อารมณ์ที่ไร้ทิศทาง..

อารมณ์ที่ไม่แน่นอน…

เมื่อวานยังเป็นผู้หญิงรั่วรับประทาน…

ข้ามคืนมาวันนี้…
เป็นผู้หญิง ขี้หงุดหงิด…
ยังดีที่ยังไม่รุนแรง วีนแตกออกมา..

แค่เพียงมีเรื่องกระทบนิดหน่อย.. อารมณ์ที่กักมานานแสนนาน
มันก็ระเบิดปะทุออกมา

วันนี้ได้เมลล์มาฉบับนึง…
ข้อความที่ลงท้ายในเมลล์ฉบับนั้นเค้าลงท้ายเอาไว้ว่า

วันนี้ อาจเป็นวันที่ฝนตก ฟ้าครึ้ม . . .
จงนึกไว้เสมอว่า . . . ต้องมีซักวันที่อากาศสดใส
. . . พรุ่งนี้ต้องเป็นของเรา . .

ชอบประโยคนี้จัง… มันทำให้นัทมีแรง..
มีกำลังใจขึ้นมา เป็นร้อยเท่า พันเท่า..
เพราะอย่างน้อย…
มันก็ทำให้เรารู้ว่า… สักวันหนึ่ง…
มันจะต้องดีกว่าวันนี้ แน่นอน..

แค่รอเวลาเพื่อหลุดพ้นเท่านั้น…

เก็บตกชีวิต..

จากที่เขียนเล่า ชีวประวัติตัวเองโดยย๊อ ย่อ ไป..
28 ปี สามตอนจบ ย่อมากๆ -_-’

จริงๆแต่ละช่วงชีวิต มีอะไรต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย
ทั้งดีและร้าย..
แต่ก็เล่าได้ไม่หมด บ้างก็มีส่วนที่ไม่สามารถเล่าได้
บ้างก็ถ้าใส่ไป มันจะโดดๆกับที่เล่าอยู่

ก็เลยจัดเก็บตกมา เพิ่มเติม..

อะไรๆส่วนตัว..
- หยกชอบสีชมพู ดำ และขาว
แต่รักสีเขียวที่สุด รู้สึกว่า ชีวิตผูกพันธ์กับสีเขียวในหลายๆเรื่อง

- ตวัดลิ้น และพับลิ้นได้ (ยีนส์เด่น ฮ่าๆ)

-ไอ้หยกเจ้าชู้

- รักและชอบทำงานฝีมือทุกชนิด
Knitting, Crochet, Armigurumi, Scrapbook
Glass painting, Cross stitches and etc.

- นอนลืมตา ลายไหลบ่อยๆ และท้องชอบทำเสียงประหลาดๆ..
=__= น่าอับอายจริงๆ

-ระหว่างกินยา กับฉีดยา
ฉีดยาเหอะ กี่เข่็มว่ามา

-ไม่กลัวการไปหาหมอฟัน
ไม่อายเรื่องตรวจภายใน และเลือกตรวจกับหมอผู้ชายก้าบ..

- แพ้ของเย็น ก่อนกินต้องเป่าให้อุ่นก่อน ถึงจะกินได้

- ชอบทุกอย่างเกี่ยวกับวิปครีม

- ไม่ชอบ Pickles T_T

- กินได้ทุกอย่าง(แต่เลือกกิน) และ แพ้ของแพง

-ไม่รักเด็ก แต่อยากมีลูก

-ชอบดูหนัง และชอบดูคนเดียว
ชอบนั่งแถวริมสุดขวามือ
ไม่ชอบกินป็อบคอร์นหรือขนมในโรง
ปิดเสียงโทรศัพท์ทุกครั้ง แต่ไม่ปิดเครื่อง
(จะได้รู้ไงว่า มีใทรมีใครโทรมามั้ย แต่ก็ไม่รับไง)
ดูหนังได้หลากหลาย.. แต่ชอบพวกแฟนตาซี มากมาย

- เกลียดกิ๊กและเกลียดคนมีกิ๊กมากกว่า..
ตัวบ่อนทำลายครอบครัว..

- เห็นกะหร่องๆอย่างนี้ เล่นกีฬาได้หลายอย่างน๊า..
วอลเลย์บอล บาสเกตบอล ปิงปอง วิ่งระยะสั้น แฮนด์บอล แชร์บอล
วิ่งโทกเทกก็เป็นเน้อ (เดินไม้ไผ่ยาวๆน่ะ)

- สับไพ่ กรีดไพ่ แจกไฟแล่บ ทรัพย์ไม่เยอะ แต่ใจถึงนะเคอะ
(ไม่ได้เป็นเจ้า ก็เล่น 2ขาอัพ ฮา)
ยังมีหน้ามาอวด.. กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก..
ขำๆน่ะคุณตำหนวด อย่าจริงจังน๊า.. (_ _’)

