I Need You Now

My friend, I need you now ..

Please take me by the hand.

Stand by me in my hour of need,

Take time to understand.

Take my hand, dear friend,

And lead me from this place.

Chase away my doubts and fears,

Wipe the tears from off my face.

Friend, I cannot stand alone.

I need your hand to hold,

The warmth of your gentle touch

In my world that’s grown so cold.

Please be a friend to me

And hold me day by day.

Because with your loving hand in mine,

I know we will find the way.

วิธีการปรับพฤติกรรมน้องตูบจอมเห่า

การปรับพฤติกรรมน้องตูบจอมเห่า
เจ้าของน้องตูบหลายๆ ท่าน น่าจะเคยมีประสบการณ์เวียนเฮดเกี่ยวกับการเห่าแบบไร้สาระอยู่บ้างกระมังคะ มีจดหมายจากท่านผู้อ่านชื่อว่าคุณเอกพล วงศ์ทอง เขียนมาปรึกษากึ่งๆ การปรับทุกข์ยาวสองหน้ากระดาษครึ่ง เท่าที่พออ่านจบก็รู้เลยว่าคุณเอกพล ทุกข์จริงๆ เพราะถึงกับต้องพึ่งยานอนหลับเกือบทุกวัน เรื่องมีอยู่ว่า…

คุณเอกพลได้น้องตูบพันธุ์มินิเอเจอร์พินเซอร์ ชื่อเก๋ไก๋ว่าเจ้าเรย์ มาเลี้ยงตั้งแต่อายุสามเดือน แรกๆ ก็ไม่มีอะไร แต่พออยู่ไปสักเกือบสองสามเดือนก็รู้สึกว่าเจ้าเรย์ทำไมถึงชอบเห่าแบบไร้สาระมากและมากขึ้นทุกวัน เนื้อความในจดหมายมีดังนี้ค่ะ

…ผมไม่ทราบว่ามันจะเห่าอะไรกันนักกันหนา หมาบ้านอื่นเดินผ่านก็เห่าแบบเอาเป็นเอาตาย ใครเดินผ่านหรือเด็กๆ วิ่งเล่น หรือขี่จักรยานเล่น ก็เห่าเขาได้ตลอด เหมือนไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย แรกๆ ห้ามก็ฟัง มีหยุดบ้าง แต่พอสักพักก็เริ่มบรรเลงเพลงเห่าอีก พักหลังนี่ผมเริ่มทำโทษด้วยการตี แต่ก็หยุดได้ไม่ถึง 15 นาทีครับก็เห่าอีก ตอนกลางวันไม่มีใครอยู่บ้าน เพื่อนบ้านข้างๆ ถึงกับเดินมาบอกเลยว่าหมาบ้านคุณเห่าหนวกหูมาก ตอนเย็นก็ชอบเห่า หมาเป็นอะไรหรือเปล่า น่าจะพาไปหาหมอนะ (ลืมบอกไปว่าบ้านที่ผมอยู่เป็นทาวน์เฮาส์ขนาดแค่ 20 ตร.ว. ไม่มีเนื้อที่อะไรมาก จึงเลือกหมาพันธุ์เล็กๆ มาเลี้ยง เพราะคิดว่ากะทัดรัด และผมเองชอบที่หน้าตามันดูฉลาดดี หูตั้งๆ ดูเหมือนโดเบอร์แมน แต่ตัวเล็ก) แฟนผมอายมากที่ทำให้เพื่อนบ้านรำคาญใจ พยายามหาวิธีหลายแบบทั้งขู่ทั้งตี ทั้งปลอบ ตอนกลางคืนก็ให้เข้ามานอนในบ้าน แต่ไม่วาย แค่อะไรกุกกักนิดๆ หน่อยๆ ก็เห่าเสียวายป่วง แล้วตอนกลางคืนมันเงียบมาก เสียงเห่าในบ้านก็จะก้องๆ

