น่ารักไหมคะ


จิตแพทย์เตือนครอบครัว ๔ ลักษณะอันตราย
สธ. ๕ ม.ค. – จิตแพทย์วิเคราะห์เด็กฆ่าเด็ก มีปัญหาทางจิตใจแน่นอน ประสานหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องขอเข้าศึกษาวิจัย เตือนครอบครัว ๔ ลักษณะมีความเสี่ยงที่เด็กจะก่อความรุนแรง โดยเฉพาะ
การตามใจลูกมากทำให้เด็กไม่มีวุฒิทางอารมณ์ ขาดต้นแบบที่ดี เด็กที่ถูกกระทำรุนแรงมีแนวโน้มทำร้าย
คนอื่นสูง ระบุโรคทางจิต ลมชัก ไข้สมองอักเสบ ปัญญาอ่อนมีผลต่อการควบคุมตัวเอง เด็กทำร้ายคนอื่นได้
กรณีเด็กหญิงอายุ ๑๔ ปี พยานเหตุการณ์เกิดเพลิงไหม้ ได้ก่อความรุนแรงฆาตกรรมเด็ก
อายุ ๖ ขวบ และ ๔ ขวบถึงแก่ความตาย น.พ.อภิชัย มงคล รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ทีมนักวิชาการของกรมสุขภาพจิตได้นำข้อมูลที่เผยแพร่ทางสื่อมวลชนมาวิเคราะห์ประมวลได้ว่า เด็กหญิงคนนี้มีปัญหา
สุขภาพจิต ส่วนจะป่วยเป็นโรคทางจิตหรือไม่ ได้ประสานกับบ้านปราณีเพื่อขอเข้าไปศึกษาว่า
เหตุใดเด็กจึงก่อความรุนแรง อย่างไรก็ตาม จากประวัติของเด็กที่เคยถูกทำร้าย ถูกมัดขาไว้ในอ่างน้ำ
มีอาการประสาทหลอน กลัวคนมาทำร้าย อาการลักษณะนี้ทางจิตแพทย์ถือว่า ไม่ใช่อาการเล็กน้อย
ต้องเข้าสู่กระบวนการรักษา ทั้งนี้ บุคคลที่มีสติปัญญาไม่เท่าคนทั่วไป ไม่ได้หมายความว่า จะเป็นอันตรายทุกคน ข้อแนะนำจากกรมสุขภาพจิตคือ บุคคลที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ หุนหันพลันแล่น ยังมีมากในสังคม ผู้ปกครอง
ไม่ควรทิ้งให้เด็กเล็กอยู่ตามลำพัง เพราะเสี่ยงถูกทำร้ายได้
น.พ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสุขภาพจิต กล่าวว่า มีครอบครัว
๔ ลักษณะเด็กมีความเสี่ยงต่อการกระทำความรุนแรง คือ ๑. ครอบครอบครัวที่เด็กเคยได้รับความรุนแรงมาก่อน
๒. เด็กเห็นความรุนแรงเป็นประจำ เช่น พ่อแม่ทะเลาะกัน ทำร้ายกัน ๓. ครอบครัวที่ตามใจลูกมาก
จนเด็กมีวุฒิภาวะต่ำ ๔. ครอบครัวที่ขาดการอบรมสั่งสอนเด็กให้มีจริยธรรมและคุณธรรม เด็กเห็นต้นแบบไม่ดี กระทำผิดก็ยังได้รับความชื่นชมจากคนรอบข้าง
จากการศึกษาของกรมสุขภาพจิตพบว่า ร้อยละ ๒๐ ของครอบครัวไทย ไม่สามารถดูแล
ตนเองได้ ถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ชุมชนต้องเข้าไปช่วยดูแล การดำเนินงานที่ผ่านมา ทางกรมฯ
ส่งทีมนักวิชาการอบรมครูแนะแนวในโรงเรียนให้มีความสามารถคัดกรองเด็กกลุ่มเสี่ยง ให้คำแนะนำ
ช่วยเหลือไม่ให้เด็กก่อนความรุนแรง
น.พ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น กล่าวว่า
