เพราะเราไม่ไร้สาระ
This user hasn't shared any biographical information
Posts by
กลัว
Nov 29th, 2009
สิ่งที่กลัวที่สุดตอนนี้คือ.. …
…………………………… ” กลัวเธอหนีฉันไป “……………………………..
ถึงแม้ฉันจะทำใจแข็งและอดทนที่จะไม่โทรหาเธอ… …
แต่ฉันก็คิดนะว่า… ..การที่ทำแบบนี้มันเหมือนเป็นการเปิดช่องว่าง
และหนทางให้เธอหนีฉันไปรึเปล่า
.. …ถ้าเธอจะทำอย่างนั้น ฉันขอร้องเถอะนะ
อย่าเลย! มันทรมานฉันเกินไป
ขอให้เธอลองใช้เวลาที่อยู่ลำพัง… .ไม่มีฉัน
พักผ่อนให้หายเหนื่อย… . ..และลองทบทวนดูอีกครั้งเถอะนะ
ว่าฉันผิดอะไร…. . . …. .. … …. … . . ………
ที่สำคัญเธอรู้ไว้ด้วยว่า… ..ถ้าจะให้ฉันต้องขาดเธอไป
เธอก็ควรมาฆ่ากันให้ตายเสียดีกว่าที่จะทิ้งฉันไว้… ….
….ให้ตายทั้งเป็น
ก.อุตฯ ผนึกญี่ปุ่นผุดศูนย์
Nov 18th, 2008
ก.อุตฯ ผนึกญี่ปุ่นผุดศูนย์วิจัย TSNC
ยกระดับชิ้นส่วนอุตสาหกรรมไทยสู่มาตรฐานโลก
กระทรวงอุตสาหกรรม จับมือ KOBELCO สถาบันวิจัยฯ ชื่อดังประเทศญี่ปุ่น ร่วมจัดตั้ง ศูนย์เครือข่ายบริการทดสอบ วิเคราะห์ วิจัยด้านอุตสาหกรรม ภายใต้ชื่อ TSNC ดึง 9 สถาบันเครือข่ายนำร่อง รองรับผลการทดสอบวิจัยชิ้นส่วนภาคอุตสาหกรรม ด้าน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตฯ มั่นใจยกระดับมาตรฐานสินค้าไทยสู่สากล และช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการ ขณะที่ผู้บริหาร KOBELCO เชื่อศักยภาพเมืองไทย เล็งปั้นบุคลากรรองรับเทคโนโลยีขั้นสูง หวังดึงเม็ดเงินกลับสู่ประเทศในอนาคต
นายปราโมทย์ วิทยาสุข อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จากการผลิตของภาคอุตสาหกรรมในเมืองไทยที่ผ่านมา ได้มีอัตราการเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศได้อย่างมหาศาล ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรม จึงมีแนวคิดก่อตั้งศูนย์การวิจัยและทดสอบตามมาตรฐาน สากลขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาศูนย์ทดสอบในต่างประเทศ โดยร่วมกับสถาบันวิจัย KOBELCO แห่งประเทศญี่ปุ่น จัดตั้งโครงการ ศูนย์เครือข่ายบริการทดสอบ วิเคราะห์ วิจัยด้านอุตสาหกรรม หรือ Technical Service Network Center (TSNC) ขึ้น ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่สำนักพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน ถนนพระรามที่ 4 กล้วยน้ำไท
ในเบื้องต้น ศูนย์ TSNC จะมีหน้าที่จัดส่งผลิตภัณฑ์ไปทดสอบยังศูนย์เครือข่าย 9 สถาบันที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย สถาบันยานยนต์ (TAI) สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย (ISIT) สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (EEI) สถาบันอาหาร (NFI) สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (THTI) สถาบันไทย-เยอรมัน (TGI) สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI) สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ (TPI) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (OSMEP) โดยสถาบันที่เข้าร่วมโครงการมีศูนย์เครือข่ายแต่ละแห่งนั้นจะมีห้องทดสอบหรือห้องแลป (Lab)อยู่แล้ว ในขณะที่สถาบันวิจัย KOBELCO จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการทดสอบสินค้าและการวิจัยในด้านต่างๆ เข้าไปให้ความรู้ และฝึกอบรมแก่เจ้าหน้าที่ของศูนย์เครือข่าย เพื่อให้การทดสอบ และวิจัยนั้นๆ ได้มาตรฐานเดียวกันกับ KOBELCO แห่งประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง
ปัจจุบันในบ้านเรา มีห้องแลปหรือห้องทดสอบตามสถาบันอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งของรัฐฯและเอกชน และที่ผ่านมาเราไม่ได้ใช้อย่างเต็มศักยภาพ ในการตั้งศูนย์ TSNC ขึ้นมา จะเป็นตัวกลางประสานความต้องการของลูกค้าในภาคการผลิต ที่ต้องการตรวจสอบมาตรฐานของสินค้าและสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมของเมืองไทย เพราะด้วยชื่อเสียงของ KOBELCO ในระดับโลก จะทำให้สินค้าที่ผ่านการทดสอบจากเรา เป็นที่ยอมรับในเวทีการค้าโลก และในอนาคตจะพัฒนาศูนย์แห่งนี้ และเพิ่มขีดความสามารถให้กับบุคลากรให้เป็น National Lab ต่อไป
อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ยังได้กล่าวอีกว่า การเข้ามาลงทุนในไทยของ KOBELCO ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะปัจจุบันโรงงานในไทยส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น และต่อไปกลุ่มผู้ผลิตสินค้าเหล่านี้ ก็ไม่จำเป็นต้องนำสินค้าที่ผลิตไปทดสอบยังต่างประเทศ แต่สามารถนำมาทดสอบที่ศูนย์นี้ได้เลย ซึ่งนอกจากผู้ประกอบการจะลดต้นทุนแล้ว ตัวศูนย์เครือข่ายก็จะมีรายได้ในการใช้ห้องทดสอบที่มีอยู่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งก็จะทำให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ หรือที่เราเรียกว่า Win-Win นั่นเอง
