โทรจิตของเจ้าเหมียว

นักวิทยาศาสตร์ในประเทศต่าง ๆ ได้ค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่งเร้นลับในตัวแมวมานาน และเขาก็มีความเห็นที่ตรงกันว่า สัตว์เลือดอุ่นอย่างแมวนั้น มีโทรจิตแฝงไว้ภายในตัวเหมือนกัน มันสามารถส่งความรู้สึก หรือรับรู้ความรู้สึกของเจ้านาย เช่น การบาดเจ็บ การตายหรือเหตุการณ์อันตรายที่เกิดขึ้นกับเจ้านายของมันในระยะไกลได้

สำหรับตัวอย่างความสามารถในการส่งโทรจิต ในที่นี้จะขอยกเรื่องของแมวที่ชื่อ ฟิตเกทกับเจ้าของที่ชื่อมาร์ติน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ประเทศอังกฤษ ณ บริเวณหาดบัวนีมัส มาร์ตินและฟิตเกทอยู่ด้วยกันมานาน 7 ปีแล้ว อยู่มาเช้าวันหนึ่ง มาร์ตินนัดเพื่อนไว้ที่เมืองเซาท์แฮมป์ตันและเขาได้ขังฟิตเกทไว้ในบ้าน เมื่อเสร็จธุระมาร์ตินก็ได้รีบกลับบ้านและระหว่างทางนั่นเอง เขาก็ได้พบกับอุบัติเหตุรถชน จนต้องถูกนำส่งโรงพยาบาล

ในช่วง 3 วันแรกอาการมาร์ตินไม่ดีขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกตัว เขาคิดถึงแมวจึงให้เจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาลโทรติดต่อกับเพื่อนบ้าน ให้ช่วยดูแลเจ้าฟิตเกทแทนให้หน่อย ต่อมาอี 2 วัน มาร์ตินก็ได้เสียชีวิตไป หลังจากนั้นศพของเขาก็ถูกนำไปฝังไว้ในป่าช้าใกล้บ้านนั้นเอง เมื่อถึงเวลาที่ญาติมิตรทั้งหลายต้องเข้าร่วมพิธีไว้อาลัยในครั้งสุดท้าย พวกเขาก็ต้องพากันประหลาดใจอย่างยิ่ง เมื่อสัปเหร่อได้เล่าให้ฟังว่าในเวลาเช้าตรู่ เจ้าแมวฟิตเกทได้เดินทางมาที่หลุมศพของเจ้านายมัน มานั่งสงบนิ่ง เพื่อไว้อาลัยนานจนสัปเหร่อกลบดินฝังศพเรียบร้อยแล้ว มันจึงเดินกลับบ้านไปอย่างหมดอาลัยตายอยากซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกมากว่า เจ้าฟิตเกทมันรู้ได้อย่างไรว่าเจ้านายมันตายแล้ว และนอกจากนี้มันยังทราบว่า ศพของเจ้านายฝังอยู่ที่ไหนอีกด้วย.

เพราะฉะนั้น เลี้ยงดูแมวของท่านให้ดีเข้าไว้เถอะครับ อย่างน้อยวันสุดท้ายในชีวิต มันอาจจะเป็นสัตว์ตัวเดียวที่มองคุณจนคุณพ้นโลกนี้ไปก็ได้…

เพื่อนสนิท

“เพื่อนสนิท”

