ต้นเหตุมาจาก

เมื่อวานตอนเย็น เดินตลาดเพื่อหาของกิน
ไม่รู้จะกินอะไร หันไปเห็น “หอยแคลง” ตัวใหญ่ๆ อู้ย
น่ากินวะ กะว่าจะซื้อสักโล พอเดินไปใกล้ๆ มันยังไม่ตายนี่น่า
แลบลิ้นออกมาแผล่บๆ เราก็ยืนจ้องมันอยู่นาน
จะกินดี ไม่กินดีว้า คิดๆๆ
มันยังไม่ตายอ่ะ นึกถึงคำพูดน้าสาว
“กินหอยบาปกรรม กินครั้งหนึ่งหลายชีวิต” เอาแล้วไงกู จะกินดีไม่กินดีวะ
แล้วคำพูดน้าก็ลอยมาอีก
“ถ้าตายแล้วไม่เป็นไร ถ้ายังไม่ตายบาปกรรม ต้องอนุโมธนาสาธุ ฆ่าหลายชีวิต”
โอ๊ย ….. …………………………………………………….
ตัดสินใจ ไม่กินก็ได้วะ เห็นเป็นๆเลยกินไม่ลง
ด้านขวา มีหอยแมงภู่ใส่ถุงวางอยู่ กินหอยแมงภู่ก็ได้

“ทำไมตัวเล็กจังแม่ค้า”
“ตัวเล็กแต่อ้วนนะคะวันนี้”
เอาก็เอาวะ ไหนไหนก็ไหนไหน

กลับมาบ้าน ตัวข้างบนๆถุงที่ว่าเล็กแล้วนะ พอเทมา
โห ยังกะหอย กระพง ตัวจิ๋วๆ เหมือนเพิ่งคลอดทั้งนั่นเลย

ก็กินๆไปเสียดาย น้ำจิ้มก็เผ็ดมาก และน่าจะใช้น้ำส้มสายชูแน่ๆเลย
แต่ก็ขี้เกียจจะไปทำใหม่ก็ “ทน ทน กินไป”
กินได้แค่ครึ่งเดียว ไม่ไหว ขีเกียจแกะ ตัวเล็กมากๆๆ เสียอารมณ์แล้ว

ตกดึกปวดท้องค่ะ ไม่ได้ท้องเสียนะ แต่ปวดแบบปวดแสบปวดร้อน
ปวดทรมาร ปวดท้อง ปวดกระเพาะ สงสัยกินเผ็ด และก็ น้ำส้มสายชูด้วย
เข็ดเลย แผลเก่ายังไม่หายดี ไปทำร้ายมันอีกแล้ว

ไม่เอาแล้วพอกันที กะหอยตามตลาดนัด น้ำจิ้ม ตลาดนัด ไม่กินแล้วค่า

ในที่สุดก็ได้ไป

และแล้วเมื่อวานก็ได้ไปเดินงานกาชาดที่สวนอัมพรมา

บางคนว่า ไม่เห็นน่าไปเลย เหมือนงานวัดนั่นแหละ ร้อนก็ร้อน คนก็เยอะ

ไม่เห็นน่าไปเลย ทำไมแอลถึงอยากไป

อยากไปเพราะ

1. ก็เพราะเหมือนงานวัดนั่นแหละ ที่อยากไป ไม่ได้มีให้ไปบ่อยๆ

2. มองอะไรมันก็ดูตื่นตาดี ของกินหลากหลาย คนเดินมากมาย

3. เสื้อผ้า ของใช้ก็ราคา(เหมือน)ถูก มีถูกจริง ถูกไม่จริงต้องเลือกๆเอา

(ได้เสื้อชั้นในมา 2 ตัว ดีใจเหมือนได้แก้ว)

4.สอยดาว ช้อนไข่ เจาะลูกโป่ง (รู้ทั้งรู้ว่าต้องได้แต่มาม่า สบู่ แป้ง) แต่ก็ชอบเสี่ยง

5.ซื้อสลากกาชาด ทั้งของจุฬา(ปีนี้หมดแล้วซื้อไม่ทัน) ธรรมศาสตร์ เกษตร

และอีกหลายๆ สำนักงาน ก็ซื้อ (ทั้งที่ไม่เคยถูก ก็เหมือนหวยนั่นแหล่ะ) ก็ทำบุญไป

6.โอวัลติน ต้องกินมันทุกครั้งที่ไป เพราะอยากได้แก้วใส่น้ำ (แก้วที่บ้านก็เยอะนะ)