ด้าน มร.ฮิโรยูกิ มัทสุยาม่า ผู้จัดการทั่วไป แผนกวิจัยและทดสอบ สถาบันวิจัย KOBELCO RESEARCH INSTITUTE, INC. เปิดเผยถึงความร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม ในการจัดตั้งศูนย์ TSNC ว่า ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นได้ขยายฐานการผลิตมาในประเทศไทยค่อนข้างมาก ซึ่งเมื่อบริษัทฯ เหล่านี้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมขึ้นมา ก็ต้องส่งกลับไปวิจัยและทดสอบที่ประเทศแม่ เพราะงานบางชิ้นนั้น มีความยากเกินกว่าที่หน่วยงานในเมืองไทยจะทดสอบหรือวิจัยได้ และด้วยเหตุผลนี้เอง KOBELCO จึงได้ร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม จัดตั้งศูนย์ TSNC ขึ้น โดยเล็งเห็นถึงการขยายฐานลูกค้าในเมืองไทย รวมทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม ต่างก็มีบุคคลากร และหน่วยงานที่มีความสามารถทางด้านนี้ด้วยเช่นกัน
เราจะจัดส่งผู้เชี่ยวชาญ ชำนาญการจากสถาบันวิจัย KOBELCO แห่งประเทศญี่ปุ่นเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถบุคลากรของศูนย์ และสถาบันภายใต้เครือข่าย จากนั้นจึงส่งบุคลากรไปฝึกอบรม เน้นการใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้องในประเทศญี่ปุ่นต่อไป ทั้งนี้ การพัฒนาบุคลากรของศูนย์เครือข่ายให้มีประสิทธิภาพสูง และรวดเร็วเท่าไร ก็จะสามารถรองรับตลาดด้านบริการทดสอบในภาคอุตสาหกรรมที่เม็ดเงินรั่วไหลออกสู่ต่างประเทศ ให้กลับมาเป็นตลาดของภายในประเทศได้ในไม่ช้านี้ และนี่คือสิ่งที่สถาบัน KOBELCO คาดหวังและเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการ ภายใต้งานบริการที่มีมาตรฐาน ISO 17025 เป็นบริการที่รวดเร็ว ตรงตามกำหนด และมีราคาที่ประหยัดกว่า โดยตั้งเป้าภายใน 3 -5 ปี น่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมในที่สุด นอกจากนี้เรายังต้องการสร้างให้ศูนย์นี้ เป็น Solution Provider คือนอกจากจะทดสอบ วิจัยสินค้าแล้ว เรายังแนะนำการแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มคุณภาพ และมาตรฐานในภาคอุตสาหกรรมให้กับลูกค้าได้ ซึ่งต่างจากหน่วยงานอื่นๆ ที่มีการบริการทดสอบเพียงอย่างเดียว มร.ฮิโรยูกิ มัทสุยาม่า กล่าว
สำหรับ KOBELCO เป็นบริษัท Top 10 ใน 600 กว่าบริษัท ที่ให้การบริการด้านการวิจัย ทดสอบ ตรวจสอบทางภาคอุตสาหกรรมในญี่ปุ่น ซึ่ง KOBELCO มีประสบการณ์การทำงานวิจัย ทดสอบ ตรวจสอบ และความเชี่ยวชาญ ชำนาญในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น Engineering, สิ่งแวดล้อม, เคมี และ ไฟฟ้า เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นหน่วยงาน ภายใต้ KOBE Steel ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ของญี่ปุ่น ซึ่งมีความชำนาญในด้านวัตถุดิบเป็นอย่างมาก
กลยุทธ์การวางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
Mar 5th, 2008
ถ้าผู้มีหน้าที่เสียภาษีศึกษาถึงระเบียนข้อบังคับในการปฏิบัติ และทางเลือกต่างๆ ของกฎหมายภาษีอากร ก็จะสามารถวางแผนการเสียภาษีได้อย่างถูกต้อง และยังช่วยประหยัดเงินค่าภาษีที่ต้องจ่ายได้อีก โดยสิ่งที่ต้องตระหนักก่อนวางแผนภาษีคือ ศึกษากฎหมายภาษีอากรทุกมาตรา ติดตามการเปล่ยนแปลงของกฎหมายและข้อเท็จจริงอยู่เสมอ อย่าตามอย่างคนอื่นโดยไม่ศึกษาก่อน และสุดท้ายคือระลึกไว้เสมอว่า การวางแผนภาษีมีข้อจำกัด
การวางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถทำได้หลายวิธีดังนี้
1. การเลือกหน่วยภาษี เช่น บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล เป็นต้น แต่ละหน่วยภาษีมีความสามารถในการหัดลดหย่อนแตกต่างกัน ดังนั้นถ้าผู้เสียภาษีสามารถแยกหน่วยภีออกเป็นหลายๆ หน่วยเงินได้สุทธิก็แยกออกเป็นหลายจำนวน แต่ละหน่วยจะเสียภาษีในอัตราไม่สูงก็จะสามารถประหยัดเงินภาษีลงได้
เช่น นาย ก เป็นพนักงานบริษัทมีเงินได้ในปีที่ผ่านมา 300,000 บาท และนาย ก ยังเป็นเจ้าของร้านขายของชำด้วยซึ่งมีรายได้ในปีที่ผ่านมาอีก 200,000 บาท ถ้าไม่แยกหน่วยภาษีนาย ก ต้องนำเงินได้รวมทั้งสิ้น 500,000 บาท เสียภาษีโดยได้หักค่าลดหย่อน แต่ถ้าแยกหน่วยภาษีออกมาโดยร้านขายของชำจัดตั้งในรูปของคณะบุคคล หรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล รายได้ของแต่ะหน่วยภาษีนี้แยกจากกัน สามารถหักลดหย่อนของแต่ละหน่วยภาษีได้
การแยกหน่วยภาษีจะช่วยให้เสียภาษีน้อยลง อย่างไรก็ตามในบางกรณีแม้ว่าจะเป็นภีเพียงหน่วยเดียว แต่เลือกใช้วิธียื่นภาษีต่างกันก็ทำให้จำนวนภาษีที่ชำระต่างกันด้วย เช่นกรณีของสามีภรรยาใช้วิธีแยกยื่นหรือรวมยื่น เป็นต้น
