ขำๆ

อายครูไม่รู้วิชา… อายภรรยาไม่มีบุตร …
แต่ถ้าได้ครูเป็นภรรยา… จะได้ทั้งวิชาและบุตร

รักเมียเสียเพื่อน… รักเพื่อนเสียเมีย …
แต่ถ้ารักเมียเพื่อน… จะเสียทั้งเพื่อนและเมีย

ผู้ชายนั้น…รักจริงแต่เอาเล่น ๆ …
แต่ผู้หญิงรักเล่น ๆ… แต่เอา(เป็นผัว)จริง ๆ

มีความพยายามอยู่ที่ไหน…มีความสำเร็จอยู่ที่นั่น… …
แต่บรรดาเฒ่าหัวงูทั้งหลายบอกว่า มีตัณหาอยู่ที่ไหน… มีความพยายามอยู่ที่นั่น

การไอหรือจาม… จะเป็นอันตรายถึงชีวิต… …
ถ้าท่านสุภาพบุรุษทั้งหลาย…ไอหรือจาม…อยู่ใต้เตียงเมียของคนอื่น

ที่ใดมีรัก… ที่นั่นมีทุกข์ ….เพราะฉะนั้น… …
เราะจะไปแต่ที่ใดซึ่งมีแต่ความรัก , ที่นั่น…เราจะไม่ไป… เพราะมีแต่ความทุกข์

อิทานังทุกขังโลเก… หมายถึง…การเป็นหนี้เป็นทุกข์ในโลก …
แต่คนแก่ที่ไม่ยอมสู้ทั้งหลายก็คือ..กาเมมรณังทุกขังโลเก..กามตายด้านเป็นทุกข์ในโลก

ทำดีได้ดี… ทำชั่วได้ชั่ว… หรือหว่านพืชเช่นไร…ย่อมได้ผลเช่นนั้น ….
มีข้อยกเว้นคือ… ปลูกถั่วเขียว ….ได้ถั่วงอก

ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ….จะสูญเสียทั้งข้างหน้าและข้างหลัง…
สูญเสียข้างหน้า… คือนางสาว… (เหลือแต่นาง) สูญเสียข้างหลัง ….คือนามสกุล… (รู้นะคิดอะรัยอยู่อิอิ)

น้องเมีย…เป็นทรัพยากรอันมีค่ายิ่งของพี่เขย… …
ใครบังอาจมาจีบน้องเมีย…ถือว่าเป็นผู้ที่ทำลายความหวัง….อันบรรเจิดจ้าของพี่เขย ฮะ ฮ่าๆๆๆๆๆ….เอิ๊กกก…

ผู้ชายกับผลไม้

ผู้ชายกับผลไม้

ผู้ชายอายุ 20 : เหมือนมะพร้าวเปลือกเยอะเนื้อน้อย เรียกร้องมากมายแต่ไม่ค่อยมีอะไรตอบแทน
ผู้ชายอายุ 30 : เหมือนทุเรียน หนามแหลมคมดูอันตราย แต่อร่อยที่สุด
ผู้ชายอายุ 40 : เหมือนแตงโม ลูกกลมกลิ้ง รอบจัด จับไม่ค่อยได้ ไล่ไม่ค่อยทัน แต่ให้น้ำแตงโมหวานฉ่ำชื่นใจ
ผู้ชายอายุ 50 : เหมือนส้มแมนดาริน ปีหนึ่งจะมีมาให้ลิ้มรสเพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น
ผู้ชายอายุ 60 : เหมือนลูกเกด อดีตผลองุ่นที่ไม่มีน้ำองุ่นอีกแล้วตลอดอายุไข หมดน้ำยายู่ยี่ และเหี่ยวแห้งลงไปทุกวัน

