ผมนั่งอยู่ที่นี่มานานแล้ว.
ตั้งแต่ถนนเส้นนี้ยังตัดใหม่ๆ จนเดี๋ยวนี้มีรถราวิ่งกันแน่นขนัดตั้งแต่เช้ายันค่ำ.
แรกๆคนแถวนี้ต่างรังเกียจผมกันออกหน้าออกตา คงเป็นเพราะน้ำเหลืองที่ไหลย้อยตลอดเวลาที่ขาผม.
มันคงส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งมากไปหน่อย.
แต่พอนานเข้าทุกคนต่างก้อเอือมระอา อีกทั้งต่างคนต่างมีภาระของตัว ไม่มีใครมีเวลาใส่ใจใครนานๆ.
คนเหล่านี้ต่างก้อลืมผมไป.
ถึงตอนนี้แทบทุกคนต่างก้อเห็นผมเป็นเพียงขอทานพิการตัวเหม็น ไม่มีพิษมีภัยกับใคร.
หลายคนมองผ่านผมไป เหมือนมองก้อนหินก้อนนึง.
แต่ในบรรดาคนเหล่านี้ ยังมีหญิงชราคนนึง ที่ดูเหมือนว่าในสายตาแกจะยังมองเห็นผมเป็นคนอยู่.
ป้าเอื้อย…….แกเป็นแม่ค้าขายข้าวแกงริมถนน แผงข้าวของแกตั้งห่างที่ของผมไปราวๆสี่ห้าวาเท่านั้น.
แกมักเตือนผมประจำ…” เวลาใครเค้าไล่ เค้ารังเกียจ…ไม่ต้องไปสน อย่าสร้างศัตรู รู้มั้ย? ”
หึๆๆ ผมจะไปสู้ใครเค้าได้ล่ะ ผมไม่โง่ไปมีเรื่องกับใครหรอก ผมคิด.
พ่อค้าแม่ขายที่อยู่รอบตัวผม ผมก้อไม่เคยจะไปยุ่มย่าม ยกเว้นบางคนที่ชอบเอาตีนเขี่ยขาผมให้พ้นทางเดินเค้าเท่านั้นแหละ ที่ผมจะมองหน้า แล้วสบตาแข็งกร้าว…
” ทำไมไอ้เป๋? ”
ผมหลบตาวูบ หึๆ จะทำอะไรได้มากกว่านี้เล่า?
ผมไม่อยากมีศัตรูหรอก……..ต่างคนต่างอยู่ ต่างหากินน่ะดีแล้ว.
………………………..
เอ้า!! อฐิษฐานอยู่นั่นแหละ เมื่อไหร่จะโยนตังมาซะที ผมแอบเลิกตาขึ้นมามองชายหนุ่มคนนึง ที่กำลังจะทำทาน.
ผมเมื่อยมาก ก้มกราบมาจะสองนาทีอยู่แล้ว เฮ้อ!!.
แกร๊ง!!….
ผมเงยหน้าขึ้นดูในกระป่องนม หลังจากเค้าเดินหายไป โถ่เอ๊ย!! บาทเดียวขอซะเยอะแยะ แม่งง!!
แดดเริ่มอ่อนแล้ว ผมคลานไปหาป้าเอื้อยควักเงินมาสิบบาท แกเห็นผมเลยโบกมือห้ามบอก ” ไม่ต้องๆ ” แล้วแกก้อตักข้าวราดแกงส่งให้ผมพร้อมรอยยิ้มที่เป็นกันเอง.
ผมนั่งกินข้างๆแก พร้อมกับฟังแกบ่นเรื่องลูกชายตัวดีของแก ที่ไม่เคยออกมาช่วยแม่ทำอะไรเลย วันๆเอาแต่สำมะเลเทเมา แกชอบบ่นเรื่องนี้ประจำ.
ผมก้อนั่งฟังนิ่งทุกวัน เป็นผู้ฟังที่ดีเสมอมา คล้ายตอบแทนแกแทนค่าข้าวที่แกให้มา.
เย็นพอดูแล้ว ผมชักง่วง เลยคลานไปงีบที่หลังวัดที่อยู่ข้างๆ ค่ำนี้คนเยอะแน่ๆ ผมต้องเก็บแรงไว้ก้มกราบคนใจบุญทั้งหลายอีกหลายพันครั้งแน่ๆ…….
………………………….
โครม!! เฮ้ย!! เสียงเอะอะโวยวายทำผมสะดุ้งตื่น ผมชะโงกหัวหันไปดูต้นเสียง เห็นคนใส่ชุดข้าราชการสองสามคน กำลังวิ่งไล่อะไรบางอย่าง.
ผมค่อยๆคลานออกไปที่ถนน กว่าผมจะไปถึง ทุกอย่างก้อเงียบสงบ แต่เมื่อหันไปมองที่ทางเท้า…
กลับมีแต่ความว่างเปล่า…………………………….
แผงขายของ พ่อค้าแม่ค้าหายไปหมด ผมหันไปดูที่แผงข้าวป้าเอื้อย ว่างเปล่า…….เหลือแต่รถเข็นเก่าๆของแกกับถาดกับข้าวสองสามถาด.
” โดนเทศกิจเล่นซะแล้ว ” เสียงผู้คนซุบซิบกันเบาๆ ผมลังเลอยู่พักนึง ก่อนจะค่อยๆคลานกลับเข้าไปในวัด คืนนี้คงต้องงดผมคิด ก่อนล้มตัวลงนอนต่อ.
………………………………..