*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องเป็นเพศเดียวกันเสมอไป…เพียงแค่เป็นใครๆ
ที่เปิดใจ…พร้อมที่จะดูแลต้นไม้แห่งมิตรภาพ
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงนั้นเสมอยามที่ฉันต้องการ
เพียงแค่อยู่ในความทรงจำเอาไว้ให้นึกถึงเพื่อเป็นกำลังใจในการก้าวต่อไป
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องพบกันเป็นประจำ
เพียงแค่ฉันมองจากภาพถ่าย
แล้วความทรงจำต่างๆ
ระหว่างเราก็จะทำให้ฉันมีความสุข…ยิ้มหรือหัวเราะได้
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องโทรคุยกันทุกวัน
เพียงแค่เมื่อเวลาผ่านไปนานแสนนาน
เมื่อได้มีโอกาสโทรหากันอีกครั้ง
เรายังสามารถมีเรื่องราวมาแบ่งปันกันและกันได้เหมือนวันก่อน
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องทานข้าวด้วยกันบ่อยๆ
เพียงแค่ในวันที่เราได้กลับมาทานข้าวด้วยกันอีกครั้ง
แม้จะมีช่วงเวลาของความเงียบ
ในความเงียบงันนั้นก็จะเป็นเวลาที่เราซึมซับในตัวตนของกันและกัน
ตระหนักว่ากาลเวลาแม้จะทำให้สิ่งต่างๆ เปลี่ยนไป
แต่มิตรภาพระหว่างเราไม่เคยเปลี่ยน
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องหาโอกาสมาทำกิจกรรมต่างๆ
ร่วมกันทุกครั้งที่เรามีเวลาว่าง
เพียงแค่ยามที่ต่างคนต่างทำกิจ
กรรมกับคนอื่นอยู่นั้น
ยังนึกถึงกันและกันในบางหนที่กิจกรรมนั้นๆ เป็นกิจ
กรรมที่เพื่อนเราคนใดคนหนึ่งชอบเป็นพิเศษ
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องชอบสิ่งใดๆ เหมือนกัน
เพียงแค่เมื่อถ
ึงเวลาที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
เราก็จะเลือกด้วยเหตุผลของความเป็นเพื่อน
เพื่อให้ได้ความพอใจกันทั้งสองฝ่าย
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องเป็นคนสำคัฯในกลุ่มคนหมู่มาก
เพียงเป็นคนสำคัญในใจฉันก็พอ
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องมีฉันเป็นเพื่อนเพียงผู้เดียว
เพียงแค่อยากให้รู้ไว้ว่าฉันมั่นใจในความเป็นเพื่อนของเรามาก..มากจนไม่คิดระแวงหรือน้อยใจใดๆร

หากเพื่อนสนิทของฉันจะใช้เวลากับคนอื่นๆ
ในชีวิตมากกว่าจะเวลากับฉัน
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้กัน
เพียงแค่เมื่ออยู่ไกลกัน
เรายังคงนึกถึงกันและกันในบางเวลา
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง&ทุกอย่างของกันและกัน
เพียงแค่รู้เรื่องทุกอย่างที่เราตัดสินใจแล้วว่าจะนำมาแบ่งปันกัน
แม้ว่าเรื่องนั้นจะเป็นแค่เสี้ยวหนึ่งในเรื่องราวอันมากมายในชีวิตของเรา
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องทนนิสัยทั้งหมดของฉันได้
เพียงแค่บอกให้ฉันปรับปรุงตัว
และพร้อมที่จะรับฟังในสิ่งที่ฉันอธิบายหรือบอกให้ปรับปรุงตัวเองบ้าง
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เหมือนใครๆ
ด้วยหวังว่าจะทำให้ตัวเองดูดีขึ้น
เพียงแค่เป็นตัวของตัวเองอย่างที่เราคบหากันมา
ก็ดีที่สุดแล้ว
*เพื่อนสนิทของฉัน…ไม่จำเป็นต้องเห็นฉันเป็นเพื่อนสนิทของเขา
เพราะคนเราต้องมีบ้างที่คิดไม่เหมือนกัน
เพียงแค่อยากให้รับรู้ในมิตรภาพที่ฉันมีให้
แม้ไม่มีค่ามากพอสำหรับเขา
แต่มันก็มีค่ามากเหลือเกินสำหรับฉัน ที่เต็มใจมอบให้

