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องอยู่ควบคู่ไปกับความรักด้วย
เมื่อใดก็ตามที่ความไว้วางใจได้หายไปจากคนทั้งสองแล้วละก็ ความเจ็บปวดจะกลายเป็นสิ่งที่จะเข้ามาแทนที่นั่นเอง มันอาจจะฟังดูยากที่จะให้คุณหยุดรัก แต่น่าประหลาดใจที่โดยทั่วไปแล้วคุณจะหยุดไว้วางใจเขาทันทีที่เขาไม่ซื่อสัตย์ต่อคุณ

เมื่อคุณได้เริ่มหลงรักใครบางคนเข้าเต็มเปาแล้วล่ะก็ คุณมักจะไม่ระวังว่าเขาคนนั้นจะทำลายความไว้วางใจที่คุณมอบให้ สัญญาณอะไรต่างๆที่บ่งบอกว่าเขาจะนอกใจ คุณเองก็ละเลยไม่ได้สนใจเท่าที่ควร แล้วเป็นไงล่ะ! เมื่อความไว้วางใจที่คุณมีต่อเขาขาดสะบั้นลง คุณก็ต้องมานั่งโศกเศร้าเสียใจ และโทษตัวเองที่ไม่ได้สังเกตระแวดระวังอะไรเลย

ยิ่งบางคนที่เข้าตำรา รักทำให้ตาบอด กลับคิดไปอีกว่าเขาไม่ได้ลอกลวงอาจจะเป็นเราที่ผิดเอง แต่ทันทีที่เธอหูตาสว่างแล้ว บางคนถึงขั้นช็อกไปเลยก็มี

สำหรับใครก็ตามที่ใช้ การโกหก มาล้อเล่นกับความรัก หยุดเสียเถอะ! มันอาจจะส่งผลเสียหายขั้นรุนแรงต่อจิตใจนะ
เคยได้ยินไหมที่บางคนกล่าวกันว่า ความรักเป็นสิ่งบริสุทธิ์ เช่นรักที่แม่มีต่อลูกน้อย หรือความรัก ความศรัทธาที่เรามีต่อพระเจ้า ฯลฯ ความรักอย่างโรแมนติคก็ถือว่าเป็นความรักอันบริสุทธิ์เช่นกัน รักเปรียบเสมือนพรจากพระเจ้าให้เราได้พบกับคนที่เราจะฝากชีวิตไว้ด้วยได้ ได้พบกับคนที่พร้อมที่จะดูแลห่วงใยเราเสมอ และได้พบกับคนที่เราจะไว้ใจเขาได้ตลอดไป

เมื่อใดที่คุณหยิบยื่นความรักให้กับใครซักคน ความจริงใจ คือสิ่งที่คุณและเขาต้องมอบให้กัน ถึงแม้แค่การโกหกเล็กๆน้อยเกิดขึ้นระหว่างคุณและเขา มันจะอาจจะทำให้คุณสงสัย ระแวงในตัวเขา บางรายรุนแรงถึงขั้นเลิกกันไปเลย แล้วถ้ายิ่งการโกหกของเขามีเรื่องความสัมพันธ์กับคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย นึกไม่ออกเลยว่าผลที่ออกมามันจะรุนแรงขนาดไหน

อย่างที่กล่าวมาช่วงแรกว่า ความรักเป็นสิ่งบริสุทธิ์ ดังนั้นเราไม่ควรที่จะให้การโกหก หลอกลวงเข้าเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเขา เพราะเมื่อใดก็ตามที่มีการโกหกลอกหลวงเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว ตอนจบของความรักมักจะไม่ได้สวยหรูอย่างที่คุณวาดฝันไว้

