เตือนคนชอบเครียด ระวังจะลงพุง

คนที่มีความเครียดนานๆ ทำให้กลายเป็นคนอ้วนได้
ดังนั้นใครที่มีเรื่องปวดหัวให้เครียดกันอยู่เรื่อย ก็ระวังหุ่นหน่อยนะ
โดยเฉพาะคุณผู้ชายทั้งหลาย เดี๋ยวเครียดจนลงพุงเป็นหมูพะโล้เดินได้ไม่รู้ตัว

จากการศึกษาชายวัยกลางคนที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าปกติพบว่า
คนที่มีความเครียดติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ทำให้กลายเป็นคนอ้วนได้
และการวิจัยจากมหาวิทยาลัยในเมืองโกเธนเบิร์ก พบว่า
ความสับสนของระบบประสาท หรือ ความเครียดที่เกิดขึ้น มีผลต่อไขมันบริเวณหน้าท้อง
และเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน โรคหัวใจด้วย และประเมินได้ว่า ชาวตะวันตก 1 ใน 5
มักจะป่วยเป็นโรคเบาหวาน โรคเลือดและหัวใจ

นายแพทย์โธมัส หัวหน้าผู้ศึกษาเรื่องนี้อธิบายว่า สมัยก่อนตั้งแต่ยุคหิน
ความเครียดถูกกำจัดออกไปในระยะเวลาสั้น โดยผ่านการชกต่อย การต่อสู้
ความเครียดที่มีอยู่จึงแตกต่างจากปัจจุบัน เพราะอารยธรรม สังคมเปลี่ยนไป
เราไม่สามารถต่อสู้กับเจ้านาย หรือวิ่งหนีออกจากที่ทำงาน หรือที่เรียนได้

ร่างกายที่อยู่ภายใต้ความกดดัน และความเครียด
จะสร้างฮอร์โมนส่วนเกินชนิดหนึ่งออกมา
ซึ่งจะไปกระตุ้นให้ร่างกายผลิตเอ็นไซม์ที่มีไขมันออกมา
และเอ็นไซน์พวกนี้ก็มักจะไปเกาะกันอย่างง่ายดาย
ตรงบริเวณท้องน้อยของคนเรา

หลังจากที่มีความเครียดสั่งสมมานาน ฮอร์โมนส่วนเกินนี้ก็จะลดลง
แต่ไขมันที่ว่ายังอยู่ โดยเฉพาะบริเวณท้องในชายสมัยใหม่
ที่ค่อนข้างจะออกกำลังกายกันน้อยกว่าผู้ชายสมัยก่อน
ทำให้กลายเป็นคนอ้วนหรือลงพุงได้

หากเครียดช่วงสั้นๆ ร่างกายจะผลิตสารอะดีนาลีน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
แต่ถ้าเครียดนานจะไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพเลย
แม้ว่าเรื่องลงพุงจะเป็นเรื่องธรรมดาของชายวัยกลางคน
แต่เป็นที่น่าแปลกใจมากที่ผู้หญิงหลายคนในวัยเดียวกัน
กลับมีไขมันส่วนเกินตรงบริเวณสะเอวมากกว่า
แทนที่จะอยู่ที่ท้องเหมือนกับผู้ชาย

ปัจจุบันกับอดีต

ปัจจุบันกับอดีต
ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้น แต่ความอดกลั้นน้อยลง
เราใช้จ่ายมากขึ้นแต่ไม่ได้รู้สึกดีขึ้น
เรามีบ้านใหญ่ขึ้นแต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง
ถึงเราจะมีการประนีประนอมมากขึ้นก็หาทำให้เรามีเวลามากกว่าเดิมไม่
เรามีความรู้มากขึ้นแต่ความเที่ยงธรรมกลับด้อยลง
เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง
ทรัพย์อันทบทวีของเรามีราคาตกต่ำลง
เราเอาแต่พูดกันมากขึ้น เรามีความรักน้อยลงแต่มีความเกลียดมากขึ้น
เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้วแต่เรากลับพบว่า
แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น
เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้วแต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง
เรามีรายได้สูงขึ้นแต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง
เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง
ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนที่หารายได้ได้ถึงสองคน
แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น
ทุกวันนี้บ้านสวย ๆ เป็นบ้านแตกสาแหรกขาดง
ดังนั้น…..จากนี้ไป……ขอให้พวกเรา……….
อย่าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ
เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ “โอกาสที่พิเศษสุด” แล้ว
จงแสวงหา การหยั่งรู้ จงนั่งลงตรงระเบียงบ้านแล้ว
ชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่โดยไม่ใส่ใจกับความ “อยาก”
จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูง คนที่รักให้มากขึ้น
กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป
ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด
เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย
น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้
เอาคำพูดที่ว่า “สักวันหนึ่ง” ออกไปเสียจากพจนานุกรม
บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเค้าแค่ไหน
อย่าผลัดวันประกันพรุ่งที่จะทำอะไรก็ตาม
ที่จะทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น
ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมายาม
เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง
และเวลานี้เลย ……ถ้าคุณกำลังคิดว่าคุณไม่มีเวลาที่จะส่ง
ข้อความนี้ไปให้คนที่คุณรัก คุณคิดว่า
“สักวันหนึ่ง” ค่อยส่ง
จงอย่าลืมคิดว่า “สักวันหนึ่ง” วันนั้น
คุณอาจไม่มีโอกาสมานั่งอยู่ตรงนี้
เพื่อทำอย่างที่คุณต้องการอีกก็ได้

คำถามทายใจผลไม้

+++ มีคำถามจะมาทาย…………แม่นมาก ๆ+++
(ขอบอกเจอกับตัวเองแล้ว..แม่นสุด ๆ )
สมมติว่าคุณเจอกระท่อมกลางป่าใหญ่ ข้าง ๆ
กระท่อมมีแม่น้ำสายเล็กไหลผ่าน

