เพื่อนสนิท

“เพื่อนสนิท”

*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องเป็นเพศเดียวกันเสมอไป…เพียงแค่เป็นใครๆ
ที่เปิดใจ…พร้อมที่จะดูแลต้นไม้แห่งมิตรภาพ
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงนั้นเสมอยามที่ฉันต้องการ
เพียงแค่อยู่ในความทรงจำเอาไว้ให้นึกถึงเพื่อเป็นกำลังใจในการก้าวต่อไป
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องพบกันเป็นประจำ
เพียงแค่ฉันมองจากภาพถ่าย
แล้วความทรงจำต่างๆ
ระหว่างเราก็จะทำให้ฉันมีความสุข…ยิ้มหรือหัวเราะได้
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องโทรคุยกันทุกวัน
เพียงแค่เมื่อเวลาผ่านไปนานแสนนาน
เมื่อได้มีโอกาสโทรหากันอีกครั้ง
เรายังสามารถมีเรื่องราวมาแบ่งปันกันและกันได้เหมือนวันก่อน
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องทานข้าวด้วยกันบ่อยๆ
เพียงแค่ในวันที่เราได้กลับมาทานข้าวด้วยกันอีกครั้ง
แม้จะมีช่วงเวลาของความเงียบ
ในความเงียบงันนั้นก็จะเป็นเวลาที่เราซึมซับในตัวตนของกันและกัน
ตระหนักว่ากาลเวลาแม้จะทำให้สิ่งต่างๆ เปลี่ยนไป
แต่มิตรภาพระหว่างเราไม่เคยเปลี่ยน
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องหาโอกาสมาทำกิจกรรมต่างๆ
ร่วมกันทุกครั้งที่เรามีเวลาว่าง
เพียงแค่ยามที่ต่างคนต่างทำกิจ
กรรมกับคนอื่นอยู่นั้น
ยังนึกถึงกันและกันในบางหนที่กิจกรรมนั้นๆ เป็นกิจ
กรรมที่เพื่อนเราคนใดคนหนึ่งชอบเป็นพิเศษ
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องชอบสิ่งใดๆ เหมือนกัน
เพียงแค่เมื่อถ
ึงเวลาที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
เราก็จะเลือกด้วยเหตุผลของความเป็นเพื่อน
เพื่อให้ได้ความพอใจกันทั้งสองฝ่าย
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องเป็นคนสำคัฯในกลุ่มคนหมู่มาก
เพียงเป็นคนสำคัญในใจฉันก็พอ
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องมีฉันเป็นเพื่อนเพียงผู้เดียว
เพียงแค่อยากให้รู้ไว้ว่าฉันมั่นใจในความเป็นเพื่อนของเรามาก..มากจนไม่คิดระแวงหรือน้อยใจใดๆร

หากเพื่อนสนิทของฉันจะใช้เวลากับคนอื่นๆ
ในชีวิตมากกว่าจะเวลากับฉัน
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้กัน
เพียงแค่เมื่ออยู่ไกลกัน
เรายังคงนึกถึงกันและกันในบางเวลา
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง&ทุกอย่างของกันและกัน
เพียงแค่รู้เรื่องทุกอย่างที่เราตัดสินใจแล้วว่าจะนำมาแบ่งปันกัน
แม้ว่าเรื่องนั้นจะเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งในเรื่องราวอันมากมายในชีวิตของเรา
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องทนนิสัยทั้งหมดของฉันได้
เพียงแค่บอกให้ฉันปรับปรุงตัว
และพร้อมที่จะรับฟังในสิ่งที่ฉันอธิบายหรือบอกให้ปรับปรุงตัวเองบ้าง
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เหมือนใครๆ
ด้วยหวังว่าจะทำให้ตัวเองดูดีขึ้น
เพียงแค่เป็นตัวของตัวเองอย่างที่เราคบหากันมา
ก็ดีที่สุดแล้ว
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องเห็นฉันเป็นเพื่อนสนิทของเขา
เพราะคนเราต้องมีบ้างที่คิดไม่เหมือนกัน
เพียงแค่อยากให้รับรู้ในมิตรภาพที่ฉันมีให้
แม้ไม่มีค่ามากพอสำหรับเขา
แต่มันก็มีค่ามากเหลือเกินสำหรับฉัน ที่เต็มใจมอบให้