ฉันได้แต่เพียงหวังว่า
ฉันจะเป็นเพื่อนสนิทของเพื่อนสนิทของฉัน

ภาษารักทั้ง 9

คู่รักจำนวนไม่น้อยเลยที่สร้างความรักขึ้นมาด้วยใจ
สานสัมพันธ์สายใยกันด้วยชีวิต แต่กลับทำ
ลายด้วยภาษาอันไม่เข้าท่าแลไม่ควร
จนเกิดความเสียหายที่ไม่ปราถนาตามมามากมาย ภาษารัก
จึงเป็นระบบการสื่อสัมพันธ์ของคนทั้งสองให้ตรงตามจริง
และตามวัตถุประสงค์มุ่งหวัง เป็นภาษา ที่ต้องรู้เข้าใจ
ฝึกให้ดีและใช้ให้เป็น และบริหารให้เกิดประโยชน์

1.ภาษาใจ
เป็นการส่งรับด้วยจิตนิ่งเป็นหนึ่ง
เมื่อจิตว่าง การรับรู้จะชัดเจน แจ่มใส และแม่นยำ
การส่งการรับภาษาใจนี้จะก่อให้เกิดความเข้าใจ
และความประทับใจในความสัมพันธ์กันมาก
ซึ่งเป้นความจำเป็นพื้นฐานของคนที่จะเป็นคู่ชีวิตใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน

2.ภาษาสายตา
เป็นภาษาที่ลึกซึ้งและเที่ยงตรงที่สุดเพราะหลอกกันไม่ได้
วิธีการส่งภาษาใจออก มาเป็นภาษาตานั้น
เพียงแผ่ความรู้สึกลึกๆในใจออกมา
ความรู้สึกนั้นก็จะฉายออกมาทางแววตา
แววตาของมนุษย์สามารถบอกสิ่งต่างๆ มากมาย
จนกล่าวว่า “ดวงตา คือหน้าต่างของหัวใจ”

3.ภาษายิ้ม
ยิ้มเป็นสิ่งที่บ่งบอกและแสดงความเป็นไปของผู้ยิ้ม
การกำหนดยิ้ม เกิดจากสภาวะทั้งภายใน ภายนอก และจากอุปนิสัย
โดยแบ่งเป็น 3 แบบของยิ้ม คือ ยิ้มแบบมีความสุข
ยิ้มแบบเหนื่อยๆ และยิ้มแบบขอไปที
การยิ้มมีทั้งประโยชน์และโทษ
ดังนั้นเราจึงควรฝึกยิ้มให้มีเสน่ห์ และมีความสุข ดังนี้
1) ยิ้มจากใจ 2) ยิ้มหมด 3) ยิ้มเปล่งประกาย
4) ยิ้มให้พอดี 5) ยิ้มให้ปรากฎ 6) ยิ้มให้ถูกกาละเทศะ
7) ยิ้มให้ถูกวัตถุประสงค์ 8) ยิ้มอย่างทรงพลัง
9) ยิ้มทั้งตา

Continue reading

คนใหม่ กะ เพื่อนสนิท

โจ้โทรมาคุยก็พูดแปลก ๆ ผิดปกติ
เพื่อนโทรมาเป็นสายซ้อน
ปิ่นก็วางไปเพราะคุยกับโจ้อยู่
ถามว่าโจ้เป็นไร โจ้ก็บอกว่าเปล่าไม่ได้เป็นไร
โจ้บอกว่า ก็แค่อยากคุยหรือว่าปิ่นไม่อยากคุยกับโจ้
โจ้บอกว่า ไม่เหนปิ่นโทรไปหาโจ้เรย
ปิ่นเรยบอกว่า ปิ่นไม่ว่าง กะว่าพรุ่งนี้จะโทรไป (แก้ตัว)
โจ้ขอเบอร์หนิงก็นึกว่าจะคุย/ถามเรื่องปิ่น
ปิ่นไม่อยากให้เบอร์หนิง
เลยให้หนิงโทรหาโจ้แทน
พอคุยเสร็จโจ้ก็โทรมาดึก ๆ
บอกว่ากลัวปิ่นโกรธ
อยากให้ปิ่นสัญญาว่าจะไม่โกรธ
ปิ่นก็สัญญา
โจ้บอกว่าโจ้ชอบคนๆนึง
โจ้เลยคบกับปิ่นไม่ได้แล้ว
ปิ่นเลยถามว่าคนนั้นเป็นใคร
โจ้ก็ไม่ยอมพูดบอกว่ากลัวปิ่นโกรธโจ้
ปิ่นเลยบอกว่า “เพื่อนกันต้องไม่มีความลับกัน”
ปิ่นสัญญาจะไม่โกรธ
โจ้เลยบอกว่า “โจ้ชอบหนิง… ตอนแรกก็ชอบปิ่น แต่ตอนนี้โจ้ชอบหนิง”
และโจ้อยากให้ปิ่น อธิบายให้หนิงเข้าใจ
(ก็คือที่โทรมาหาปิ่น เพื่ออยากให้ปิ่นเป็นสะพานให้หนิง)
(เพราะปิ่นเป้นเพื่อนที่หนิงสนิทด้วยที่สุด)

