บันทึกแกล้ด 4

วันอาทิตย์ที่  2  ธ.ค. 55  กิฟทกลับมาแล้ว และสะพายกระเป๋าที่ซื้อฝากแกล้ดมาให้ดูด้วย แต่วันนี้ยืมใช้ก่อน 1 วัน แกล้ดแอบคิดว่าไม่รู้จะมีโอกาสได้ใช้หรือเปล่า แกล้ดเขียนบอกกิฟทว่า “ เบื่อ “ จังเลย เมื่อยก็เมื่อย กิฟทสอนให้คิดว่า ” กายเจ็บ แต่ใจไม่เจ็บ “ หมายถึง ร่างกายมันจะเจ็บปวดยังไงก็ปล่อยมันไป แต่ใจเราจะไม่ไปเจ็บปวดกับร่างกายเราด้วย ฟังแล้วเหมือนจะง่ายๆ แต่เวลาปฏิบัติจริง ยากจังเลย แต่จะพยายามนะ

แกล้ดยังฝึกหายใจต่อไปเรื่อยๆ ในช่วงนี้มีนักศึกษาพยาบาลมาฝึกงาน โดยให้ดูแลผู้ป่วยคนละเตียง  น้องที่มาดูแลแกล้ดน่ารักมาก มาช่วยแปรงฟัน , เช็ดตัว , ดูดน้ำมูกและน้ำลายให้ตลอด.. มีอยู่วันหนึ่งที่น้องมาช่วย แกล้ดแปรงฟัน โดยมีอาจารย์พยาบาลมาช่วยดูแล อาจารย์ถามน้องว่า เวลาแปรงฟันต้องปรับหัวเตียงให้สูงหรือต่ำ น้องมีท่าทางลังเล แกล้ดแอบขยับปากบอกน้องอย่างมั่นใจ ( เพราะอยู่ที่นี่ แปรงฟันวันละ 3 รอบ ทั้งๆที่ไม่ได้กินอาหารทางปาก เพราะกลัวเชื้อโรคเข้าไปในคอ ) น้องตอบว่า ” หัวสูงคะ ” อาจารย์ตอบกลับ ” ต้องให้หัวเตียงลง คนไข้จะได้ไม่สำลัก ” และต่อด้วย ” !!??!!??!!?? “. แกล้ดอยากบอกขอโทษน้อง แต่ก็ไม่มีโอกาส แต่มีน้องนักศึกษาพยาบาลที่มาฝึกรุ่นหลัง ถามคำถามนี้ด้วยความสงสัยกับพยาบาลที่กำลังแปรงฟันให้แกล้ด พยาบาลบอกว่า ” ต้องปรับหัวเตียงให้สูง คนไข้จะได้ไม่สำลัก “. น้องแย้งว่า “ แต่อาจารย์บอกให้ปรับเตียงลง หนูก็เลยสงสัยว่าต้องทำยังไงแน่ “ …อย่าว่าแต่น้องเลย แกล้ดก็ยังงงๆเหมือนกัน

วันจันทร์ที่  3 – 4  ธ.ค. 55  ส่วนกิจวัตรประจำวันของแกล้ดในห้อง MICU
5.00  น.         แปรงฟัน , เช็ดตัว
6.00  น.         ทำแผล
7.00  น.         พลิกตัว
8.00  น.         กินอาหารทางสาย , พ่นยา
10.00  น.       พลิกตัว , ทำกายภาพ
12.00  น.       แปรงฟัน ,กินอาหารทางสาย , พ่่นยา
14.00  น.       เช็ดตัว , ทำแผล
16.00  น.       พลิกตัว
18.00  น.       พลิกตัว , กินอาหารทางสาย , พ่นยา
20.00  น.       แปรงฟัน , พลิกตัว
22.00  น.       พลิกตัว
00.00  น.       กินอาหารทางสาย
02.00  น.       พลิกตัว
ยังไม่รวมการกินยา , ฉีดยาเข้าเส้น และดูดเสมหะนะ