ฉันได้แต่เพียงหวังว่า
ฉันจะเป็นเพื่อนสนิทของเพื่อนสนิทของฉัน

เสียงของความรัก

หลายครั้งที่เราเขินอายไม่กล้าแสดงออกซึ่งรักที่เรามี
เพราะกลัวจะทำให้ตัวเองหรือผู้อื่นกระดากกระเดื่อง
เราลังเลที่จะพูดไปตรง ๆ ว่า ” ฉันรักเธอ ”

เราจึงพยายามสื่อความรู้สึกนี้ออกไปด้วยคำอื่น เช่น
” รักษาตัวดี ๆ นะ ” หรือ ” อย่าขับรถเร็วนัก ” หรือ ” โชคดีนะ ”
แต่จริง ๆ แล้วมันก็เป็นแค่วิธีต่าง ๆ ในการพูดว่า
” ฉันรักเธอ ” ” เธอสำคัญต่อฉัน ” ” ฉันสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอ ”
” ฉันไม่อยากให้เธอบาดเจ็บ ”

คนเรานี้บางครั้งก็ประหลาด
สิ่งเดียวที่เราอยากจะพูด และเป็นสิ่งที่ควรพูด เรากลับไม่พูดออกไป
กระนั้น การที่เรารู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ และอยากจะพูดออกไปมาก
เป็นผลให้เราใช้คำหรือสัญญาณอื่นที่บอกว่าจริง ๆ แล้วเราหมายถึงอะไร
แต่หลายครั้งที่ความหมายเหล่านั้นสื่อไปไม่ถึง
ทำให้คนอื่นรู้สึกว่าตนเองไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ต้องการ
เพราะฉะนั้น เราจึงต้องฟังเสียงของความรัก
ในคำที่ผู้อื่นพูดกับเรา บางครั้งคำพูดที่ชัดแจ้งก็จำเป็น

แต่บ่อยครั้งที่อากัปกิริยาในการพูดนั้นสำคัญยิ่งกว่าคำพูดเหน็บแนม
ใส่ความรักและชื่นชอบไว้ในความรู้สึกซึ่งแสดงออกมาอย่างไม่จริงใจ
การกอดเร็ว ๆ เป็นการบอกว่าฉันรักเธอ แม้ว่าคำที่พูดออกมาอาจเป็นอย่างอื่น

Continue reading

8 อาหารเพิ่มพลังรัก

1 น้ำผึ้ง
น้ำหวานๆ จากเจ้าแมลงแสนขยันช่างมีคุณค่ามากมาย
น้ำผึ้งอุดมไปด้วยสารโบรอน ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มีมากในผัก ผลไม้และถั่ว
โบรอนช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานและใช้ประโยชน์จากฮอร์โมนเอสโตเจน
ซึ่งเป็นฮอโมนพื้นฐานของเพศหญิง
การศึกษาบางอย่างพบว่าแร่ธาตุชนิดนี้จะช่วยยกระดับเลือดของฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน
ซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นการสืบพันธุ์ทั้งเพศชายและหญิง

2 น้ำมันวอลนัท
ไขมันในผัก เมล็ดถั่วเป็นแหล่งของกรดไขมันซึ่งก่อให้เกิดคอเรสเตอรอล
แม้ว่าคอเรสเตอรอลจะไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกาย
แต่มันเป็นพื้นฐานของฮอร์โมนเพศทั้งหลาย
ถ้าหากว่าคุณหรือคนรักของคุณกำลังเริ่มไดเอตหรืองดอาหารมันอย่างเคร่งครัด
คุณจะสังเกตว่าความต้องการทางเพศก็จะลดลงด้วย
อย่างไรก็ตามทานอาหารที่มีไขมันบ้าง แต่ไม่ควรทานมากเกินไป
เพราะคอเรสเตอรอลก็ยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพอยู่ดี

