Wish you be happy

Wish

มิ้น สวรรยา – Wish

จากวันละน้อย ที่เวลาได้กลายเป็น ความผูกพัน
จากนาทีที่เราเจอกัน ก็เปลี่ยนแปลงฉันเป็นคนใหม่
จากคำว่ารัก เพียงหนึ่งคำ ชีวิตดูมีค่า
เพราะเธอเข้ามา อยู่ ข้างๆ กัน

แต่ใครจะรู้ จะมีวันที่เราต้อง ไกลห่างกัน
กลับมาเตรียมหัวใจไม่ทัน ทุกอย่างที่ฝันสลายไป
ก็ยังไม่รู้ นานเท่าใด เธอถึงย้อนคืนมา
รู้เพียงอย่างเดียว ว่า คิดถึงเธอ

อยู่คนละฟ้า เธอฝันดีหรือเปล่า เธอเหงาบ้างหรือเปล่า
มีหรือเปล่า ที่ยังเดียวดาย ต่อให้มีใครมากมายรุมล้อม
อยู่ไกลๆ หนาวใจหรือเปล่า อยากบอกเธอฉันยังคอยห่วง
ให้รู้ไว้อย่าง ไม่ต้องเกรงใจ ถ้าไม่มีใครให้คิดถึงกัน

จะรอตรงนี้ เก็บคืนวันที่เราเคยดีต่อกัน
อยู่ในใจทุกความทรงจำ ให้เตือนและย้ำ เมื่อเธอไกล
หลับตาทุกครั้ง ยังเจอะเธอ ยังพบเจอในใจ
แล้วเธออย่างไร อยากรู้เหลือเกิน

อยู่คนละฟ้า เธอฝันดีหรือเปล่า เธอเหงาบ้างหรือเปล่า
มีหรือเปล่า ที่ยังเดียวดาย ต่อให้มีใครมากมายรุมล้อม
อยู่ไกลๆ หนาวใจหรือเปล่า อยากบอกเธอฉันยังคอยห่วง
ให้รู้ไว้อย่าง ไม่ต้องเกรงใจ ถ้าไม่มีใครให้คิดถึงกัน

อยากขอเพียงให้เธอไม่หวั่น ถ้าพบถ้าเจอคนไหน
หากว่าเจอใครดีกว่าฉัน สักเท่าไหร
ฉันเองจะรอ และหวังว่าเธอจะยัง ไม่เห็นใครดีกว่า
แล้วเราจะกลับมา รักกันอีกครั้ง

อยู่คนเดียว ฝันดีหรือเปล่า เธอเหงาบ้างหรือเปล่า
มีหรือเปล่า ที่ยังเดียวดาย ต่อให้มีใครมากมายรุมล้อม
อยู่ไกลๆ หนาวใจหรือเปล่า อยากบอกเธอฉันยังคอยห่วง
ให้รู้ไว้อย่าง ไม่ต้องเกรงใจ ถ้าไม่มีใครให้คิดถึงกัน

ขอให้เธอ อย่าลืม รักเรา..

*คิดถึงจริงจริง

มีแฟนต้องอดทน ต้องเป็นคนเคารพแฟน

แอบเห็นเธอข้างกายเขา
ได้เพียงมองอย่างเจ็บช้ำ
ไม่ร้อง ไม่พูดจาสักคำ
ปิดบังน้ำตาเอาไว้

ส่งยิ้ม ทั้งที่มันรู้
ว่าใจเธอมันเปลี่ยนไป
ต้องทำเหมือนไม่เคยเอะไจ
ไม่รู้เรื่องเขาและเธอ

จะยอมแกล้งทำเป็นโง่
ไม่เห็นเธอจับมือเขา
จะฝืนแม้ว่าปวดร้าวมันเจ็บช้ำสักเท่าไร

อย่างน้อยถ้าไม่บอกไป
ก็คงยังไม่จบกัน
แค่ขอเธอยังอยู่กับฉัน
ต้องร้าวหัวใจก็ยอม

….

เราจะได้อะไรตอบแทน กับความอดทน

เราจะได้อะไรตอบแทน ถ้าเราไม่อดทน

เราจะเสียอะไรไป ถ้าเรายอมอดทนต่อไป

เราจะเสียอะไรไป ถ้าเราไม่อดทนอีกตอไป

รักนั้นยากแท้หยั่งถึง

………..