-รักการถ่ายรูป ทั้งหน้ากล้อง และหลังเลนส์

- งานอดิเรกใหม่ ทำขนม(เค้ก)
ขยันทำ แต่ไม่ขยันกิน(เท่าไร)
งานตกที่คุณสามี..ฮา

-ติดรายการ Deal or No Deal, The Family Guys, 2 ‘n 1/2 men
Tyra’s show, the biggest loser, ANTM, Bones, Ghost Whisperer

- รักการเขียนจม. การ์ด และโปสการ์ด

- ชอบฟังเพลง เขียนไดฯออนไลน์ อัพบล็อก ตอบกระทู้

- สาวก Avril Lavinge

- เข้าบ่อยๆ ก็
yahoo, hotmail
http://www.saranair.com/
www.thaiontario.com/webboard
www.usvisa4thai.com/board
http://sweetpea-yok.blogspot.com/

- msn เซต Away ไว้ตลอด
แต่ตัวน่ะ อยู่หน้าคอมตลอดล่ะ ทักมาเหอะ..
ถ้าทักมา แล้วไม่ตอบกลับก็คือ ไปอึ ไม่ก็ไม่อยากคุย..

- ชอบอยู่บ้าน ชอบอยู่คนเดียว ไม่ชอบสังคม(ไฮโซ)
แต่เวลาเจอเพื่อนก็เฮฮา สนุกสนาน

- ชอบตัดสินคน โดยแวบแรกที่เจอ ว่า ชอบ หรือไม่ชอบ
บ่อยครั้งที่ได้คุยด้วยหรือรู้จักแล้ว เปลี่ยนใจ

ชีวิตคู่..
- ช่วงที่หยกและเดวิดคบกัน ที่ไทย
ก่อนที่เค้าจะย้ายกลับมาเรียนต่อที่เมกา
เดวิดไม่เคยพูดคำว่า love เลย
จะใช้แค่คำว่า like เท่านั้น เพราะไม่อยากผูกพันธ์มากไป
1 อาทิตย์ก่อนเค้าย้าย เราไปเที่ยวส่งท้ายกันที่กระบี่
ก็แวะเข้าร้านเน็ต เพื่อเช็คอีเมลล์
หยกกับเค้านั่งคนละเครื่อง
แล้วก็ได้รับเมลล์จากเค้า ที่นั่งข้างๆว่า
..I love U..
เป็นครั้งแรกที่เค้าบอกรัก.. แต่ผ่านทางอีเมลล์ -_-’
เยี่ยมไปเลย..

-หยกเคยถามเดวิดว่า ยูเคยมีแฟนมากี่คน
เค้าก็บอก โอ้ย สี่สิบกว่าแล้ว นับไม่ไหวหรอก
เราก็เลยถามว่า แล้วเลิกกันเพราะอะไรล่ะ
เดวิดว่า ส่วนมาเพราะผู้หญิงเริ่มเรียกร้อง
ให้ปรับระดับความสัมพันธ์ให้จริงจังขึ้น
คือ แต่งงานน่ะ (โอ๊ะโอ..)
ซึ่งเค้าไม่เคยคิดเรื่องนี้ และไม่คิดจะแต่งงานเลย
เมื่อความเห็นไม่ตรงกัน เค้าก็เลยต้องเลิกกันไป
แต่สุดท้าย ก็มาเสร็จหญิงไทยใจงามอย่างเรา ฮา…

-เดวิดบอกว่า เค้ามีแฟนมาหลายคน
แต่หยกเป็นแฟนคนแรก ที่เค้ายอมให้ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน
(แฟนก่อนหน้านี้ อยู่บ้านใครบ้านมัน ออกเดทด้วย มาค้างบ้างบางครั้ง
แต่ไม่เคยย้ายเข้ามาอยู่ด้วยอย่างนี้)
เป็นคนแรกที่พาไปเที่ยว oversea (สิงคโปรค์น่ะ)

- เดวิดบอกไว้ก่อนแล้วว่า เรื่องลูก สำหรับเค้า คงยาก
เค้าไม่อยากมีลูก เพราะมีลูกเรื่องใหญ่ และไม่ชอบเด็ก
แต่หยกอยากมีลูก..กับเค้า แต่เมื่อเค้าไม่พร้อม เราก็ทำอะไรไม่ได้
แต่เมื่อวาน เค้ามา(คุกเข่า)กอดหยก
แล้วบอกว่า Don’t give up on me..
เราก็งง เป็นอะไรเนี่ยลุง
เค้าเล่าว่า เค้าได้ยิน เจมี่อ่านหนังสือให้โรวันฟังชั้นบน
(คุณเจ้าของบ้านกับลูกชาย ขวบติ่งๆ น่ะ)
แล้วเค้ารู้สึกว่า.. อยากมีลูกขึ้นมา.. (ซะงั้น)
ไอ้หยกน้ำตาซึมเลย (เห็นความหวังลางๆ ฮ่าๆๆ)
เค้าบอก รอหน่อยๆ มีงาน มีเงิน แล้วคุยกันอีกที
ป่อย…
แต่ก็ดีที่ว่า ไม่ได้หมดหวังเลยทีเดียว T_T
(หยกเคยบอกเดวิดว่า ยูเอาสเปิร์มยู ฝากธนาคารไว้ได้มะ
เผื่อยูเป็นไรไป ไอจะได้มีแผนกันเหนียวไว้ กร๊ากกกก..)