3 ข้าวโอ๊ต
รายงานบอกว่าธัญญาหารต่างๆ ช่วยเพิ่มฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในเลือด
เพื่อเพิ่มพลังทางเพศของคุณ Susan Weed ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมุนไพร
แนะนำให้ดื่มเครื่องดื่มผสมธัญญพืช หรือชงน้ำข้าวโอ๊ตดื่มเองทุกวัน
วันละ3 ถ้วยก็จะดีต่อสุขภาพของคุณ

Continue reading

ข้อดีของการเป็นคนไม่มีแฟน

มาช่วยกันคิดหน่อยเถอะ แบบว่าปลอบใจตัวเอง

1.มีเวลาทำอย่างอื่นนอกจากดูหนัง คุยโทรศัพท์
2.มีเวลาอยู่กับเพื่อนมากขึ้น
3.กลับบ้านดึกก็ได้ไม่ต้องโทรรายงานใคร
4.ไม่ต้องทะเลาะกับใคร ไม่สุขมากแต่ก็ไม่ทุกข์แล้วกัน
5.ประหยัดค่าใช้จ่าย แบบว่าไม่รู้จะไปเที่ยวไหน
6.ร้องเพลงคนไม่มีแฟนของพี่เบิร์ดได้อย่างสะใจ
7. คอยสมน้ำหน้าคนมีแฟนแล้วไม่สุข
8.ไม่ต้องคอยเอาใจคนอื่น
9.ไม่ต้องพบเพื่อนของแฟนที่เราไม่อยากรู้จัก
10.ไม่ต้องรักสุนัขของแฟน
11.ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาแย่งแฟนเรา
12.มีคนคอยเป็นห่วงเยอะ (และคอยถามว่าทำไมไม่มีแฟน)
13. ไม่ต้องคอยหึงหวง
14. ไม่ต้องห่วงว่าเค้าจะสบายดีรึเปล่า
15. มีเวลาให้ตัวเองเต็มที่
16. ไม่ต้องฟังคำว่า “อนาคตของเรา”
17. ไม่ต้องอกหัก อันนี้สำคัญมาก

นิทานใบไม้

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ดอกไม้และใบ้ไม้ยังไม่ได้รวมอยู่บนต้นเดียวกันอย่างเช่นทุกวันนี้
มันต่างก็แยกกันอยู่ อีกทั้งเหล่าใบไม้ก็ไม่ได้มีแต่สีเขียวหากแต่มีหลากหลายสีสัน งดงามนัก
แต่ดอกไม้กลับมีเพียงสีขาวเท่านั้น
ใบไม้รวมอยู่กับหมู่ใบไม้ด้วยกัน มีแต่ความร่าเริง มีนิสัยรักสนุก ต่างจากดอกไม้ที่อยู่อย่าง
เงียบเหงา เดียวดาย แม้จะอยู่รวมกันคุยกันกับหมู่ดอกไม้ด้วยกัน แต่ดอกไม้แต่ละดอกต่าง
มีความคิด และวาดฝันเป็นของตัวเอง เธอเฝ้ารอบางสิ่งบางอย่างที่เธอเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
บ่อยครั้งที่เธอมองไปที่ใบไม้ แล้วนึกอยากเป็นส่วนหนึ่งของสีสันสวยงามนั้นบ้าง แต่ดอกไม้
ดอกเล็กและเสียงเบาเกินกว่าที่จะเรียกใบไม้ให้หันมา