ครั้งแรกๆ ผมตกใจตื่นรีบลงมาดูนึกว่ามีใครงัดบ้าน ปรากฏว่าลงมาเห็นเจ้าเรย์นั่งเห่าอยู่ตรงมุมตู้พร้อมๆ กับพยายามเอาขาแหย่เข้าไปใต้ตู้ ผมก้มลงไปดูเห็นมีแมลงสาบยืนกระดิกหนวดอยู่หนึ่งตัว ก็เลยสำเร็จโทษเจ้าแมลงสาบให้ไปพบบรรพบุรุษ ส่วนเจ้าเรย์ผมไม่รู้จะทำไงดี ก็เลยบอกให้ไปนอน อีกสองคืนต่อมา เอาอีกแล้วครับ แต่คราวนี้เจ้าเรย์แสดงอาการตื่นเต้นกว่า เพราะต้องกระโดดดึ๋งๆๆ ไปเห่าไปเนื่องจากสิ่งที่มันเห่าคือจิ้งจกที่เกาะอยู่บนผนังห้องนั่งเล่น

นอกจากนี้บ้านผมตั้งอยู่ทางฝั่งทิศตะวันออก ช่วงครึ่งวันบ่ายแดดจะไม่มี ก็จะทำให้มีนกกระจอก หรือนกอื่นๆ บินมาเกาะรั้วเล่นอยู่เสมอ เพราะด้านหน้าของบ้านผมมีอ่างบัว พวกนกชอบมาเล่นน้ำบ้าง กินน้ำบ้าง เดี๋ยวนี้ไม่มีครับ บินลงมายังไม่ทันได้เกาะก็กระจายสลายวง เพราะเจ้าเรย์ตัวแสบอีกเช่นเคย… จริงๆ ยังมีวีรกรรมในการเห่าอีกเยอะ แต่ตัดตอนของจดหมายมาพอให้ท่านผู้อ่านได้พอทราบคร่าวๆ นะคะ

ความจริงแล้วเรย์อายุเพิ่งจะแค่ 6 เดือนเท่านั้นเอง เขายังมีความเป็นเด็กอยู่มาก การปรับนิสัยไม่น่าจะยากเกินไปค่ะ เท่าที่อ่านเนื้อความในจดหมาย ผู้เขียนมีความรู้สึกว่าเรย์เป็นหมาที่ช่างสังเกต ซุกซนตามประสา แต่ที่ชอบเห่าอาจเป็นเพราะต้องการเพื่อน รวมๆ กับการเรียกร้องความสนใจ เพราะเขาไม่เคยได้ออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านเลย เนื่องจากเจ้าของเกรงว่าเรย์ตัวเล็กจะโดนหมาใหญ่กัด สังคมของเรย์จึงมีแต่คุณเอกพล กับแฟนเท่านั้น เวลากลางวันก็ไม่มีใครอยู่บ้าน ก็เลยเห่าโน่นเห่านี่ไปตามประสาหมาขี้เหงา ลองให้เขาได้เข้าสังคมบ้างดีไหมคะ พาเขาใส่สายจูงออกไปเดิน ไปดม ไปทำความรู้จักกับเด็กๆ หรือสังคมน้องหมาในหมู่บ้านคุณ เพราะการที่เขาเห่าบางครั้งอาจเป็นการทักทายหรือแนะนำตัวกับเจ้าตูบที่วิ่งร่อนผ่านไปมาก็เป็นได้ เจ้าเรย์คงต่อมริษยาแตกเพราะเขาได้ออกไปวิ่งเล่นทุกวัน ในขณะที่ตัวมันเองต้องอยู่แค่ในบ้าน ลองพาไปทำความคุ้นเคยและวิ่งออกกำลังกายดูบ้างนะคะ เพื่อให้เขาได้ปลดปล่อยพลังงานออกมาบ้าง