108 อวัยวะสารพัดประโยชน์

หน้าผาก = อวัยวะที่ใช้ประกอบกับเท้าเวลามีทุกข์ เช่นนอนเอาเท้าก่ายหน้าผาก
ผม = เรียกอีกอย่างว่า “ขนหัว” ใช้แสดงอาการตกใจมากๆ เช่น ขนหัวลุก
ตา = อวัยวะที่ใช้ในการมอง จะมีอุณหภูมิสูงมากเมื่อเห็นใครได้ดี
หู = อวัยวะที่ใช้ในการฟัง ส่วนมากจะมีน้ำหนักเบา จึงก่อให้เกิดเรื่องขึ้นบ่อยๆ
ปาก = อวัยวะที่ใช้พูด ส่วนมากจะอยู่ไม่ตรงกับใจ
คอ = อวัยวะที่เชื่อมระหว่างตัวและหัว เป็นอวัยวะที่คอยหันหาคนอื่น
ก้านคอ = อวัยวะที่คอยรับแข้งคนอื่น
ไหล่ = อวัยวะที่คู่กับบ่า เช่นเคียงบ่าเคียงไหล่ มีไว้ให้คนเหงาใจหรือเศร้าใจซบโดยเฉพาะ
บ่า = อวัยวะที่คู่กับไหล่ เช่นเคียงบ่าเคียงไหล่ อาชีพจับกังมีไว้แบกข้าวสาร(ส่วนถนนข้าวสาร จับกังไม่เกี่ยว)
หัวใจ = อวัยวะสูบฉีดเลือดและฟอกเลือดให้กับร่างกาย มีไว้ให้แสดงความรักและเก็บรักไว้
ปอด = อวัยวะที่รับอากาศมาส่งหัวใจ บางครั้งใช้แสดงระดับความกล้าหาญ
หน้าอก = อวัยวะที่รองรับเรื่องหนัก อาทิเรื่องหนักอกซึ่งผู้หญิงจะหนักกว่าผู้ชาย
นม = อวัยวะที่บ่งบอกภาระการรับน้ำหนักของอก ผู้หญิงมีไว้บริการนมให้บุตร ผู้ชายถึงมีก็ไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่ก็ไขว่คว้าอยากได้มาเชยชม…
ศอก = ข้อต่อระหว่างแขนและข้อมือ มีไว้เป็นอาวุธประจำกาย และรองน้ำสำหรับบรรดาภรรยาน้อย ไม่เป็นที่แนะนำสำหรับสาวๆ มันอันตราย
มือ = เป็นอวัยวะปลายสุดของแขน มีนิ้วเป็นส่วนประกอบนิยมใช้เงินยกเห็นกันมากในสภา
กำปั้น = เป็นอวัยวะชิ้นเดียวกับมือ แต่เปลี่ยนรูปเป็นอาวุธ นิยมใช้ตัดสินปัญหา ในกรณีที่ไม่ได้ใช้สมองแก้ปัญหา
ตัว = เป็นชิ้นส่วนใหญ่ของร่างกายให้อวัยวะอื่นได้พักพิง จะลืมกันมากเวลาได้ดี
สะดือ = เป็นอวัยวะที่ใช้เชื่อมต่อกับแม่ยามอยู่ในครรภ์ เมื่อโตขึ้นใช้วัดระดับความสุภาพ ถ้าต่ำกว่านี้ทะลึ่ง!!
ขาอ่อน = เป็นอวัยวะเชื่อมต่อจากสะโพกลงมา นิยมใช้ในการประกวด เพราะเห็นได้เด่นชัดกว่าสมอง
หัวเข่า = ข้อต่อระหว่างขาและหน้าแข้ง เป็นอาวุธประจำกาย ผู้หญิงใช้โจมตี จุดอ่อนผู้ชาย และบางคนใช้ซับน้ำตาเวลาเศร้า นิยมมากสำหรับคนหลงรักชาวบ้าน
แข้ง = อวัยวะที่ถัดมาจากเข่า นิยมใช้พาดก้านคอ…
น่อง = อวัยวะที่อยู่ด้านหลังของแข้ง ใช้วัดระดับความแข็งแรงของขาและวัดความกร้านชีวิต
ขนหน้าแข้ง = อวัยวะที่วัดระดับของฐานะ ยิ่งรวยมากขนหน้าแข้งจะร่วงน้อย
เท้า = เป็นอวัยวะที่ใช้ยืน บางครั้งใช้ก่ายหน้าผาก หรือเป็นอวัยวะที่ใช้ผลัก ซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่า “ยัน”

15 วิธีพิชิตใจสาว

1. มองโลกในแง่ดี/มีอารมณ์ขัน
แม้สิ่งนี้ไม่ใช่บุคลิกจริง ของคุณก็ตาม ขอเพียงแค่ร่าเริง ดีใจที่ได้พบ
พูดคุยกับเธอ ทำให้รู้สึกว่า ความสดใสของเธอ มีประโยชน์ต่อคุณ

2. ให้เธอรู้สึกว่าเธอเป็นคนพิเศษของคุณ
สนใจเรื่องของเธอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความคิด ความรู้สึก ความชอบของเธอ
และอย่าเอาแต่พูดเรื่องของตัวเอง เพราะนั่นเป็นสิ่งที่น่าเบื่อ

3. อย่าแสดงว่าคบเธอเพราะเรื่องเพศ
ของแบบนี้ต้องรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม เมื่อไหร่ที่รักสุกงอม
มันก็จะเป็นไปเอง
โปรดรับรู้ไว้ว่า ผู้หญิงอยากมีค่ามากกว่าเรื่องนั้น
เมื่อถึงเวลาเธอจะให้ด้วยความต้องการของเธอเอง