ที่ไม่เข้าใจคือ ทำไมต้องเป็นหนิง
กะจะชอบให้หมดทั้งกลุ่มเรยมะ
ประมาณว่าคิดว่าจีบปิ่นไม่มีทางติด
เลยไปชอบหนิงแทน
หนิงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด
ปิ่นรักหนิงมาก
และถ้าโจ้คิดว่าจีบหนิงติดก็ลองดู
เพราะหนิงยังไม่อยากมีแฟน
ใครมาจีบก็ปฏิเสธหมด
และอีกอย่างนะ
ก่อนโจ้จะโทรกลับมาบอกปิ่นว่าชอบหนิง
ปิ่นโทรหาหนิงแล้ว
ปิ่นบอกหนิงว่าโจ้พูดไม่ดีเรย
พูดแปลกๆ เหมือนอารมณ์ไม่ดี
แต่ก็โทรมาหาปิ่น แล้วก็บอกอยากคุย
แต่ก็พูดไม่ดีกับคนที่อยากคุย
จะไม่จิงจังกับใครอีกแร้ว
จะได้ไม่มีเหตุการณ์แบบนี้อีก

แบบทดสอบ

1. ลองนึกถึงทะเล
แล้วเลือกว่าทะเลในความคิดของคุณเป็นอย่างไร
ก. สีน้ำเงินเข้ม
ข. ใส สะอาด
ค. สีเขียว
ง. ขุ่น

2. คุณอยากอยู่ตรงไหนของภูเขา

3. คุณชอบรูปทรงใดมากที่สุด
ก. ทรงกลม
ข. สี่เหลี่ยมจตุรัส
ค. สามเหลี่ยม

4. คุณอยากให้รูปทรงดังกล่าวมีขนาดเท่าไหร่
ก. เล็กมาก
ข. เล็ก
ค. ปานกลาง
ง. ใหญ่
จ. ใหญ่มาก

5. และมันถูกสร้างขึ้นมาจาก
ก. ไม้
ข. กระจก/แก้ว
ค. เพชร
ง. เหล็ก/โลหะ

6. จินตนาการถึงม้า ม้าในความคิดของคุณจะมีสี
ก. น้ำตาล
ข. ดำ
ค. ขาว

7. คุณเดินอยู่บนระเบียงและเห็นประตูสองบาน
เพียงคุณก้าวต่อไปทางซ้ายอีกสี่ห้าก้าวก็จะถึงประตูบานที่หนึ่ง
ส่วนประตูอีกบานนั้นคุณจะต้องเดินไปจนสุดทางระเบียง
ถ้าประตูทั้งสองบานถูกเปิดทิ้งไว้และมีกุญแจดอกหนึ่งวางอยู่ตรงหน้า
คุณจะเก็บกุญแจขึ้นมาหรือไม่
ก. เก็บ
ข. ไม่เก็บ

8. ถ้าหากว่าพายุกำลังเข้ามาใกล้ คุณจะเลือก
ก. ม้า
ข. บ้าน

Continue reading