กำหนดอายุ ใบขับขี่ เหลือ 5 ปี

กรมการขนส่งกำหนดอายุใบอนุญาตขับขี่ใหม่ ยกเลิกให้ใบขับขี่ตลอดชีพ ประเภทบุคคลเหลือแค่ 5 ปี ส่วนรถยนต์สาธารณะเหลือ 3 ปี เตรียมเสนอกฎหมายให้สภาฯ พิจารณา

นโยบายปี45 เน้นพัฒนาการขนส่งระหว่างประเทศ และจัดตั้งสถานีขนส่งให้ครบทุกจังหวัด

นายปรีชา ออประเสริฐ อธิบดีกรมการขนส่งทางบกเผยถึงการ กำหนดอายุใบอนุญาตรถยนต์ว่า กรมการขนส่งไม่เห็นด้วยให้มีใบขับขี่ ประเภทตลอดชีพ เนื่องจากผู้ขับขี่รถยนต์ไม่ได้มีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์อยู่ ตลอดเวลา อาจจะมีอาการเจ็บป่วย ซึ่งอาจทำให้สมรรถภาพทางการขับขี่รถยนต์ลดลงไปได้ ดังนั้นใบขับขี่ควรจะมีการจำกัดอายุ โดยขณะนี้กำลังอยู่ใน ขั้นตอนของการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ใหม่ ซึ่งหากสภาฯ เห็นด้วยต่อ ไปใบขับขี่ ประเภทรถยนต์บุคคลจะเหลืออายุไม่เกิน 5 ปี และประเภทรถ ยนต์สาธารณะจะเหลืออายุไม่เกิน 3 ปี สาเหคุที่รถยนต์สาธารณะ 3 ปี เพราะสาธารณะอันตรายมากกว่า

อธิบดีกรมการขนส่งทางบกกล่าวถึงนโยบายและทิศทางการใน พัฒนางานของกรมการขนส่งทางบก ในปี 2545 ว่า จะให้ความสำคัญกับการ ขนส่งระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น ขณะนี้ประเทศไทยได้ทำข้อตกลงว่าด้วย การขนส่งระหว่างประเทศกับประเทศลาวและเวียดนามแล้ว โดยจะพยายาม ทำให้ระเบียบการขนส่งข้ามพรมแดนมีน้อยที่สุด เพื่อที่จะทำให้ประชาชนที่ ต้องการจะเดินทางขนส่งไปยังลาวและเวียดนามมีความสะดวกสบายมากยิ่ง ขึ้น และล่าสุดไทยก็ได้มีการประชุมร่วมกับประเทศลาวและจีน เพื่อหาแนว ทางการพัฒนาการขนส่งระหว่างประเทศให้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ จะพยายามเพิ่มจำนวนสถานีขนส่งผู้โดยสารให้ ครบทุกจังหวัด และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการทำงานให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเร่งรัดในการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ให้กับ สำนักงานต่างๆ โดยในปี 2545 กรมการขนส่งทางบกได้รับงบประมาณเพื่อ จัดซื้อคอมพิวเตอร์จำนวน 500 ล้านบาท รวมทั้งจัดทำโปรแกรมตรวจสอบ ข้อมูลรถยนต์บนอินเทอร์เนต เพื่อเผยแพร่ข้อมูลแก่ประชาชนที่สนใจ รวมทั้งจะเชื่อมโยงระบบเครือข่ายของกรมการขนส่งทางบกกับกรมการปก ครอง และหน่วยรถเคลื่อนที่ของกรมการขนส่งทางบกทั้ง 15 แห่งด้วย และจะดำเนินการติดตามและประเมินผลสถานีขนส่งผู้โดยสารในส่วนภูมิภาค ตั้งแต่เดือน พ.ย.44 ถึงเดือน ก.ย.45 เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้เป็นแนวทางใน การพัฒนาสถานีขนส่งผู้โดยสารในส่วนภูมิภาค

ขณะเดียวกันก็จะกระตุ้นให้ผู้ที่สนใจ ที่ได้รับการอนุญาตจัดตั้ง สถานตรวจสภาพรถเอกชน รีบจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะในส่วนที่เหลืออีก 53 จังหวัด และในปี 2545 นี้ กรมการขนส่ง ทางบกจะเปิดการอบรมผู้ขับขี่รถยนต์เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับรู้แนวทางในการขับขี่ รถยนต์ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสถิติที่ผ่านมา การเกิด อุบัติเหตุบนท้องถนนมาจากสมรรถภาพของผู้ขับขี่ มากกว่าศักยภาพของตัวรถ