4. เป็นสุภาพบุรุษทั้งกายและใจ
ต้องทำให้เธอรู้สึกว่า คุณไม่มีความน่ากลัวใดๆ ไม่ใช่คอยหา
โอกาสจะแต๊ะอั๋งเธอลูกเดียว เพราะนั่นจะทำให้เธอตีตัวออกห่าง

5. หัดรู้จักสังเกตเธอบ้าง
เรื่องจิปาถะที่เกี่ยวกับตัวเธอ ไม่ว่า เสื้อผ้า ต่างหู รองเท้าคู่ ใหม่
กระเป๋าถือที่เธอใช้ คุณควรหัดเพ่งพินิจพิจารณาและเลือกที่จะชมเธอให้ เป็น

6. อย่าจ้องอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของเธอเป็นพิเศษ
ขึ้นชื่อว่าใช้สายตาจ้อง เพ่งเฉพาะบางจุดบางมุมของอวัยวะบน
เรือนร่างของผู้หญิง อาทิ หน้าอก เป้ากางเกง สะโพก กรุณาอย่าทำเป็นอัน ขาด
เพราะมันจะบ่งบอกว่าคุณคิดบางอย่างกับเธออยู่

7. หลังจากที่มีนัดกับเธอ
พบกับในนัดเดทคราวต่อไป ควรมีสิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างดอกไม้สักช่อ
หรือการ์ดสักแผ่น มอบให้ก็ไม่เห็นเสียหาย แถมยังทำให้
เธอรู้สึกว่าคุณเป็นคนน่ารักอีกต่างหาก

8. หมั่นดูแลเอาใจใส่ตัวเองเสมอ
คงไม่ต้องถึงกับเป็นคนสำอางทุกกระเบียดนิ้ว แค่รักษาความ สะอาดก็พอ
เพราะการที่คุณดูแลตัวเองดี สามารถสะท้อนได้ว่า คุณก็ดูแลเธอ ได้ดีเช่นกัน

9. อย่าด่วนแสดงท่าทีขี้หึง
เมื่อใดที่เธอเล่าเรื่องชายหนุ่มคนอื่นให้ฟัง การนิ่งฟังอย่างสงบ
จะทำให้เธอแปลกใจ และทำให้เธอรู้ว่า คุณไม่ใช่ผู้ชายประเภทขี้หึงโดยไร้
เหตุผล

10. ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น
ดูแลเธอ และอยู่เคียงข้างเธอเสมอเมื่อเธอต้องการใครสักคน
อย่าทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดาย คล้ายกับเป็นสาวที่ไร้หนุ่มคนสนิทที่
คอยเป็นห่วงเป็นใย

11. อย่าทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ
อย่าซักไซ้เรื่องไม่เข้าท่าหรือไม่เป็นเรื่อง จงสงบและไตร่ตรอง เข้าไว้
แม้คุณจะเห็นเธอกับหนุ่มคนอื่น คุณยิ่งตาม และแสดงความเป็นเจ้า
ของมากเท่าไหร่
เธอก็จะยิ่งหนี หากคุณเฉยๆ รับรองเลยว่าเธอจะตามคุณ เอง

12. รักษาเวลาในการนัดหมาย
ผู้ชายควรไปก่อนนัด อยู่ในจุดที่เธอมองเห็นคุณได้ง่าย
เมื่อเธอมาถึงช่วยส่งยิ้มให้ หรือแสดงอาการตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เจอเธอ

13. ตั้งเป้าหมายชีวิตตัวเองไว้
ไม่มีใครอยากฝากชีวิตไว้กับคนไร้จุดหมาย อย่าเป็นคนขี้ตืด
แต่ไม่ต้องทำตัวเข้าขั้นพ่อบุญทุ่ม ถ้ามีน้อยก็เลือกใช้อะไรที่สมฐานะ
แต่ต้องมีรสนิยม จำไว้ว่า ของที่มีรสนิยมไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป

14. ไม่ควรเร่งร้อนจนเกินไป
เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอไปก่อน ขอเพียงคุณเป็นคนที่เธอนึก
ถึงทุกครั้งเมื่อมีปัญหา ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว

15. ความรักเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
ดำเนินความรักด้วยอารมณ์ของคนสองคน คุณสร้างอารมณ์
ร่วมของความรักขึ้นมาได้
เพียงแต่คุณต้องรู้จักเอาอกเอาใจ และแสดงว่ารัก เธอ การโอบกอดอย่างอบอุ่น
และการสัมผัสที่รัดรึง ก็เป็นของขวัญแห่งความ รักที่ดีอย่างหนึ่ง.