2. การเลือกปีภาษี เนื่องจากตามประมวลรัษฎากรถือเอาเกณฑ์เงินสดเป็นเกณฑ์ในการเสียภาษีเงินได้ กล่าวคือ ได้รับภาษีเงินได้ในปีใดก็เอาเงินได้ที่ได้รับมาเสียภาษีในปีนั้น ดังนั้นหากสามารถยืดเวลาการรับเงินได้ที่จะพึงได้รับออกไป โดยเลื่อนไปรับในปีภาษีถัดไปก็สามารถลดภาระภาษีลงได้
3. การเลือกประเภทของเงินได้ เงินแต่ละประเภทมีการหักค่าใช้จ่ายไม่เท่ากัน เช่น เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานก็หักค่าใช้จ่ายได้ลักษณะหนึ่ง หรือเงินได้จากวิชาชีพอิสระ อันได้แก่ วิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลป วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี และปราณีตศิลปกรรม มีการหักค่าใช้จ่ายได้อีกลักษณะหนึ่ง
4. การเลือกใช้ประโยชน์จากข้อยกเว้นที่กฎหมายยอมให้ ในมาตรา 42 แห่ง ประมวลรัษฎากรได้ระบุเงินได้บางประเภทที่ได้รับการยกเว้น เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยง หรือค่าพาหนะ เงินได้จากการขายหน่วยลงทุนในกองทุนรวม ค่าสินไหม เป็นต้น
5. การกระจายรายได้ที่จะได้รับให้แก่ผู้อื่น เช่น นาย ก มีเงินได้จากเงินเดือนบริษัทและเงินได้จากกิจการบ้านเช่าอีก ซึ่งเงินได้ดังกล่าวเมื่อรวมกันจะเป็นจำนวนมาก และต้องเสียภาษีในอัตราสูง แต่ถ้านาย ก ให้บุตรของตนซึ่งไม่มีรายได้มีสิทธิเก็บเงินในบ้านเช่า และให้ผู้เช่าทำสัญญาเช่ากับบุตร นาย ก โดยตรง รายได้ค่าเช่าจะเสียในนามของบุตรนาย ก
6. การถือเอาประโยชน์จากการหักค่าลดหย่อน เพื่อแบ่งเบาภาระของผู้เสียภาษี และเป็นการส่งเสริมการลงทุน การออม การสร้างสวัสดิการทางสังคม ประมวลรัษฎากรได้กำหนดให้มีการหักค่าลดหย่อนได้หลายประเภท ซึ่งสามารถดูรายละเอียดได้ที่ กรมสรรภากร ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักลดหย่อนอะไรได้บ้าง?
7. การพิจารณากำหนดประเภทเงินได้ เพื่อดูว่าเงินได้ดังกล่าว จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ ถ้าผู้เสียภาษีสามารถกำหนดรูปแบบข้อตกลงของสัญญากับผู้ว่าจ้าง ซึ่งหากสามารถตกลงกำหนดประเภทเงินได้ โดยไม่ต้องมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว ผู้เสียภาษีซึ่งเป็นผู้รับเงินก็สามารถนำเงินนั้นไปหาผลประโยชน์ได้ก่อน แล้วค่อยนำมาเสียภาษีอากรในภายหลัง
ความเหมือนที่แตกต่าง ระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง
May 10th, 2007
1. ผู้ชายรู้สึกดีเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นที่ต้องการของคนอื่น ขณะที่ผู้หญิงรู้สึกดีเมื่อรู้ว่าตัวเองน่าทะนุถนอม
2. เมื่อเกิดปัญหา ผู้ชายจะเก็บตัวเพื่อคิดหาทางออก ผู้หญิงจะหาใครซักคนที่ไว้ใจ และพร่ำพรรณนาปัญหาให้ฟัง
3. จากสถิติพบว่า ผู้ชายมีอายุสั้นกว่าผู้หญิง เพราะผู้ชายใจร้อนและคึกคะนองมากกว่า
4. ผู้ชายมุ่งความต้องการไปที่ความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ความสำเร็จของผู้หญิงคือ การมีครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุข
5. เมือทำอะไรซักอย่างไม่ได้ ผู้หญิงจะขอความช่วยเหลือ ในขณะที่ผู้ชายจะไม่พยามยามขอความช่วยเหลือ เพราะคิดว่านั่นคือการแสดงความอ่อนแอของตัวเอง
6. ผู้หญิงมีสมองเล็กกว่าผู้ชาย แต่สมองทั้งสองซีกกลับทำงานสัมพันธ์กันมากกว่าผู้ชาย
7. ผู้ชายจะเจริญเติบโตและก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นได้ช้ากว่าผู้หญิง
8. ผู้ชายถูกกระต้นความต้องการทางเพศโดยสายตา เช่น ดูภาพโป้ ดูหนังโป้ แต่ผู้หญิงถูกกระตุ้นความต้องการทางเพศ โดยการสัมผัสอันนุ่มนวล
9. เมื่อเล่นเกม ๆ หนึ่ง ผู้หญิงต้องการเอาชนะโดยที่อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องแพ้ก็ได้ (การเสมอ) แต่ผู้ชายต้องการเอาชนะ และอีกฝ่ายต้องเป็นผู้แพ้
10. เมื่อผู้ชายตกหลุมรักใครซักคน เค้าจะถูกกระตุ้นให้ทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ถ้าจีบผู้หญิงคนนั้นไม่สำเร็จ เค้าจะกลับไปเห็นแก่ตัวเหมือนเดิม
11. ผู้หญิงเมาง่ายกว่าผู้ชาย
12. ผู้ชายจะจดจำเส้นทาง และอ่านแผนที่ได้เก่งกว่าผู้หญิง
13. ผู้หญิงกลัวที่จะเป็นฝ่ายรับ ในขณะที่ผู้ชายกลัวที่จะเป็นฝ่ายให้
14. ผู้หญิงพยายามฆ่าตัวตายมากกว่าผู้ชาย แต่ผู้ชายทำสำเร็จมากกว่าผู้หญิง
15. ผู้หญิงจะเรียนภาษาได้ดีกว่า และมีความสามารถในการสื่อสารทางการพูดมากกว่าผู้ชาย
16. ผู้ชายจะคิดให้ตกซะก่อนจึงค่อยพูดออกมา แต่ผู้หญิงมักจะคิดออกมาเป็นเสียงดัง ๆ ให้คนอื่นได้ยินด้วย
17. ผู้หญิงจะไม่ทิ้งเพื่อนหากเพื่อนกำลังมีปัญหา ในขณะที่ผู้ชายจะทิ้งให้เพื่อนแก้ปัญหาด้วยตัวเอง
