เราอาจลืมไป…

เราอาจลืมไปว่า…
เพราะดวงอาทิตย์ที่อยู่อีกฟากของท้องฟ้า
จึงฉายทาบให้แสงจันทร์ในคืนนี้สุกใส

เราอาจลืมนึกไป…
ว่าอดีตแห่งคืนวันของต้นไม้สูงใหญ่
ก็เป็นเพียงเมล็ดพันธุ์น้อยๆ กระจ้อยร่อยเท่านั้น

เราอาจลืมไปแล้วเช่นกัน…
สองมือของพ่อที่หยาบกร้าน
เคยประคอง จนสองขาเราก้าวเดินได้

และเราอาจหลงลืมไป…
แผลเป็นที่หัวเข่าข้างซ้าย
คือครูคนสุดท้าย…
ที่สอนให้เราขี่จักรยานปล่อยมือ…

บางคุณค่า…มีคุณค่าที่สายตามองเห็น…
บางความจริง…ซ่อนอีกความจริงในสิ่งที่เป็น…
ไม่ได้หลบเร้น…
เพียงแต่เราอาจลืมที่จะมองเห็น….เท่านั้น…

ไม่มีอะไรต้องเสียใจ…

ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาคิดแค้นเคืองให้เปลืองความรู้สึก…
หากวันหนึ่ง…พบว่า…
ตัวเองได้เป็นเพียงสะพานไม้เก่า เก่า
ที่ให้ใครบางคนข้ามไปแล้วมองไม่เห็นค่า

เพราะบางทีคนที่เราคบหาอยู่…
เขาก็อาจวางเราไว้ตรงไหนสักที่…
อาจไม่ใช่ที่ ๆ เดียวกับที่เราคิดว่าเราได้อยู่… ที่ ๆ ซึ่งอาจไม่ใช่มิตรอย่างที่เราเข้าใจ…
แน่นอน ว่ามันบั่นทอนความรู้สึก…
ทำให้เสียใจ…

แต่จะเสียใจอย่างนั้นตลอดไปหรือ…
ถ้าไม่ลองตัดใจ…
มัวแต่คร่ำครวญกับความจริงที่เจ็บปวด…
แล้วชีวิตที่เหลือ จากนั้นหล่ะ…

ลองมองย้อนกลับไปมองข้างหลัง…
ในทุกสิ่งที่ทำให้เขา…ที่ช่วยเหลือเขา…
เราทำอย่างจริงใจแค่ไหน…
เราทำเพราะหวังสิ่งตอบแทนหรือเปล่า…
หากเราทำทุกสิ่งด้วยความปรารถนาดีอย่างแท้จริงแล้ว….
ก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจ….

……………………………………………………………..

” คำโบราณสอนให้เราทำดีมีเมตตากับทุกคนในขาขึ้น
เพราะขาลงเราก็ต้องพบกับคนเหล่านั้นอีกครั้ง …”

อย่าสัญญา…

ขอบคุณสำหรับเพื่อนร่วมทางในวันที่เหงา
ขอบคุณวันเก่า ๆ ที่ทำให้มีเราในวันนี้
ขอบคุณวันเวลาดี ๆ
ขอบคุณเธอคนนี้ที่ได้มารักและผูกพัน

ชีวิตฉันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
ก็ไม่มีอะไรที่จะชี้วัดว่ามันจะคงมั่น
ขอเพียงวันเวลาที่เราผ่านมากันและกัน
ทำให้เรารักแล้วเข้าใจกันในวันข้างหน้าก็เพียงพอ

ยังมีอีกหลายสิ่งที่ฉันยังไม่รับรู้
ยังมีอีกหลายสิ่งที่ฉันยังไม่เห็น
ยังมีอีกหลายสิ่งที่ตัวฉันเป็น
ยังมีอีกหลายสิ่งที่เทอยังไม่เห็นในตัวฉัน

อย่าสัญญาว่าจะรักฉันตลอดไป
อย่าสัญญาว่าจะรักฉันเพียงคนเดียว
อย่าสัญญาว่าเธอจะไม่เปลี่ยนไป
อย่าสัญญาว่าระหว่างเราจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

คำสัญญาไม่ได้ทำให้เรารักกันตลอดไป
คำสัญญาเป็นเพียงสิ่งที่ทำให้เราต้องผูกมัดกันไปมากกว่า
มีเพียงแค่วันเวลา
ที่จะบอกว่า.. สุดท้ายใครคือคนที่จะก้าวไปกับเรา

ธรรมชาติของรัก…

ไม่มีใครเกิดมาเพื่อใคร…

คนทุกคนเกิดมาเพื่อเรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเอง
ทำความรู้จักกับตัวเอง และรักตัวเองให้ดีที่สุด