-เดวิดอยากมีลูกสาว เพราะน่ารัก ขี้อ้อน
หยกอยากมีลูกชาย เพราะไม่ท้องก่อนแต่ง

-หยกได้ชื่อสำหรับลูกไว้แล้ว (เป็นเอามาก)
ซึ่งเดวิดเห็นด้วยและชอบมากๆ เพราะอ่านได้ทั้งไทยและเทศ
คงบอกไม่ได้ว่าชื่ออะไร ไว้มีโอกาศได้ใช้เมื่อไร คงได้รู้กัน (ขี้หวงนะนี่)
ลูกชาย จะขึ้นต้นด้วย T ลูกสาว กฌขึ้นต้นด้วย A

- หยกกะเดวิด กอดกันทุกวัน กอดจริง กอดเล่น กอดขำๆ ว่ากันไป
พักนี้กอดบ่อยหน่อย เพราะคุณสามีต้องการกำลังใจ..

- เดวิดเล่นกีฬาได้หลายอย่าง แต่ถนัดสุดก็ ฮอคกี้
เคยเป็นนักกีฬาประจำมหาลัย และเป็นโค้ชให้เด็กประถม (ว้าว..)
ตอนนี้เป็นโค้ชให้ศรีภรรเมียอยู่ เด็กโข่ง สอนยากหน่อย เหอ เหอ..

- กฏการซื้อบ้าน (ของคุณนายหยก)
ไม่ติดถนนใหญ่ ไม่ติดสนามบิน
ไม่ตรงทางแยก ไม่ติดมุมโค้ง
ไม่อยู่ตรงกลาง(กรณีทาวน์เฮ้าส์)
ไม่เอาสระว่ายน้ำ มีสวนหลังบ้าน
สองห้องนอนขึ้นไป ห้องน้ำเดียวไม่เอา
ครัวเปิด มีเค้าเตอร์กว้างพอ
ด้านนอกดูดี ด้านในโมเดิร์น
ใกล้ร้านฝีมือ (อย่าง Michaels) มีร้านขายกับข้าวเอเชีย
ไม่เคยมีประวัติ เพื่อนบ้านเป็นมิตร

แต่ราคาย่อมเยาว์… ฮิ้ววว…

- ตอนนี้คุณสามีร่อนใบสมัครงานแล้วจ้า..
เด๋วคงได้รู้ว่า ชีวิตนี้ สองคนตายาย จะได้ไปลงหลักปักฐานกันที่ไหน
หยกอยากให้ได้ที่แคนาดา หรือเมกา (หรือที่ไหนก็ได้ ที่มีหิมะ กุชอบหิมะ กั๊กๆๆ)
คุณสามีว่า ที่ไหนก็ได้ ที่เงินดีๆ ไม่มีหิมะยิ่งดีใหญ่ -__-’

- ปกติ หยกเรียกเดวิดว่า Honey
บางครั้งไปข้างนอกกัน หยกจะเรียกเดวิด ว่า Daddy
เดวิดจะหันมาทำหน้าตกใจ แต่ดูแล้วตลกดี

ยังมีอีกเยอะ
แต่ตอนนี้นึกได้แค่นี้แหล่ะ..

ต้องไปทำมื้อเย็นแล้ว..

ป้าหลิงกะเด็ก

ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้วที่กุมีเสน่ห์กับเด็กเสมอ
ตอนซุปเปอร์เดฟป่วย ก็ไปเฝ้า ไปเยี่ยม ไปเล่นกะลูกเค้า เมื่อเค้าหาย เราไม่ไปแล้ว
ลูกเค้าถึงกับออกปากถามว่า น้าหลิงไปไหน ทำไมน้าหลิงไม่อยู่ที่บ้าน(บ้านเค้า)
จนซุปปอร์เดฟโทรมาถาม What have you done with my sons? :D

ทำไมมันไม่เป็นยังงี้กับหนุ่มๆบ้างว๊า แง่มๆ

วันก่อนไปกินข้าวที่ซิสเลอร์
ตักสลัดอยู่ เดินๆ วนๆ ลือกๆอยู่ว่าจะกินอะไรดี
วนๆ เลือกๆนานๆได้ วันนี้ได้ทำเลดี โต๊ะอยู่ใกล้แหล่งอาหาร
ตักไป เรียงไป แชมป์เรียงสลัดสวย ต้องยกให้กู
ชนะเลิศทั้งออฟฟิส โฮะๆ