สื่อที่นำเสนอความรุนแรงมีผลต่อกลไกการทำรุนแรงในกลุ่มเด็ก เป็นความท้าทายว่า สังคมจะช่วยกันควบคุม
ความรุนแรงในสื่อได้อย่างไร กลุ่มเด็กมีปัญหาทางสมอง ส่งผลต่อการควบคุมตัวเอง อาจก่อความรุนแรงได้
เด็กที่เคยถูกทำร้าย มีแนวโน้มจะกระทำรุนแรงต่อคนอื่น ผู้ปกครองต้องฝึกให้เด็กควบคุมตัวเองให้ได้
ในยุคที่สังคมส่งเสริมให้คนแสดงออก ความร่วมมือจากชุมชนช่วยแก้ปัญหาได้ เพราะรู้ว่าครอบครัวใด
เกิดความรุนแรง ดุด่า หรือเด็กถูกทำร้าย
พ.ญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล นายแพทย์ใหญ่ กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การเจ็บป่วยทางจิตเวช
ที่มีโอกาสเสี่ยงทำให้เด็กก่อความรุนแรง คือ ๑. กลุ่มโรคจิต ทำให้การรับรู้ของเด็กแปลความหมายผิดไป
จากคนอื่น ๒. เด็กที่เคยเกิดโรคลมชัก ปัญญาอ่อน ทำให้เด็กเลียนแบบก่อความรุนแรงจากสื่อโดยไม่รู้ว่า
เป็นการทำร้ายคนอื่น ๓. เด็กที่ได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง ตกเป็นเหยื่อ ทำให้เด็ก
พัฒนาตนเองมาเป็นผู้กระทำ ๔. ภาวะของโรคทางสมองในเด็ก ไข้สมองอักเสบ ทำให้เด็กควบคุมตนเองไม่ได้ ตอบโต้เมื่อถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม โรคที่กล่าวมานี้ไม่ได้ติดตัวเด็กตลอดไป สามารถรักษาได้
ขณะเดียวกันพบว่า สถิติการก่อความรุนแรงมาจากคนที่ปกติมากกว่าคนที่มีอาการทางจิต
ส่วน พ.ญ.เบญจพร ปัญญายง จิตแพทย์เด็ก กล่าวว่า กรณีเด็กฆ่าเด็ก ตนเป็นห่วงเรื่องการเลี้ยงดู
การที่พ่อแม่ทะเลาะกันเป็นประจำทำให้เด็กซึมซับความรุนแรง นำไปทำร้ายคนอื่นได้.
Humry Potter and the sucker stone ตอนที่ 2
บทประพันธ์ : J.F.K. Rolling Stone ปับปับปาดูวับ
ฉีเคอะ กำกับ..
ไอ้กช กินกับ…
อา…อา ที่นี่มันที่ไหนกันวะเนี่ย มืดจัง ไอ้เวอหนอนไม่ได้จ่ายค่าไฟรึไงวะ หำรี่ตื่นขึ้นอีกครั้ง—-เขาหารู้ไม่ว่าตอนนี้ตนเองถูกห่ออยู่ในกระสอบ โอย..แล้วไอ้เสียงเหมือนเครื่องยนต์นี่มันอะไรวะ…
หำรี่ พยายามขยับตัว แต่ด้วยความแคบของกระสอบ บวกกับข้อมือและข้อเท้าทั้งสองของเขาถูกเชือกมัดไว้ หำรี่พยายามดิ้นให้เชือกหลุดออก แต่ด้วยความอ่อนแรงจากการที่ถูกตีหัว เขาจึงไม่สามารถทำได้….
เอาล่ะ ถึงแล้ว เดี๋ยวเราต้องนั่งเรือกัน เวอหนอน พูดขึ้นหลังจากจอดรถ
ที่นี่ที่ไหนคะ ผัวขา เพ็ดทูเลียถามสามี
อ๋อ ที่นี่คือคลองแสนแสบน่ะ ทนเหม็นหน่อยนะ คลองแม่งขยะเยอะ จัญไรจริงๆไอ้คนริมคลอง เดี๋ยวเราต้องนั่งเรือไปยังรังลับของเรากัน ไอ้พวกนั้นจะได้หาไม่เจอ

ยังมีอีกนะคะ…
Continue reading