เรื่องราวของความรัก

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเกาะแห่งหนึ่งซึ่งรวบรวมความรู้สึกทั้งหมดอาศัยอยู่ด้วยกัน
ความสุข ความเศร้า ความรู้ และอื่นๆรวมทั้งความรัก
วันหนึ่ง มีประกาศไปยังความรู้สึกทั้งหมดว่าเกาะกำลังจะจม
ดังนั้น ทั้งหมดจึงได้เตรียมเรือเพื่อที่จะหนีออกจากเกาะ
ความรักเท่านั้นที่ตัดสินใจอยู่บนเกาะ ความรักต้องการที่จะอยู่จนกระทั่งวินาทีสุดท้าย
เมื่อเกาะเกือบจะจมแล้ว ความรักจึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือ…

ความรวยแล่นเรือผ่าน ความรวยตอบว่า
ไม่ได้หรอก. ฉันรับเธอไม่ได้ เพราะเรือฉันน่ะเต็มไปด้วยทองและเงินแล้ว มันไม่มีที่ให้คุณ

ความรักตัดสินใจจะถามความเห็นแก่ตัวซึ่งผ่านมาเหมือนกันด้วย
เรือลำงาม ความเห็นแก่ตัว ช่วยฉันด้วย
ฉันช่วยคุณไม่ได้หรอก ความรัก คุณน่ะทั้งเปียกอาจจะทำให้เรือฉันเปียกด้วย

ความเศร้าได้พายเรือใกล้เข้ามาความรักก็ได้เอ่ยขอความช่วยเหลืออีก
ความเศร้าอนุญาตให้ฉันขึ้นเรือคุณนะ
โอ้ความรัก ฉันกำลังเศร้ามากเลยฉันต้องการอยู่คนเดียวขอโทษนะ

ความสุขได้ผ่านความรักไปเหมือนกัน แต่เขาไม่ได้ยินแม้เสียงร้องเรียกขอความช่วยเหลือของความรักเพราะมัวแต่กำลังสุข
ทันใดนั้น มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
มานี่ความรัก ฉันจะรับคุณไปเอง

เสียงนั้นเป็นของคนแก่คนหนึ่ง ความรักรู้สึกขอบคุณและดีใจเป็นอย่างมาก จนลืมถามชื่อว่าใครคือผู้ใจดีผู้นั้น
เมื่อพวกเขามาถึงแผ่นดินที่แห้ง คนแก่ก็จากไปตามทางของเขา ความรักนึกขึ้นมาได้ว่าลืมถามชื่อชายแก่คนนั้น
ความรักจึงถามความรู้ และคนแก่คนอื่น ๆ ….

ใครเหรอที่เป็นคนช่วยฉัน
ความรู้ตอบอย่างภาคภูมิใจในความรอบรู้ของตนเองว่า เวลา
ความรักถามต่อว่า แต่ ทำไมเวลาถึงช่วยฉันล่ะ
ความรู้ยิ้มในความรอบรู้ของตัวเองแล้วตอบความรักว่า ก็เพราะว่า เพียงเวลาเท่านั้น ที่เข้าใจว่า…..ความรักยิ่งใหญ่แค่ไหน…

มีสิ่งหนึ่งที่เราอาจลืมเลือนไป ถ้าหากจะไม่กล่าวถึงเสียเลย
ขณะที่ความรักกำลังมองหาคนช่วยออกจากเกาะ ความรักคงยุ่งอยู่กับการมองหาผู้อื่น..
จนลืมมองมาที่ความเป็นเพื่อน…ซึ่งเลือกที่จะอยู่เคียงข้างความรักตั้งแต่แรกแล้ว
เพราะความเคยชินจึงทำให้ความรักมองไม่เห็นความสำคัญของความเป็นเพื่อน…

ในขณะที่ความรักจากไปพร้อมกับเวลา ความเป็นเพื่อนรู้สึกดีใจมากที่ความรักปลอดภัย
และแม้จะต้องห่างกัน แต่ความเป็นเพื่อนกลับรู้สึกเป็นสุขเพราะความเป็นเพื่อน ถึงแม้เกาะนี้จะจมลงไปชั่วนิรันดร์
แต่…ความเป็นเพื่อนจะยังเป็นอมตะในใจของความรักตลอดไป
แม้จะไม่ยิ่งใหญ่ แต่จะคงอยู่เคียงข้างความรักเสมอ

ความเป็นเพื่อนรู้ดีว่าตน…ไม่จากไปเหมือนกาลเวลา
ความเป็นเพื่อนรู้ดีว่าตน…ไม่รังเกียจกันเหมือนความเห็นแก่ตัว
ความเป็นเพื่อนรู้ดีว่าตน…ไม่แบ่งชั้นกันเหมือนความรวย
ความเป็นเพื่อนรู้ดีว่าตน…ไม่อ้างว้างเหมือนความเศร้า
และความเป็นเพื่อนรู้ดีว่าตน…ไม่เปลี่ยนแปลงเหมือนความสุข
ทั้งนี้ก็เพราะ… ความเป็นเพื่อนจะอยู่ในใจตลอดไป

รัก

คำว่า “รัก” มีอะไรมากมายซุกซ่อนอยู่ในนั้น อาจจะหวานชื่น ขมขื่น หรืออะไรอื่นอีกหลากหลาย ที่จะทำให้คนรู้จัก “รัก” ได้สัมผัสและรู้สึกถึง….