แกล้ดกินอาหารของครัวโรงพยาบาลปั่นให้ แต่ท้องเสีย คุณหมอเลยเปลี่ยนให้เป็นนมแทน ครั้งละ 350 ML.  วันละ  4 เวลา และต้องให้ไหลช้าๆ จะได้ไม่ปวดท้อง กว่าจะหมดก็เป็นชั่วโมง ถ้าหมดเร็วก็ปวดท้องและท้องเสีย พยาบาลที่อยู่เวรดูแลแกล้ดเป็นประจำก็จะทราบ แต่พอเวลาเปลี่ยนเวร น้องพยาบาลที่เราไม่คุ้นหน้าก็เข้ามาเสียบสายเข้ากับถุงอาหาร แล้วแขวนไว้ที่เสา นมก็ไหลหมดอย่างรวดเร็ว แกล้ดได้แต่มองตาม เพราะไม่รู้จะบอกน้องเขายังไง น้องพยาบาลอีกคนวิ่งจากเตียงอื่นมาบอกว่าต้องให้ช้าๆ  ” หนูเห็นมาแต่ไกลแล้ว แต่วิ่งมาบอกไม่ทัน ” แกล้ดเตรียมตัวปวดท้องได้เลย! 555

วันพุธที่  5  ธ.ค. 55  แม่กับกิฟทมาดูที่หน้าจอคอมฯลฯเห็นการหายใจของแกล้ดดีขึ้น ก็ดีใจกันใหญ่ ส่วนน้องพยาบาลชูนิ้วโป้งให้ ” พี่แกล้ดเก่งจัง ” แกล้ดยิ้มหน้าบานเลย..กิฟทถ่ายคลิปจากทีวีที่ถ่ายทอดสด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกมหาสมาคม พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาฯ ณ สีหบัญชร  มาให้ดู เสร็จแล้วก็อ่านหนังสือให้แกล้ดฟัง เกี่ยวกับเรื่องเวลาที่เราเจ็บป่วย ให้เราแยกใจออกจากร่างกาย กายจะเจ็บป่วยอย่างไร เราก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณหมอรักษาไป ส่วนเราก็ดูแลรักษาใจเราให้ดี ไม่ให้ใจเจ็บป่วยไปตามกาย ” กายเจ็บ แต่ใจไม่เจ็บ อย่างที่พี่เคยบอกแกล้ดไง จำได้หรือเปล่า? “ แกล้ดพยักหน้า  ” แล้วก็ไม่ต้องไปกังวลถึงเรื่องอื่นๆ ใครพูดอะไรก็ไม่ต้องไปสนใจนะ ดูแลตัวเองให้หายก่อน “ แล้วก่อนจะกลับบ้านก็จะบอกกับแกล้ดทุกครั้งว่า ” แม่กับพี่รักแกล้ดนะ  แกล้ดสู้ๆ “ แล้วก็จุ๊บหน้าผากหนึ่งที..

บันทึกแกล้ด 2

วันพุธที่  20  พ.ย. 55   วันนี้แม่กับกอล์ฟมาสายหน่อย เพราะแวะไปทำธุระก่อนแล้วถึงมาหาแกล้ด กอล์ฟช่วยแม่ขับรถ ให้แม่ช่วยบอกทาง มาถึงโรงพยาบาลอย่างปลอดภัยอย่างไม่น่าเชื่อ

วันนี้กอล์ฟเอาไอโฟน 5 มาให้ดู และให้ดูคลิปน้องหมาสองตัวที่เลี้ยงไว้ กอล์ฟเล่าว่าน้องหมาสองตัวนี้มันพลัดหลงมาจากเจ้าของมัน พอจ้าหน้าที่เขาจับมาได้เขาจะรอให้เจ้าของมารับภายใน 7 วัน ถ้าไม่มีใครมารับเลี้ยง น้องหมาก็จะถูกฆ่าทิ้ง กอล์ฟสงสารมันก็เลยเอามาเลี้ยงไว้เอง..  และให้ดูคลิปที่ถ่ายสถานที่ต่างๆที่เพิ่งไป มีรูปเพื่อนสนิทด้วย ดูกันเพลินเลย

กอล์ฟลงไปฃื้อกาแฟข้างๆ รพ. คนขายถามว่า “ จะเอากาแฟสดหรือกาแฟโบราณ “  กอล์ฟไม่กล้าถามว่ามันต่างกันยังไง ก็เลยสั่ง “ กาแฟโบราณ “ พอได้ชิมกาแฟโบราณ ใส่นมข้นหวาน อร่อย ถูกใจกอล์ฟมาก ราคาก็ถูกดัวย  แต่กอล์ฟบอกว่าเขาใส่น้ำแข็งเยอะไปหน่อย แม่บอกให้กอล์ฟบอกคนขายให้ใส่น้ำแข็งครึ่งถุงก็พอ  กอล์ฟบอก “ กลัวโดนถุงน้ำแข็งขว้างหัว ”

กิฟทโทรมาบอกว่าจะลางานสองวันพากอล์ฟเที่ยว..555 แม่เลยคิดโปรแกรมว่าพรุ่งนี้จะพากอล์ฟไปอ่างศิลาไปกินอาหารทะเลอร่อยๆ…  เฮ้อ! แกล้ดอดไปด้วยเลย เสียดายจัง….