7.ดูสุนัขที่เขาเอามาโชว์ ชอบมากี่ปีๆ ก็เหมือนเดิม แต่ก็ยังอยากมุงดูกะเขา

8.ไปดูเขาวาดรูป และนึกถึงตอนแอลกะแฟนจีบกันใหม่ๆ เราก็มานั่นให้เขาวาดรูป

เราให้ ฮิๆ รูปมันดูสวย หล่อ กว่าตัวจริงอ่ะ

9.ไปยิงปืน แม่นบ้างไม่แม่นบ้าง ชอบสนุกดี เหมือนเล่นเกมส์น่ะแหละ

10. จริงๆ เพราะอยากทำบุญ ได้ร่วมสนุก นึกถึงวันเก่าๆ เดินกะแฟน 2 คน

กระหนุงกระหนิง เหมือนจีบกันใหม่ๆ ฮ่า
เราขับรถไปจอดไว้ที่สนามม้า เสีย 20 บาท และนั่นมอไซค์คนละ 20 บาท

ขากลับ มาแอลกะแฟนซ้อนมาคันเดียวกัน จะบอกว่า

“เสียวมากกกกกก” อ่ะ อย่าคิดลึกนะ

ไอ้คนขับมอไซค์ แม่งเมายาเปล่าไม่รู้ ขับได้น่าหวาดเสียวโครต

ขับไป ก็ด่าไป แซงขวารถตู้ที่กำลังจะเลี้ยวขวา เหลือซอกนิดเดียวมันก็เบียดไป

บิดประมาณ 80/ชม. โอ้แม่เจ้า จะรอดกลับไปหาลูกหาแม่ไหมเนี่ย

พอถึง ที่จอดรถ แฟนบอก ขี่มอไซค์ได้โครตน่ากลัวเลย เร็วโครต

อันตรายมาก แซงขวารถตู้ที่กำลังจะเลี้ยวขวา

นั่นบ่นๆกันไป บอกไม่เอาแล้วมอไซค์รับจ้างมันเมายาแน่ๆ เลย

นึกว่าจะไม่ได้เห็นหน้าลูกซะล่ะ 55 ดีที่รอดมา

เมื่อกี๊นั่งตอบกระทู้อยู่ หันไปข้างนอกพอดีเห็นคนกำลังลอยเลย

รถกระบะ ชนกะมอไซค์ คนลอยเลย หน้าบริษัท ตาดีจริงๆ เห็นตอนกำลังชน

และก็ลอยพอดี อ้า… น่ากลัวจริงๆมอไซค์เนี่ย เนื้อหุ้มเหล็กชัดๆ

ความรัก กับ ความสบาย

ได้คุยเอ็มกับเพื่อนสมัยเรียนม.ราม ได้ประมาณอาทิตย์หนึ่ง
หลังจากไม่ได้ติดต่อกันมาหลายปีอยู่

คุยกันได้ใจความว่า เพื่อนกำลังคุยเอ็มอยู่กับชาวต่างชาติ ประมาณว่าหา
คู่ทางเน็ต คุยกันมาได้ 2 เดือนกว่าแล้ว มีการส่งรูปให้กันดู
ตอนแรกๆฟังก็ไม่คิดอะไร คิดว่าเพื่อนคงอยากฝึกภาษา ก็ดี จะได้เก่งภาษา

นานๆไปเหมือนเพื่อนเราเริ่มเอาจริง บอกว่าเขาจะมาเมืองไทยหลังสงกรานต์นี้
เขาพูดไปยได้บ้าง เพราะมาเมืองไทยหลายครั้งแล้ว มาทำธุกิจ รู้เรื่องเมืองไทยดี
ด้วยความเป็นห่วงเลยเตือนเพื่อนว่า ให้ระวังตัวดีๆนะ คิดดีแล้วเหรอ
เพื่อน “อืม เพื่อนๆในกลุ่มเรามีแฟนเป็นชาวออสซี่เยอะเลย”
แอล”ก็เลยอยากมีบ้างเหรอ”
เพื่อน “เขาได้แต่งงานกัน เงินเดือนแฟนเพื่อนได้ตั้งหลายแสน เกือบล้านแน่ะ”
แอล ” แล้วยังไง คิดว่าคนเราจะโชคดีทุกคนเหรอ”
เพื่อน ” ก็อยากสบายบ้าง”