ความรักเริ่มจากความคิด
เพราะความคิดเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก บางที.. ความรักอาจทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงความคิดไปจากเดิม อาจทำให้คนเราต้องปรับปรุงในสิ่งที่เคยทำ เพียงเพื่อให้เข้ากับใครอีกคน

ความรักทำให้เกิดความเคารพ ศรัทธา
คุณจะไม่สามารถรักใครได้ ถ้าไม่รู้สึกเชื่อมั่นเสียก่อน และคนแรกที่คุณต้องศรัทธาเชื่อมั่น ก็คือตัวเอง

ความรักคือการให้ ถ้าคุณต้องการที่จะได้ความรัก
สิ่งที่คุณต้องทำก็คือการให้ ยิ่งให้.. คุณก็จะยิ่งได้รับสูตรลับของความสุขและทำให้มิตรภาพยืนยาวที่คุณควรจะจำเอาไว้เสมอก็คือ อย่าถามว่าคนอื่นให้อะไรคุณบ้าง แต่ให้ถามว่าคุณทำอะไรให้คนอื่นบ้างจะดีกว่า

ในความรักมีมิตรภาพซ่อนอยู่
อยากได้รักแท้ ก็ต้องหาเพื่อนแท้ให้ได้เสียก่อน การจะรักกันได้ไม่ใช่แค่มองตา แต่อยู่ที่ว่า.. ต่างคนต่างมีอะไรที่ตรงกันหรือเปล่าหากจะรักใครอย่างจริงใจ คุณควรจะรักในสิ่งที่เขาเป็น ไม่ใช่แค่ภาพที่คุณเห็น มิตรภาพก็เหมือนกับปุ๋ยที่ช่วยทำให้ความรักเบ่งบานเติบโตทุก ๆ วันนั่นเอง

การสัมผัส ช่วยสานต่อความรักให้ดีขึ้น
เคยรู้สึกดีใช่มั้ยเวลาที่มีใครโอบไหล่หรือกอดคุณ? การสัมผัส จึงเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งที่มีพลัง และช่วยทลายกำแพงแห่งความชิงชังไม่เข้าใจได้อีกด้วย น่าแปลกที่การสัมผัสสามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์ และท่าทีที่แข็งกร้าวให้เบาบางลงได้

อยากรักต้องรู้จักปลดปล่อย
ถ้าคุณรักใครจงปล่อยให้เขาเป็นอิสระบ้างเพราะคุณเองคงรู้สึกอึดอัด ถ้ามีใครมาล่ามโซ่คุณ ดังนั้น.. จงเรียนรู้ที่จะให้อภัยและลืมอดีตที่ไม่ดี เรียนรู้ที่จะปลดปล่อยความกลัวภายในใจเรียนรู้ที่จะยุติธรรมและลดทิฐิ รวมถึงเงื่อนไขต่าง ๆ ลงบ้าง

ลองบอกตัวเองว่า.. นับแต่นี้ คุณจะทิ้งความกลัวทั้งหมด แล้วอดีตจะไม่มีผลอะไรต่อตัวคุณได้.. นับจากวันนี้ไป คุณก็จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที

ชีวิตจะเปลี่ยนไป
เมื่อเราเรียนรู้ที่จะเปิดใจให้กว้างและซื่อสัตย์ต่อกัน รวมถึง คุยกับคนรักอย่างเปิดเผย และกล้าที่จะพูดถ้อยคำวิเศษว่า “ฉันรักเธอ” โดยไม่ปล่อยให้โอกาสดี ๆ หลุดลอยไป คุณควรจะบอกรักก่อนจากกันทุกครั้งเสมอ เพราะบางที นั่นอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะพบกัน!
แก่นแท้ของความรัก คือการไว้ใจกัน
ถ้าคุณไม่เชื่อใจกัน ใครคนหนึ่งจะรู้สึกระแวง กังวล และหวาดหวั่น ขณะที่อีกคนรู้สึกอึดอัดใจ ที่สำคัญ.. คุณไม่อาจรักใครจริง ๆ ได้ ถ้าคุณไม่ไว้ใจเขาคนนั้นอย่างแท้จริง

10 นิสัยที่ไม่ควรเอามาใช้กับคนรัก

ได้ fw มาค่ะ
คนเราตอนรักกันใหม่ๆ อะไรๆ ก็ดีไปเสียหมด อย่างคำที่ว่า
ยามรัก น้ำต้มผักก็ว่าหวาน แต่เมื่ออยู่กันไปนานๆ
ความเป็นตัวของตัวเอง กับความเคยชิน ก็เลยทำอะไรบางอย่าง
ซึ่งอีกฝ่ายหนึ่งอาจจะรับไม่ได้ จนถึงขั้นต้องบอกเลิกรากันไป