วันพฤหัสบดีที่  22  พ.ย. 55  แกล้ดเหงาหงอยแต่เช้า คิดไปเรื่อยเปื่อยว่า แม่ , กอล์ฟและกิฟท ขับรถไปถึงอ่างศิลาหรือยัง? กินข้าวหรือยัง? จะแวะตลาดหนองมนหรือเปล่านะ แล้วจะกลับมาเมื่อไหร่? เสียดายจังไม่ได้ไปด้วย นานๆทีกว่ากอล์ฟจะได้กลับมา แกล้ดก็ต้องมานอนโรงพยาบาลซะก่อน แล้วยังพูดไม่ได้อีก..เฮ้อ!

ตอนบ่ายกอล์ฟกับกิฟทถือถุงปูต้มมาฝากพยาบาล แล้วมาคุยให้แกล้ดฟังว่าตอนช่วงเช้าแวะไปThe Mall เอาโน๊ตบุ๊คของแกล้ดไปปรับเป็น Windows 7 เพราะโน๊ตบุ๊คช้าเป็นเต่า กิฟทบอกว่าเมื่อคืนกอล์ฟเอาโน๊ตบุ๊คมาเปิดจะลงเพลงจาก ITunes ใส่ในไอโฟน 3 ( ที่กอล์ฟส่งมาให้ ) ให้แกล้ด แต่มันช้ามาก แถม wifi ก็ไม่มี aircard ก็ไม่ได้เรื่อง  กอล์ฟเกือบจะเหวี่ยงโน๊ตบุ๊คทิ้ง ( ฮ่าๆๆ ) …และซื้อเคสใส่ไอโฟนให้แกล้ดเสร็จแล้วก็ไปอ่างศิลา กินข้าวต้มปลาและหนวดปลาหมึกปิ้ง กอล์ฟบอกว่าชอบกินมากๆๆ  กำลังกินๆอยู่เลยส่งให้แม่ที่นั่งเบาะหลัง กลับหายจ้อยไปเลย  แม่ไม่ส่งกลับคืนก็เลยไม่ได้กินต่อ..จากนั้นก็แวะไปดูบ้านและ ซื้ออาหารทะเลที่ตลาดหนองมน กอล์ฟถ่ายคลิปมาให้ดูด้วย ดีจังเลยถึงแกล้ดไม่ได้ไปก็ได้ดูคลิปก็ยังดี

วันศุกร์ที่  23  พ.ย. 55  วันนี้ทั้งสามคนมากันตั้งแต่เช้าด้วยสีหน้าดูตื่นเต้นและบอกว่าพรุ่งนี้จะมีม็อบมาชุนนุม  รัฐบาลเลยเตรียมซ้อมรับการชุมนุม…   แม่กับกอล์ฟแยกไปหาพ่อที่กุโบว์ ตรอกสุเหร่ามหานาค ส่วนกิฟทก็อยู่ช่วยออกกำลังแขนขาให้แกล้ด ทำไปด้วยคุยไปด้วย พอกอล์ฟกลับมาก็เล่าให้ฟังว่าแม่พาไปนั่งรถตุ็กๆและไม่ลืมถ่ายคลิปมาให้ดูด้วย แล้วผ่านตรงที่ตำรวจเขาเตรียมซ้อมรับการชุมนุมของม็อบในวันพรุ่งนี้ แล้วแม่ก็พากอล์ฟลุยต่อด้วยการขึ้น ” รถเมล์ฟรีเพื่อประชาชน ” กว่าจะมาถึงที่โรงพยาบาลได้ก็มึนเลยแต่กอล์ฟก็คุยให้ฟังอย่างสนุกสนาน

