สอบเสร็จไปอีกตัว

เฮ้อ! พึ่งสอบเสร็จไปอีกหนึ่งวิชาแล้วล่ะ หลังจากเมื่อวานก็สอบไปหนึ่งตัวเป็น Eng เน่าไปเลยเละเป็นมัมมี่เลยค่ะ ( สอบ seen เรื่องมัมมี่) ไม่เอาๆ อย่าไปพูดถึงอดีตที่ขมขื่นไม่น่าจดจำเลย Y__Y
นี่มานั่งรอเพื่อนสอบอีกห้องนึงวิชาเดียวกัน “MK” ที่ใครๆที่ไม่รู้จักไม่ได้เรียนทางสายบริหารก็จะถามว่า “สุกี้เหรอ?” ทุกทีไปสิน่า -__-” ไม่ใช่ค่ะ ๆไม่ใช่ สุกี้หรอก แต่ว่ามันเป็นวิชาการตลาดของพวกบริหารอย่างเชอร์รี่เนี่ยแหละ ^_^
อ้อ! สำหรับผู้ที่มาอ่านไดอารี่ ขอแนะนำตัวก่อนว่า เชอร์รี่น่ะเป็นสมาชอกในเว็บนี้มาได้ระยะนึงแล้วล่ะ แต่ว่าพึ่งได้มาเขียนไดอารี่ให้คนอื่นๆได้รุถึงชีวิตความเป้นอยู่ และก็เรื่องราวต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นและได้มาละเลงเขียนบรรยายลงในไดอารี่เว็บ Girls ต่อไป ^__^
เชอร์รี่เรียนบริหารอยู่ที่ธรรมศาสตร์นะคะ ปีสองแล้ว (ไม่แก่เท่าไหร่นะ!) กะว่าจะเอกการตลาดซะหน่อย แต่ไม่รู้ว่าจะรอดรึป่าวเนี่ย -__-” หลังจากเรียนมาได้สองปีแล้วพึ่งสอบวิชาเอกไปอีกหนึ่งตัวไม่รู้จะรุ่งในเอกนี้รึป่าวเนี่ย?!? -__-”
เกริ่นให้รู้จักบ้างแล้วสำหรับคนที่รู้จักเชอร์รี่อยู่แล้ว ถ้าอ่านแล้วมันมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับเชอร์รี่มากกว่านี้แล้วไม่ได้พูดถึงก็อย่าเผากันน้าาา ^__’ อิอิ เดี่ยวเขียนไปเรื่อยๆ ลายมันก็ออกเองแหละ :P
ok ok ไดอารี่ค่ะๆ ออกนอกประเด็นไปเยอะและ…. :P
สอบวันนี้วิชานี้ไม่ง่ายเหมือนที่คิดไว้ ไม่ง่ายเหมือนที่เคยได้ยินเพื่อนๆที่เรียนไปก่อนแล้วบอกมาเลยถึงแม้อาจารย์จะบอกว่าเกรดไม่มีทางต่ำกว่า B ก็เถอะ แต่ว่ายังไงเกรดที่ได้คงต้องแกลมาด้วยความสามารถ(อันน้อยนิด)อยู่ดี
ข้อสอบมหาลยหาแบบกากบาทไม่ค่อยได้เลย อาจเรียกได้ว่าไม่ค่อยมีเลยด้วยซ้ำ เขียนบรรยาจนมือหงิกกันไปข้างนึงเลยค่ะ -__-” มีสามข้อให้เลือกทำสองข้อ แต่ว่าดีหกน่อยตรงทีอาจารย์แอบบอกข้อสอบไว้แล้วว่าจะออกเรื่องไหนบ้าง เมื่อคืนเลยทำการท่องๆๆๆ และใช้ไสยศาสตร์ต่างๆ นานา ช่วยให้ได้มาซึ่งความจำในเนื้อหาข้อสอบให้มากที่สุด >________< ฮึ่ม!
… แต่มาคิดๆดูอีกที ถ้าเกิดว่าต้องมี(อีก หรือกลับไปมีอีก) คงทำให้ ต้องมีเรื่องคิดมากอีกเป้นแน่เลย การที่ไม่มีแฟนก็อิสระดีนะ :P อิอิ ไม่ต้องไปกังวลว่าเค้าจะคิดไงถ้าเราทำแบบนี้ ไม่ต้องไปห่วงความรู้สึกคนอื่นเพิ่มอีก ยุ่งๆ แค่ความรู้สึกตัวเองก็วุ่นวายพอแล้ว ^__^
ถึงจะพูดยังงี้ก็เถอะ เวลาที่มีเรื่องอะไรที่ต้องทำให้ย้อนคิดถึงความรูสึก หรือวันเวลาที่ได้อยู่กับเค้าคนนั้น… มันก็ทำให้รู้สึกดีไปอีกแบบนึง เวลาเศร้าๆ คิดขึ้นมาก็ทำให้ยิมได้เหมือนกันนะ ^__^
อ๊ะๆๆ เพื่อนเลิกแล้วๆ ต้องไปแล้วล่ะๆ วันนี้เอาแค่นี้ก่อนแล้วกัน เอาไว้วันหลังมาเขียนใหม่
ภาษาทะอม่งๆ การเรียงคำก็แปลกๆ แบบนี้แลหะค่ะ แบบว่าตื่นเต้นๆ อ่ะ เคยแต่เขียนไดอารี่ไว้อ่านเอง เวลาที่ต้องมาเขียนแล้วรู้ว่ามีคนอื่นอ่านด้วยอ่ะ มันเกรงๆ เพราะบางทีเขียนแล้วเรารู้เรื่องอยู่คนเดียวแล้วมันดูไม่เข้าท่าในไดอารี่ online แบบนี้เลย…
ok คราวหน้ามาแก้ตัว คราวนีขอไปอ่านหนังสือก่อนแล้ว!!!
(12.06)…ตึกคณะบัญชีมธ.รังสิต