ขณะกำลังเดินอยู่ตรงผลไม้ เห็นลูกฝรั่งเดินอาดๆมา
เป็นเด็กลูกครึ่ง ตัวเล็กนิดเดียว เล็กกว่าลูกเราอีก เดินมาถึงมันก็มองหน้านิดนึง แล้วเอื้อมมือ
ป้าหลิงก็ อ๊ะๆ คว้ามือมับ อ่ะแน่! มิดีมิอาววว ค่ะลูกขา….
No no no no dear, we don’t do this in restaurant, see? Not anybody use hand to grab a thing

เด็กมองหน้านิดนึง บอก May I have melon?
Of cause, go and take a plate there first honey

แม่หนูก็วิ่งหน้าเริ่ดไปเอาจานมา แต่ด้วยความที่แกตัวเตี้ย ยักแย่ยักยันอยู่นั่นแล้ว ก็ควานแตงไม่ได้ซักที
กุก็เลยเดินกลับไปตักให้ ถามว่าจะเอากี่อัน แกก็ว่าอันเดียว ได้แตงแล้วแกก็กลับโต๊ะไป

กลับมาที่โต๊ะ นั่งอร่อยได้แป๊บนึง ก็ได้ยินเสียงเด็ก ตะโกนซะดัง
No no no No dad, we don’t do this in restaurant, see? Not anybody use hand to grab a thing !!

เฮ้ย ? อะไรวะ

หันไปทางต้นเสียง กลายเป็นแม่หนูคนเดิม ยืนดุพ่อของแกอยู่ คนแหวกเป็นวง
พ่อแกก็เลยเดินจ๋องๆไปเอาจาน แล้วมาตักแตง แม่มันนั่งหัวเราะกิ๊กๆ
ส่วนเด็กก็เดินมาหาป้าหลิงที่โต๊ะและพูดว่า
Am I correct?
Oh? Sure, good girl แล้วก็เอื้อมมือจะไปลูบหัว แต่แกวิ่งกลับโต๊ะไปหาแม่ซะก่อน
อิเฮียก็งง ถาม ลูกใครวะ
เออ… ไม่รู้เหมือนกัน แต่มันน่ารักดี เหอะๆ

กุน่าจะไปเป็นครูอนุบาลนิ

คุณนายหยก..

ความเดิมตอนที่แล้ว..

เรียนจบได้งานทำที่ Kanary H.
ความสัมพันธ์กับแฟน เริ่มอ่อนลง..
………………………………………………….
เอ้าต่อๆ..

ตอนนี้รู้สึกเหมือน คนโสด
เพราะมีแฟน ก็เหมือนไม่มี -_-’
ไม่ได้เจอ ไม่ได้คุย
ไม่ได้รู้ข่าวคราวของแต่ละฝ่ายร่วมปี.. -”-

ก็เริ่มมีคนมาจีบบ้าง ประปราย..
เพราะตอนนี้สิ่งแวดล้อม คือ ชาวต่างชาติ
ผู้ชายที่เข้ามา ก็ อิมพอร์ตทั้งนั้น.. (_ _’)

เริ่มแรก อิตาลี ก่อนเลย
หล่อนะ แก้มเเดง ก้นงอน แต่เตี้ยไปหน่อย
พูดอังกฤษก็ สำเนียงอิตาลี ฟังยากไป
ผ่านๆ.. (-.,-)

คนที่สองนี่ เมกัน
ไม่ได้พักที่ Kanary แต่มากินข้าวที่ Orchard Rest.
แล้วก็เดินเข้ามาสอบถามราคาห้องพัก แพคเกจต่างๆ
เราก็อธิบายไป..
แล้วเค้าก็โพล่งภาษาไทยออกมา
เราก็ เฮ้..พูดไทยได้นี่ จ๋าเลย..
เค้าก็ว่า จริงๆไม่ได้สนใจห้องพักที่นี่หรอก
แต่มากินข้าวแล้วเห็นเรา ก็เลยเข้ามาคุย
ออกแนว เพลย์บอยหน่อยๆ
ยอมรับนะว่า หล่อ ปากหวาน อายุไม่มาก (สามสิบต้นๆ)
เป็นอาจารย์อยูเอแบค สอนเสริมที่ จุฬาฯด้วย
แต่เดทด้วยกัน สองสามครั้ง ก็บายๆ
ปากหวาน มือไว ไม่ไหวๆ..
ขืนคบไป มีหวังต้องระแวงเรื่องสาวๆแน่.. T^T