นอกจากนี้ควรหาขนมหรือของเล่นให้เขาได้ระบายความเครียดบ้างระหว่างที่คุณออกไปทำงาน หากทดลองทำดูแล้วกลางวันก็เห่า กลางคืนก็ไม่ลดละแบบนี้ ตีไปก็ช้ำในเปล่าๆ ค่ะ ฝึกให้เรียนรู้ว่า ถ้าเมื่อไหร่เห่าจะต้องถูกขังกรง (ถ้ามี) หรือต้องถูกล่าม หรือเมื่อไหร่ที่ไร้สาระห้ามแล้วไม่หยุด จะโดนฉีดพ่นน้ำใส่หน้า (อาจต้องไปหาซื้อปืนฉีดน้ำอันเล็กๆ มาติดไว้) หนักกว่านั้นก็ใส่ขลุมครอบปาก ถ้าดิ้นหรือกัดก็อาจต้องปรับเป็นปลอกคอควบคุมความประพฤติ (ผู้เขียนเรียกเองค่ะ) มีอยู่สองแบบที่อยากจะแนะนำถ้าเหลืออดจริงๆ อันแรกคือแบบที่ฝรั่งเรียกว่า citronella collar จะเป็นปลอกคอที่ทำให้น้องตูบสามารถเรียนรู้ที่จะหยุดการเห่าได้เอง เพราะที่ปลอกคอจะมีกล่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ อยู่ด้วย ซึ่งสามารถจับแรงสั่นจากเสียง เมื่อใดที่มันเห่าดังเกินพิกัด ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวจะส่งเสียงเตือนคล้ายการออกเสียงของตัวอักษรในภาษาอังกฤษคือ …PSST… ซึ่งถ้าเจ้าตัวดียังไม่ยอมหยุด เครื่องดังกล่าวก็จะทำการพ่นกลิ่นออกแนวส้มๆ มะนาวๆ มา ถึงแม้จะวิ่งหนีไปไหนก็ไม่พ้น เพราะกลิ่นมันออกมาจากเจ้าเครื่องที่ร้อยติดอยู่กับปลอกคอ มันก็จะเรียนรู้ไปเองว่าเมื่อไหร่ที่เห่าเกินงาม เป็นโดนสวมปลอกคอแน่

อีกอันที่เห็นใช้กัน แบบนี้ก็รุนแรงขึ้นมาอีกนิด ฝรั่งเรียก Shock Collars เพราะจะมีตัวส่งสัญญาณที่เมื่อใดเห่าแล้วเจ้าของต้องการให้หยุด ก็เหมือนกดรีโมทส่งสัญญาณไปที่ตัวรับที่ติดอยู่กับปลอกคอ ซึ่งจะทำหน้าที่ส่งคลื่นเสียงเล็กแหลมเพื่อรบกวนโสตประสาทน้องหมา ซึ่งคนเราไม่ได้ยิน หรือได้ยินบ้างก็จะเบาๆ ไม่รู้สึก แต่กับน้องหมามันจะเกิดอาการปวดแก้วหู บางตัวถึงกับร้องเอ๊งเลยทีเดียวค่ะ หรือบางครั้งสัตวแพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยากล่อมประสาทในบางครั้ง และสุดท้ายโหดสุดคือการผ่าตัดเอากล่องเสียงออกไปเลย เวลาเห่าก็จะมีเสียงออกมาเบาๆ แหบๆ แทน ฟังดูแล้วน่าสงสารเอาการอยู่

ก็มีหลายวิธีให้คุณเอกพลได้เลือกค่ะ ไปลองดูนะคะว่าแบบไหนสามารถนำไปใช้กับเจ้าเรย์ได้ดีที่สุด ผู้เขียนหวังว่าคงไม่ถึงกับต้องใช้ตัวเลือกสุดท้ายนะคะ… โชคดีนะเจ้าเรย์น้อยจอมป่วน…

รองเท้าบอกความเป็นตัวคุณ

ลองดูซิว่า คุณชอบใส่รองเท้าแบบนี้ จะบอกถึงความเป็นตัวคุณอย่างไร การที่คุณชอบที่จะใส่รองเท้าแบบนั้นแบบนี้ มันบอกความเป็นตัวคุณอย่างไรบ้าง?