ไม่ได้ดั่งใจซักอย่าง…

อะไรกันนักกันหนาก็ไม่รู้สินะ

มีเรื่องให้ทำเยอะแยะไปหมด และก็ไม่สำเร็จซักอย่าง
ติดขัดไปซะทุกเรื่อง

เบื่อจริงๆ เลย

ทั้งเรื่องงาน ที่แม่จะให้ไปทำ
ทั้งๆที่สมัครทางเนตแท้ๆ คิดว่า เราจะเป็นตัวเต็ง เดี๋ยวไฟดับ เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวงานยุ่ง
เดี๋ยว โปรแกรม random
จั๊กมันอิหยังกันนักกันหนา ฮ่วย

แล้วยังมีอีกกะว่าจะวางแพลนไปเที่ยวพักผ่อนซะหน่อย
ปรากฏว่า ทางเมืองจีนเค้าปิดฉลองวันชาติ ต้องรอยื่นเอกสารตอนเปิด

โอเค รอได้ พอเปิดทำการ โทร.ไปตามอีก เค้าบอกให้รอ Confirm จากทาง สายการบิน

โอเค รอได้ ยังไงก็ขอให้ทันเถอะว่ะ เพราะว่า ที่บ้านเค้ายื่นไปได้มาหมดแล้ว เหลือตูคนเดียว กดดัน เครียดนะว้อยยยยยย

รอ รอ รอ รอต่อไป
แล้วโทรศัพท์ที่รอคอยโทร.มาบอกให้เตรียมพาสปอร์ตไว้รอยื่นสถานฑูต
โอเค บอกให้ มอร์ไซค์หัวไส มารับได้เลย

แล้วก็มีสายโทร.มาบอกว่า สายการบินโทร.มาบอกว่า

ไม่มีที่ว่างสำหรับเธอ

คราวหน้าค่อยไปกับเพื่อนแล้วกันนะเคอะ

อะไรเนี่ยเหลวอีกแล้ว เหลวทั้งๆที่ยังไม่ได้ยื่นแม้กระทั่งวีซ่าเลย

เฮ้อ จะบ้าตาย เครียดจัด แม่อุตส่าห์โทร.มาปลอบ บอกคราวหน้าค่อยไป
คราวหน้าเนี่ยมันเมื่อไหร่ยังไม่รู้เลยโอ้ยยยยยยยย เซ็งๆๆๆๆๆ เบื่อๆๆๆๆๆๆ

น้องสาวอุตส่าห์ปลอบว่า เดี๋ยวจะไปช็อปแหลกลาน Thanks God sale กับแฟน แล้วจะให้ไปด้วย

ฉันเชื่อแกล่ะ เจอแฟนแล้วก็ลืมฉันอีกล่ะ

T_T

ครั้นจะไปกับแฟนตัวเองก็ไม่ได้ดั่งใจอยู่ด้วย เซ็งๆๆๆๆ

วันนี้เจ้านายยังมาถามอีกนะว่า ทำงานมีเบื่อมั้ย มีปัญหากับอาซิ้มหรือเปล่า

โหย ฉันก็เบื่อมันทุกเรื่องตั้งแต่ก้าวประตูเข้ามาทำงานเนี่ยแหละ

จะบ่นกลับอย่างนั้นก็ไม่ได้อีกล่ะ ภาพพจน์ฉันยิ่งเป็นคนดีศรีอยุธยาอยู่ด้วย

ทำไมมันน่าเบื่ออย่างนี้ เบื่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

Otanyobi omedetou gomenasai

07.09.09

00.55 a.m.

ฉันสะดุ้งตื้นด้วยความพะวักพะวงกับโทรศัพท์ที่อยู่ในมือ
ฉันหยิบมันขึ้นมากดแป้นพิมพ์ข้อความ สั้นๆ
ส่งถึงใครคนนึงซึ่งอยู่ห่างไกล แต่ใกล้แค่คิดถึง

Darling ja, Happy birthday naka ^ ^

11.00 a.m.

วันจันทร์งานตรึม หัวฟูกับเอกสารงานปรับปรุงลิฟท์
( ว้า…ยังไม่ได้โทร.หาที่รักเลย เลิกเรียนยังนะ)

03.30 p.m.