แล้วก็มาถึง มิสเตอร์ห้อง 1007
คนนี้มาเรียบๆ เนียนๆ
มาที่Front แล้วก็บ่นว่า ตู้จม.ล็อคไม่ได้
เราก็เดินไปดูกับเค้า คุยกันไปด้วย
แล้วเค้าก็โพล่งมา เฮ้ พูดภาษาอังกฤษได้นี่
เราก็ เอ๊ะในใจ พูดไม่ได้ ตูจะได้งานที่นี่หรอ(ฟ๊ะ)

วันหนึ่ง เค้าจะไปเที่ยวลาว
ก็แวะมาแจ้งว่าจะไม่อยู่ และขอชื่อทุกคน
เพราะจะเขียนโปสการ์ดส่งมาให้

อาทิตย์หนึ่งต่อมา หยกและทุกคนก็ได้โปสการ์ดจากเค้า

http://img28.imageshack.us/img28/2353/scan0002ap.jpg
http://img291.imageshack.us/img291/5074/scan0001od.jpg
เป็นโปสการ์ดใบแรกที่ได้ในชีวิต
และเป็นจุดเริ่มต้นของเราสองคน..

แต่ระหว่างที่หยกทำงานที่นั่น
ไม่มีอะไรมากกว่า ลูกค้าและพนักงานเลย
(เคยเข้าไปห้องเค้าครั้งหนึ่ง
แต่ไปเช็คถังแก๊ส กับช่าง น่ะ)

พอทำงานได้ครบปี หยกก็ได้งานใหม่ ที่ AllSeasonsPlace
ส่วนเดวิด ก็ย้ายออกไปเช่าคอนโดอยู่

หยกกับเดวิดห่างกันไปซักพัก
แต่แล้วก็ได้กลับมาพบกันอีก

เพราะไม่อยากให้เราไปๆมาๆ ระหว่างห้องเค้ากับห้องเรา
เค้าก็ชวนมาอยู่ด้วยกันที่คอนโด

ตอนเริ่มคบกันนั้น เค้าบอกเราไว้ก่อนแล้วว่า
เค้าต้องย้ายไปเมกาในอีกไม่กี่เดือน
และไม่รู้ว่า เมื่อไรจะได้กลับมาพบกัน
หรือความสัมพันธ์จะเป็นไงต่อไป??
นอกจากนี้ เราและเค้าก็อายุห่างกันมาก
ตอนคบกันนี่ หยก 22 เค้า 42
ก็ห่างกัน 20ปีพอดีเป๊ะๆ
อีกทั้งยังแจงด้วยว่า เค้าไม่สนใจที่จะ
มีครอบครัว หรือแต่งงานนะ..

แต่เราก็ยังยืนยันว่า จะลองคบกันดู..

ผ่านไป..ทุกอย่างเป็นไปได้ดี..
คบกันได้ ไม่มีปัญหา

จะกระทั่งถึงวันที่เค้าต้องย้ายจริงๆ
ก็ไปส่งเค้าที่สนามบินดอนเมือง
(ตอนนั้น สุวรรณภูมิยังไม่เปิดใช้)
ตอนลากัน หยกสัญญาว่า จะรอเค้า
เค้าก็บอกอย่าสัญญา เพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นไง
แต่เราก็ยังยืนยัน ว่าจะรอ

ร้องไห้..

จำไม่ได้ว่าเคยร้องไห้หนักขนาดนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไร

หยกกับเค้าก็ยังคงติดต่อกันเรื่อยๆ
เหมือนคู่อื่นๆ คือ แชท อีเมลล์ และโทรศัพท์
แต่พิเศษกว่านั้นคือ เรามักจะส่งการ์ด จม. และโปสการ์ด
หากันเสมอ ตลอด 4ปีที่ห่างกัน (จม.เป็นกล่องๆ)

ตอนแรกก็คิดเหมือนกันว่า จะไปรอดมั้ย
เพราะรักครั้งแรกไปไม่รอดเพราะห่างกัน
แค่พิจิตรกับบางกอกยังไม่รอด
แล้วนี่ ไทยแลนด์กับเมกา ครึ่งโลกเชียวหนา.. -_-’

ปีแรก เค้าให้หยกลองขอวีซ่ามาเที่ยวแคนาดาดู
แต่ก็ถูกปฏิเสธ ทำไรไม่ได้เลย นอกจากร้องไห้ -_-’

เค้ามาหาหยกปีละครั้ง..
ทุกครั้งที่มา ก็จะไปเที่ยวด้วยกัน

ระหว่างที่อยู่ห่างกันนี้
หยกปิดตัวเองสนิทเลย คือ ตัวคนเดียวจริงๆ
ไปดูหนัง ซื้อของ หรือทำอะไร
ก็จะไปคนเดียวเสมอ เพื่อนก็ไม่ชวนให้ไปด้วย
(แต่ยังมีเพื่อนอยู่น๊า ยังโทรคุยบ้าง เจอกันบ้าง)
และค้นพบว่า การไปดูหนังคนเดียวนี่ ดีที่สุด
(ใครไม่เคยไปดูหนังคนเดียว ต้องลองดูค่ะ
เลือกที่นั่ง ด้านนอกริมสุดเลยนะ
เพราะส่วนมากจะไม่ต้องนั่งติดกับใคร)