คนเราคบกันเพราะความรักไม่ใช่เหรอ คิดว่ามีความสบาย แล้วจะมีความสุขงั้นเหรอ ถ้าคบกันไม่ได้มาจาก”ความรัก”

มันเป็นค่านิยม หรือเป็นที่ความคิดของคนว่า แต่งงานกับชาวต่างชาติแล้วจะ”สบาย” เพราะว่าเขารวยงั้นเหรอ

ชาวต่างชาติไม่ได้ว่าจะรวยทุกคน ไม่ได้ว่าจะจริงใจกันทุกคน
แอลคิดว่าไม่ว่าชาติไหนๆ ก็หาคนดีๆได้ แต่อยากให้คบกัน ด้วยความรัก
ความจริงใจต่อกัน

ถ้าเพื่อนคิดแค่อยากได้แฟนต่างชาติ รวยๆสักคน เพื่อที่ตัวเองจะได้สบายละก็
สิ่งเดียวที่เราจะทำได้ตอนนี้ก็คือแค่อวยพร
“ขอให้เพื่อนโชคดีนะ ได้เจอคนดีๆ”
ไม่อยากให้โดนหลอก และก็ไม่อยากให้ไปหลอกเขา

เป็นห่วง และก็เลยถามถึงแฟนคนไทยที่เคยคบอยู่
เพื่อนบอกว่า ปากร้าย หน้าแก่ เห็นแก่ตัว พูดไม่รู้เรื่อง ไม่มีน้ำใจ ไม่เข้าใจกัน
ไม่ช่วยเหลือในทุกๆเรื่อง
ง่า…แล้วไปคบกะมันทำไม เลิกไปเลย หรือว่าเพราะอย่างนี้ใช่ไหม
ถึงบอกว่าอยากสบายกะเขาบ้าง

เพราะ ประสบการณ์ที่ผ่านมามันเลวร้ายมาก ก็เข้าใจเพื่อนอยู่นะ

ว่าด้วยเรื่องของเล็บขบ

หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้
แอลเป็นหนองที่เล็บเท้าข้างซ้ายค่ะ ปวดมาก แม่บอกว่า เป็นเล็บขบ
ให้ไปหาหมอ เพราะมันเป็นหนองบวมเป็งเลย

แอลก็ไปโรงพยาบาลเอกชนที่มีประกันสังคมอยู่
รอ….ประมาณ ชั่วโมงครึ่ง เข้าพบหมอ
หมอ >> เป็นอะไรมา
แอล>> เล็บเท้าเป็นหนองค่ะ ปวด ช่วยดูให้หน่อย
หมอ>> ถ้าจะเจ็บมากนะ น่าสงสารจัง
หมอ>> ไปทำอะไรมา ทำเล็บมาเหรอ ใส่รองเท้าอับหรือเปล่า ทำงานยืนทั้งวันเหรอ
แอล>> ที่พูดมาไม่ได้ทำเลยยค่ะ ไม่ได้ยืนทั้งวัน ใส่รองเท้าแบบเปิด ไม่อับ
แต่มันอักเสบ
หมอ>> งั้นเอาแก้อักเสบ กับแก้ปวดไปกินนะ
แอล>> ไม่เจาะ ไม่ทำแผลเหรอค่ะ
หมอ>> ไม่ต้องหรอก เอายาไปกินก่อน เดี๋ยวก็ยุบหาย

ฮ่วย แค่แอมม๊อกซี่ กะซาร่า ซื้อกินเองก็ได้วะ ไม่กี่ 10 บาท มานั่งรอ
ตั้งเกือบ 2 ชั่วโมง หงุดหงิดมากๆ

ผ่านไป 1 เดือน ก็ยังไม่หายค่ะ เป็นเนื้อตาย แล้วก็เป็นหนองออกมาเรื่อยๆ
เมื่อวาน วันเกิด หลังจากไปทำบุญ กินข้าวเสร็จ แอลก็ตัดสินใจไป คลีนิค
แถวบ้านให้หมอดู

