จบซะที ..

สวัสดีค่ะทุกคน ยังไงซะก็สวัสดีปีใหม่แบบสายๆด้วยละกัน

วันนี้มีเรื่องราวอยากเล่า …
ทุกวันนี้กำลังสับสน วุ่นวาย คิดมาก กังวล ฯลฯ หาทางออกลำบากจัง
บางทีเรื่องมันดูเหมือนจะง่ายเวลาคิดจะทำ
แต่พอเอาเข้าจริงๆ ลำบากใจจัง

ตอนนี้เลิกกับแฟนที่คบกันมา 7 ปี ดูเหมือนนานมากเลย
ยอมรับนะว่าเราเคยรักเค้ามาก แต่เมื่อเวลามันเนิ่นนานมันกลับเปลี่ยนจากความรัก
กลายเป็นความผูกพันซะงั้น
คำว่าผูกพัน คำๆนี้ชัดเจนมาก ทั้งผูกทั้งพัน
อึดอัดอ่ะ พักหลังก่อนจะเลิกกันจริงๆเราก็ทะเลาะกันบ่อยนะ
เหนื่อย..เหนื่อยมาก จนไม่อยากมีใครแล้ว
เราคิดมากว่าถ้าเลิกไปเสียดายเวลาที่คบ ไม่อยากเริ่มต้น
กลัวเค้าจะว่าเรา กลัวว่าเราจะไปเจอคนใหม่ที่แย่กว่า

แต่เมื่อถึงเวลาซะยังไงก็ต้องเลิก ตอนนี้เราห่างๆกันได้สักพักแล้ว
ไม่เจอหน้า ไม่ได้คุย … มันก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดนะ
คนเรามักกลัวกับสิ่งที่มองไม่เห็นแบบนี้แหล่ะ
ทุกวันนี้ทำให้รู้สึกว่าการอยู่คนเดียว
มันก็ไม่ได้ทำให้เราเหงาตาย
—————————————————–

สู้ สู้ สู้ตาย ..