1. รองเท้าบูททรงสูง :
เป็นผู้หญิงที่ชอบใส่กระโปรงสั้นมากๆ ชอบเดินไปตามห้างสรรพสินค้า สูบบุหรี่จัดวันละซอง ชอบทำสีผมให้เป็นริ้วหลากสี แถมดัดอีกด้วย บางคนอาจจะเรียก สาวเริงร่า แต่พวกขี้อิจฉาจะเรียกเธอว่า นังตัวร้าย

2. รองเท้ากีฬา :
เธอติดกับยุคเก่า ชอบอะไรที่ดูเด่น กินอาหารแพงๆ แต่ฟรีนะ

3. รองเท้าหุ้มส้น :
อ่อนไหว ลักษณะเหมือนอาจารย์ ชอบผมสั้น ดูแลง่าย (ตัดผมทุก 6 อาทิตย์) ใส่เสื้อสีชมพูจีบรอบตัว กระโปรงยาวคลุมเข่า และใส่ถุงน่องหนาๆ ไม่สามารถเป็นสาวน้อยยั่วยวนผู้พบเห็นได้เลย

4. รองเท้าแตะแบบสวม :
ไม่ว่าจะไปงานเลี้ยงที่ไหน ก็ยอมเสียเวลาหลายชั่วโมงตระเตรียมตระกร้าปิกนิกให้พร้อมสรรพล้นเหลือ เธอปักผ้าถักริมลูกไม้เองด้วยนะ เพราะเธอรักศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นการเย็บปักถักร้อยหรืองานฝีมือใดๆ

5.รองเท้าหรู :
รองเท้าส้นสูงดูหรู เช่น มาโนโล บลาห์นิก ซึ่งเป็นรองเท้าที่ทำด้วยมือ คุณภาพดี หรูหรา และแพง มักจะใส่คู่กับเสื้อผ้าที่ตัดเย็บประณีต ติดลูกไม้ และมักจะใช้กระเป๋าราคาแพง สะพายไหล่เหมือนเป็นกระเป๋าธรรมดาติดดินหรือ ลืมได้เลย

6. รองเท้าบูทแค่ข้อเท้า :
เป็นคนที่มีจิตใจเป็นอิสระจะเลือกฟังเพลง หรือนับถือศาสนาใดก็ได้ เสื้อผ้าโปรดของเธอมักจะเป็นชุดถักไหมพรม หรือผ้ามัดย้อม และคุณจะไม่เคยได้ยินคำปฏิเสธจากเธอเลย

7. รองเท้าสานส้นตัน :
ก็แค่เป็นรองเท้าที่นิยมในสมัยนี้ เป็นคนเก๋ไก๋มากกว่าจะเรียกว่าสวย แต่ก็รู้ว่าควรต้องแต่งอย่างไร เป็นนักสู้ตัวฉกาจที่ยืนยันในสิ่งที่ตัวเองคิด

แบบทดสอบสัมผัสที่ 6

คุณมีสัมผัสที่ 6 หรือไม่
________________________________________

1.ในห้องเรียนเพื่อนที่นั่งใกล้กับคุณกำลังตอบคำถามอาจารย์อยู่
คุณต้องเป็นคนต่อไป แย่แล้ว? เพราะคุณไม่ได้ทบทวนบทเรียนมาเลย
คุณอยากจะหนีออกไปที่ไกลๆ คุณคิดว่ากำลังเรียนวิชาอะไรอยู่
ภาษาอังกฤษ ไปที่ 2
คณิตศาสตร์ ไปที่ 3