วันเสาร์ที่  24  พ.ย. 55  วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่กอล์ฟจะมาเยี่ยมแกล้ด  เพราะพรุ่งนี้เช้าต้องกลับไปอเมริกา แม่กับกอล์ฟจะมาตอนสายๆหน่อย เพราะต้องไปทำธุระ  ให้กิฟทนั่งรถเมล์มาหาแกล้ดก่อนแต่เช้า  กิฟทบอกรถไม่ติด รัฐบาลเปิดถนน  แล้วเขาก็ใช้แก๊สน้ำตาสลายผู้ชุมนุม และส่งตัวผู้บาดเจ็บมาที่นี่ แกล้ดทำปากว่าอยากไปดูจัง กอล์ฟกับกิฟทบอก ” เดี๋ยวจะขอคุณหมอให้ ” แล้วก็ทำท่าจะเข็นเตียงแกล้ดออกไป และยัง ” ชม ” น้องรักอีกว่า ” ไอ้พวกหัวรุนแรง ชอบดูเขาตีกัน ”  น้องพยาบาลหัวเราะกันใหญ่ กอล์ฟลงไปถ่ายคลิปให้ดูเป็นระยะๆ

พอช่วงบ่ายแม่กับกิฟทไปไหนก็ไม่รู้ กอล์ฟเลยเอารูปที่แอบถ่ายแม่กับกิฟทกำลังนั่งหลับอยู่มาให้ดูขำๆแล้วก็เริ่มพูดเรื่องที่บ้าน ถึงความรู้สึกต่างๆที่มีกับทุกคน พูดถึงอาหารที่ลุงพาไปกิน , อาหารที่บ้าน , หนวดปลาหมึกและฮ้อยจ้ออร่อยมาก  พูดถึงเรื่องให้แม่ติด wifi และซื้อไอแพดให้แกล้ด  เวลาคุยกันจะได้เห็นหน้า และถ้าไม่สบายใจเรื่องอะไรก็ส่งเมล์ไปหาได้เสมอ บรรยากาศเริ่มเศร้า    แล้วแม่กับกิฟท์ก็มาขัดจังหวะ
แม่       ” เอาไอโฟนของกอล์ฟให้แกล้ดสิ ”
กอล์ฟ   ” อีกสองปีจะส่งมาให้ ”
กิฟท    ” แกล้ดมันใช้แต่ของเหลือๆ ”
แม่       ” เดี๋ยวแม่ซื้อกระดานชนวน ( ไอแพด ) ให้ ”
กิฟท    ” ชีวิตแกล้ดมันคงยุ่งน่าดูเลยใช้ทั้งโน๊ตบุ๊ค , ไอโฟน , ไอแพด , มือถือ ”
ฮาๆๆๆ

ที่นี่ให้เข้าเยี่ยมได้ไม่เกินสองทุ่ม แต่แม่อยากให้กลับก่อนเพราะจะพากอล์ฟไปกินกระเพาะปลาและจะได้จัดเสื้อผ้าใส่ กระเป๋า แต่กอล์ฟอยากอยู่ถึงสองทุ่ม แกล้ดบอกให้กลับเถอะและมองไปที่หมวกที่กอล์ฟสวมอยู่ ” ให้ ” นะ และยากจะบอกกับกอล์ฟว่า ” เพราะเราไม่รู้ว่าจะให้อะไรกอล์ฟเป็นที่ระลึก และขอบคุณที่ส่งไอโฟน 3 มาให้และเอาโน๊ตบุ๊คไปปรับเป็น Windows 7 ให้อีก โดนใจแกล้ดมาก ขอบคุณมากๆนะ  และเสียดายที่ไม่ได้ไปไหนด้วยกันเลย “  แต่แกล้ดก็ทำได้แค่ขยับปาก ” ขอบคุณนะ ”   กอล์ฟเข้ามาหอมแก้มและบอก  ” Thanks… ”  แกล้ดก็เริ่มน้ำตาไหล แล้วทุกคนก็เดินออกจากห้องไป กิฟทเดินย้อนกลับมาดูและปลอบว่า  ” ไม่ต้องร้องนะๆๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะมาเยี่ยมอีก “  หลังจากนั้นแกล้ดก็นอนหงอยเหงา  น้องพยาบาลอ้วนดำเลยเข้ามาถามว่า  ” คิดถึงพี่ชายเหรอ? “  แกล้ดพยักหน้าหงึกๆ แล้วถามต่อว่า  ” พี่ชายเป็นคนโต แล้วก็พี่สาวคนที่สอง พี่แกล้ดคนสุดท้อง?…เออ! ไม่ค่อยเคยเห็นนะว่าพี่ชายกับน้องสาวจะสนิทกัน แต่เห็นบ้านนี้คุยกันจุ๊กจิ๊กๆ น่ารักจัง “…