อกหัก รักที่ต้องลืม

ทุก ๆคนอาจจะได้อ่านเค้ารักที่ สมหวัง อกหัก เศร้า หัวเราะมามากมาย แต่ที่เขียนก็เพื่อที่จะระบายความรู้สึกที่มันเจ็บและเก็บไว้ไม่รู้จะทำไงดีกว่าตัวเองบ้าหรืออาจคิดอะไรสั้น ๆไป
เรื่องราวเริ่มต้นจากเจ(ชื่อฉันเอง)ทำงานใน กทม แต่รู้สึกเหนื่อยอยากพักเลยไปหาเพื่อนที่สารคามตอนแรกก็คิดว่าไปแค่วันสองวันก็จะกลับแต่มีเหตุการณ์เปลี่ยนตู้เอทีเอ็มกินบัตรซะงั้น อดเลยกลับ กทม ไงดีล่ะเนี่ย เพื่อนที่ไปอยู่ด้วยก็ไม่มีตังวู้แย่ล่ะทีนี้เลยโทรให้เพื่อนที่ กทม โอนให้หายใจได้หน่อยจะได้กลับ กทม แล้ว แต่ผึ้งเพื่อนก็ชวนให้อยู่ต่อเพื่อที่จะลอยกระทงที่ทางมหาวิทยาลัยจัดขึ้นซะงั้นและเจ้าหล่อนก็พาเจไปพบกับแฟนหนุ่มของเธอที่รับทำงานติดตั้งไฟฟ้าอารายประมาณนี้แล้วฉันก็ได้พบกับ พี่โต้ง ผู้ชายที่ไม่หล่อ ไม่รวย ไม่ได้จบสูงเหมือนใคร ๆบ้าน ๆธรรมดาแต่ก็ทำให้ฉันมองได้ เราได้คุยกันอะไรหลาย ๆอย่างทำให้ฉันรู้สึกดีแล้วเค้าก็ชวนฉันเพื่อไปลอยกระทงตอนแรกเจก็คิดมากนะเพราะจะกลับ กทม แต่แล้วก็ตกลงที่จะอยู่ต่อ วันลอยกระทงมาถึงทำไมมันรุ้สึกดีอย่างนี้หน่อ สดใส กุ๊กกิ๊กเหมือนคนรักทั่วไป หลังจากนั้นฉันก็กลับมา กทม เพราะได้งาน จากนั้นฉันก็ต้องกลับไปรับปริญญานั่นแหละคือส่งที่ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนคือญาติพี่น้องทั้งสองฝ่ายมาเจอกันสู่ขอฉันให้กับพี่โต้ง โอ้วมันเหมือนฝันไปจริง ๆ ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมากนึกว่าผู้ใหญ่พูดเล่น ๆคงไม่มีอะไรมาก แต่กลับต้องประหลาดใจเมื่อกลับบ้านที่ต่างจังหวัดตอนปีใหม่จำได้ว่าปี 50 มาขอหมั่นไว้ซะงั้นเจเองตอนนั้นก็ไม่ได้จะคัดค้านอะไรนะหมั้นก็หมั้นอ่ะไม่เสียหายผู้ใหญ่สบายใจก้อพอ หลังจากนั้นเป็นประสบการณ์ที่ฉันไม่เคยลืมคงจำไปตลอดชีวิต
ประมาณเดือนมกรา 50 พี่โต้งมาทำงานที่รับเหมาไว้ที่กรุงเทพแถวพุทธมณฑลสายสองไม่อยากคิดเลยว่าตอนนั้นลำบากมากที่นอนก็ต้องนอนแคมคนงานฉันก็ต้องไปหาเสาร์อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดดงานทุกอย่างทำทุกอย่างไปเพราะความเป็นห่วงถึงรู้ว่าไม่ได้สุขสบายอะไรแต่ฉันก็พร้อมจะไปเพราะคิดว่าคนเรามันก็ต้องมีลำบากกันบ้าง ฉันก็ไปเพื่อที่จะได้ดูแลถามว่าตอนนั้นรักไหมก็คงประไปแล้วแต่ไม่เต็มร้อยเท่าไหร่
ประมาณกุมภา 50 พี่โต้งก็ต้องย้ายมาทำงานแถวเอกมัยแต่ที่นี่ก็ลำบากไม่ต่างกันฉันก็ต้องคอยไปดูแลทำอย่างนี้ตลอดที่เค้าอยู่ที่นั้นก็คิดว่าลำบากนะไม่ได้สบายเพราะเวลานอนก็จำได้ว่านอนกางมุ้งไม่มีห้องพื้นที่โล่งแค่มีหลังคากันฝนเท่านั้นแต่ฉันก็ไม่เคยท้อนะ ทำได้