จนเมือปี 52 แชทกันอยู่ดีๆ เค้าก็เกิดไอเดียว่า
ลองขอวีซ่ามาอยู่เมกากับเค้ามั้ย
เพราะเป็นปีสุดท้ายแล้วที่เค้าจะเรียนที่นี่
เราก็งง แล้วตูจะไปได้ไง แคนาดายังไปไม่ได้เลย
เค้าก็ว่า ก็แอดชื่อ เป็น คู่สมรสไง
เราก็ว่า ยิ่งไม่ได้ใหญ่ ยังไม่ได้แต่งงานกันเลย
แล้วก็นึกได้..
เด๋วนะ นี่กะลังขอเราแต่งงานอยู่หรือเปล่า?

แล้วโทรศัพท์ก็ดัง พอเรารับสาย
ก็ได้ยินเสียงเค้าพูดผ่านมา..

“Wipawadee..Will you marry me?”

O_________o..

yes! TT_TT
(รีบตอบๆ เด๋วเค้าเปลี่ยนใจ ฮ่าๆ)

ระหว่างรอคุณว่าที่สามีกลับมาเรื่องแต่ง
หยกก็เตรียมเอกสารและศึกษาเกี่ยวกับวีซ่า
ที่เราต้องดำเนินการขอ
สรุป หยกต้องขอวีซ่า F2 คือ วีซ่าติดตามคู่สมรสนักเรียน
(วีซ่านี้ เค้าห้ามทำงานนะจ๊ะ ผิด กม.
เพราะฉะนั้น นี่เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมไม่หางานทำ)

16 มิถุนา 52 เค้าก็กลับมาไทยอีกครั้ง
เดินเรื่องเตรียมเอกสารอยู่ 2วัน

19 มิถุนา 52 จดทะเบียนสมรสที่ สนข.พระโขนง
ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี

แล้วหยกก็กลับมาสระบุรี เพื่อเปลี่ยนคำนำหน้า เป็นนาง
และนามสกุลตามสามี และตั้งชื่อกลาง เก็บสกุลเก่าน่ะ
ทำบัตรประชาชนใหม่ (รูปสวยถูกใจ)
ตอนนี้ ชื่อยาวมากๆ

22 มิถุนา 52 กลับไปทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่
ทำที่เซนทรัลบางนา เป็นอะไรที่ง่าย ไว และสะดวกมากๆ
เจ้าหน้าที่ก็เป็นกันเอง ให้หยกเลือกรูปได้จนกว่าจะพอใจ
(รูปออกมาสวยถูกใจอีกแล้ว เย้ๆ)

7 กค 52 ไปสัมภาษณ์วีซ่าสหรัฐ
ใจตุ๊มๆต่อมๆ เพราะเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่กี่วัน
งานแต่งก็(ยัง)ไม่มี
แล้วมายื่นขอวีซ่า จะรอดมั้ยเนี่ยตู
แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ
เจ้าหน้าที่ถามหลายคำถาม
ประมาณว่า สามีเรียนอะไร เจอกันได้ยังไง
เค้าทำวิจัยอะไร เราก็ตอบๆไป
แล้วเค้าก็ยึดพาสปอร์ตเราไว้
บอกว่า จะส่งวีซ่าให้ภายในสามวัน
ดีใจ T_T

26 กรกฏา 52 จัดงานแต่งงานที่สระบุรี
มี่พี่สาวเดวิด และเพื่อนๆและลูกๆ รวม 10 คน
http://img29.imageshack.us/img29/1757/41816171.jpg

http://img193.imageshack.us/img193/248/87979397.jpg

http://img709.imageshack.us/img709/217/77565018.jpg

http://img683.imageshack.us/img683/8890/84041998.jpg

27 กค -1 สค 52 ฮันนีมูนที่เกาะสมุย
หยก เดวิด พี่สาวและสามี และเพื่อนอีก1คู่
http://img233.imageshack.us/img233/8058/6429.jpg

http://img376.imageshack.us/img376/8320/6305.jpg

กลับมาจากฮันนีมูน พี่สาวและเพื่อนเค้า ก็กลับไปหมดแล้ว
หยกก็มาเตรียมขอวีซ่าแคนาดาอีก

