ปีใหม่..คิดอะไรได้อีกเยอะ

ตั้งใจเต็มที่ อยากกล่าวถึงปีใหม่ในมุม(มืด) ของตัวเอง

ไม่แปลกที่วันปีใหม่ของใครต่อใคร เป็นวันที่ต่างคนต่างตั้งหน้าตั้งตา
จัดตั้งให้มันเป็นวันแห่งการเริ่มต้นใหม่

เมื่อก่อนก็เป็นอย่างนั้นล่ะ ตั้งใจจะทำโน่น เป็นนี่ สารพัดจะคิด
แล้วทำได้มั่งมั้ย…ก็เหมือนเดิม…ได้มั่งไม่ได้มั่ง

วันทำงานเริ่มต้น ไม่มีอะไรต่างไปจาก วันก่อน เดือนก่อน ปีก่อน
จืดชืด เย็นชา ทิ่มแทง กัดจิก…โอว ช่างโหดร้ายเหลือเกิน
กลับมานั่งที่โต๊ะ แล้วทำงานไปนิ่ง ๆ ดีกว่า
การนั่งนิ่ง ๆ เห็นความเคลื่อนไหวของสิ่งรอบตัวได้มากกว่า แต่..
อย่างนั่งนาน เหน็บจะกินเอา

……

นี่มันแค่เริ่มต้น

……

เรื่องของเรื่องคือ ยังหาปฏิทินตั้งโต๊ะไม่ได้เลย แค่นี้แหละ

ปีนี้เป็นปีชง

ตามดวง ปีวอกเป็นปีชง….กับ ปีขาล

แล้วต่อไปมันจะเกิดอะไรขึ้นกับคนเกิดปีวอกงั้นเหรอ….

ไม่รู้สิ….ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็แค่ระวังตัวไว้

ปีนี้ จะโชคดีไหมนะ

จะเจอคนที่ใช่รึยัง

จะได้กี่ขั้น…

ปีนี้ หวังว่าจะมีอะไรดีๆผ่านเข้ามาในชีวิต

แค่ไหน..แค่นั้น

อาจมีหลายครั้งที่เคยตั้งคำถาม
เรื่องเธอกับฉันจะไปทิศทางใด
จะเจอพายุลมแรงเจอทางแยกของหัวใจ
หรือเมื่อไรต้องห่างไกลกัน

ไม่มีสักครั้งที่ใจฉันหวั่นไหว
โลกเป็นแบบไหนก็คงต้องรับมัน
เมื่อในวันนี้มีเธอ มีคนให้มารักกัน
ถึงวันนั้นฉันค่อยตัดสินใจ

แม้ไม่รู้พรุ่งนี้รักเราจะอยู่หรือไป
จะมีอะไรเปลี่ยนไปอย่างใครเขา
แม้ไม่รู้พรุ่งนี้เธอจะอยู่เพื่อกันรึเปล่า
จะเป็นยังไงก็ปล่อยไปแล้วกันช่างมัน

อยากรักเธอเท่านั้น นั่นก็เพียงพอ
ไม่ทวงถามมันต่อไป
แม้ความรักจบลงไม่เป็นไร
รักๆได้แค่ไหน แค่นั้นพอ

ตกหลุมรัก_ครั้งใหม่

แม้จะเจอกันมาหลายปี
แต่ฉันไม่เคยแม้แต่จะรู้สึก
แม้เราจะมองและสบตากันหลายครั้ง
แต่ฉันก็ยังคงไม่เคยจะรู้สึกหวั่นไหวเลยสักครั้ง

เธอไม่เคยเข้ามาพูดจา
และถึงแม้เราเจอหน้ากันตรง ๆ
เราก็ยังดูเหมือนมีไรบางอย่างมากั้นไว้เสมอ

แต่อีกไม่กี่วัน เธอก็ต้องไปญี่ปุ่นแล้ว
ฉันไม่เข้าใจว่า ความรู้สึกอย่างนั้น
ทำไมต้องเกิดขึ้น เมื่อทุกอย่างสำหรับฉัน
กำลังจะสายไป…..