จากนั้นประมาณมีนา 50 เจบังคับให้กลับบ้านที่ชัยภูมิเพราะอยู่ที่นี่ก็ไม่มีประโยชน์การที่จะสร้างอนาคตก็เหมือนเดิมไม่มีอะไรดีไปทำรับเหมาที่บ้านดีกว่าแต่เจยังทำงานที่ กทม นะทีแรกคิดว่าเดือนหนึ่งจะไปเยี่ยมทีแต่ไม่ใช่อย่างที่คิดต้องไปทุกอาทิตย์ เวลาทะเลาะกันไม่ว่าใครจะผิดเจถือว่ายังไงเราก็จะสร้างครอบครัวแล้วก็ต้องนั่งรถทัวไปที่ชัยภูมิ บ้างครั้งก็คิดว่าเราทำเพื่ออะไร แต่คำตอบก็คือความรักไง ครอบครัวไง เพราะถ้าแข็งใจร้อนทั้งคู่มีหวังไปไหนไม่ไกลหรอกฉันก็ทำอยู่อย่างนั้นโดนไม่ปริบาก(หลายคนคงคิดว่าทำไปเพื่ออะไรทำไมไม่ให้เค้ามาล่ะ ลองคิดดูนะคะว่าคนบ้านนอกเข้ากรุงจะเป็นแบบไหน)ช่วงนั้นก็ยอมรับนะว่ามีความสุขมากที่ได้ทำ
ปลาย เดือน มิถุนา 50 เราก้แต่งงานกันและเค้าก็ได้งานทำที่กรุงเทพแถวคลองหลวงเราก็ไกลกันอีกฉันต้องไปหาทุกเสาร์อาทิตย์เหมือนที่เคยทำฉันไม่เหนื่อยนะเพราะคิดว่าทำเพื่อนคนที่รัก แม้กระทั่งฉันทำโอทีเลิกเที่ยงคืนก็ต้องนั่งแท็กซี่จากบางนาเพื่อไปหาที่คลองหลวงฉันก็ไป
เหตุการณ์ก็เป็นอยู่แบบนี้กระทั้งครบรอบแต่งงานหนึ่งปีของเราในปี 51 ฉันหางานให้ได้ที่แถวเคหะบางพลีให้ได้แต่อนิจจาไกลอีกแหละคิดเรื่องค่าใช้จ่ายแล้วไม่คุ้มที่จะไปอยู่ด้วยกันเพราะต้องเก็บเงินส่งให้ทางบ้านไหนจะตัวเองอีกแต่ฉันก็ทำทุกอย่างเท่าที่ภรรยาคนหนึ่งจะทำได้อดทนทุกอย่าง กินเหล้ากลับมาดึกฉันก็ต้องคอยเพื่อนจะกินข้าวด้วย กลับดึกไม่ได้กินก็มี บางครั้งที่เค้าโมโหบอกให้เลิกกันไปซะเพราะสังคมเราต่างกัน การศึกษาเราต่างกัน ฉันก็จะคอยบอกตลอดว่าคนเราจะดีหรือไม่อยู่ที่ตัวเองต่างหาก ก็ต้องอดทนกับพฤติกรรมหลายอย่างนะที่ไม่เข้ากันฉันยอมรับว่าฉันต้องเปลี่ยนตัวเองทำเพื่อครอบครัว ถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันฉันก็พยามยามทำทุกอย่างไม่ให้ขาด ให้รู้สึกว่าเราไม่ได้ห่างกัน วันธรรมงานปกติฉันจะโทรหาว่ากลับจากทำงานรึยังได้อะไรกัน ทานอะไรรึยัง ฉันถึงจะหลับได้ถ้าวันไหนโทรไม่ติดฉันไม่เคยหลับตาได้เลย
แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็มาถึงฉันคงจำไปจนวันตายของฉันแน่ ๆแนเป็นคนไม่ค่อยพูดจะเก็บไว้สิ่งไหนที่ผิดปกติสองเดือนที่แล้วคุยกันน้อยมากคุยโทรสับไม่ถึงห้านาทีก็วางแต่ฉันพบว่าเค้าดทรหาอีกเบอร์นานมากในแต่ละครั้งและบางครั้งที่ฉันอยู่ด้วยก็โทรมา ฉันไม่โทษคนอื่นหรอกเพระแฟนฉันเองต่างหากที่เปลี่ยนไปถ้าแฟนฉันเข็มแข็งพอก็ไม่เป็นแบบนี้ เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมาก่อนกลับบ้านวันที่สามสิบเค้าไม่กลับห้องเลยติดต่อใครก็ไม่ได้คิดดูสิว่าฉันจะหลับตาได้เหรอเมื่อเธอไม่อยู่คิดในใจเธอจะเป็นอย่างไร เป็นอะไรรึป่าว ในใจคิดเลยว่าตอนเช้าจะไปแจ้งความ แต่แล้วในเช้าวันที่สามสิบเอ็มก็กลับมาประมาณตีห้าแต่ก็ไม่พูดอะไรฉันก็ไม่ถามเพราะคำตอบรู้อยู่แก่ใจตัวเอง กลับถึงบ้านในคืนวันที่สามสิบเอ็ดแฟนฉันเมาพอสมควรในงานเลี้ยงโต๊ะจีนเอาขวดเบียร์ขวดโซดามาเคาะให้เป็นเสียแต่กลัวมันแตกบนหัวของฉันฉันรุ้สึกตัวชามากร้องก็ร้องไม่ออกคิดว่าตัวเองจะเป็นอะไรไหมโชคดีที่หัวไม่แตกแต่เศษแก้กลับบาดเป็นแผลตามตัวของฉันรู้สึกเจ็บมากอย่างบอกไม่ถูกแฟนฉันเห็นขนาดนั้นยังไมม่เก็บแก้วออกจากตัวฉันเลยกลับเป็นคนอื่นที่ทำให้ และในวันเดียวกันจะย่างเข้าปีใหม่มีข้อความจากผู้หญิงคนนั้นเข้ามาบ่งบอกเหลือเกินความสัมพันธ์ขนาดไหนแต่มันก็ไม่เจ็บเท่าแฟนเราให้เค้าไปหมดแล้วนี่สิ เช้าของวันที่หนึ่งปีห้าสามผู้หญิงคนนั้นโทรเข้ามาตอนนั้นฉันรู้ว่าความอดทนของฉันมันหมดแล้วเลยรับโทรสับและถามว่ามีธุระอะไรหรือเปล่าเสียงเงียบและฉันก็บอกอีกว่าถ้าอยากได้ผู้ชายคนนี้มากนักก็บอกให้เค้าเซ็นต์ใบหย่าซะฉันยกให้และจะไปทันทีในใจตอนนั้นสติไม่อยู่กับตัวเลยมันขาดไปหมดแล้ว หลังจากที่กลับมาจาก กทม ฉันก็มาถามเอาความจริงทุกอย่างเพราะไม่ไหวแล้วแต่แล้วเค้ากลับบอกว่าเลือกไม่ได้ทำไมเลือกไม่ได้ล่ะในเมื่อฉันเป็นใครเค้าเป็นใครถ้าจะเผลอบ้างก็ให้อภัยได้นะ ฉันเลยขอถามตรง ๆว่าตอนนี้เธอยังรักฉันอยู่ไหม ซึ่งคำตอบฉันคิดไว้ว่าถ้าบอกว่าไม่รักฉันจะไปทันที ถ้าบอกว่ารักแต่ไม่มากเท่าไหร่ฉันก็พร้อมจะสู้และอยู่ต่อเพราะอาจผิดที่ตัวฉันเอง แต่คำตอบคือเมื่อก่อนรักแต่ตอนนี้รู้สึกเฉย ๆ อาจเป็นเพราะความให้ชิดที่ทำให้เค้าเป็นแบบนี้ ณ ขณะนั้นเขื่อนที่ว่าใหญ่ก็คงไม่เท่าน้ำตาไหลไม่ยอมหยุด
ฉันถามเค้าว่า จะทำยังไง คำตอบ ขอถามเค้าก่อน
ฉันบอกว่า จะถามทำไมในเมื่อคนที่ตัดสินใจคือฉันกับเธอ คำตอบ มันคงเป็นเวรกรรมที่ทำให้เค้าอยุ่กับใครไม่ได้นาน
ฉันพยายามพูดทุกอย่างที่ควรจะพูด สิ่งที่เคยผ่านมาลำบากด้วยกันมาขนาดไหน ไม่เคยคิดถึงมันเลยเหรอ ไร้คำตอบจากปาก
ณ ขณะนั้นฉันเสียเจมากร้องไห้ฉันรู้ว่ายื้อยังไงก็คงไม่กลับมา เวลานี้ฉันก็ยังคงร้องไห้ ฉันตัดสินใจกลับมาอยุ่ในที่ของแนปล่อยเค้าไว้กับผู้หญิงคนนั้นเพราะถึงฉันจะไปอยู่ตรงนั้นฉันคงนอนไม่หลับต้องคอยระแวงเพราะยังไงก็เป็นที่คนสองคนถ้าเค้าบอกว่ารักสักหน่อยฉันคงจะยื้อมันเอาไว้ให้ได้