18. เมื่อผู้หญิงรู้สึกดี เธอจะสามารถแบ่งปันความรักให้คนอื่นมากมาย แต่เมื่อเธอรู้สึกแย่ สิ่งที่เธอต้องการที่สุดคือความรักจากคนรอบข้าง
19. นิสัยผู้ชายเหมือนหนังสติ๊ก: ในช่วงเวลาที่คบกัน ผู้ชายจะต้องการทั้งความผูกพันใกล้ชิด และความอิสระ แต่ผู้หญิงจะรู้สึกไม่ดีหากผู้ชายกำลังถอยออกไปหาอิสระ และพยายามดึงเค้ากลับมา ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เค้าถอยห่างมากขึ้น ทางที่ดีควรอยู่นิ่ง ๆ เมื่อถึงเวลาหนึ่งเค้าจะกลับมาเอง
20. ทั้งที่ผู้ชายและผู้หญิงพูดคำ ๆ เดียวกัน แต่ความหมายของคำ ๆ นั้น กลับไม่เหมือนกัน เช่น เมื่อผู้หญิงพูดว่า “เราเลิกกันเถอะ” แปลว่าฉันต้องการให้คุณเห็นความสำคัญของฉันมากกว่านี้ เมื่อผู้ชายพูดว่า “เราเลิกกันเถอะ” แปลว่าผมไม่ขอทนคุณอีกต่อไป เพราะผมเจอคนใหม่แล้ว
ความเหมือนที่แตกต่าง ระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง
Feb 23rd, 2007
1. ผู้ชายรู้สึกดีเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นที่ต้องการของคนอื่น ขณะที่ผู้หญิงรู้สึกดีเมื่อรู้ว่าตัวเองน่าทะนุถนอม
2. เมื่อเกิดปัญหา ผู้ชายจะเก็บตัวเพื่อคิดหาทางออก ผู้หญิงจะหาใครซักคนที่ไว้ใจ และพร่ำพรรณนาปัญหาให้ฟัง
3. จากสถิติพบว่า ผู้ชายมีอายุสั้นกว่าผู้หญิง เพราะผู้ชายใจร้อนและคึกคะนองมากกว่า
4. ผู้ชายมุ่งความต้องการไปที่ความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่ความสำเร็จของผู้หญิงคือ การมีครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุข
5. เมือทำอะไรซักอย่างไม่ได้ ผู้หญิงจะขอความช่วยเหลือ ในขณะที่ผู้ชายจะไม่พยามยามขอความช่วยเหลือ เพราะคิดว่านั่นคือการแสดงความอ่อนแอของตัวเอง
6. ผู้หญิงมีสมองเล็กกว่าผู้ชาย แต่สมองทั้งสองซีกกลับทำงานสัมพันธ์กันมากกว่าผู้ชาย
7. ผู้ชายจะเจริญเติบโตและก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นได้ช้ากว่าผู้หญิง
8. ผู้ชายถูกกระต้นความต้องการทางเพศโดยสายตา เช่น ดูภาพโป้ ดูหนังโป้ แต่ผู้หญิงถูกกระตุ้นความต้องการทางเพศ โดยการสัมผัสอันนุ่มนวล
9. เมื่อเล่นเกม ๆ หนึ่ง ผู้หญิงต้องการเอาชนะโดยที่อีกฝ่ายไม่จำเป็นต้องแพ้ก็ได้ (การเสมอ) แต่ผู้ชายต้องการเอาชนะ และอีกฝ่ายต้องเป็นผู้แพ้
10. เมื่อผู้ชายตกหลุมรักใครซักคน เค้าจะถูกกระตุ้นให้ทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ถ้าจีบผู้หญิงคนนั้นไม่สำเร็จ เค้าจะกลับไปเห็นแก่ตัวเหมือนเดิม
11. ผู้หญิงเมาง่ายกว่าผู้ชาย
12. ผู้ชายจะจดจำเส้นทาง และอ่านแผนที่ได้เก่งกว่าผู้หญิง
13. ผู้หญิงกลัวที่จะเป็นฝ่ายรับ ในขณะที่ผู้ชายกลัวที่จะเป็นฝ่ายให้
14. ผู้หญิงพยายามฆ่าตัวตายมากกว่าผู้ชาย แต่ผู้ชายทำสำเร็จมากกว่าผู้หญิง
15. ผู้หญิงจะเรียนภาษาได้ดีกว่า และมีความสามารถในการสื่อสารทางการพูดมากกว่าผู้ชาย
16. ผู้ชายจะคิดให้ตกซะก่อนจึงค่อยพูดออกมา แต่ผู้หญิงมักจะคิดออกมาเป็นเสียงดัง ๆ ให้คนอื่นได้ยินด้วย
17. ผู้หญิงจะไม่ทิ้งเพื่อนหากเพื่อนกำลังมีปัญหา ในขณะที่ผู้ชายจะทิ้งให้เพื่อนแก้ปัญหาด้วยตัวเอง
18. เมื่อผู้หญิงรู้สึกดี เธอจะสามารถแบ่งปันความรักให้คนอื่นมากมาย แต่เมื่อเธอรู้สึกแย่ สิ่งที่เธอต้องการที่สุดคือความรักจากคนรอบข้าง
19. นิสัยผู้ชายเหมือนหนังสติ๊ก: ในช่วงเวลาที่คบกัน ผู้ชายจะต้องการทั้งความผูกพันใกล้ชิด และความอิสระ แต่ผู้หญิงจะรู้สึกไม่ดีหากผู้ชายกำลังถอยออกไปหาอิสระ และพยายามดึงเค้ากลับมา ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เค้าถอยห่างมากขึ้น ทางที่ดีควรอยู่นิ่ง ๆ เมื่อถึงเวลาหนึ่งเค้าจะกลับมาเอง
20. ทั้งที่ผู้ชายและผู้หญิงพูดคำ ๆ เดียวกัน แต่ความหมายของคำ ๆ นั้น กลับไม่เหมือนกัน เช่น เมื่อผู้หญิงพูดว่า “เราเลิกกันเถอะ” แปลว่าฉันต้องการให้คุณเห็นความสำคัญของฉันมากกว่านี้ เมื่อผู้ชายพูดว่า “เราเลิกกันเถอะ” แปลว่าผมไม่ขอทนคุณอีกต่อไป เพราะผมเจอคนใหม่แล้ว
30 ความสุขง่ายๆ
Feb 13th, 2007
1.นึกไว้เสมอว่าการโกรธ 1 นาที จะทำให้ความทุกข์อยู่กับคุณ 3 ชั่วโมง
2.ถ้ายิ้มให้กับคนที่อยู่ในกระจก รับรองว่าเขาต้องยิ้มกลับมาทุกครั้งแน่
3.ลองปลูกต้นไม้เองสักต้น การเติบโตของมันจะบ่งบอกตัวตนของคุณได้
4.หลับตานิ่งๆสักสามนาที เมื่อรู้สึกว่าอะไรที่อยู่ตรงหน้ามันช่างยากเหลือเกิน
5.ระหว่างแปรงฟัน ฮัมแพลงด้วยจนจบ จะทำให้ฟันสะอาดขึ้นสองเท่า
6.เคี้ยวข้าวแต่ละคำให้ช้าลง จากที่รสชาดธรรมดา ก็จะอร่อยขึ้นเยอะเลย
7.ไม่ว่าผมจะสั้นหรือยาวแค่ไหน ก็ต้องการให้หวีอย่างถนุถนอมเหมือนกันหมด
8.การขึ้นลงบันใดสูงๆ แบบไม่ให้เมื่อย คือการไม่นับว่ากำลังยืนอยู่บันใดขั้นที่เท่าไร
9.คนตาบอดจะเห็นว่าคุณสวย/หล่อมากๆทันที ที่คุณถามเขาว่า “ช่วยพาข้ามถนนไหมคะ/ครับ?”
