มันมาแล้วในที่สุด หลังมีข่าวลือกันมากมาย ในที่สุดก็เปิดตัวไปแล้ว

iPad 2 พร้อมจำหน่ายในสหรัฐวันที่ 11 มีนาคม และในวันที่ 25 มีนาคม iPad 2 จะวางจำหน่ายในอีกหลายประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, เบลเยี่ยม, แคนาดา, สาธารณรัฐ เชค, เดนมาร์ก, ฟินด์แลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมันนี, กรีซ, ไอซ์แลนด์, อิตาลี, ไอร์แลนด์, ฮังการี, ญี่ปุ่น, ลักเซมส์เบิร์ก, แม็กซิโก, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, นอร์เวย์, โปแลนด์, โปรตุเกส, สเปน, สวีเดน, สวิซเซอร์แลนด์ และอังกฤษ
อ้าว แล้วประเทศไทย หายไปไหน?
แต่ทีเด็ดอีกก็คืิอ iPad 1 ทุกรุ่นตอนนี้ลดราคาลงอีก 3,000 บาท เลยเป็นเหตุให้ iPad WiFi 16GB ราคาหล่นมาอยู่ที่ 12,900 บาท นี่เป็นราคาเครื่องศูนย์ มือหนึ่งนะจ๊ะ ใครอยากได้ก็ไปสอยซะ
คราวนี้มาดูว่า iPad 2 มีอะไรใหม่บ้าง
- มีสองสีให้เลือก ดำกับขาว มีสองสีให้เลือกตั้งแต่วันแรกที่วางขายเลย
- ขายราคาเท่าเดิม คือราคา iPad 1 ก่อนลดราคาครั้งนี้
- บางลงกว่าเดิม 33% และบางกว่า iPhone 4 อีกด้วย
- เบาลงกว่า iPad 1 ได้อีกประมาณ 1 ขีด
- CPU ตัวใหม่ (A5 dual-core 1GHz) ที่ทำงานเร็วกว่า iPad ตัวเดิม ถึง 2 เท่า
- ประมวลผลภาพได้เร็วกว่าเดิมถึง 9 เท่า
- มีเซ็นเซอร์จับแรงโน้มถ่วงแบบ Gyro มาเพิ่ม
- แต่อายุแบตเตอรี่ยังคงใช้ได้ที่ 10 ชั่วโมงเท่าเดิม
- รองรับทั้ง GSM และ CDMA
- เพิ่มกล้องทั้งด้านหน้า (VGA ที่ 30 เฟรมต่อวินาที) และด้านหลัง (ความละเอียดสูงกว่า VDO-HD 720p ได้ที่ 30 เฟรมต่อวินาที)
- เพราะมีกล้องด้านหน้าทำให้สามารถใช้งาน FaceTime (Internet Video Call) ได้ทันที
- กล้องยังสามารถบันทึกเสียงได้ และซูมได้สูงสุด 5 เท่า
- สามารถเพิ่มข้อมูลตำแหน่งรูปถ่ายได้ด้วย ตำแหน่งของ Wi-Fi
- ล็อคการหมุนหน้าจอด้วยสวิตซ์ด้านข้าง
- ลง iOS ตัวใหม่คือ 4.3 จะทำให้มี Personal Hotspot ใช้ได้สำหรับคนที่ใช้ iPhone 4
- มีอุปกรณ์เสริมที่เท่มากคือ iPad Smart Cover ทำเลียนแบบปกหนังสือ ใช้แม่เหล็กช่วยยึดแนบแน่น แต่บางสุดๆ
อะไรจะขนาดนั้น !@#$% คนที่ถอย iPad 1 มาไม่นานอย่างเรา ก็ทำใจต่อไป…