สถานบันเทิงยามค่ำคืน…เหมือนบ้านที่ขาดความอบอุ่น

สถานบันเทิงยามค่ำคืน…เหมือนบ้าน…ที่ขาดความอบอุ่น

เพราะที่นั่น…ไม่มีพ่อแม่ ไม่มีพี่น้องอยู่ที่นั่น
เพราะที่นั่น…มีเรื่องเดือดร้อนก็ไม่มีใครช่วยใคร
เพราะที่นั่น…ไม่มีคำปรึกษาใดๆให้คนที่มีปัญหา
เพราะที่นั่น…เกิดอะไรขึ้น…ต่างคนต่างวิ่งหนี
เพราะที่นั่น…ไม่เคยให้เรากินฟรี… ไม่ยอมให้เรานอน
เพราะที่นั่น…รักษาเรา…ด้วยยาที่ไม่มีขายในโรงพยาบาล
เพราะที่นั่น…ไม่เคยตักเตือนเรา…มีแต่จะเชียร์เรา
เพราะที่นั่น…ไม่เคยสนใจว่าเราจะเป็นตายร้ายดียังไงในตอนกลางวัน

แล้วทำไม???… เราถึงเลือกเดินไปทางนั้น… มากกว่าทางเดินกลับบ้าน

ความห่างไกล…เอาไว้วัดปริมาณความผูกพัน

ความห่างไกล…เอาไว้วัดปริมาณความผูกพัน
มีคนบอกว่า… ฟ้าดินลงโทษเขาให้ห่างไกลกับคนรัก
ฉันกลับคิดว่า…ฟ้าดินกำลังสงสัยคู่นี้ว่า
…เขารักกันจริงหรือป่าวต่างหาก…
เลยทดสอบโดยแยกคนนึงไปทาง…อีกคนไปทาง
คงมีใครบางคนมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ
ถ้าเราคิดว่ามันเป็นการทดสอบว่าเราเลือกถูกคนรึป่าว
ความห่างไกล…จะเป็นตัววัดปริมาณความผูกพันที่เรามีต่อกัน
ถ้าเรายังรู้สึกเหมือนเดิม…แถมยังเพิ่มความห่วงใย…ความคิดถึง…
นั่นคือเรามีความรักที่แท้จริงให้เค้า…เราสอบผ่าน…
แต่ถ้าเขาเปลี่ยนแปลงไป…แรกๆ ก็ติดต่อกันถี่หน่อย…หลังๆเริ่มห่างหาย…
เค้าสอบตก…ก็ในเมื่อปริมาณความผูกพันของเค้ามันมีไม่เพียงพอ
เราน่าจะภูมิใจในตัวเอง…ที่เราได้เลื่อนชั้นขึ้นไป…แม้มีใครจะสอบตก
ถ้าเค้าอยากจะขึ้นมาอยู่ข้างเรา…
เค้าต้องเร่งให้สอบผ่านบททดสอบนี้…
แล้วก้าวขึ้นมาอยู่ข้างเราเอง…
ถ้าเค้าไม่ผ่าน…ก็ถือว่าเป็นบุญ…
…ที่ฟ้าดินได้คัดคนโง่… ออกไปจากเราแล้ว…