ถ้ามีใครสักคนเคยบอกรักเราและวัน หนึ่ง..เขาจากไป…
จงอย่าตั้งคำถามวกวนกับตัวเองว่าเป็นเพราะอะไร
แต่ให้คำ ตอบกับตัวเองอย่างง่ายๆว่า เพราะมันเป็นธรรมชาติ

ธรรมชาติที่สุดท้าย แล้วทุกคนจะเหลือแต่ตัวเอง
ไว้พูดคุยกับตัวเอง และโอบกอดตัวเองไว้
ในวัน ที่เคว้งคว้างว่างเปล่า และค้นพบว่า
เราอาจเป็นมนุษย์คนสุดท้ายบนผืนโลก…

วิธีเดียวที่จะทำให้เราไม่หนาวตายเพราะความเหงา
นั่นก็ คือ .. การกอบเก็บความทรงจำของวันเก่าก่อนมาสุมไฟ
นึกถึงรอยยิ้มที่บางคน เคย “มีให้”….
นึกถึงคำที่คนบางคนเคยบอก “รัก”…
และ .. นึกถึงอ้อมกอดที่บาง คนเคย “โอบรัด”…
ความอบอุ่นเหล่านั้นจะให้ให้เรารอดตาย…
แม้สุด ท้าย …

ภาพทุกภาพจะมอดไหม้ไปกับกองไฟกองนั้นก็ตาม

……………………………………………………………………………………….

“อย่าหยุดที่จะหยิบยื่นความรัก ถึงแม้คุณจะไม่ได้รับมันตอบ ….
จงยิ้มสู้และมีความอดทน…”

ลืมไม่ได้ หรือ ไม่อยากลืม..

การลืมคนที่เรารักมากที่สุดอาจดูยากเย็นเกินทำใจ
แต่การเอาชนะใจตัวเองให้ได้ ยากเย็นกว่า… แต่ต้องทำ

แม้คนเคยรักเคยผูกพันกันมา จะยังมีเยื่อใยบางๆ หลงเหลืออยู่
แม้ภาพเก่าๆ ที่เคยหวานชื่น จะตามหลอกหลอนให้เราปวดใจอยู่เรื่อยๆ
แต่เราจะยอมปล่อยให้สายใยบางๆ เส้นนั้น มารัดคอจนตายทั้งเป็นเลยเชียวหรือ

แม้ว่าหัวใจจะเป็นก้อนเนื้อที่มีความรู้สึกรู้สาก็เถอะ
แต่ถ้าตราบใดหัวใจยังคงอยู่ในร่างกายเรา ยังเต้นเป็นจังหวะ
และยังเป็นอุปกรณ์ชิ้นเดียวที่ช่วยทำให้เรามีชีวิตอยู่
การเก็บรักษาก้อนเนื้อที่มีความรู้สึกรู้สานั้นไว้ ยังดีเสียกว่าปล่อยให้แหลกคามือคนไม่รักดี

อย่ามัวแต่คิดว่าเขาคือที่สุดของชีวิต และต่อจากนี้ไปจะไม่รักใครอีกแล้ว

แม้เรื่องราวความรัก จะกลายเป็นเรื่องเล่าที่ตัวละครสองตัวต่างแยกทางกันเดิน แต่ก็ใช่ว่าเราจะเดินทางเพียงคนเดียวลำพังไม่ได้

เรายังสามารถพบเจอและมอบหัวใจให้ใครได้อีก เรายังลืมตาอ้าปากได้สบาย
ไม่จำเป็นว่าเราจะต้องเอาชีวิตอันแสนมีค่า ไปผูกติดอยู่กับเขา

ไม่อยากลืมเขา ก็ไม่ต้องลืม เก็บเขาไว้เป็นความทรงจำที่ดี

แต่ถ้าการที่ไม่สามารถลืมเขา แล้วกลายเป็นบ่วงที่คอยติดตามหลอกหลอนเราไปทุกที่
ลืมเขาให้หมดจากใจเสียเถอะ
เขาเป็นเทวดาหรือก็เปล่า ทำไมเราถึงยังไม่กระชากชีวิตเขาออกไปจากใจเสียที

ลองนึกดูสิว่าป่านนี้เขากำลังทำอะไร เขากำลังหยิบรูปเราขึ้นมากอดแนบอก
ด้วยความพิศวาสอย่างนั้นหรือ เขาอาจจะกำลังอยู่กับใครที่ไหนสักแห่งหนึ่งก็เป็นได้

เขามีสิทธิ์ทำอะไรที่ไหนก็ได้ตามใจชอบ
ทำโดยไม่จำเป็นต้องบอกเรา ไม่จำเป็นต้องมีเรา

ไม่เห็นต้องเสียเวลาอันมีค่ามานั่งคิดถึงเรา ซึ่งก็เป็นแค่คนในอดีต
ความจริงแล้วเป็นเพราะเรายังงมงาย เพราะเรายังไม่อยากลืมเขาต่างหาก