1. เอาแต่ใจตัวเอง
เป็นเรื่องธรรมดามาก ที่ทุกคนต้องเอาแต่ใจตัวเองกันอยู่แล้ว
เพียงแต่ว่าใครจะเอาใจตัวเองมาก หรือน้อยเท่านั้นเองค่ะ
บางคนคิดว่าเป็นคนเอาแต่ใจตัวเองน้อยแต่ความจริงแล้วมากเนี่ย
ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เลย

2. ทำตัวเป็นเจ้าของมากเกินไป
การที่คุณแสดงตัวให้ใครต่อใครได้รู้ว่าคุณกับเขาเป็นแฟนกันเนี่ย
ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพียงแต่บางครั้งคุณอาจแสดงความเป็นเจ้าของเขา
ในลักษณะที่เป็นเงาตามตัวกันเลย เช่น ไปไหนไปด้วย
ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ โดยไม่ให้เขามีเวลาส่วนตัวแม้แต่นิดเดียว
ก็อาจเป็นปัญหาได้เหมือนกัน

3. หึงแบบไร้ขีดจำกัด
คงจะห้ามกันได้ยาก เรื่องความหึงเนี่ย แต่ต้องมีลิมิตกันบ้างนะคะ
ไม่ใช่ว่าเพื่อนคุยด้วยก็ยังหน้ามืดตามัว หึงขนาดนั้น คงจะไม่ไหว
บางคนเข้าขั้นโทรเช็คตลอดเวลา อันนี้น่าเป็นห่วงมากค่ะ

4. บอกเลิกทุกครั้งที่ทะเลาะ
ส่วนใหญ่จะเกิดจากฝ่ายหญิงซะมากกว่า
จริงๆ แล้วก็พูดแค่อยากให้เขามาง้อเท่านั้น
ซึ่งวิธีนี้จะใช้ได้ผลในช่วงแรกเท่านั้นค่ะ แต่หลังๆ ล่ะก็
เอ้า.. อยากเลิกดีนัก เลิกเลยดีกว่า
น้ำตาเช็ดหัวเข่าค่ะ

5. ไปเจ๊าะแจ๊ะกับคนอื่น
ถือได้ว่าคุณไม่ได้ให้เกียรติคนที่คุณรักเลย
ซึ่งทุกคนก็ย่อมหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเอง
บางครั้งอาจทำเพื่อให้อีกฝ่ายหึงเล่นๆ
เป็นการคอนเฟิร์มว่าคุณเองก็มีค่าสำหรับพวกเขา
แต่ต้องระวังนะคะ
เพราะมองอีกมุม คือคุณไม่แคร์
ความรู้สึกของเขาเลย และถ้าเป็นอย่างนั้น
ก็ไม่รู้จะอยู่ด้วยกันไปทำไม

6. เชื่อเพื่อนมากเกินไป
บางครั้งเพื่อนก็ไม่อยากให้คุณมีแฟน ซึ่งก็โทษไม่ได้อีกนั่นแหล่ะค่ะ
เพราะจากที่เคยเจอกัน ทานข้าวด้วยกันทุกวัน
ก็กลับกลายเป็นว่าคุณไปตัวติดกับแฟนแทน

7. โกรธแล้วไม่พูดด้วย
เป็นสาเหตุที่ทำให้คู่รักเลิกรากันมากที่สุดเลยก็ว่าได้
อาการแบบนี้จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า
หรือบางทีเรื่องที่โกรธอาจมาจากความเข้าใจผิด แล้วไม่พูดกัน
ก็ไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้

8. นัดแล้วไม่เป็นนัด
การเลื่อนนัด ประเภท เลื่อนแล้วเลื่อนอีก
หรือว่ามาเลทแบบ นัดเช้ามาบ่าย
นัดบ่ายมาเย็น อาการแบบนี้เนี่ย
บางคนเขารอบ่อยๆ รอไปรอมา เลิกรอตลอดไปเลยก็มีนะคะ

9. พูดจาข่มกันต่อหน้าคนอื่น
อาจจะเพียงแค่อำกันเล่น แต่บางคนอำกันแรงเกินไป
อาจจะเกิดการทะเลาะกันได้
ซึ่งเป็นสาเหตุเล็กๆ ที่จะนำไปสู่ความบานปลายได้ค่ะ

10. โกหก
บางคนโกหกเป็นนิสัย ทั้งที่บางทีไม่ได้ตั้งใจ
แต่ถ้าอีกฝ่ายเข้าใจก็คงไม่เป็นไร แต่ขอบอกว่าเรื่องอย่างนี้
น้อยคนนัก ถึงจะยอมเข้าใจค่ะ