…เย้! แกล้ดได้กลับบ้านแล้ว พอเข้ามาในบ้าน แกล้ดเห็นทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าทั้งพ่อ , แม่ , กอล์ฟและกิฟท   กำลังมีงานเลี้ยงฉลองกัน   มีอาหารอยู่เต็มโต๊ะ   เราคุยกันอย่าสนุกสนาน ในระหว่างที่แสงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า สวยงามมาก!…แล้วแกล้ดก็ลืมตาขึ้นมา…  ‘ เราอยู่ที่ไหนละเนี่ย?  อ๋อ..อยู่ MICU ‘ แกล้ดก็แค่ฝันไป….

บันทึกแกล้ด 1

          วันเสาร์ที่  10  พ.ย. 55  แม่กับกิฟทมาเยี่ยม และบอกว่ากอล์ฟจะกลับจากอเมริกามาในคืนวันอังคารที่ 19 นี้ ดีใจจัง แต่แกล้ดคงไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวกับกอล์ฟแล้ว เฮ้อ!..เสียดายจัง…
วันนี้คุณหมอประจำตัวบอกให้แกล้ดย้ายไปอยู่หอผู้ป่วยหนักอายุรกรรม  ( MICU ) ชั้น  4   แกล้ดได้  ย้ายไปตอนสองทุ่ม อยู่เตียง 6 ตรงหน้าเคาน์เตอร์พยาบาลพอดี   ได้รันการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากน้องๆพยาบาลเรียกพี่แกล้ดๆๆตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่เข้าไป และน้องพยาบาลจะตรวจดูตามร่างกายว่ามีแผลตรงไหนบ้าง พอเห็นกำไลข้อเท้ากรุ้งกริ๊ง  น้องบอกว่า  “ น่ารักจัง คุณแม่ใส่ให้เหรอคะ  เวลาพี่แกล้ดหนีเที่ยว คุณแม่จะได้ตามเจอ ใช้มั้ยพี่แกล้ด? “ ฮ่าๆๆๆ

วันแรกๆที่อยู่ใน MICU แกล้ดจะโดน ” เปิดเส้น ” เหมือนการให้น้ำเกลือ เพื่อให้ยาทางเส้นเลือด น้องพยาบาลก็จะบอกว่า ” หาเส้นยากมาก ” , ” พี่ไม่พกเส้นมาเลย ”  พอเปิดเส้นแรกได้แล้ว ก็ขอเปิดเส้นที่สองเพราะ ” ให้ยาไม่ทัน ”  ทำให้มีสายระโยงระยางทางแขน,ขาทั้งฃ้ายขวาของแกล้ด และมีท่อช่วยหายใจที่เสียบระหว่าง “ ทื้ว “( Tube ) กับเครื่องช่วยหายใจระบบคอมพิวเตอร์อีกสามท่อ พะรุงพะรังเต็มไปหมด

แกล้ดมาวันแรกๆ ก็มีเรื่องให้ตื่นเต้น มีอยู่คืนหนึ่งแกล้ดกำลังหลับอยู่  น้องพยาบาลอ้วนดำมาปลุกบอก  ” พี่แกล้ดๆๆ ตื่นๆๆ พี่ความดันต่ำมาก แต่พี่ไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวหนูจัดให้ ”  แกล้ดก็พยักหน้า ( นึกว่าจะขอเบอร์แม่อีก )    น้องหันมาถามอีก ” พี่ไม่กลัวนะ ”  แกล้ดก็ส่ายหัว ( แปลว่าไม่กลัว ) แล้วก็หลับตา แต่เริ่มหนาว    ( นึกถึงโกโบริตอนใกล้ตายที่หนาวสั่นอยู่ในอ้อมกอดอังศุมาลิน ) แล้วก็เริ่มตัวสั่น น้องอ้วนดำเอาผ้ามาห่มให้ แล้วแกล้ดก็หลับไปเลย ตื่นมาอีกทีก็เช้าแล้ว   โอ้!..แกล้ดยังไม่ตาย !!