3-4 สค 52 หยกไปยื่นและสัมภาษณ์วีซ่าแคนาดา
ขอไปแบบ Multiple ก็กลัวเหมือนกัน เพราะเคยถูกปฏิเสธมา
คุณสามีไปเป็นเพื่อนด้วย ก็นั่งรอเค้าเรียก
แล้วเค้าก็เรียกชื่อเรา ให้ไปรับพาสปอร์ต
รับมา เปิดดู ก็รู้ว่าได้วีซ่า โดยที่ไม่ต้องสัมภาษณ์ใดๆ
ดีใจ.. T__T

ช่วงนี้ หยกก็เดินสายเจอเพื่อนๆ ร่ำลากันไป
แล้วก็กลับไปอยู่บ้านซัก 2-3วัน อยู่กับครอบครัว

10 สค 52 เดินทางมามิชิแกน สหรัฐอเมริกา
ไม่มีใครมาส่งทั้งนั้น น่าเศร้าเหมือนกัน ฮือๆ
จริงๆแล้ว ไม่ให้ใครมาส่งเอง เพราะรู้สึกว่าดีกว่า
ถ้ามีใครมาส่ง จะรู้สึกเศร้าเปล่าๆ
การเดินทางครั้งนี้ รู้สึกว่า แค่ไปเที่ยว เหมือนทุกครั้ง
เพียงแต่ว่าไปไกล และนานหน่อย แค่นั้นเอง
ก็เลยชิวๆ ไม่ได้โศกอะไรมากมาย
http://img268.imageshack.us/img268/2488/6919.jpg

10-12 สค 52 แลนซิ่ง
http://img22.imageshack.us/img22/1025/img2124u.jpg
ถนนหน้าบ้าน..

http://img188.imageshack.us/img188/1526/img2411q.jpg
มาแรกๆ ยังปรับตัวไม่ได้ นอนดึกและหนาวตลอด..

13 สค 52 เดินทางเข้าแคนาดา เพื่อพบครอบครัวเดวิด ครั้งแรก
ขับรถจากแลนซิ่งไปสอนดอน ใช้เวลาประมาณ 3-4ชม เท่านั้น

http://img197.imageshack.us/img197/2442/img2175i.jpg
ครั้งแรกที่ได้พบกัน หลังจากรอมา 4-5ปี

หลังจากนั้นก็ ไป-มา ระหว่าง เมกาและแคนาดา เรื่อยๆ
แต่ช่วงนี้คงไม่ได้ไปอีกนาน
เพราะคุณสามี ต้องเร่งเขียนงานวิจัยให้เสร็จ
แล้วก็ต้องหางานไปด้วย..

ส่วนหยกมาอยู่เมกาได้ 6 เดิอนแล้ว
ปรับตัวแล้ว และได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆที่นี่มากมาย
ปกติก็จะอยู่บ้าน ทำงานบ้าน ทำกับข้าว ทำขนม
ถักนิตติ้ง โครเชรต์ และเล่นเน็ตไปตามประสา

มาอยู่นี่ 6 เดือน ยังไม่เคยร้องไห้เพราะเหงา เบื่อ
หรือคิดถึงบ้านเลยซักครั้ง
อาจเพราะเคยชินกับการอยู่ห่างบ้าน
เคยชินกับการอยู่คนเดียวมั้ง ซึ่งก็เป็นข้อดีไป
(คุณสามีเค้าก็กลัวนะ ว่าเราจะเหงา จะเบื่อ
เพราะเค้าทำแต่งานๆๆ แต่เราเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกเศร้าอะไรซักนิด)
http://img7.imageshack.us/img7/3554/img2927l.jpg
ไม่ได้เหงาเลย.. (ที่ Gravenhurst, CA สวยมากๆ)

แต่ก็ไม่ได้หายเงียบไม่ติดต่อกับที่บ้านเลยนะ
หยกก็ยังคุย และติดต่อกับที่บ้านและเพื่อนๆอยู่เรื่อย
ก็ผ่าน จม. โปสการ์ด MSN และ Video chat น่ะล่ะ

ขอบคุณเทคโนโลยีทุกวันนี้ ที่ทำให้ครึ่งโลก
อยู่ใกล้กันแค่หน้าจอ.. :)

ตอนนี้ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะ..
ไม่เคยคิด(แต่หวัง)ว่าจะได้ขึ้นเครื่องบิน ก็ได้บินซะสะใจ
ไม่เคยคิดหรือพิศวาสที่จะมาเมกา ก็ได้มา(อยู่)เสียนี่
http://img27.imageshack.us/img27/8931/96743772.jpg

ไม่เคยคิด(แต่หวัง)ว่าจะได้เจอหิมะจริงๆ ก็ได้เล่นซะ แทบอ้วก..
http://img259.imageshack.us/img259/7343/project69.jpg

ไม่เคยคิด(แต่หวัง)ว่าจะได้รักกับฝรั่ง ก็ได้มาครอบครองสมใจ (ฮา..)
http://img503.imageshack.us/img503/4302/hpim0796.jpg

ไม่เคยคิดว่า จะมั่นคง กับรักระยะไกลได้ เพราะเคยส้มเหลวมาแล้ว
ไม่เคยคิด(แต่หวัง)ว่า จะมีวันนี้ กับคนๆนี้.. (จริงๆนะ)

จากนี้ไป ยังมีอะไรเปลี่ยนแปลงอีกเยอะ
เพียงแต่ไม่รู้ว่า มันจะเปลี่ยนไปทางไหน
เท่านั้นเอง..