ฉันเพิ่งรู้สึกว่า ความหวั่นไหวในจิตใจเริ่มเข้าครอบงำ
ฉันเพิ่งรู้สึกว่า ฉันอยากพูดคุย
ฉันนั่งเจ็บใจและรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่าทุกครั้ง
ที่ฉันไม่กล้าทักทายเธอ

ไม่เข้าใจตัวเองจริง ๆ ว่ายัยโง่คนนี้ต้องพลาดโอกาส
ที่จะได้ทำความรู้จัก และบอกรักคนที่รัก อีกกี่ครั้ง

แต่ฉันคงต้องทำใจถ้าต้องเสียเธอไป
เพราะตัวฉันเองก็ยังไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองเลย

ฉันคงไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักกับเธอได้มากกว่านี้
และสิ่งที่ฉันทำได้คือให้เวลาพิสูจน์เรื่องของเรา

ยัยโง่คนนี้ คงต้องยอมเป็นคนโง่เง่า และ ขี้ขลาดต่อไป
ขอให้เธอโชคดี และขอให้ใช้เวลา 5 ปีที่ต้องอยู่ที่นั่นอย่างมีความสุขนะค่ะ

“จากยัยโง่ที่แอบรักเธอ เมื่อตอนที่สายไป….”

ปล.เธอคงไม่ได้เห็นข้อความจากยัยโง่คนนี้แน่นอน….
(แอบเสียใจลึก ๆ ๆ เศร้าจัง เฮ้อ!!)

เจ็บนะ..ไม่ใช่ไม่เจ็บ

การพยายามลืมใครซักคนนี่มันยากเนอะ ตั้งแต่รับรู้ว่าเค้ากลับไปบ้านอยู่กะลูกเค้า เราก็มานั่งเสียใจ ถึงแม้ว่าจะบอกยัยเพื่อนซี้ว่า ไม่เป็นไร ไม่แคร์ แต่จริงๆแล้วมันเจ็บยิ่งกว่าเจ็บ ได้แต่เก็บงำเอาไว้ ให้มันทรมานอยู่ในใจ จนบางครั้งยังนึกเลยว่า เราคงจะตายเพราะเจ็บช้ำใจนี่แหละ พยายามทำใจให้สดใส ลืมๆไปซะ แต่บางครั้งความทรงจำเก่าๆมันก็มารังควานกระทั่งในฝัน ได้แต่ปล่อยให้น้ำตามันใหลออกมาเรื่อยๆ พอรู้สึกตัวก็เช็ดออก แล้วปั้นหน้าให้ดูดี เราทำงานที่เจอะเจอลูกค้ามากหน้าหลายตา ก็ได้แต่พยายามฝืนยิ้ม แต่ในใจเจ็บปวดตลอดเวลา เราไม่มีเวลามานั่งคร่ำครวญอะไร พยายามทำตัวเองให้อยู่รอดในสังคมที่เห็นเรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งๆที่เราอยากจะอยู่เงียบๆมีงานทำมีเงินใช้จ่ายพอประมาณ มนุษย์เงินเดือนอย่างเราก็ได้แต่กัดฟันสู้ไป จะเอาเรื่องหัวใจมาเป็นข้ออ้างที่จะหอบเงินหนีเที่ยวได้ไงล่ะ เฮ้อ นึกอยากจะหนีไปให้ไกลๆ ที่ใหนก็ได้ ขอได้อยู่อย่างสงบ แต่ก็เป็นห่วงยัยเพื่อนซี้ เราไม่กล้าทิ้งมันให้ผจญเวรกรรมคนเดียว เคยบอกมันว่า ไป ไปด้วยกัน มันส่ายหน้าเดี๊ยะ ไม่เอา ถ้ามันจะย้าย มันกลับบ้านอย่างเดียว ก็เลย ได้แต่ทำใจ คงต้องไปเองคนเดียว เหงาแน่ๆเลย