10.เมื่อจะหยิบเศษเงินให้ขอทาน ไม่จำเป็นต้องนับก่อนที่หย่อนลงกรป๋องหรอก
11.ควรหัดพูดคำว่า “ไม่เป็นไร” ให้เคยปากมากกว่าการพูดคำว่า “จะเอายังไง”
12.ลองตั้งนาฬิกาให้เร็วขึ้น 15 นาที รับรองว่าจะไม่ค่อยไปสายเหมือนก่อน
13.สัตว์เลี้ยงที่บ้านเก็บความลับเก่ง เรื่องที่ไม่อยากให้ใครรู้จึงควรเล่าให้มันฟัง
14.อาหารที่ไม่ชอบกินตอนเด็ก ลองตักเข้าปากอีกที เผื่อจะกลายเป็นอาหารจานโปรด
15.เขียนชื่อคนที่เกลียดใส่กระดาษแล้วฉีกทิ้ง ความเกลียดจะเบาบางลงเรื่อยๆ
16.ให้ปล่อยให้น้ำตาไหลโดยไม่ต้องเช็ด เมื่อน้ำตาแห้งแล้วแทบดูไม่ออกว่าเพิ่งร้องให้
17.ตุ๊กตาและของเล่นเก่าๆ จะทำให้เรายิ้มได้เสมอเมื่อไปหยิบมาเล่นอีกครั้ง
18.ก่อนจะซื้ออะไรก็ตาม ต้องคิดหาประโยชน์ของมันให้ได้อย่างน้อยสามข้อก่อน
19.ถึงเสื้อกางเกงในตู้จะมีอยู่น้อย แต่ถ้าใส่สลับกันไปเรื่อยๆ ก็ดูเหมือนมันมีเยอะเอง
20.ซาลาเปา 1 ลูกกินได้ 2 คน ลูกชิ้นปิ้ง 1 ไม้กินได้ 4 คนถ้าคุณคิดจะแบ่งเท่านั้นเอง
21.เลือกให้ของขวัญคนที่ไม่เคยได้ดีกว่า ให้คนที่ได้เยอะจนจำชื่อคนที่ให้ไม่ได้
22.ในวันที่รู้สึกเศร้าๆ เหงาๆ เดินไปซื้อดอกไม้ให้ตัวเองสักดอกก็จะดีขึ้น
23.แอบรักใครสักคน ยังไงก็ยังดีกว่าไม่เคยรู้ว่าความรู้สึกรักมันเป็นอย่างไร
24.ถึงจะไม่ออกไปไหน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะแต่งตัวสวยๆ หล่อๆ ไม่ได้นิ
25.ฝึกโรแมนติกง่ายๆ คนเดียวบ้าง ด้วยการนั่งนับดาวให้ครบ 100 ดวงก่อนนอน
26.ถ้าคุณเช็ดกระจกที่ขุ่นมัวที่สุดจนใสได้ ทำไมคุณจะเรียนดีกว่านี้ไม่ได้
27.พยายามอ่านหนังสือทุกชนิดในมือให้จบเล่ม มันอาจจะไม่สนุกแต่ก้มีประโยชน์แฝงอยู่
28.วันที่ตื่นเช้าๆ ให้บิดขี้เกียจนานที่สุดเท่าทีจะนานได้ ถ้าขี้เกียจออกกำลังกาย
29.แค่เอาข้าวที่กินไม่หมดไปให้หมาที่เดินผ่าน ก็เป็นการทำบุญที่ไม่ต้องลงทุนแล้ว
30.ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็นในบ้าน แม่จะได้มีค่าขนมเพิ่มขึ้นอีกหลายบาท
เคล็ดลับการแต่งหน้าครั้งแรกของสาวหน้าใส
Nov 7th, 2006
เสน่ห์ที่ขาดเสียไม่ได้ในการแต่งตัวแต่ละครั้งของผู้หญิง ก็คือ การแต่งแต้มสีสันลงบนใบหน้า หรือการแต่งหน้านั่นเอง ซึ่งในการแต่งหน้าแต่ละครั้งจะออกมาสวยงามเหมาะกับคุณหรือไม่เพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคการแต่งหน้าของแต่ละคน แต่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มจะแต่งหน้าเป็นครั้งแรก และไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน วันนี้เราก็มีเคล็ดลับการแต่งหน้าแบบง่าย ๆ มาฝากกันค่ะ
ล้างหน้าให้สะอาดก่อนทุกครั้ง
ก่อนที่เราจะลงมือแต่งหน้าทุกครั้ง สิ่งที่ต้องปฏิบัติให้เป็นนิสัย นั่นคือการล้างหน้าให้สะอาด โดยใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า เช็ดเครื่องสำอาง และสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ที่ผิวหน้าของคุณออกให้หมดก่อน จากนั้นก็ล้างหน้าตามปกติ ซับหน้าให้แห้ง แล้วเตรียมแต่งหน้ากันเลย
อย่าลืม! ทาครีมบำรุงผิวก่อนลงครีมรองพื้น
หลังล้างหน้าเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมที่จะทาครีมบำรุงผิว (ครีมที่คุณใช้อยู่ทุกวันนั่นแหละ) หลังจากนั้นจึงตามด้วย ครีมรองพื้น เพื่อปรับสีผิวบนใบหน้าของคุณให้เรียบเนียนเสมอกัน โดยแตะครีมรองพื้นตรงบริเวณที่ไม่มีริ้วรอยก่อน แล้วค่อย ๆ เกลี่ยไล่ให้ทั่ว ระวังอย่าให้มีขอบบริเวณกรอบหน้า ควรเกลี่ยรองพื้นให้หายเข้าไปในไรผมรวมถึงบริเวณริมฝีปากด้วย (อาจใช้เฉพาะผู้ที่มีสีผิวที่ไม่เสมอกัน) ส่วนในการเลือกครีมรองพื้น ก็ควรเลือกสีที่ใกล้เคียงกับสีผิวบริเวณคอของคุณมากที่สุด ดูเรื่องของรองพื้น
ตามด้วยแป้งฝุ่น หรือแป้งแข็ง