กระดาษหลากสี ชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะทำงาน เกลื่อนกลาด
ตัด ตัด ตัด
พับ พับ พับ
เขียน เขียน เขียน
ตัดๆ พับๆ เขียนๆ

หิวข้าวจัง ยังไม่กินมื้อเที่ยงเลย งานเข้าอีกแล้ว ทำงานก่อนแล้วค่อยทำต่อ

05.00 p.m.

เลิกงานแล้วค่ะ อิอิ
เย้….ซองการ์ดเสร็จพอดี ผูกโบว์นิดนึงนะ ก็สวยเริ่ด
การ์ดสีฟ้าขาว ซองสีชมพู ข้อความธรรมดาๆ สำหรับคนอื่น พร้อมส่งแล้ว
เค้าจะชอบการ์ดน่ารักๆ (ชมตัวเอง) ที่เราตั้งใจทำให้มั้ยน๊า……โฮะๆๆๆๆ

ของขวัญวันเกิด เป็นผ้าพันพอที่ถักเองสีแดงสลับดำ
มีอักษรย่อ เป็นชื่อเล่นของเค้า ดูตลกๆ แฮะ – - อิอิ

มันถูกห่อกระดาษสาบางสีขาว ผูกด้วยเชือกไหมพรมสีแดง
เค้าจะถูกใจมั้ยน๊า….จะกล้าใช้ผ้าพันคอของเรามั้ยเนี่ย น่าอายแทนจัง ไม่สวยเอาซะเลย ~ ~

ที่รักบอกว่า อากาศเริ่มเย็นแล้ว
ส่งไปตอนนี้ ก็ได้ทันใช้ตอน winter ที่นู่นพอดี

ทุกสิ่งถูกบรรจุลงกล่องหนา พันทับด้วยกระดาษสีเขียว ผูกเชือกไหมพรมสามสี ขาว ชมพู แดง
จ่าหน้าถึง My Dearest at Japan

เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ จะด่าฉันมั้ยเนี่ย โฮะๆๆๆๆ ช่างกล้านะยะ หล่อน
เสี่ยงกับพัสดุภัณฑ์สูญหาย ลงทะเบียนเพิ่มอีก 55 บาท
แหม ก็นะ ความคิดถึงทำให้หน้าหนาขึ้น อีก 2 นิ้ว

…………………….

だいすきなひとへ
たんじょうび、おめでとうね。

อยากให้ทุกเส้นใยของไหมพรม ห่มเธอให้อุ่นใจ ถึงจะไกลแค่ไหน อย่าหวั่นว่าฉันจะเปลี่ยน

ถ้า…เธอไม่ทำให้ฉันเซ็ง

you are my breaths

เธอไม่ผิด ที่ทิ้งฉันไป
ไม่เป็นไรถ้าความพอใจของเราต่างกัน
ไม่ต้องห่วง ฉันเกิดมาเพื่อรักเพียงเธอเท่านั้น
และยังจะยังทำหน้าที่ต่อไป

* แค่อยากรู้ ว่าเธอยังเป็นสุขใจ
ลมหายใจ ยังสดใสเหมือนเคยได้ฟัง
แค่อยากรู้ ว่าคนที่อยู่ข้างเธอนั้น
ยังรักและแคร์เธออยู่ใช่ไหม

** ที่โทรมาแค่อยากจะฟังเสียงลมหายใจ
แค่อุ่นไอที่ผ่านตามสายก็เหมือนใกล้กัน
ที่โทรมาแค่อยากจะฟังเสียงลมหายใจ
คนเคยรักกัน ไม่ต้องพูดอะไร
แค่ได้ยินเสียงเธอหายใจก็สุขพอ

ยังเหมือนเก่า ที่เคยเข้าใจ
เป็นอะไรถ้าเธอพอใจให้เป็นยังนั้น
ไม่ก้าวก่าย แค่ห่วงใยไกลๆดวงใจของฉัน
และยังเหมือนเดิมตลอดไป

ซ้ำ *,**
ที่โทรมาแค่อยากจะฟังเสียงลมหายใจ
แค่อุ่นไอที่ผ่านตามสายก็เหมือนใกล้กัน
ที่โทรมาแค่อยากจะฟังเสียงลมหายใจ
คนเคยรักกัน ไม่ต้องพูดอะไร
อยากฟังเสียงเธอหายใจ อย่างตอนเรารักกัน

I just realized that my breath is for you

Yours