การเปลี่ยนแปลง

ในหลายๆ ครั้งที่เราจำเป็นต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่ก่อนที่การเปลี่ยนแปลงนั้นจะมาถึง สิ่งที่ถึงตัวเราก่อนมักจะเป็นความกลัว
กลัวที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งที่บางทีเราก็ไม่ทราบว่า
ฉากต่อไปของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร

เคยอ่านเจอเรื่องสั้นเรื่องหนึ่ง แต่หาต้นฉบับไม่เจอแล้ว
เล่าถึงเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง
หล่อนอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กนี้มานานตั้งแต่เด็ก หน้าบ้านของหล่อนมีต้นไม้
ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขา จนทำให้บริเวณนั้นดูร่มรื่นเป็นพิเศษ
และแล้ววันหนึ่งเมื่อต้นไม้นั้นพ่ายแพ้แก่กาลเวลา
กิ่งก้านที่เคยร่มเย็นกลับก่อให้เกิดความยุ่งยากขึ้น
เมื่อมันหักและหล่นใส่บ้านข้างเคียงบ่อยๆ จนกระทั่ง
เป็นปัญหาถึงขั้นที่จะต้องโค่นล้มต้นไม้ใหญ่นั้นทิ้ง
หลังจากหญิงสาวทราบว่าไม่สามารถจะคงต้นไม้นี้ไว้ได้
หล่อนถึงกับกังวลถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา
ต่อไปนี้ จะเอาร่มเงาจากไม้ใหญ่ที่ไหนคอยกำบังแดดฝน
ไม่มีภาพที่เคยมีอีกแล้ว ยามมองออกไปนอกหน้าต่าง ยิ่งคิดไปต่างๆ นานา
ก็ยิ่งให้รู้สึกเสียดายไม้ใหญ่นั้น ยิ่งวันที่ต้องตัดต้นไม้นั้น
หล่อนได้ยินคำพูดจากเพื่อนของเธอที่ต้องการปลอบใจว่า
อย่าเสียดายกับสิ่งที่เสียไป จงตื่นเต้นและยินดีกับสิ่งที่กำลังจะตามมา
แน่นอนว่าตอนนี้ไม่มีคำพูดใดๆ เจาะไชเข้าไปถึงตัวเธอๆ ได้
วันเวลาผ่านไปเป็นสัปดาห์ ชีวิตของเธอหลังต้นไม้ใหญ่ถูกโค่นเริ่มเปลี่ยนแปลง
ทุกเช้าที่เธอตื่น เธอจะได้รับแสงแดดส่องเข้ามาในบริเวณห้องของเธอ
จนทำให้วันนั้นเกิดรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นทันที เธอได้บริเวณบ้านมากขึ้น
สำหรับปลูกไม้ดอกที่อยากจะปลูกมานาน
เธอกลับเริ่มรู้สึกดีๆ กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
มันไม่ได้แย่ไปอย่างที่เธอคาดไว้เสียทีเดียว ถ้าต้นไม้ใหญ่นั้นไม่ถูกโค่นลง
วันนี้เธอคงไม่ได้เห็นภาพเด็กๆ วิ่งขึ้นลงรถรับส่งโรงเรียนอย่างร่าเริง
ในอีกมุมตึกถัดไปอย่างชัดเจนเช่นนี้
ตอนนี้เธอเข้าใจกับคำว่า
อย่าเสียดายในสิ่งที่เสียไป แต่จงตื่นเต้นและยินดีกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

เรื่องนี้บางทีคงถ่ายทอดได้ไม่ดีเท่าต้นฉบับ แต่ตอนอ่าน
พออ่านจบแล้วรู้สึกว่ามันเป็นความจริงที่ส่วนมากแล้ว
เรามักจะกลัวการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ทุกอย่างมันอยู่ที่ความคิดจริงๆนะ
คนเรามักกลัวที่จะเข้าไปในห้องมืด ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในห้องนั้นมีอะไรบ้าง
แต่ไอ้ที่กลัวๆ อยู่น่ะมันอยู่ในความคิดทั้งนั้น
อย่างบางคนก็กลัวที่จะสูญเสียคนรักไป ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้มองหรอกนะว่าไอ้ที่กอดๆอยู่น่ะ
มันเหมาะมันดีกับเราแล้วจริงหรือ กลัวว่าต่อไปถ้าขาดเขาหรือเธอไปชีวิตจะเป็นยังไง
เดินห้างคนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียว กลัวเจอคนที่แย่กว่าเดิม
อะไรก็ตามที่คุณกลัวและคิดไปเรื่อย จนทำให้คุณกลัวที่จะเปลี่ยนแปลง
จนบางทียอมที่จะทนกับสิ่งที่ทำให้ชีวิตคุณ แย่ลงไปยิ่งกว่าการเปลี่ยนแปลง
คุณลองมองในอีกมุมที่หญิงสาวคนในเรื่องไม่ได้มองดูสิ มุมมองที่เป็นบวกกับชีวิตคุณ
มุมมองที่จะทำให้คุณ ก้าวต่อไปได้ด้วยความตื่นเต้นและยินดี
อย่าเสียดายในสิ่งที่เสียไป แต่จงตื่นเต้นและยินดีกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