ในคืนที่ไข้ขึ้นสูง น้องพยาบาลอ้วนดำคนเดิมมาปลุกบอก  ” พี่แกล้ดๆไข้ขึ้นสูงนะ มาเช็ดตัวกันเถอะ ” แล้วเอาผ้าชุบน้ำเย็นมาเช็ดตัว มีถุงเยลแช่เย็นมาแปะๆตามตัว และยังมีเครื่องทำความเย็น ( แม่บอกว่ามันคือเตียงน้ำ ) ที่มีแผ่นรองบนเตียงพอเปิดเครื่อง ก็จะเย็นไปทั้งตัวเลย ถ้าไข้ไม่ลดก็แย่แล้ว

วันแรกที่แกล้ดใส่ทิ้ว ( Tube ) ในปากมีแผลเจ็บระบมไปหมด น้องพยาบาลเลยเอาน้ำยาสีชมพูมาทา ทำให้ชา จะได้ไม่เจ็บเวลาแปรงฟัน แต่น้องพยาบาลหน้าขาวมาแอบบอกแกล้ดว่า ”  พี่แกล้ดๆ พรุ่งนี้ตอนแปรงฟัน เราจะเอาน้ำยาสีชมพูมาบ้วนปากกันนะ ปากจะได้ไม่เจ็บ ”  พอได้เวลาปฏิบัติการ น้องเขาก็ใช้น้ำยาที่ไม่ผสมน้ำมาให้แกล้ดบ้วนปาก ก็ได้ผลอย่างที่น้องเขาบอก ชาไปทั้งปากเลย! พอวันรุ่งขึ้นพยาบาลอีกคนหยิบขวดน้ำยาขึ้นมาดูอย่างงงๆและพูดบ่นๆกับแกล้ดว่า  ” พี่แกล้ดๆ ทำไมน้ำยามันหมดไปตั้งครึ่งขวด พี่แกล้ดกินไปหรือเปล่าเนี่ย? ”  แกล้ดได้แต่ยิ้ม แต่หลังจากนั้นมาก็ใช้นำยานี้ผสมน้ำบ้วนปากจนหายดี

วันอังคารที่  19  พ.ย. 55  แม่กับกอล์ฟมายืนข้างๆเตียง แกล้ดตื่นลืมตาดูอย่างเบลอๆงงๆ  แม่บอก        ” กอลฟ์มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ” แกล้ดเริ่มมีสติกลับมาและยิ้มทักทายกอล์ฟ  และใส่แว่นตาจะได้เห็นหน้าชัดๆ   กอล์ฟเล่าให้ฟังว่า พอมาถึงสนามบินก็ซื้อซิมใส่มือถือ แล้วก็นั่งแท็กซี่กลับบ้าน กอล์ฟบอกว่าเห็นมิเตอร์ขึ้นร้อยกว่าบาท  กอล์ฟเลยแกล้งถามคนขับว่าเท่าไหร่?  เขาตอบว่าสองร้อย… ฮ่าๆๆ พอมาถึงก็ ” โดน ” เลย

ตอนเที่ยงกอล์ฟไปกินข้าวกับคุณลุง แล้วกลับมาเล่าว่าไปกินโน้นกินนี่ อืม..อร่อยมาก.. วันนี้มีฝนตกปรอยๆ กอล์ฟไม่ได้เอาหมวกมา  แกล้ดบอกให้ไปเลือกหมวกที่ห้องแกล้ดมาใช้ได้ตามสบาย… แกล้ดอยากเห็นไอโฟน 5  กอล์ฟจะเอามาให้ดูพรุ่งนี้

บันทึกแกล้ด

วันจันทร์ที่ 5 พ.ย. 55 เมื่ออาทิตย์ที่แล้วแกล้ดเป็นอะไรก็ไม่รู้ปวดเมื่อยไปทั้งตัว พอวันเสาร์,อาทิตย์ ( 3 – 4 พ.ย. 55 ) เริ่มไอเล็กน้อย เย็นวันอาทิตย์เริ่มมีไข้ไม่สบายปวดหัวมาก

แม่พาไปหาหมอที่ รพ. ตั้งแต่เช้า แต่กว่าจะได้ตรวจก็สายๆโน่น พอพยาบาลมาวัดความดัน และชีพจร เต้นเร็วมาก เสร็จแล้ววัดไข้ๆ ก็ขึ้นสูง39 องศาเซลเซียส ก็เลยให้แกล้ดกินยาลดไข้ และให้คุณหมอตรวจ คุณหมอสั่งให้เอกซเรย์ ตรวจปัสสาวะ กว่าจะเสร็จก็เกือบเที่ยง พอเอาผลตรวจไปให้คุณหมอดู คุณหมอยังไม่แนใจว่าเป็นโรคปอดอักเสบหรือไม่ ก็เลยให้ไปเจาะเลือดอีก กว่าจะเสร็จก็เที่ยงๆ แกล้ดกินอะไรไม่ลง ได้แต่กินแซนวิชไป 1 ชิ้น แล้วเริ่มเหนื่อยมากขึ้น

ตอนบ่ายพบคุณหมออีกรอบ คุณหมอบอกว่าอาจเป็นปอดอักเสบ สั่งยาให้และนัดให้มาพบอีกทีในวันพุธ ระหว่างทางกลับบ้าน แกล้ดอาเจียนตลอดทาง พอกลับถึงบ้านก็นอน จะกินอะไรก็ไม่ได้ อาเจียนตลอดจนถึงวันรุ่งขึ้น

วันอังคารที่ 6 พ.ย. 55 ตอนบ่ายแม่พาไป รพ. อีกรอบ คราวนี้ได้พบคุณหมอที่เคยรักษาแกล้ด
( เรียก ” คุณหมอประจำตัว ” นะ ) ให้ admit แต่ไม่มีห้องพิเศษก็เลยต้องไปอยู่เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ( ER )
ตอนกลางคืนแกล้ดนอนไม่หลับเลย

พอตอนเช้าแกล้ดโดนย้ายไปอีกห้อง มีผู้ป่วยนอนเรียงๆกันบนรถนอน มีผู้ป่วยคนหนึ่ง เป็นโรคอะไรก็ไม่รู้ แกจะพูดๆๆโวยวายตลอด มีอยู่ช่วงหนึ่งแกบ่นเรื่องภรรยาแกอย่างโน้นอย่างนี้และต่อว่าผู้หญิงอาชีพต่างๆ พยาบาลก็เลยถามว่า ” แล้วพยาบาลหล่ะเป็นยังไง ” แกตอบกลับว่า ” ไม่เอาหละ เวลาจะ…กับพยาบาลต้องเช็ดแอลกอฮอล์ก่อน!… ไม่ไหวหละ ” พยาบาลหัวเราะกันทั้งห้อง

คืนวันพุธที่ 7 พ.ย. 55 แม่ตัดสินใจให้แกล้ดเข้าอายุรกรรมหญิง 1 ชั้น 14 ในตอนกลางคืน แล้วแม่ก็กลับบ้าน จากนั้นแกล้ดเริ่มหอบเพราะหัวเตียงยกสูงหายใจไม่ถนัด พยาบาลไปตามคุณหมอมาดู บอกว่าต้องใช้ “ ที่ช่วยหายใจ ” และขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อแม่ หลังจากที่แกล้ดบอกเบอร์โทรแล้ว เริ่มไม่รู้สึกตัวว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นได้ยินแว่วๆว่า ” แวเลี่ยม ๆ ” แล้วแกล้ดก็หลับไปเลย