คุณหมอ>> ต้องฉีดยาชา แล้วตัดเนื้อที่ตายออก แล้วก็ตัดเล็บที่เข้าไปแทงในเนื้อ
แอล>> ต้องถอดเล็บหรือเปล่า
คุณหมอ>> สมัยนี้ไม่ต้องแล้ว ตัดเฉพาะที่มันงอกเข้าไปในเนื้อพอ

ตอนทำแผล
คุณหมอ>> ทำไมไม่รอให้เน่าก่อนล่ะ แล้วค่อยมา
แอล>> นึกว่ามันจะหายเอง
คุณหมอ>> ถ้าไม่แก้ที่ต้นเหตุกินแต่ยาอย่างเดียวก็ไม่หายหรอก

สรุปจ่ายเงินค่าหมอที่คลีนิคไป 860 บาท

เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย จริงๆ
เจ็บใจตอนเป็นน้อยๆ ที่โรงบาลประกันสังคมมันไม่ยอมทำให้อ่ะ
ต้องเสียเงินเองถึงจะหาย
เจ็บใจๆๆๆๆ โว้ย
รู้งี้ไม่ทนมาตั้งเดือน ไปหาที่คลีนิคตั้งแต่แรก หายไปนานล่ะ
แล้วก็คงเสียเงินไม่ถึง 800-900 ร้อยหรอก
นี่ก็ยังต้องไปล้างแผลทุกวันอีก
มีแต่เรื่องเสียเงินจริงๆเลย

(เสียค่าประกันสังคมเดือนละหลายร้อย แต่รักษาให้ค่ายามาไม่กี่ 10 บาท)

ชีวิตคน ไม่แน่นอน

ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน

คนเราเคยอยู่สุขสบาย ใช้เงินเป็นว่าเล่น เลี้ยงคนโน้น เลี้ยงคนนี้
ใช้แต่ของแพงๆ ไปเมืองนอก กินของแพงๆ ใครจะเคยคิดว่าบั้นปลายชีวิต
จะเป็นอย่างไร

ไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียว ไม่มีเงินจะซื้อข้าวกิน มีแต่หนี้สิน
ขายของเก่าๆที่มีอยู่ นั่งร้องไห้ทุกๆวัน

ถ้าไม่เจอกับคนใกล้ตัวหรือตัวเอง ก็คงไม่รู้ ไม่คิดหรอก

ตอนนี้ แอลระวังเรื่องรายจ่ายมากๆ อยากเก็บเงินไว้ให้ลูก ไม่อยากให้เขาลำบาก
ตอนนี้ยังมีแรง มีปัญญา ที่ผ่านๆมาแอลไม่เคยเก็บเงินเลย
เพิ่งมารู้ว่าชีวิตคนเรานี่มันไน่นอน ตอนนี้มีงาน มีเงิน ธุรกิจแฟนยังดำเนินไปได้อยู่
ก็สบายไป

แต่อนาคตล่ะ ?
ถ้าวันใดวันหนึ่ง ขาดหัวหน้าครอบครัว
ถ้าวันใดวันหนึ่ง ธุรกิจไปไม่รอด
ถ้าวันใดในหนึ่ง ที่เราตกงาน ยังหางานไม่ได้
*** ครอบครัวจะอยู่ยังไง***
ตอนนี้ยังไม่สายถ้าแอลกะสามีเริ่มเก็บเงินแบบจริงๆจังๆ
เพื่ออนาคต ที่มันไม่แน่นอน ใครจะไปคิด อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้

(แต่คิดแต่ไม่รู้ว่าจะเก็บได้จริงๆสักเท่าไร) มีแต่เงินออมจากประกัน
ตั้งใจว่าจะฝากเงินประจำไว้ให้ลูกระยะยาว 15 ปี
ตอนนี้ทำงานก็เพื่อ แม่ กะ ลูกสาวนี่แหละ แม้เงินเดือนจะน้อยนิด
แต่ตอนนี้รู้จักประหยัดแล้ว (ยกเว้นเรื่องกินกะครีมบำรุง)

เคยใส่เสื้อผ้าแพงๆ ตอนนี้ 100 ก็กล้าใส่ไม่อายใคร
กางเกงตัวละ 200 ก็ซื้อใส่ คิดแค่ว่า ประหยัดไว้เพื่อลูก 55
อะไรไม่จำเป็นก็ไม่ซื้อ

พอมีลูกแล้วชีวิตเปลี่ยนไปเยอะ เชื่อแล้วจริงๆ