กลอน

รัก..หรือหลง คงต้องแทรก แยกให้ออก
รัก..กลับกลอก หลอกลวง ปวงผู้หญิง
รัก..ปอกลอก ไอ้หอกหัก รักไม่จริง
รัก..แล้วทิ้ง ยิงมันเลย เขยเฮงซวย
รัก..ตาบอด ลอดหน้าต่าง อย่างขุนแผน-
รัก..เป็นแฟน ไม่ได้หนอ พ่อเล่นหวย
รัก..ขุนช้าง อาจได้ล้าน งานร่ำรวย
รัก..กันด้วย ความใสซื่อ คือสิ่งดี

รัก..นานๆ มันก็ดี สตรีชอบ
รัก..แล้วหอบ กอบความสุข จุกแน่ๆ
รัก..กับใคร่ ให้แบ่งหนอ อย่าตอแย
รัก..ของแม่ สำคัญกว่า อย่าหลงกล
รัก..แล้วรบ ตบตี ไม่ดีนะ
รัก..แล้วละ ร่วมเตียง เสี่ยงเผาขน
รัก..ของเพื่อน เตือนเอาไว้ ไม่อับจน
รัก..ของคน ช่างสับสน วกวนเวียน

แอบรักชาย หมายข้างเดียว เกี่ยวก้อยปล่าว
เป็นมะนาว ไม่มีรส หมดศักดิ์ศรี
เกิดเป็นหญิง หยิ่งเข้าไว้ ไม่เสียที
อย่าชกตี ชกลม ตรมอุรา
อันผู้ชาย กายปลาไหล ไม่ต้องคบ
ชายพูดปด จดเอาไว้ ไม่อาสา
ชายพนัน รั้นขวดเหล้า เมาสุรา
อย่านำมา เป็นสามี หนีให้ไกล

จะรักใคร ให้ตรวจสอบ รอบคอบไว้
อันผู้ชาย หลายล้านเกวียน เสี้ยนทั้งนั้น
ใช้เวลา ศึกษาใจ ให้รู้ทัน
อย่าตะบั้น ใฝ่หา มันน่ากลัว
มันก็ดี หากมีคู่ อยู่เคียงข้าง
ลดรอยด่าง หัวใจ หายสลัว
หากกงจักร ลักเข้าไป ใส่ในตัว
จิตดอกบัว คงชอกช้ำ ระกำใจ

อย่า..เพ้อเจ้อ ได้มั้ย ไอจะบอก
อย่า..ได้ตอก ลอกปัญหา น่าปวดหมอง
อย่า..แอบรัก นักเจ้าชู้ กูไม่มอง
อย่า..แอบย่อง ล่องไปหา น่าอับอาย
อย่า..ลิ้มลอง ความรัก ที่สับปด
อย่า..ได้ลด ศักดิ์ศรี นารีขาย
อย่า..มัวเมา ยกย่อง ผองผู้ชาย
อย่า..ทำลาย กายหมองเศร้า เขาไม่แล

ขออีหยัง ขอสมหวัง ขอสุขสม
น้องหน้ามล คนดี ที่หอมหวล
จะขอใจ ชายหลายใจ เดี๋ยวได้ครวญ
ถ้าขอ ชวน หลีกภัย เอาไปเลย
อย่าไปหมก ไปมุ่น ลุ้นความรัก
รู้จักหัก จักห้าม บ้างเธอเอ๋ย
ชายอย่างนี้ หลีกให้ห่าง นะทรามเชย
คบกระเทย ดีกว่านะ สะบายจาย

กลอน

รัก..หรือหลง คงต้องแทรก แยกให้ออก
รัก..กลับกลอก หลอกลวง ปวงผู้หญิง
รัก..ปอกลอก ไอ้หอกหัก รักไม่จริง
รัก..แล้วทิ้ง ยิงมันเลย เขยเฮงซวย
รัก..ตาบอด ลอดหน้าต่าง อย่างขุนแผน-
รัก..เป็นแฟน ไม่ได้หนอ พ่อเล่นหวย
รัก..ขุนช้าง อาจได้ล้าน งานร่ำรวย
รัก..กันด้วย ความใสซื่อ คือสิ่งดี