ก้าวไปให้ถึงดาว…

ไม่มีสิ่งใดในโลก…

ที่สำเร็จได้โดยไม่เริ่มจากการทำทีละน้อย…ทีละน้อย

หรือเริ่มจากการทำทีละอย่าง…ทีละอย่าง…

หากเราเริ่มจะนับให้ถึงร้อย…เราต้องเริ่มนับที่หนึ่ง…

นับจากหนึ่งไป สอง สาม สี่ จนไปถึงร้อย…

ความสำเร็จก็เช่นกัน…สุภาษิตจีนบอกไว้ว่า

“ความสำเร็จต้องเริ่มที่ก้าวแรก

ต้องค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ สะสม

เริ่มจากทีละก้าว ทีละก้าว แล้วจะถึงเส้นชัยเอง

เพียงแต่ช้าหรือเร็วเท่านั้น…”

เวลาเราจะข้ามภูเขาสูงไปอีกฟาก

เราไม่สามารถก้าวข้ามเขาทีเดียวได้…

โดยการก้าวเพียงก้าวเดียว…

เราไม่สามารถย่อภูเขาให้เล็กลง

เราไม่สามารถเสกอะไรได้ดังใจ…

เพื่อที่จะก้าวข้าม…

เพราะเราไม่ใช่ผู้วิเศษ…

แต่กลับจะต้องก้าวข้ามก้อนหิน ดินกรวดทีละก้อน ๆ

เมื่อก้าวผ่านทีละก้อนจนหมด…

ก็เท่ากับว่าได้ก้าวข้ามภูเขาที่สูงตระหง่านได้…

ความสำเร็จจึงเป็นการสะสมทีละน้อย

สะสมความสำเร็จปลีกย่อยเล็ก ๆ …

ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป ค่อย ๆ สะสมจนยิ่งใหญ่…

อุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างทางจึงเปรียบเสมือนก้อนหิน..

และเป็นการสะดุดก้อนเล็ก ๆ ระหว่างทางเท่านั้น…

หากมันนำไปเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่เป็นภูเขา

อุปสรรคนั้นก็จะดูเล็ก จิ๊บจ๊อยไปทันที…

มันคนละขนาด มันคนละเรื่องกัน…

และอย่าลืมว่า…

ก้อนหินระหว่างทางมีเอาไว้ให้ข้าม

ไม่ใช่ให้สะดุด!…

………………………………………………………………….

There”s always going to be people that hurt you so what you have to do is

keep on trusting and just be more careful about who you trust next time

around.

“คนที่ทำให้คุณต้องเจ็บและเสียใจมีอยู่เสมอ

เพราะฉะนั้นครั้งต่อไปคุณควรคิดก่อนที่จะเชื่อใจใครสักคน

แต่อย่าถึงกับหมดศรัทธาในความเชื่อของคุณ…”

ระหว่างทาง.. ของการเดินทางถอยกลับ…

เคยไหม..ที่คุณก้าวเดินไปข้างหน้า…
แต่รู้สึกว่ามันเป็นการถอยหลังกลับ

เคยไหม..ที่ท้องฟ้าในโลกส่วนตัวของคุณ
กลับเปลี่ยนจากสีฟ้ามาเป็นเมฆครึ้มสีเทาหม่น โดยไม่มีเค้าลางแห่งพายุร้าย…

ทุกอย่างพัดพาคุณกลับไปสู่จุดเริ่มต้น…
หรือไกลกว่านั้น…เปลี่ยนจากรอยยิ้มเป็นหยดน้ำตา
เปลี่ยนเสียงหัวเราะเป็นเสียงสะอื้นไห้…
ความทุกข์เข้ามาทดแทน วันเวลาแห่งความสุขของคุณ..จนหมดสิ้น…

ความคาดหวังคือปัจจัยหลักของความทุกข์
ความฝันบางครั้งก็เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดทุกข์
ชีวิตคนเรามีปัญหา เพิ่มมากขึ้นตามวันเวลาที่หมุนไป…
ทุก ๆ วันเหมือนกับต้องตื่นขึ้นมา เพื่อเดินเข้าไปในสมรภูมิรบ
ฟาดฟันกับปัญหา…