กระทั่งวันหนึ่ง … ใบไม้เกิดรู้สึกเบื่อสีสันของตัวเองขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล พลันสายตาก็เหลือบ
ไปเห็นดอกไม้น้อยสีขาวบริสุทธิ์ดอกหนึ่งเข้า ใบไม้ไม่รู้จักสีขาวมาก่อน เขาไม่รู้ว่าสีขาวเป็นอย่างไร
เพราะใบไม้ต่างก็มีสีสันกันทุกใบ ใบไม้เกิดหลงใหลในความอ่อนหวานละมุนละไม ของดอกไม้
น้อยในทันที แต่ในความอ่อนหวานนั้นดูเหมือนจะมีความเหงาแฝงอยู่ด้วย ใบไม้จึงเข้าไปถาม
ดอกไม้ว่า “ดอกไม้ เธอช่างมีสีขาวสวยเหลือเกิน แต่ทำไมเธอจึงดูเงียบเหงาอย่างนี้เล่า”
ดอกไม้น้อยแหงนมองใบไม้กิ่งใหญ่ แข็งแรงก่อนจะตอบกลับไปว่า “สีขาวซีดอย่างนี้หรือสวย
ฉันอยากจะมีสีสันอย่างเธอบ้างจัง มันคงจะทำให้ฉันมีชีวิตชีวาขึ้นมาก” ใบไม้ได้ฟังแค่นั้นก็รู้สึก
เหมือนกับว่ามันเป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องช่วยเหลือ ดูแล และปกป้อง ดอกไม้น้อยดอกนี้
เขาจึงบอกเธอไปว่า “มาซิดอกไม้ ฉันช่วยเธอได้นะ ถ้าเพียงเธอมาอยู่กับฉัน ฉันจะทำให้เธอมี
ชีวิตชีวาขึ้นเอง” ดอกไม้น้อยไม่รอช้ารีบตอบตกลงในทันที

เมื่อดอกไม้ไปอยู่กับใบไม้แล้ว ใบไม้ก็ให้การดูแลเธออย่างดี ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำเพื่อเธอ
ถ่ายทอดออกมาเป็นสีสันสวยงามให้กับดอกไม้ แล้ววันหนึ่งเมื่อดอกไม้น้อยมองลงไปในลำธาร
เธอก็เห็นเงาตัวเองเปลี่ยนเป็นดอกไม้สีสวยที่มีชีวิตชีวา แต่เมื่อหันไปมองที่ใบไม้ เขากลับกลาย
เป็นสีเขียวที่ดูอบอุ่นนัก ดอกไม้น้อยถามใบไม้ว่า ” ใบไม้ นี่ฉันแย่งสีสันในชีวิตเธอมารึเปล่านะ ”
ใบไม้ยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า ” ไม่หรอก ทุกวันนี้เธอคือสีสันในชีวิตฉัน ฉันไม่ต้องการสีสันอะไรอีกแล้ว
ฉันมีเพียงความสบายใจที่ได้เห็นเธอมีความสุข ” จากนั้นมา ดอกไม้กับใบไม้ก็อยู่ร่วมกันเป็นต้นไม้
ที่อบอุ่น บนรากของความรัก ที่หยั่งลึกลงไปในผืนดินของหัวใจ

ด้วยเหตุนี้ ใบไม้จึงมีสีเขียว สีเขียวที่มองแล้วให้ความรู้สึกสบายตา เพราะเมื่อเรามองดูสีเขียว
เมื่อไร เราจะรับรู้ได้ถึงความสบายใจของใบไม้ที่เห็นดอกไม้น้อยของเขามีความสุข ส่วนดอกไม้
ขาวที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ อ่อนหวาน ละมุนละไมนั้น ดอกไม้คงไม่อยากให้ความรู้สึกเหล่านี้
หายไป จึงยังคงมีดอกไม้สีขาวให้เราเห็นมาจนทุกวันนี้ด้วยเช่นกัน …