รัก..นานๆ มันก็ดี สตรีชอบ
รัก..แล้วหอบ กอบความสุข จุกแน่ๆ
รัก..กับใคร่ ให้แบ่งหนอ อย่าตอแย
รัก..ของแม่ สำคัญกว่า อย่าหลงกล
รัก..แล้วรบ ตบตี ไม่ดีนะ
รัก..แล้วละ ร่วมเตียง เสี่ยงเผาขน
รัก..ของเพื่อน เตือนเอาไว้ ไม่อับจน
รัก..ของคน ช่างสับสน วกวนเวียน

แอบรักชาย หมายข้างเดียว เกี่ยวก้อยปล่าว
เป็นมะนาว ไม่มีรส หมดศักดิ์ศรี
เกิดเป็นหญิง หยิ่งเข้าไว้ ไม่เสียที
อย่าชกตี ชกลม ตรมอุรา
อันผู้ชาย กายปลาไหล ไม่ต้องคบ
ชายพูดปด จดเอาไว้ ไม่อาสา
ชายพนัน รั้นขวดเหล้า เมาสุรา
อย่านำมา เป็นสามี หนีให้ไกล

จะรักใคร ให้ตรวจสอบ รอบคอบไว้
อันผู้ชาย หลายล้านเกวียน เสี้ยนทั้งนั้น
ใช้เวลา ศึกษาใจ ให้รู้ทัน
อย่าตะบั้น ใฝ่หา มันน่ากลัว
มันก็ดี หากมีคู่ อยู่เคียงข้าง
ลดรอยด่าง หัวใจ หายสลัว
หากกงจักร ลักเข้าไป ใส่ในตัว
จิตดอกบัว คงชอกช้ำ ระกำใจ

อย่า..เพ้อเจ้อ ได้มั้ย ไอจะบอก
อย่า..ได้ตอก ลอกปัญหา น่าปวดหมอง
อย่า..แอบรัก นักเจ้าชู้ กูไม่มอง
อย่า..แอบย่อง ล่องไปหา น่าอับอาย
อย่า..ลิ้มลอง ความรัก ที่สับปด
อย่า..ได้ลด ศักดิ์ศรี นารีขาย
อย่า..มัวเมา ยกย่อง ผองผู้ชาย
อย่า..ทำลาย กายหมองเศร้า เขาไม่แล

ขออีหยัง ขอสมหวัง ขอสุขสม
น้องหน้ามล คนดี ที่หอมหวล
จะขอใจ ชายหลายใจ เดี๋ยวได้ครวญ
ถ้าขอ ชวน หลีกภัย เอาไปเลย
อย่าไปหมก ไปมุ่น ลุ้นความรัก
รู้จักหัก จักห้าม บ้างเธอเอ๋ย
ชายอย่างนี้ หลีกให้ห่าง นะทรามเชย
คบกระเทย ดีกว่านะ สะบายจาย

ผู้ชายกับผลไม้

ผู้ชายกับผลไม้

ผู้ชายอายุ 20 : เหมือนมะพร้าวเปลือกเยอะเนื้อน้อย เรียกร้องมากมายแต่ไม่ค่อยมีอะไรตอบแทน
ผู้ชายอายุ 30 : เหมือนทุเรียน หนามแหลมคมดูอันตราย แต่อร่อยที่สุด
ผู้ชายอายุ 40 : เหมือนแตงโม ลูกกลมกลิ้ง รอบจัด จับไม่ค่อยได้ ไล่ไม่ค่อยทัน แต่ให้น้ำแตงโมหวานฉ่ำชื่นใจ
ผู้ชายอายุ 50 : เหมือนส้มแมนดาริน ปีหนึ่งจะมีมาให้ลิ้มรสเพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น
ผู้ชายอายุ 60 : เหมือนลูกเกด อดีตผลองุ่นที่ไม่มีน้ำองุ่นอีกแล้วตลอดอายุไข หมดน้ำยายู่ยี่ และเหี่ยวแห้งลงไปทุกวัน

บักเดช

ไม่รู้ว่าเคยอ่านกันหรือยัง อ่านแล้วตลกดี ลองอ่านละกัน

1. รู้มั้ยว่าทำไม บักเดช (ขอใช้ชื่อนี้แล้วกัน) ถึงพาเพื่อนแห่กันไปเที่ยว ผับ ทีละ 18 คน… ก็เพราะหน้าผับ เขาประกาศไว้ว่า ต่ำกว่า 18 ห้ามเข้าน่ะสิ (!!)