สำหรับที่เลือกใช้แป้งฝุ่น ก็ควรเลือกแป้งฝุ่นชนิดโปร่งแสง เพราะจะไม่ทำให้สีของรองพื้นที่เลือกแล้วเปลี่ยนเป็นขาวขึ้นหรือคล้ำลง ในการทาแป้งให้ใช้พัฟหรือแปรงด้ามใหญ่สุดจุ่มแป้งฝุ่นหรือแป้งแข็งแล้วเกลี่ยบนใบหน้าให้ทั่ว
เขียนคิ้วให้ได้รูป
ก่อนที่จะเริ่มเขียนคิ้ว เราก็ต้องกันคิ้วให้ได้รูปทรงที่สวยงามเสียก่อน จากนั้นก็ลงมือเขียนคิ้วกันเลย แต่ไม่ควรเลือกดินสอเขียนคิ้วสีดำ เพราะจะทำให้คุณหน้าดุ และดูสูงวัย ลองเปลี่ยนเป็นดินสอเขียนคิ้วสีน้ำตาล จะทำให้ดูเป็นธรรมชาติขึ้นกว่าเยอะเลย ดูวิธีการเขียนคิ้ว คลิ๊ก
ขั้นตอนการเขียนคิ้ว ควรเริ่มเขียนห่างจากหัวคิ้วประมาณ 1 ซม. แล้วไล้ไปตามเส้นขนคิ้ว จากนั้น ใช้แปรงเกลี่ยหรืออาจแตะอายแชโดว์สีน้ำตาลเกลี่ยทับอีกครั้ง แล้วใช้แปรงเขียนคิ้วเกลี่ยย้อนมาทางหัวคิ้ว
เพิ่มสีตาด้วยอายแชโดว์
ก่อนที่จะลงมือทาอายแชโดว์ ควรแตะแป้งฝุ่นบริเวณใต้ตาเสียก่อน จากนั้นก็เลือกสีที่ต้องการทา โดยใช้สีที่อ่อน เช่น สีขาว สีครีม สีชมพูอ่อน ๆ ทาให้ทั่วเปลือกตา ถ้าใส่เสื้อผ้าสีโทนร้อนควรใช้อายแชโดว์สีส้มเกลี่ยจากแนวหางตามาทางหัวตา แล้วใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลเกลี่ยชิดแนวขอบตา เริ่มจากหางตาเข้ามากึ่งกลางตา ขอบตาล่างก็ควรทำเช่นเดียวกันเพื่อให้เกิดความสมดุลแห่งสีสัน แต่ถ้าใส่เสื้อผ้าสีโทนเย็นควรใช้อายแชโดว์สีชมพูหรือม่วง แล้วใช้อายแชโดว์สีน้ำเงินหรือสีเทาเกลี่ยชิดแนวขอบตา
ปัดความงามให้ขนตา
ในปัจจุบันก็มีมาสคาร่าออกมามากมายหลายแบบให้เราได้เลือก ทั้งชนิด เพิ่มความยาวให้กับขนตา เพิ่มความหนา และแบบธรรมดา สำหรับสาวที่มีขนตายาว งอน สวยเป็นทุน ก่อนที่จะปัดมาสคาร่าในแต่ละครั้ง สำหรับผู้ที่มีขนตาเป็นเส้นตรง ไม่โค้งงอน ก็ต้องเพิ่มความอ่อนหวานกันสักหน่อย โดยการดัดขนตา แต่ไม่ควรที่จะกดแรงเกินไป เพราะขนตาอาจจะขาดได้ หลังจากนั้นก็เลือกมาสคาร่าสีที่เข้ากับอายแชโดที่เราทาลงไป หรือจะเป็นสีน้ำตาลเข้มก็ ดูเป็นธรรมชาติดี โดยเริ่มปัดจากโคนขนตาด้านบน ไล่ขึ้นมาจนถึงปลาย แล้วก็อย่าลืมที่จะปัดขนตาล่างด้วยล่ะ
ปัดแก้มให้ดูมีเลือดฝาด
วิธีการแต่งแต้มพวงแก้มของคุณให้เป็นสาวสุขภาพดี แก้มมีเลือดฝาด ต้องเริ่มจากการใช้แปรงขนนุ่มขนาดใหญ่ ไล้สีตรงส่วนที่กินบริเวณมากที่สุดของแก้มคุณ ก็คือใต้โหนกแก้ม หรือสันแก้มตรงตำแหน่งใต้ตา จากนั้นยิ้มให้กับตัวเองในกระจก และปัดไล่ขึ้นตามแนวสันแก้มขึ้นไปหาขมับ เกลี่ยสีให้กลมกลืนกับสีผิวขึ้นไปหาแนวตีนผม เพื่อให้ละเมียดละไมเป็นธรรมชาติ แต่อย่าปัดให้ดูแดงเกินไปจนเหมือนโดนตบล่ะ ดูเกี่ยวกับบลัชออน
เติมสีปากเป็นอันเสร็จเรียบร้อย
สุดท้ายก็เป็นการแต่งแต้มเรียวปากของคุณ ให้ดูเป็นสาวสุขภาพดี ซึ่งลิปสติกเดี๋ยวนี้ก็มีออกมามากมายหลายแบบให้เราได้เลือก ทั้งลิปสติก ลิปกลอส ลิปปาล์ม หรือลิปทินท์ (Lip Tint) ซึ่งก่อนที่จะทาลิปในแต่ละครั้งก็ควรที่จะทาลิปปาล์มก่อน เพื่อเพิ่มความชุมชื้นให้กับริมฝีปาก จากนั้นจึงตามด้วยลิปกลอส หรือลิปสติก ส่วนลิปทินท์นั้น เป็นลิปเนื้อเหลวคล้ายๆกับลิปกลอส แต่ว่ามีความเหนียวน้อยกว่า ใช้แตะริมฝีปากพอให้เห็นสีบางๆ และยังเห็นพื้นผิวของริมฝีปากอยู่ ก็จะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด
น้ำมันมะกอก-อะโวคาโด สูตรผมตรงสวย-มีน้ำหนัก
Oct 31st, 2006
สำหรับผู้หญิงแล้ว การดูแลตัวเองให้สวยสมบูรณ์แบบอยู่เสมอนั้น เป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เส้นผม ด้วยแล้ว ยิ่งเป็นจุดที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะมีส่วนสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพให้ดูดี
อย่างไรก็ตาม ด้วยความทีในปัจจุบันนี้มลภาวะ แสงแดด การทำสีผมหรือความร้อนจากเครื่องเป่าผม ได้เป็นตัวการที่ทำให้ผมขาดความชุ่มชื้น หยิก แห้งฟู ไร้น้ำหนัก สร้างความกลุ้มอกกลุ้มใจให้กับสาวๆ อยู่ไม่น้อย