2.เมื่อคิดว่าอยากหนีไปที่ไกลๆทันใดนั้นก็พบว่าคุณมายืนอยู่ ณ ชายทะเล
คลื่นกำลังซัดญญญเท้าคุณอยู่ ไปที่ 5

3.เมื่อคิดว่าอยากหนีไปที่ไกลๆทันใดนั้นก็พบว่าคุณอยู่ในป่าทึบมีทาง 2แพร่ง
แยก ซ้าย ขวา คุณจะเลือกเดินไปทางไหน
แยกขวา ไปที่ 4
แยกซ้าย ไปที่ 6

4.เมื่อเดินไปเรื่อยๆก็มาถึงที่โล่งแจ้งแห่งหนึ่ง
พักเหนื่อย ไปที่ 7
เดินต่อไป ไปที่ 8

5.พอคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป ก็มีนกทะเลสีขาวบินมา และพูดกับคุณ
ชวนให้ไปยังราชวังกลางทะเล โดยนกจะนำทางไปและคุณนั่งแพไป
ตกลงลองไปดู ไปที่ 10
ตอบปฏิเสธ ไปที่ 9

6.เดินไปตามทางเรื่อยจนถึงกลางป่าลึกมืดทึบมองไม่เห็นสิ่งใดได้เลยไปที่11

7.คุณออกหากิ่งไม้นำมาก่อไฟ ก็เห็นแมวป่ากำลังไล่ล่ากระรอกอยู่
ถ้าคุณมีมีดก็จะช่วยกระรอก ไปที่ 13
ถ้าคุณมีธนูก็จะช่วยกระรอก ไปที่ 16

8.เมื่อเดินต่อไปเรื่อย จนตกเวลา
ความมืดเริ่มปกคลุมแต่ก็ตัดสินใจเดินต่อ ไปที่ 11

9.นกทะเลสีขาวจึงพูดว่า””ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ”” แล้วก็บินจากไป
ส่วนคุณก็เดินเลียบชายหาดแยกกันไป ไปที่ 12

10.พอคุณก้าวขึ้นแพ นกทะเลก็บินบินมาจับที่ไหล่ซ้าย
แล้วแพก็ไหลไปตามกระแสคลื่น ออกสู่ท้องทะเล กว้าง ไปที่ 15

11.ในขณะที่คุณยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเดินไปทางไหนดี
ก้อมาเจอบ้านหลังหนึ่งจึงตรงไปเคาะประตู ร่างที่เปิดประตูออกมา คือ?
ยายแก่หลังค่อม ไปที่ 14
เด็กสาวแต่งกายปอนๆ ไปที่ 17

12.ขณะที่เดินอยู่นั้น คุณก็มองเห็นปราสาทอยู่ไกลลิบๆ ไปที่ 20

13.เมื่อคิดดังนั้นก็ปรากฏมีดอยู่ตรงหน้าจริงๆ
คุณใช้มีดได้อย่างคล่องแคล่ว ในที่สุดก็ช่วยกระรอกได้ ไปที่ 19

14. ยายแก่เชื้อเชิญให้คุณเข้าไปในบ้านภายในบ้านคุณเหลือบ
เห็นเงา ของยายแก่คนนั้นเป็นแม่มดปรากฏอยู่บนกระจก ไปที่23

15.นกเล่าเรื่องปราสาทให้คุณฟัง ขณะที่ฟังอยู่นั้นแพก็เกืดการสั่นสะเทือน
คุณเห็นสิ่งหนึ่งปรากฏอยู่ เหนือผิวน้ำ
เห็นมังกรทะเล ไปที่ 18
คลื่นยักษ์ม้วนตัวเข้าหาคุณ ไปที่ 22

16.เมื่อคิดดังนั้นในมือคุณก็ปรากฏธนู
คุณสามารถช่วยกระรอกตัวนั้นได้ ไปที่21.