2. บักเดชไปร้านขายทีวี ถามคนขายว่า ไม่ทราบว่าที่นี่มีทีวีสีขายรึเปล่า คนขายตอบว่ามี บักเดชเลยบอกว่า งั้นเอาสีเขียวมาเครื่องนึง (!!)

3. บักเดชเข้าไปเดินดูของในร้านจีฉ่อยเห็นกระติกน้ำทำจากโลหะอันหนึ่ง วางอยู่ บักเดชถามอาอึ้มว่า อึ้ม ไอ้ที่วอบแวบสีเงินๆ นั่นอะไร อึ้มตอบว่า กระติกน้ำไง (ไอ้ฟาย)แล้วมันทำอะไรได้มั่ง ก็ใส่ของร้อนก็ร้อนนาน ใส่ของเย็นก็เย็นนาน บักเดชเห็นว่าน่าสนใจเลยตกลงซื้อมาอันนึง วันรุ่งขึ้นบักเดชก็เอากระติกน้ำที่พิ่งซื้อมาไปที่ทำงาน ตั้งอวดบนโต๊ะอย่างภาคภูมิ หัวหน้าบักเดชเห็นเข้าเลยถามขึ้น อะไรนั่นน่ะบักเดช กระติกน้ำครับ แล้วมันมีอะไรพิเศษรึ ก็ใส่ของร้อนก็เก็บความร้อนได้ หรือใส่ของเย็นก็เก็บความเย็นได้ หัวหน้าเลยถามว่า แล้วใส่อะไรมาล่ะ บักเดชยืดก่อนจะตอบว่า กาแฟร้อน 2 แก้ว กับไอติม 1 ถ้วยครับ (!!)

4. ทุกครั้งหลังถ่ายเอกสารเสร็จ บักเดชจะเอาฉบับก๊อปปี้มาตรวจทานเทียบกับต้นฉบับ เพื่อเช็คดูว่ามีคำไหนสะกดผิดรึเปล่า (!!)

5. บักเดชจะยิ้มทุกครั้งที่ฟ้าผ่า เพราะนึกว่ามีคนกำลังถ่ายรูปเขาอยู่ (!!)

6. รู้ป่าวว่าทำไมบักเดชถึงกดโทรศัพท์เบอร์ฉุกเฉิน (911)ไม่ได้ ก็เพราะเขาหาเบอร์ 11 (สิบเอ็ด) บนแป้นไม่เจอน่ะสิ (!!)

7. บักเดชเพิ่งซื้อคอมพิวเตอร์มาใหม่เครื่องหนึ่ง เล่นไปซักพักก็เจอปัญหา บักเดชเลยลองกดที่ HELP บนแป้น F1
ผ่านไปพักใหญ บักเดชหงุดหงิดมาก เลยโทรไปต่อว่าร้านที่เขาซื้อคอมมา >ผมกด F1 ตามที่เครื่องบอก เวลาที่มีปัญหา
แล้วก็รออยู่เป็นชั่วโมง ยังไม่เห็นมีใครมาช่วยเลย คนขาย (ไอ้…) (!!)

8. บักเดชไปหาหมอในสภาพหูบวมแดงน่ากลัว
หมอถามว่าไปโดนอะไรมา บักเดชตอบว่า ผมกำลังรีดผ้าอยู่ แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้น แต่แทนที่จะหยิบโทรศัพท์มาพูด ผมดันเผลอเอาเตารีดขึ้นมาแนบหูน่ะสิ
โอ้ว เดียร์ หมออุทานเป็นภาษาฝรั่งด้วยความเวทนา แล้วหูอีกข้างทำไมถึงแดงเหมือนกันล่ะ หมอถามต่อ
ก็ไอ้บ้านั่นเสือ_ โทรกลับมาอีกรอบอ่ะดิหมอ (!!)

หลังจากใช้ความพยายามต่อจิ๊กซอว์อยู่นาน
ในที่สุดบักเดชก็ต่อเสร็จ เขาเอาไปอวดเพื่อนด้วยความภูมิใจ เป็นไง เนี่ยฉันใช้เวลาต่อแค่ 5 เดือนเองนะโว้ย
เพื่อนบักเดชงงที่เขากล้าอวด 5 เดือนเหรอ ! แถวบ้านฉันเรียกว่าโคตรนานเลยนะนั่น แกนี่ไม่รู้อะไร
อาบังไม่ยอมลดละ ดูที่กล่องนี่ เห็นมั้ย มันบอกว่า สำหรับ 4 – 7 ปี แต่ฉันใช้เวลาแค่ 5 เดือนเอง