แต่…การแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งสูตรที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมให้คำแนะนำก็คือ การใช้แชมพูหรือครีมนวดที่มีส่วนประกอบของ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ และ อะโวคาโด
อย่างไรก็ตาม การใช้น้ำมันมะกอกนั้น ถ้าจะให้มีประสิทธิภาพในการดูแลบำรุงเส้นผมหรือหนังศีรษะได้ดีที่สุดก็ต้องเป็น น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ ซึ่งสกัดมาจากผลของมะกอกโดยไม่มีการเจือจาง ไม่ผ่านกระบวนการเคมีและความร้อน น้ำมันที่ได้จึงมีคุณภาพสูงสุด มีสี กลิ่นและรสชาติเข้มข้น ทั้งยังมีวิตามินตามธรรมชาติอยู่มาก
ในน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์นั้น อุดมไปด้วยวิตามินอี วิตามินบี โปรตีนและสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้นุ่มลื่น เรียงตัวสลวย เป็นเงางามและยังช่วยป้องกันการทำลายเส้นผมจากแสงแดดอีกด้วย
ส่วน อะโวคาโด นั้นถือได้ว่าเป็นสารบำรุงเส้นผมจากธรรมชาติชั้นยอด เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารและวิตามินที่มีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน กรดอะมิโน โพแทสเซียม โฟเลท ไฟเบอร์ เลซิติน วิตามินบี 1 บี 2 บี 6 วิตามินซีและวิตามินอี ซึ่งน้ำมันและสารบำรุงต่างๆ เหล่านี้จะช่วยปรับสภาพเส้นผมให้นุ่มลื่นขึ้น มีสุขภาพดีและมีชีวิตชีวา
น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์และอะโวคาโด จึงเปรียบเสมือนของขวัญพิเศษสำหรับคนที่มีปัญหาผมเสีย หยิกแห้งฟูขาดน้ำหนัก
ดังนั้น สาวคนไทยที่กำลังอมทุกข์อยู่กับปัญหานี้ คงต้องหันไปหาแชมพูและครีมนวดที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์และอะโวคาโดมาใช้ดู
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการดูแลเส้นผมตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ก็ควรจะต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่กันไปด้วย เพราะผมคือส่วนหนึ่งของร่างกายที่แสดงผลของสุขภาพโดยรวมออกมาให้เห็นได้ชัดเจน ดังนั้น หากอยากมีผมสวยดูดี ก็ต้องดูแลสุขภาพโดยรวม ทั้งร่างกายและจิตใจให้ดีด้วยเช่นกัน
ห้องแห่งความทรงจำ
Feb 24th, 2006
ทุกคนคงมี ห้องๆ นึง ที่เก็บความทรงจำทุกอย่างของตัวเองเอาไว้ในนั้น
หลายคน อาจจะ เปิดประตูมองเข้าไปในห้อง แล้วยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อได้มองเหน
สิ่งที่สวยงามที่เราเกบเปนความทรงจำดีๆไว้ข้างใน แล้วก้าวเดินต่อไปอย่างมีความสุข
หรือบางคน เปิดประตูเดินออกมาและไม่เคยมองย้อนกลับ ที่ห้องนั้นอีก
แม้จะมีความจำเปนมากแค่ไหน ก็จะไม่หันกลับมามองอีกเลย
และจะเดินก้าวต่อไปเพื่อเปิดประตูบานอื่น
และทำสิ่งที่สวยงามร่วมกับเจ้าของบานประตูใหม่แห่งนั้น
ในขณะที่อีกหลายๆคน กำลังพยายามจะเปิดประตูห้องออกมา
แต่ต้องใช้เวลาในการพยายามเปิดมันออกมามากแค่ไหน ก็ไม่สามารถทำได้ซักครั้ง
เพราะเมื่อหันมองย้อนกลับไปในห้องนั้น ก็พบแต่สิ่งที่คิดว่ามีความสุขมากที่สุดแล้ว
และก็ได้แต่คิดว่าเมื่อไหร่เราถึงจะเดินออกไปจากห้องนี้ได้ซักที
อีกหลายต่อหลายคน อาจจะมีแต่ห้องที่ว่างเปล่า สีขาวบริสุทธิ์
ไม่เคยมีใครพยายามที่จะเปิดประตูเข้ามา หรือ คนในห้องนั้น พยายามที่จะเปิดประตูออกไป
มองหาใครซักคนที่ผ่านมาและมาทำให้ ห้องนี้มีสีชมพู
เรา ครั้งนึงเคยอยู่ในห้องสีขาว ที่มีแต่ความสุข
และไม่เคยหาทางที่จะเปิดประตู และทำให้ห้องของเรากลายเปนสีชมพู
แต่ ใครบางคน ก็ ก้าวเข้ามา พยายามที่จะเปิดประตูห้องให้ได้
แม้จะต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหนก็ตาม