17.เด็กสาวคนนั้นอาศัยอยู่กับยายแก่ 2 คน
แต่ต้องทำงานเหมือนเด็กรับใช้ เมื่อเข้าไปในบ้าน คุณมี
โอกาสได้พูดคุยกับเด็กสาวนั้นตามลำพัง เด็กสาวเล่าให้คุณฟังว่า
””ที่จริงแล้ว ยายแก่คนนี้เป็นแม่มด ช่วยเราออกไปด้วย”” ไปที่ 24
””อยากกลับไปหาพ่อแม่ ได้โปรดช่วยเราออกไปจากที่นี่ด้วย”” ไปที่ 28

18.มังกรทะเลจ้องมองคุณด้วยดวงตาหน้ากลัว คุณจะทำอย่างไร
ชักดาบวิเศษออกมาสู้ ไปที่ 25
เรียกควันวิเศษมาแล้ว แฝงตัวหนีไป ไปที่ 27

19.กระรอกกลายร่างเป็นหญิงสาวจากคำสาปชั่วร้ายหญิงสาว
ปากชวนคุณไปที่ปราสาทของเธอ ไปที่30

20.เมื่อคุณเดินมาใกล้ปราสาท ก็ปรากฏร่างของชายสูงใหญ่คนหนึ่งตรงหน้า
ชายคนนั้นพูดว่า””ขอต้อนรับท่าน”” ไปที่ 26
คุณต่อสู้กับชายคนนั้น ไปที่ 29

21.กระรอกกลายร่างเป็นชายหนุ่มจากคำสาปชั่วร้าย
แล้วกล่าวว่า””ขอให้ท่านรับข้าเป็นผู้ติดตามด้วย””
คุณตอบตกลงแล้วเดินต่อไปจนถึงปราสาท ไปที่ 34

22.แพพลิกคว่ำ ทำให้คุณกระเด็นตัวลอยออกมา ไปที่ 32

23.””แย่แล้วเรา”” คุณคิดอยู่ในใจ ยายแก่คนนั้นก็กลายร่างเป็นแม่มด
จับคุณมัดแล้วโยนคุณไปที่ห้องใต้หลังคา ไปที่ 31

24.หญิงสาวได้รับการช่วยเหลือและเธอได้ออกปากเชิญคุณไปที่
ปราสาทของเธอไปที่ 30

25.เมื่อคุณพิชิตมังกรทะเลลงได้นกทะเลสีขาวตัวนั้นก็กลายร่างเป็นหนุ่มน้อย
และกล่าวขึ้นว่า ””เราถูก คำสาปจากมังกรทะเล ขอบคุณท่านมาก
เพื่อเป็นการตอบแทนเราขอเชิญท่านไปยังปราสาทของเรา”” ไปที่ 34

26.แล้วร่างของผู้ชายคนนั้นก็หายไป คุณก้าวเข้าไปในปราสาท
ได้เข้าเฝ้าพระราชาพร้อมการต้อนรับ ที่อบอุ่น ไปที่ 35

27.คุณหนีพ้นจากมังกรทะเล เมื่อกลุ่มควันหายไป
ก็ปรากฏปราสาทอยู่ตรงหน้า นกทะเลก็นำคุณเข้าไป ข้างใน ไปที่ 35

28.ขณะที่คุณเดินพาเด็กสาวคนนั้นไป
ก็ถึงเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งในที่สุดเธอก็ได้พบกับแม่อีกครั้งหนึ่ง
คุณกล่าวคำอำลาแล้วเดินทางต่อไป ไปที่ 20

29.คุณชนะจึงเปิดประตูปราสาทแล้วก้าวเท้าเข้าไปข้างใน ไปที่ 35

30.เมื่อถึงปราสาทคุณและหญิงสาวได้รับการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่หญิงสาว
ที่คุณช่วยมา นั้นเป็นราชินีของเมืองนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนจึงนำญญญบมาให้ 2 ใบ แล้วให้คุณเลือกได้ตามใจชอบ 1ใบ