ทำไมลูกจึงมาทอดกายให้ชายชม

เกิดเป็นคนกว่าจะรอดปากเหยี่ยวปากกามาได้นี่ก็ไม่ธรรมดานะ
วันนี้ผมไปกล่าวคำอำลาในงานเลี้ยงส่งผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ตอนนี้
เลยโดน จอนนี่ว็อคเกอร์ 12 ปี ที่ล่อเข้าไปค่อนขวดหัวสมองเลย
นึกถึงเรื่องเก่า ๆ อยากจะเล่าให้ฟัง ก็ไม่พ้นเรื่องใต้สดือล่ะครับ
แต่จะแฝงด้วย สาระไว้บ้าง ตามสไตล์คนเที่ยวไปทั่ง ร้อยเอ็ด
เจ็ดย่านน้ำเพื่อไม่เป็นการเสียเวลามาอ่านกันดู
ผมทำงานต่างจังหวัดมา 3 ปี ต้องอยู่หอพัก จันทร์ถึงศุกร์
หอพักผมใกล้มหาวิทยาลัย แห่งหนึ่ง พวกนักศึกษามหาลัยนี้ ที่อยู่หอเดียวกับผม มันจับคู่อยู่กัน แบบสามี ภรรยา หลายคู่ผมอยู่หอนี้ มา 2 ปี 8 เดือน เห็นบางคู่ เลิกกันแล้วก็หาคู่ใหม่ เหมือนกระต่าย เหมือนหนู

มีเหตุการณ์หนึ่งผมยังจำได้ดี และฝังใจมากระทั่งบัดนี้
คืนนั้น เวลาประมาณเที่ยงคืน ผมกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ โดยเปิดประตู ห้องไว้ เพื่อให้ลมพัดผ่าน จึงได้เห็นเหตุการณ์น่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง ห้องตรงข้ามผม เป็นห้องหนึ่งที่มีนักศีกษาปี 2 ที่อยู่กินกัน แบบผัวเมีย คู่หนึ่งอาศัยอยู่ ผู้หญิงเป็นคนหน้าตาดี ผิวขาว สวย ผมยาว เป็นธรรมดาที่ผมจะต้องมองคนสวย เพราะถึงจะอยู่กับเพื่อนร่วมที่ทำงานจบที่เดียวกั น ผู้ชายเหมือนกัน จิตใจก็ไม่เคยคิดจะชอบไม้ป่าเดียวกัน

เที่ยงคืน วันนั้น พ่อแม่ ของหล่อน (เด็กผู้หญิงตรงข้ามห้องผมคนนั้น) คิดอย่างไรไม่รู้มาเยี่ยมลูก สาวตอนเที่ยงคืนแกหอบของกิน ของใช้มาเพียบ ตามประสาพ่อแม่ที่รักลูกสาวปานดวงใจ แม่ของเธอเป็นฝ่ายกดกริ่งหน้าประตู ขณะที่พ่อเธอถือของอยู่เคียงข้างโดยหันหลังมาให้ผม

ใครวะ ไอ้เหี้ย ดังออกมาจากห้อง ในขณะที่มีแสงไฟเปิดขึ้น โดยเห็นจากกระจกฝ้าที่อยู่เหนือประตู ผู้ชายนุ่งเช็ดตัวเดินงัวเงียออกมาจากห้อง ออกมาเปิดประตู โดยมีน้องคนสวยลูกสาวที่พ่อแม่ตั้งใจมาหา เดินตามหลังมาด้วยความตกใจในสายตาผม ไม่แปลก เพราะผมเห็นคู่นี้ เค้ามีอะไรกัน มาหลายเดือนแล้ว บางคืนที่เงียบสงัด
จะได้ยินเตียงไม้ลั่น เอี๊ยดอ๊าด เป็นจังหวะ น่ารำคาญจนต้องเอาearplug ที่ลดเสียงได้ 29 dB มาอุดหุอยู่บ่อยครั้ง