คุณเปิดประตูเข้าไป ในกระท่อมมีเตียงเล็ก ๆ ตั้งอยู่ชิดมุมด้านซ้าย
ถัดออกไปมี เก้าอี้ตัวเล็ก ๆ 7ตัว อยู่ล้อมรอบโต๊ะไม้กลม ๆ

บนโต๊ะมี ผลไม้วางอยู่ 5 ชนิด
คือ 1. apple
2. strawberry
3. banana
4. orange
5. peach
คุณจะเลือกกินอะไร
คำตอบที่คุณเลือกจะแสดงถึงตัวคุณเอง

Continue reading

Diary สีน้ำเงิน

เมื่ออาทิตย์ก่อน ฉันได้รับพัสดุไปรษณีย์ที่ส่งมาจากเพื่อนคนนึง
เพื่อนซึ่งฉันทำเค้าหล่นหายไปกับกาลเวลานานพอดู เกือบปีที่ไม่ได้เจอะเจอกันเลย
ครั้งสุดท้ายฉันรู้จากเพื่อนอีกคนเพียงว่า เค้าป่วยแล้วลาออกจากงาน
แล้วพาตัวเองหนีความวุ่นวายของสังคมเมืองกลับไปช่วยกิจการของของที่บ้านที่เกาะ
แห่งหนึ่งในจังหวัดตราด…

ฉันแกะกล่องพัสดุฯ แล้วฉันก็ได้พบ Diary สีน้ำเงิน เล่มหนา
ที่ดูเหมือนผ่านการใช้งานมาอย่างหนัก พร้อมกับข้อความที่เขียนด้ายปากกาเส้นเล็ก ๆ ว่า
สำหรับความรู้สึกที่ดี ของความเป็นเพื่อน
พร้อมกับลายเซ็นของตัวเอง …. นี่มัน Diary
ของฉันที่เคยเขียนไปได้เพียงครึ่งหน้าและได้ให้กับเพื่อนคนนี้ในวันหนึ่งที่ฉัน
ได้รับรู้เรื่องราวไม่สบายใจของเขา

และพบว่าที่เขาเล่าให้ฉันฟังมันไม่ใช่ความทุกข์ที่เค้าอยากจะระบายออกมาทั้งหมด
ฉันเลยแนะนำให้เขาเขียนในสิ่งที่เขาอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้
และให้บรรยายมันลงใน Diary ของฉันเล่มนี้ แล้วบอกเขาด้วยว่า
ถ้าวันนึงที่เขาไว้ใจเพื่อนอย่างฉันเขาคงเล่าความทุกข์ของเขาทั้งหมดให้ฉันได้รับรู้
ฉันพลิกดู Diary สีน้ำเงินเล่มนี้อย่างคร่าว ๆ จากหน้าแรกจนหน้าสุดท้าย
ไม่หน้าเชื่อเพื่อนของฉันคนนี้เขียนมามันจนหมดทุกหน้า …
ไม่บ่อยครั้งนักที่ฉันจะได้เห็นผู้ชายมานั่งเขียนอะไรมากมายอย่างนี้ และในหน้าสุดท้าย
ฉันก็พบรูปของตัวเอง ที่ถูกแปรเปลี่ยนมาเป็นที่คั่นหนังสือกับข้อความหลังภาพที่ว่า
หากเธอมองฉันผ่านมิตรภาพของความเป็นเพื่อน ฉันก็คงเป็นได้แค่เพียงเพื่อน

ฉันพลิกกลับมาที่หน้าแรก ตั้งต้นอ่านมันอย่างตั้งใจ จากหนึ่ง เป็นสอง สาม และสี่
ตามลำดับเรื่อยมา … ฉันได้พบชื่อของตัวเองบ่อยครั้งใน Diary สีน้ำเงินเล่มนี้
เหมือนกับเป็นการเล่าสู่กันฟังของเพื่อนกับเพื่อน เรื่องราวที่ฉันได้รับรู้จาก Diary
หลายต่อหลายครั้งทำเอาฉันนั่งน้ำตาซึม … ไม่น่าเชื่อนะ ผู้ชายแข็ง ๆ กระด้าง ๆ
ที่มักจะทำอะไรให้คนอื่นได้ยิ้มได้หัวเราะอยู่ตลอดเวลาจะเก็บเอาอะไรมาคิดได้มาก
มายอย่างนี้….

ฉันอ่านมันหน้าแล้วหน้าเล่า… แล้วฉันก็พบว่าเพื่อนที่ฉันเคยคิดว่าฉันรู้จักเขามากพอดู
มาวันนี้ฉันกลับรู้สึกว่าฉันไม่ได้รู้จักในตัวตนของเขาสักเท่าไหร่เลย

Continue reading

กลอนติดเรท

ทั้งสาวรุ่นสาวแก่ หรือแม่ม้าย
ต่างก็หมาย มีความสุขทุกเช้าค่ำ
มีเพียงหนึ่งก็ซึ้งใจ ใช้ประจำ
ยามลูบคลำ ไม่แขยง แท่งยาวกลม
พอมือเปิดส่วนปลาย น้ำลายสอ
เอาปากจ่อ ให้ชิดใกล้ ใจสุขสม
ปลายก็แดง แท่งก็ดำ ยังพร่ำชม
ชื่นอารมณ์ ปากโลท์ไล้ ปลายของดี
ใช้บ่อยไปแท่งมัน หดสั้นเข้า
ก็แสนเศร้า หาใหม่ มาแทนที่
เพื่อความมันส์ ต้องการด่วนแท่งอ้นพี
*ลิบสติก* กับสตรีของคู่กัน