เค้าพยายาม หา กุญแจที่ดีที่สุดมาเปิดประตูบานนี้ให้ได้
เค้า หา ทุกคำพูดที่ สวยงาม มาบอกที่หน้าประตู เสมอ
และ เค้าก็คอย ส่งความรู้สึกผ่านเข้ามา
จนทำให้ ประตูบานนั้น ค่อยๆละลายหายไปทีละน้อย ทีละน้อย
และ ทำให้ เรา กับ เค้า ได้ วาดภาพและตกแต่งห้องเปนสีชมพูไปพร้อมกัน
แต่แล้ว สีชมพูที่วาดภาพห้องนั้น ก็เริ่มหมด และ สีเก่าๆก็เริ่ม จางหายไปตามกาลเวลาของมัน
และเค้า ก็ หยุดที่จะวาดรูป และ นั่งพัก ก่อนที่จะเดินตามหาจุดหมายของเค้า
และก้าวเดินออกจากห้องของเราไปปล่อย เรา ให้พยายามที่จะระบายสีชมพูของห้องต่อไป
แต่มันก็ทำต่อไปไม่ได้ เพราะสีชมพูที่จะใช้วาดห้องของเรา หมด ลงไป พร้อมกับเค้า
แต่สีใหม่ ที่เกิดขึ้นพร้อมกับที่ เค้า เดิน ออก จากห้องของเราไป คือ สี ดำ
เรา ระบายสีดำไป โดยไม่รู้สึกตัว และ จม อยู่กับสีซีดๆเดิมของห้องเรา
และ เค้า ก็ เดินกลับ เข้ามาในห้องของเราใหม่ พร้อมทั้ง มาช่วยระบายสีดำ
แล้วยิ่งทำให้มันเลอะเทอะ และ เข้ามาทำลายของมีค่าระหว่างให้มันแตกละเอียดไปเรื่อยๆและเรื่อยๆ
เมื่อเค้าทำจนพอใจก็เดินออกจากห้องไป พร้อมกับปิดประตูลง
และ ไม่เคยหันมองกลับมาที่ห้องเลอะๆนี่อีกเลย
เรา พยายามที่จะตกแต่งห้องใหม่หลายครั้ง และ คอยมองออกไปเพื่อจะเหนเค้าเดินผ่านมา
แต่เค้าไม่เคยผ่านมา และ เหมือนไม่เคยมองเหนห้องๆนี้
เวลาผ่านไปแค่ไหน เราคอยแต่จะมองดูที่ผนังสีชมพูซีดๆ นั้น และคอยมองหาเค้า
แต่ไม่มีเค้า สีของผนังก็เริ่มซีดไปเรื่อยๆ จนเรา อยากที่จะย้ายออกไปจากห้องนี้
และเดินไปหาเจ้าของประตู ที่เปนของเรา แต่เมื่อเรา เปิดประตูออกไป
และมองย้อนมาที่ห้องนี้อีกครั้ง เราก็ไม่สามารถที่จะทิ้งมันไปได้
เพราะมันมีแต่ภาพที่เราสร้างขึ้นมาด้วยกัน แม้ว่ามันจะจางไปมากมายแค่ไหนก็ตาม
แต่ในภาพแห่งความสุขนั้น ก็มีรูปและรอยต่างๆที่เค้าฝากไว้ ในวันที่เค้าเดินออกจากห้องของเราไป
ในที่สุด เราก็ได้ยินเสียงเค้าเดินผ่านมา เราเอาหูแนบริมประตูเมื่อได้ยินเสียงเค้า
แต่กลับกลายเปนเสียงเดิมๆของเค้า ที่ไป หยุดที่หน้าประตูอื่นและ เริ่มต้นที่จะเปิดประตูบานใหม่อีกครั้ง
เราเปิดประตูออกไปที่จะพบเค้า กลับ พบ แต่เพียง ความเย็นชา
และ มองไม่เหนประตูบานนี้ ที่พยายามเปิดออกมาเพื่อพบเค้า
เค้า ก็ ยัง คง พยายามที่จะเปิดประตูบานใหม่นั้น และ ไม่สนใจกับสิ่งรอบข้าง
ว่าจะมีน้ำทีไหลออกมาจากห้องๆนี้ มา รายล้อมตัวเค้ามากแค่ไหน
และเราก็เปนคนที่ต้องปิดประตูอีกครั้งและหลับตาลงพร้อมกับภาพเดิมๆที่ผ่านเข้ามาอีกครั้งนึง
แต่ในวันนี้ เรา เดินออกมาจากห้องนั้น ประตู มันเริ่มเก่าไปตามเวลาของมัน
ทำให้เราก้าวออกมาจากห้อง โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายที่จะเปิดมันออกมา
เราก้าวออกมาพร้อมกับความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม แต่เรา คิดได้ว่า
เรา หยุดพักในห้องของเรา มานานเกินไป และเรา ต้องเดินไปตามจุดหมายของเราบ้าง
ถึงแม้เราจะต้องกลับมาพักในห้องเดิมๆของเรา แต่เราก็ คงมี เค้า อยู่กับเราตลอดเวลา
แม้ว่าเค้า จะลืม เจ้าของห้องและประตูบานนี้ไปแล้วก็ตาม….
กลัว
Jan 24th, 2006
สิ่งที่กลัวที่สุดตอนนี้คือ.. …
…………………………… ” กลัวเธอหนีฉันไป “……………………………..
ถึงแม้ฉันจะทำใจแข็งและอดทนที่จะไม่โทรหาเธอ… …
แต่ฉันก็คิดนะว่า… ..การที่ทำแบบนี้มันเหมือนเป็นการเปิดช่องว่าง
และหนทางให้เธอหนีฉันไปรึเปล่า
.. …ถ้าเธอจะทำอย่างนั้น ฉันขอร้องเถอะนะ
อย่าเลย! มันทรมานฉันเกินไป
ขอให้เธอลองใช้เวลาที่อยู่ลำพัง… .ไม่มีฉัน
พักผ่อนให้หายเหนื่อย… . ..และลองทบทวนดูอีกครั้งเถอะนะ
ว่าฉันผิดอะไร…. . . …. .. … …. … . . ………
ที่สำคัญเธอรู้ไว้ด้วยว่า… ..ถ้าจะให้ฉันต้องขาดเธอไป
เธอก็ควรมาฆ่ากันให้ตายเสียดีกว่าที่จะทิ้งฉันไว้… ….
….ให้ตายทั้งเป็น