แต่ในสายตาพ่อแม่เธอ มันคงเป็นสุดยอดของความประหลาดใจ ยิ่งไปกว่า การมาหาลูก สาวอย่างไม่บอกกล่าว เป็นสิบเป็นร้อยเท่า
ลูกสาวที่พ่อแม่ รู้เพียงว่า เช่าอยู่กับเพื่อนสาว 2 คน กับมานอนกับไอ้หนุ่มที่ต้อนรับเขาทั้งสอง ด้วยคำอันหยาบคาย อมวัดทั้งวัดมาพูด ก็ไม่น่าเชื่อว่า แค่มาติวตำรา ไอ้หนุ่มปากไวกว่าความคิดมันคงคาดไม่ถึงว่า บุพการี ของเมียมันจะแอบมาทำความ ประหลาดใจให้มันกลางคืนสงัด ขณะที่มันกำลังกอดกกเมียรักที่ถูกต้องตามพฤตินัย โดยไม่
ต้องมีนิตินัย และจารีตประเพณีให้มากความ เวลาเช่า ชายอยู่ด้วยกัน 2 คน หญิงอยู่ด้วยกัน 2 คน แต่ อยู่จริง มันอยู่แบบ ชาย หญิง 2 คู่

แม่ของน้องคนนั้น ร้องไห้ พร้อมกับ พูดว่า “ลูกแม่ ทำไมถึงทำอย่างนี้” ทำไมถึงทำอย่างนี้อยู่ไม่ขาดปาก (ทำให้แม่ ถึงน้ำตาตกนี่ อานิสงส์แรงนะครับ ถ้าพื้นกรรมเก่า ไม่ดีจริง มักจะเห็นผลทันตา)
ในขณะที่พ่อทิ้งของกินทั้งหมดลงกับพื้น แล้วเดินออกไปตรงบันได
คงอึ้ง พูดไม่ออก กับการกระทำของลูกสาวสุดที่รัก ที่อุตส่าห์ ฟูมฟักทะนุถนอม ปานแก้วตา ดวงใจ มาบัดนี้ ลูกสาวก็หาลูกเขยที่ถูกต้องตามพฤตินัย มาสร้างความประหลาดใจแก่พ่อแม่แบบไม่
ต้องตั้งตัว ลูกสาวที่รักของแม่ที่แม่อุตสาห์ป้อนข้าว น้ำ เลี้ยงดู ส่งไปโรงเรียน พาไปหาหมอ คอยเป็นห่วง สารพัดจะห่วง เดินทางไกลข้ามจังหวัดมาเยี่ยมก็สู้อุตส่าห์ กลัวว่า ลูกจะอด จะไม่อิ่ม จะไม่มี
ของกินถูกปาก แต่ทำไม ลูกจึงมาทอดกายให้ชายเขาชมเยี่ยงนี้

เรื่องราวในคืนนั้นจบลง อย่างไรไม่รู้ ไอ้หนุ่มมันก็กลับห้องมันไป และดูเหมือนจะไม่มาหาราว อาทิตย์กว่าพอเรื่องเงียบ มันก็ย้ายของมาอยู่ด้วยกันอีก
แล้ววันหนึ่ง ผมก็เห็นน้องคนนั้น ร้องไห้ อยู่หน้าประตูลิฟท์ หลังจาก มีปากเสียงกับแฟนมัน ใช่ครับ ผู้ชายไปมีคนใหม่ เพราะคงเบื่อในรสชาติสาบสวาท ที่ฝ่ายหญิงปรนเปรอ จนไม่มีอะไรจูงใจให้มันสนใจอีก

ผมสงสารครับ สงสารที่เห็นน้ำตาหญิง แต่คนที่ผมสงสารกลับเป็นพ่อแม่ของเธอ เรื่องราวของ เธอยังไม่จบ แต่ผมไม่อยากจะเล่าต่อ

Continue reading