เลือกแบบเก่าทำด้วยไม้ ———–คำทำนาย D
เลือกเก่าที่ประดับด้วยอัญมณีมีค่า——–คำทำนาย B

31.คุณรีบหนีออกมาจากบ้านหลังนั้น
วิ่งออกมาสุดฝีเท้าจนมาถึงปราสาท ไปที่ 20

32.ร่างของคุณลอยไปตามแรงลม
มองลงไปเบื้องล่างเป็นท้องทะเลแลเห็นเกาะอยู่ลิบๆ
นกทะเลบอกว่า””เรามาถึงจุดหมายกันแล้ว”” ไปที่ 33

33.เมื่อนกทะเลหยุดบิน ร่างก็กลายเป็นหญิงสาว
””ราถูกมนต์ร้ายท่านพาเรามายังที่นี่ได้ทำให้มนต์ร้าย หายไป”” ไปที่ 30

34.เมื่อมาถึงปราสาทก็ได้รับการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่ชายหนุ่มเป็นราชาแห่งเมืองนี้
และประทานของขวัญ ให้เลือก คุณจะเลือกสิ่งใด

กระจกวิเศษ —————คำทำนาย C
ไม้เท้าวิเศษ —————คำทำนาย D

35.เพื่อเป็นของที่ระลึกจากเมืองนี้ มีของมาให้คุณเลือก คุณจะเลือกสิ่งใด
น้ำทิพย์ ——————–คำทำนาย E
ขลุ่ยวิเศษ——————-คำทำนาย A

6 วิธีที่ผู้ชายบอกรัก โดยไม่ต้องพูดคำว่า ผมรักคุณ

จะเป็นเพราะว่า ผู้ชายอายเกินไป ที่จะบอกรักออกมาเป็นคำพูด หรือว่าใจเสาะ อันนี้ก็ไม่แน่ใจ แต่สำหรับผู้ชายปากแข็งอย่างนี้ เราจะรู้ได้ยังไงหล่ะ ว่าเขารักเราหรือเปล่า วิธีจับสังเกตุง่ายๆ 6 วิธี มีดังต่อไปนี้ค่ะ

1.คุณจับได้ว่าเขาจ้องมองตาคุณอยู่
ปกติผู้ชายมักจะจ้องมองสิ่งที่เขาปรารถนาอยู่เสมอ นี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำไมเราจึงเห็นผู้ชายแอบมองหน้าอกของผู้หญิง หรือวิจารณ์หน้าอกของผู้หญิงอยู่บ่อยๆ วิธีการมองที่บอกว่า “ผมรักคุณ” นั้นมีอยู่สองแบบ แบบแรกคือการแอบมองคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัว (เพราะฉะนั้นแอบจับเขาให้ได้หล่ะ) แบบที่สองคือ จ้องมองคุณอย่างแน่วแน่ในระหว่างที่พูดคุยกัน

2. เขาตุนของโปรดของคุณไว้ในตู้เย็นหรือในครัวที่บ้านเขา
นั่นแสดงให้เห็นว่าเขานึกถึงแต่ความสุขของคุณอยู่เสมอ ก็ความสุขอย่างนึงของผู้หญิงก็คือการกินยังไงหล่ะ ฉะนั้นลองสังเกตุเวลาที่เค้าไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เกต แล้วลองดูรายการที่เค้าเลือกหยิบ ถ้ามันมีแต่มัชเมโล คิตตี้แคท หรือโยเกริ์ตรสชาติโปรดของคุณ มากกว่าของส่วนตัวของเขาหล่ะก็ นั่นแหละสิ่งบอกความในใจหล่ะค่ะ และยิ่งไปกว่านั้นนะคะ การตุนของหมายถึงการประกาศให้คนรอบข้าง หรือสาธารณชนรู้ถึงความสำคัญของคุณ ปกติแล้วผู้ชายที่ยังไม่ยอมลงหลักปักฐานกับใคร จะไม่ค่อยซื้อของพวกเนี้ยไปเก็บไว้ที่บ้านหรอกค่ะ ทำไมเหรอคะ ก็กลัวสาวอื่นจะมาเห็นยังไงหล่ะ