ขอบคุณที่ติดตามอ่านจ้า..

ปล.ยังมีเก็บตกให้อ่านอีกนะ
รอหน่อย..

อกหักเรื่องเล็ก…อกเล็กซิเรื่องใหญ่

อกหักเรื่องเล็ก..อกเล็กซิเรื่องใหญ่!! หุหุ

เมื่อวานเจอไอ้เพื่อนชายตัวดี นัดกินข้าวกัน
อยู่ๆ มันก็ยื่นกระดาษนามบัตรมาให้อันนึง
รับมาดูอย่าง งงๆ….

นามบัตรใครว่ะ? ซิลสกรีนไร เกี่ยวไรกะตรูเนี่ย?….

ไม่ใช่ พลิกดูด้านหลังดิ ไอ้เพื่อนชายตอบ
ตรูก็พลิกดูตามมันบอก มีเบอร์โทรศัพท์
แล้วก็ชื่อภาษาอังกฤษอะไรสักอย่าง
ต่อท้ายด้วย Shopping Network….

อะไรของแก เบอร์ใคร และชื่อใคร
ภาษาปะกิตยึกยือตรูอ่านไม่ออก ถามด้วยความสงสัย

เมื่อคืนฉันดูทีวีตอนดึกเห็นมันโฆษณา
ครีมเสริมหน้าอก ทาแล้วเด้งดึ๋ง เลยจดเบอร์
มาให้แกเนี่ย ?????????
คราวนี้ตรูเงียบทำหน้ามึนๆ จ้องหน้ามันแบบไม่เคลียร์??
อะไรของแกว่ะ?…. ถามซ้ำอีกทีให้แน่ใจ

ก็ฉันเห็นมันสาธิตให้ดู ทาแล้วนมฟูขึ้นมาเลย
เอาปากกาเหน็บไว้ตรงร่องอก ยังไม่ตกเลยนะโว๊ย!!

อะไรของแกเนี่ย ไอ้บ้า!! ประสาทป่าวเนี่ย

เคเบิลต่างประเทศนะโว๊ย ไม่ใช่เคเบิ้ลท้องถิ่น
เขื่อถือได้ ไอ้นี่ยังมีหน้ามาพูดอีก ต๊องได้อีกนิ

ตรูก็นั่งจ้องหน้ามัน นึกอยู่ในใจ….คิดได้ไงว่ะ?
คิดอะไรอยู่ว่ะเมิง? สนใจเรื่องแบบนี้ด้วยหรอว่ะ?
แมนนะเมิงเนี่ย ถ้าเป็นตุ๊ด เป็นเกย์ว่าไปอย่าง

ลองโทรเลย เค้ารับรองด้วยไม่เห็นผลยินดีคืนเงิน
แล้วมันก็นั่งบรรยายสรรพคุณสุดฤทธิ์แบบจริงจัง
ของมันไปเรื่อยเปื่อย…..

อ้าว…อย่างนี้ตรูมิต้องถ่ายรูป Before&After
ไว้ยืนยันด้วยรึ? ไอ้เพื่อนเวร!! แล้วเมิงมายุ่งอะไร
กับนมตรูเนี่ย? ตรูยังไม่เดือดร้อนเลย
นมก้อนมตรู …หวังดีซะจริงๆ เมิง
ไม่ถีบตกเก้าอี้ก็บุญแระ

เดี๋ยวนี้เค้ามีวิธีที่ง่ายกว่านั้น ไม่ต้องมานั่งทานั่งตบ
หรือไปนอนให้หมอยัดซิลิโคนให้เจ็บนมหร๊อก
ไอ้ที่เห็นดูม….ดูม กันอ่ะ ภาพลวงตาทั้งน้าน
เสื้อชั้นในสมัยนี้ยัดฟองน้ำไปครึ่งเต้า!!
ใส่แล้วฟูได้ดั่งใจ….คิก…คิก
อ๊ะ…อ๊ะ…!!! ตรูเอาความลับผู้หญิงมาเปิดเผยป่าวเนี่ย?

ป.ล. สารภาพมาซะดีดี พวกคุณก็มี…ชิมิ…ชิมิ
ตรูยังมีกะเค้าเลย…..555

ป.ล. 2 ขอบใจไอ้คุณเพื่อนชายผู้หวังดีอีกที ….กวนนะเมิง