หากคุณชนะคุณก็จะเดินจากมาพร้อมความสำเร็จอีกครั้งหนึ่ง…
หากคุณแพ้คุณก็อาจล้มจมอยู่กับที่…

แล้วจะมีใครสักกี่คนบนโลกใบนี้…
ที่จะคอยยื่นมือให้ความช่วยเหลือเมื่อเราเจ็บปวด

เอาเข้าจริงในโลกใบนี้…เราจะมีใคร ?…
ใครที่เป็นของเราจริง ๆ …เกิดมาเพื่อเราจริง ๆ …

บทเรียนของการเดินถอยหลัง…
ทำให้รู้ว่าความคาดหวังมักมาพร้อมกับความผิดหวังเสมอ…
เราคาดหวังว่าจะมีใครมาร่วมแบ่งปันความรู้สึก…
คอยประคับประคองอยู่เคียงข้าง…คอยรับเมื่อเราล้ม..
แล้วตั้งความหวังว่าเขาจะยืนอยู่เคียงข้างเราไปจนวันตาย…
มีลมหายใจของกันและกันอย่างอบอุ่น

แต่ในโลกของความเป็นจริงก็คือ…เราต้องยืนด้วยตัวเองให้ได้…
หายใจด้วยตัวเองให้ได้…ลุกด้วยตัวเองให้ได้…

อ้อมแขนและลมหายใจของคนอื่น…
เป็นเพียงส่วนประกอบ ที่ทำให้เราเต็มพร้อมสมบูรณ์…
เราจำเป็นต้องก้าวเดินต่อไปให้ได้ แม้ไม่มีส่วนประกอบนั้นก็ตาม…

ฉันได้เรียนรู้ว่า…ความฝันจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงได้เพื่อลดความเจ็บปวดในชีวิต…
เช่นเดียวกับความรัก…
สิ่งที่เรามอบไปอย่างทุ่มเท..โดยไม่เคยคิดถึงความผิดหวังที่จะตามมา…
มักทำให้เราเจ็บปวดจนสุดจะทน…
ความรัก…เปลี่ยนแปลงได้…

รอยเท้าของเราเหยียบย่ำไปท่ามกลางความสับสน
บางครั้งเข็มนาฬิกาก็เดินเร็วขึ้น…บางครั้งกลับเดินช้าลง…
ทุกอย่างไม่เป็นดั่งที่วาดหวังไว้เสียที…
เพราะเราควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้…

ความคิดของเขา..อาจทำให้เราเจ็บปวดจนสุดจะทน..
แต่เราก็ยังจำเป็นต้องมีชีวิตอยู่..เพื่อรับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้น..
ดังนั้นเมื่อมีน้ำตา..และตัดสินใจว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงอย่าหันกลับไปทางเดิม…
เพราะเรากำลังจะเดินจากมันมา..อาจไม่ใช่เขาหรือเราเป็นคนไม่ดี…

แต่ในบางเรื่อง..ก็อาจมีเหตุผลมากกว่าหนึ่งอย่าง…
อย่าพูดว่าเราทำเพื่อเขา…แต่กลับเอาตัวของเราเป็นที่ตั้ง…
เพราะนั่นไม่ใช่รักที่แท้จริง!…

ถ้าบนทางเดินที่ผ่านมาเราก้าวเร็วเกินไป…
มองย้อนกลับไปดูตัวเองใหม่…แล้วหัดเดินให้ช้าลง…

……………………………………………………………………………………

Somebody says you can break a heart but that”s not true, you can only hurt it.

“ใครคนหนึ่งบอกไว้ว่า..คุณสามารถทำให้หัวใจดวงหนึ่งแตกสลายได้..แต่มันไม่จริงหรอก..คุณทำได้เพียงให้มันเจ็บปวดเท่านั้น”