ตารางเวลาสุขภาพ

เวลา 05-07 นาฬิกา เวลาตื่นนอน
ในช่วงเวลาที่ร่างกายจะตื่นนอน
ระบบการทำงานของ อวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกายจะค่อย ๆ
ขับเคลื่อนการทำงานขึ้นทีละน้อย หลอดเลือดหดตัวแคบลง หัวใจเต้นเร็วขึ้น
ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นฮอร์โมนหลายชนิดทั่วร่างกายจะหลั่งออกมา
ซึ่งหนึ่งในนั้นมีฮอร์โมนที่กระตุ้นให้ร่างกายมีอารมณ์ทางเพศรวมอยู่ด้วย
ใครที่ยังมัวแต่นอนขี้เกียจอยู่กับที่นอนในตอนนี้
เท่ากับทำให้ระบบของร่างกายที่ปกติจะดำเนินไปตามเวลา
ทำงานผิดพลาดตั้งแต่จุดเริ่มต้นของวันใหม่
และสูญเสียความตื่นตัวไปตลอดทั้งวัน

เวลา 07 – 10 นาฬิกา เวลาอาหารเช้า
ระบบของอวัยวะทั่วทุกส่วนเริ่มตื่นสู่การทำงาน
ร่างกายต้องการอาหารเช้าที่ดีและมีคุณค่าทางโภชนาการโดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรต
ที่ร่างกายได้รับเข้าไปจะถูกเผาผลาญให้กลายเป็นพลังงานอย่างรวดเร็ว
หากรับประทานยาแก้ปวดในช่วงหลังอาหารเช้า ยาก็จะออกฤทธิ์ระงับปวดได้ดี
คุณผู้หญิงที่ป่วยเป็นมะเร็งที่มดลูกหากได้รับประทานยารักษาโรคดังกล่าวในช่วงเวลานี้
โอกาสที่จะช่วยระงับยับยั้งโรคก็จะเพิ่มสูงขึ้น หลอดเลือดหดแคบลง
ดังนั้นเวลาออกกำลังกายตอนเช้า ๆ ก็อย่าหักโหมมากนัก
เพราะอาจทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดไม่ทันจนถึงขั้นหัวใจวายได้
แต่สำหรับบางคนก็อาจไม่เกิดอาการเช่นนั้นก็เป็นได้
ต้องคอยสังเกตตัวเองส่วนคนที่สูบบุหรี่
หากงดสูบมวนแรกของวันนี้เสียได้ก็จะดีมาก

เวลา 10 – 12 นาฬิกา เวลาทำงาน
พละกำลังเต็มเปี่ยมในช่วงเวลานี้ของแต่ละวันประสิทธิภาพการทำงาน
ของร่างกายและจิตใจจะเพิ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลา 11 โมงเช้า
จะเป็นเวลาที่ดีที่สุดของระบบการทำงานของหัวใจและไหลเวียนของโลหิต
ความสามาถในการเรียนรู้ทางด้านการคิดและการพูดจะมีความคล่องแคล่วว่องไวอย่างล้นเหลือ
เราจะรู้สึกมีสมาธิและมีความคิดสร้างสรรค์มากเป็นพิเศษ
ส่วนใครที่มีงานสำคัญหรือการสอบที่ต้องทำในช่วงเวลานี้ผลลัพธ์ที่ได้ก็มักจะออกมาดี

Continue reading

มนุษย์หิมะมีจริงหรือไม่

ในตำนานได้มีกล่าวถึงสัตว์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ มีขนาดใหญ่โต ร่างกายเต็มไปด้วยขน
อาศัยอยู่บนเทือกเขาหิมาลายันที่สูงและเหน็บหนาว ซึ่งชาวทิเบตพื้นเมือง เรียกว่า เยติ Yeti
สัตว์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ (มนุษย์หิมะ) และพวกเขาส่วนมากได้อ้างว่าเขาเคยเห็นมัน

หลายปีที่แล้วกลุ่มชาวเขาในยุโรปที่เดินทางมาที่เทือกเขาเอเวอร์เรสต์
ได้พบรอยเท้าขนาดใหญ่อยู่นอกที่พักของเขาในตอนเช้า
พวกเขาได้วางไม้ที่ใช้สำหรับทิ่มน้ำแข็งไว้ข้างๆรอยเท้า เพื่อเป็นการเปรียบเทียบและถ่ายภาพเก็บไว้

รอยเท้านี้มีขนาดใหญ่มากและไม่เคยมีใครพบเห็นที่ใดมาก่อน และทันใดนั้นพวหเขาก็คิดว่า
อาจจะเป็นรอยเท้าเยติ แต่พวกเขาก็ยังไม่มั่นใจอาจเป็นรอยเท้าปลอมก็ได้
เพราะมันคล้ายกับรอยเท้าของหมีขนาดใหญ่ และก็เป็นไปได้ว่าหิมะที่อยู่ตามขอบรอบๆรอยเท้านี้อาจจะละลาย
แล้วทำให้รอยเท้าที่ปรากฎนี้มีขนาดใหญ่กว่าความเป็นจริง ไม่มีใครสามารถพิสูจน์ว่าเยติมีจริงหรือไม่
เนื่องจากมีคนจำนวนน้อยที่คิดจะเดินทางขึ้นไปสำรวจบนเทือกเขาหิมาลายันที่อันตราย

4 ม.ค. 2545
แหล่งที่มาของเรื่องราว : นิตยสารขวัญเรือน ปีที่ 34 ฉบับที่ 722 ธันวาคม 2544