3. เขาเริ่มพูดถึงอนาคต
ถ้าวันดีคืนดีเขาพูดกับคุณถึงเรื่องอีก 3 ปีข้างหน้า ชีวิตเค้าจะเป็นอย่างไร หรือเค้าอยากมีบ้านแบบไหน มันเป็นการบอกความนัยว่าเขาอยากร่วมชีวิตกับคุณ อยากให้คุณวาดฝันที่จะได้ไปอยู่กับเขาหรือมีอนาคตที่เหมือนกับเขา และยิ่งถ้าเขาถามความเห็นของคุณด้วยหล่ะก็ นั่นหมายถึงสัมพันธภาพของคุณไปได้อีกยาวแน่ๆ

4. เขาใส่เสื้อผ้าที่คุณซื้อให้ตลอดเวลา
ทุกครั้งที่ผู้ชายใส่เสื้อผ้าที่เห็นได้ชัดว่าเค้าไม่ได้เป็นคนเลือกเอง นั่นหมายถึงเขากำลังแสดงให้เห็นว่าเขาปล่อยให้คุณเป็นผู้ควบคุม และเปลี่ยนแปลงโฉมให้เขา มันถือว่าเป็นการแสดงออกที่กล้าหาญอย่างมากเชียวนะคะ กับการที่จะถูกเพื่อนๆ โสดของเขาล้อเลียนเกี่ยวกับเรื่องการแต่งตัวที่เปลี่ยนไป

5. เขาชอบยืนเบียดไหล่กับคุณ
ผู้ชายถ้าไม่อยากให้สัมพันธภาพยืนยาวกับผู้หญิงมากนัก เค้ามักจะไม่ค่อยเดินคลอเคลีย แต่กลับเดินนำหน้า หรือเดินตามหลังคุณห่างๆ แต่ถ้าเค้าตกหลุมรักคุณจริงๆ แล้วหล่ะก็ การเดินเคียงบ่า เคียงไหล่กับคุณ แสดงให้เห็นถึงความผูดมัดของเขาด้วยการรักษาระดับสายตา ให้อยู่แต่ในที่ๆ คุณจะเห็นได้ชัด รวมไปถึงยืนตัวติดกันด้วย

6. ยอมให้คุณรับโทรศัพท์ของเขา
อันนี้ถือเป็นปราการด่านสำคัญ ที่ทำให้คุณเจาะเข้าไปถึงเรื่องส่วนตัวสุดๆ ของเหล่าชายค่ะ ถ้าเขายอมให้คุณรับโทรศัพท์ของเขา นั่นแสดงว่าเขาไว้ใจคุณ พร้อมที่จะเปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่างกับคุณ ยอมให้คุณรุกล้ำเข้าไปสู่อาณาจักรส่วนตัว เพราะโทรศัพท์ถือว่าเป็นสิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ในยามที่ผู้ชายมีแฟน การที่เค้ายอมยกสิทธิส่วนตัวอย่างเดียวที่เหลืออยู่นั้นให้คุณ แสดงว่าเค้ารักคุณแล้วจริงๆ

เป็นไงคะ เขาของคุณเคยแสดงอาการที่ว่านี้ออกมาบ้างหรือเปล่า ถ้าเค้าแสดงอาการอย่างว่าออกมาครบทั้ง 6 ข้อแล้วหล่ะก็ คุณนอนยิ้มได้เลย เค้ารักคุณแน่ๆ เพียงแต่รอว่าเมื่อไหร่เค้าจะยอมเอ่ยปากออกมาเท่านั้นเองค่ะ …………………………..