ใส่ใจ

” …เมื่อ รัก หมายถึง …ห่วงใย… ” เคยมีใครถามคุณไหมว่า
ความรัก คืออะไร ผมว่าวันนี้ผมมีคำตอบห้คุณแล้วล่ะ

คำที่ใช้แทนคำว่าความรัก ได้ดีที่สุด น่าจะเป็นคำว่า
ใส่ใจ

หากคุณคิดที่จะบอกรักใครสักคน ลองถามตัวเองดูว่า
คุณ เคย ..ใส่ใจ..เค้ามากน้อยแค่ไหน ?

ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความ เอาใจ
หากคนรักของคุณจำได้ขึ้นใจว่า

คุณเคยพูดว่าอยากได้อะไร
แล้วเค้าหาซื้อของชิ้นนั้นให้ ไม่ใช่สักแต่ว่าซื้อ ซื้อ ซื้อ
ของเยอะแยะมากมาย เพื่อเอาใจ…….. นั่นแหล่ะถึงเรียกว่า ความใส่ใจ

ความใส่ใจไม่ใช่ …ความหึงหวง…

หากคนรักของคุณโทรหาคุณทุกคืน
ถามว่ากลับถึงบ้านรึยัง เพียงเพราะเค้า…เป็นห่วง…

ไม่ต้องการให้คุณได้รับอันตรายในยามดึก
ไม่ใช่กลัวว่าคุณจะไปกลับคนอื่น นั่นแหล่ะเรียกว่า…ความใส่ใจ …

ความใส่ใจ ไม่ใช่ ความมีน้ำใจอย่างเดียว
หากแต่มีความถนอมน้ำใจด้วย

หากคนรักของคุณทำอะไรเพื่อคุณซักอย่างด้วยความตั้งใจ
แต่คุณกลับไม่ชอบมัน คิดไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะพูดอะไรออกไป
ใส่ใจความรู้สึกของเค้าด้วย

หากคุณทะเลาะกับคนรัก แต่แล้ววันรุ่งขึ้น คนรักของคุณยังโทรมา
แสดงความเป็นห่วงในเรื่องต่าง ๆ เหมือนทุกๆ วัน
ทั้ง ๆที่ยังไม่หายโกรธ นั่นแหล่ะเรียกว่า…ความใส่ใจ….

หากคนรักของคุณสละเวลาทำบางสิ่ง เอาไว้ทีหลัง
เพียงเพื่อช่วยทำในสิ่งที่คุณขอ… นั่นแหล่ะเรียกว่า …ความใส่ใจ…

หากคุณต้องเดินทางไกล มันจะรู้สึกดีมากๆ ถ้าคนรักของคุณโทรมาถามว่า
ถึงรึยัง ปลอดภัยดีมั้ย เหนื่อยมั้ย

หากคุณต้องปฏิบัติภาระกิจสำคัญ ไม่ว่าเรื่องงานหรือ เรื่องเรียน
มันจะรู้สึกดีมาก ๆ ถ้าคนรักของคุณจำได้ และโทรมาบอกว่า โชคดีนะ

หากคุณต้องขับรถคนเดียว มันจะรู้สึกดีมาก ๆ
ถ้าคนรักของคุณโทรมาบอกว่า ขับรถดี ๆนะ

หากคนรักของคุณป่วยเป็นไข้
ไม่สบาย มันจะรู้สึกดีเอามากๆ
ถ้าคนรักของคุณโทรมาเตือนให้คุณกินยา และพักผ่อนมาก ๆ

ความใส่ใจ กับความเกรงใจคล้ายกัน ในหลาย ๆ ด้าน คุณอาจคิดว่า
ยิ่งคบยิ่งสนิทสนมกันมากเท่าไหร่

ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันให้มากเหมือนคนที่เพิ่งรู้จักกัน
แต่ผมกลับไม่คิดอย่างนั้น
ยิ่งสนิทกันมากเท่าไหร่ ต้องยิ่งเกรงใจซึ่งกันละกัน

สำหรับผู้ที่ได้รับความใส่ใจจากใครซักคนมา
แต่กลับตีค่าความใส่ใจเป็นสิ่งอื่นๆ

ที่เลวร้ายไปกว่านั้น
นั่นอาจ หมายถึงคุณ ไม่เคยใส่ใจ เค้าเหมือนที่ เค้าใส่ใจคุณ

คุณจึงไม่รู้จักความหมายที่แท้จริงของคำว่า….ใส่ใจ
คุณกำลังทำร้ายผู้ให้อย่างที่สุด ละจงรับรู้ไว้เถอะว่า
คุณจึงไม่สมควรได้รับ ความใส่ใจจากเค้าอีกเลย…………..

ความเกรงใจเป็นสิ่งดี และเป็นบ่อเกิดของความสัมพันธ์อันยั่งยืน
คุณเห็นไหมล่ะว่า

ไม่ยากเลยที่จะแสดงความใส่ใจต่อใครซักคน
เพียงแต่วันนี้ คุณใส่ใจคนรักของคุณแล้วหรือยัง ?