จ๊าก!!เอามันออกไป..ด่วน

เฮ้ยๆๆ เอาละเฟ้ย

กลายเป็นภาระที่ยิ่งใหญ่อีกแล้ว

แค่เผลอๆไปหน่อยเดียว

น้ำหนักช้านนนนนนนนนนนนนนน

ขึ้นมาตั้ง12กิโลเชียวหรอO0O

มันช่างเป็นอะไรที่ทำร้ายจิตใจจิงจิ๊ง

ถ้ายังใส่เดฟที่รักได้คงไม่รับรู้หรอก

แต่เดฟสุดที่รักดันคับซะงั้น

แย่ๆๆๆ กลายเป็นฮิปโปน้อยผู้น่ารักอีกแล้วววววววว

ฮือๆๆ เพิ่งมาสังเกตตัวเองอย่างหนักหน่วง

ขาก็มีเนื้อแผละๆ ที่แขนก็มีห้อยๆด้วย

หน้าท้องของหนูก็มีป่องออกมาซะเยอะแยะเลย

หน้าก็เริ่มบวมๆ แก้มที่ปกติก็ป่อง ยิ่งอืดเข้าไปใหญ่

แงแงๆ มันช่างโหดร้ายที่ซู๊ดดดดดดดด

ต้องลดๆๆ ตั้งโปรกแกรมลดด่วน

ไหนลองมาดูสิว่า ในอาทิตย์นึงจะลดได้เท่าไหร่

เอาใจช่วยด้วยน่ะค่าT^T

มันจบแล้ว ..เวลา5 ปีที่คบกันมา

…มันอึ้ง ยังงัยก็ไม่รู้

เราบอกเลิกเค้าด้วยอารมณ์…..
แต่คำตอบที่ได้รับ คือ ” ก็เลิกสิ”

….อึ้งกันไปเลย
สงสัยเค้าคงอยากจะเลิกนานแล้ว

…ความรู้สึกตอนนี้ มันบอกไม่ถูกอะ

แบบอึ้งๆ แปล๊บๆที่ท้อง น้ำตาเอ่อๆแล้วก็ค่อยๆไหล

จบแล้วหรือเนี้ย!!!!!!

5 ปีที่คบกันมา มันง่ายๆจบแบบนี้อะเหรอ

ถึงตอนนี้ก็ยังทำอะรัยไม่ถูก
..ได้แต่ส่งข้อความไปบอกเค้าว่า

“เค้ายังเป็นสำคัญสำหรับฉันไม่ว่าเราจะอยู่ในฐานะไหน”

นี่มันเป็นความรู้สึกที่มีตอนนี้

เค้าเหมือนเป็น 1 ในครอบครัวฉัน (ซึ่งฉันมีอยู่น้อยนิด)
ฉันเลยไม่อยากขาดคนที่เข้าใจฉันไป ถึงเราจะเลิกกัน
ฉันก็คิดว่า ขอแค่ฉันยังมีเค้าอยู่(ไม่ว่าในฐานะไหน)
…..ฉันก็รับได้

ฉันทำแบบนี้ มันถูกมั้ย มันเห็นแก่ตัวมั้ย…..

หรือฉันควรจะทำยังงัย?????

แต่ตอนนี้ รู้แค่ว่า ต้องอยู่ต่อไปให้ได้

….เพราะเค้าเป็นครึ่งนึงของชีวิตฉัน
…แต่ไม่ใช้ทั้งหมดในชีวิตฉัน!!!!!!!!

แต่มันช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน

ความแตกต่างของเรา

รับรู้บ้างมั้ยว่าเราสองคนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เธอคิดทุกอย่างโดยใช้เหตุผล ฉันคิดทุกอย่างโดยใช้อารมณ์

เธอทำทุกอย่างตามแผนที่วางไว้..ฉันคิดทันทีทำทันทีจนบางทีพังทันที

เธอพูดทุกครั้งที่ฉันผิดพลาด..มันไม่ใช่คำพูดให้กำลังใจแต่มันเป็นคำสอน

เธอสอนทุกครั้งฉันจำทุกครั้งแต่ไม่เคยเอาไปใช้สักครั้ง

แล้วเราจะรักกันมั้ย…เราจะแตกกต่างในเรื่องการแสดงออกมั้ย

ฉัยพูดคิดถึง รัก เป็นห่วง

สำหรับเธอไม่มี