แกล้ดตื่นขึ้นมาอีกทีตอนดึก พอลืมตาขึ้นมา รู้สืกว่ามีอะไรอยู่ในปากเต็มไปหมด เจ็บคอ เจ็บปาก พอจะอ้าปากพูดก็ไม่มีเสียง ตกใจมาก เริ่มร้องไห้ ได้แต่คิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรา สับสน ว้าวุ่นไปหมด ได้แต่น้ำตาไหลตลอด ย้อนกลับไปคิดถึง “ ที่ช่วยหายใจ ” แกล้ดเข้าใจว่าเป็นเครื่องออกซิเจนอะไรทำนองนั้น ไม่รู้ว่ามันคือ “ ทิ้ว “ ( Tube ) ที่แกล้ดเคยเห็นเขาใส่ให้พ่อตอนที่พ่อไม่สบาย พ่อคงเจ็นมาก แล้วแกล้ดก็แอบคิดว่าถ้าแกล้ดไม่สบาย จะไม่ยอมใส่ “ ทิ้ว “ ( Tube ) นี้เป็นอันขาด แต่ในวันนี้ก็ต้องใส่มันจนได้ … และขณะที่แกล้ด ยังไม่ทันได้ตั้งสติถึงสิ่งที่เกิดขึ้น พยาบาลเดินเข้ามาพร้อมสายอาหาร และก็บอกว่า ” พอใส่ทิ้ว ( Tube ) แล้ว กินอาหารทางปากไม่ได้ต้องใส่สายอาหารแทนนะคะ ” พูดจบก็ใส่สายเข้าไปทางรูจมูกด้านฃ้าย แต่มันมาออกทางปาก ก็เลยต้องดึงกลับมา เลือดติดตามสายเต็มเลย แกล้ดเจ็บมาก จากนั้นก็ใส่สายเข้าไปใหม่ทางรูจมูกด้านขวา ก็เป็นเหมือนเดิมอีก. เลยใส่เข้าไปทางปากแทน คราวนี้ได้ผล สายอาหารลงไปในกระเพาะแล้ว เสร็จเรียบร้อสำหรับคืนนี้… แต่สำหร้บแกล้ดยังไม่หายสับสน ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก โดยที่เราไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ จากที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ยังพูดไม่ได้ กินไม่ได้อีกต่าหาก…คืนนี้ ช่างเป็นคืนที่ทรมานเหลือเกิน….
แม่มาหาตั้งแต่เช้า แกล้ดร้องไห้และพยายามทำปากบอกแม่ว่าให้เอา ” ทิ้ว ” ออก แม่โทรไปถามน้าที่เป็นหมอ น้าบอกว่า ” ถ้าเอา“ ทิ้ว “ ( Tube ) ออกก็ตายนะสิ ” ญาติๆแม่มาเยี่ยมพูดปลอบใจและให้กำลังใจจนแกล้ดเริ่มทำใจได้นิดๆ และเริ่มสื่อสารกับพยาบาลด้วยการพยักหน้าและยักคิ้ว ( 2 ข้าง )

…วิมาน สายรุ้ง”….

..วิมาน สายรุ้ง” “….

…เรื่องราวของ “หนุ่มสาว คู่หนึง ที่วงจรชีวิต พาเขาและเธอ มาพบกัน โดยไม่ได้นัดหมาย..

” ธารนริน และ ริลลดา” ….

..ธารนริน” หรือ ธาร” “พ่อภูเขาน้ำแข็ง ซุปตาร์เบอร์หนึ่ง ของวงการบันเทิง” ที่มากไปด้วยฝีไม้ลายมือ ที่ใครๆก็อยากได้เขา มาร่วมงานด้วย แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้น
..ชายหนุ่ม ผู้เงียบขรึม รักสันโดน โลกส่วนตัวสูงปี๊ด ถึงขั้นตี๊สส” นานๆเราจึงจะเห็นผลงานเขาสักที “แต่ทุกครั้งที่ผลงานเขาออกมา เขาตั้งใจและเต็มที่กับงานนั้นๆเสมอ เขาไม่เคยทำให้ แฟนๆผิดหวังเลย สักครั้ง….ลฯ

” จณิสตา.. หรือ “เจ๊ท” ลูกสาวคนเดียว ของนักธุรกิจส่งออกผ้าไทย ที่ไปประสบความสำเร็จที่ สหรัฐอเมริกา” หญิงสาว ผู้มีความมั่นใจ และโลกส่วนตัวเองสูง”… “จณิสตา” เกิดและโตที่เมกาฯ.. ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่โน่น เธอและครอบครัวจะเดินทางกลับ มาเยี่ยมครอบครัวที่เมืองไทย ในระยะเวลาสั้นๆ ปีละหนึ่งครั้งเท่านนั้น…

“จณิสตา.. เรียนจบ Master Degree interior design และ จบ ป. ตรี ด้านบริหารจัดการ อีกแขนงหนึ่ง
โดยส่วนตัวแล้ว เธอชอบร้องเพลง และเล่นดนตรี ได้หลายชนิด เช่นกีต้าร์ เปียโน ลฯ..

**แต่ทั้งสองคน มีอะไรที่เหมือนกันอยู่สิ่งหนึ่ง นั่นคือ มีโลกส่วนตัวที่สูงปี๊ด ยากต่อการเข้าถึงของคนทั่วไป แต่หากว่าใครได้เข้าถึง นั่นหมายความว่า เขาและเธอ จะดูแล และรัก คนคนนั้นไว้ชั่วชีวิต**

*********************

“เขาและเธอ จะเป็นยังไงต่อไป..

“ติดตาม ตอนต่อไปได้ที่นี่ เร็วๆนี้…