เพราะรัก ถึงต้องไป..

เมื่อคืนไม่รู้เป็นไร ตดเหม็นมากกก..
แล้วตดตลอด ตดบ่อยมาก
แล้วพอได้เวลานอน เข้าใจมะ ว่าตดใต้ผ้าห่มอ่ะ มันไม่ไปไหน
มันวิ่งขึ้นมาด้านบนหาจมูกน่ะ -_-^

ตอนตีสาม ต้องลุกไปนอนอีกห้อง
เกรงใจคุณสามี (_ _’)

อีกห้องผ้าห่มไม่อุ่นเหมือนห้องนอน
เพราะห้องหลักมีผ้าห่มไฟฟ้า แล้วcomforter ก็อย่างดี (ของ Nuatica)
อีห้องรับแขกก็ผ้าห่มสองชั้น แต่เอาไม่อยู่เท่าไร
จะลุกไปเอาผ้าห่มมาซ้อนอีกผืนก็ขี้เกียจ
(ทั้งที่ก็อยู่แค่ใต้เตียง ฮ่าๆๆ)
ก็เลยนอนมันทั้งอย่างนั้น.. จนเช้า

เดวิดตื่นมาตอนเช้า เดินหาเมีย ว่าเมียหายไปไหน
คือ นอนทั้งคืนไม่รู้ตัวเลยว่าเมียไม่ได้นอนด้วย -_-’

พอดีห้องที่นอนเป็นห้องแต่งตัวเดวิด
แล้วเค้าต้องใช้แต่งตัวไปทำงาน

ก็เลยลุกกลับมานอนต่อที่ห้อง
เดวิดก็ตามมานอนต่อด้วย หลังจากที่หาเมียเจอ :P
เดวิดถาม ทำไมไปนอนห้องโน้น
เราก็บอก ตดเหม็นอ่ะ
เดวิดเอาตีนดันๆออก ร้อง อี๋ๆ กลับไปห้องโน้นเลย -_-’

เด๋วตดจ่อหน้าเลยนี่ -”-

เฮ้อ.. สงสัยเป็นเพราะ สุกี้รสจัด เมื่อวานแน่ๆเลย

ปล. เพราะรักนะเนี่ย.. ถึงต้องไป.. นอนอีกห้อง แห่ะๆ

Fall in Selinsgrove..

ช่วงนี้เป็นช่วง ฤดูใบไม้ร่วง หรือ Fall ที่อเมริกา
หยกกับเดวิดเพิ่งย้ายมาเมือง Selinsgrove รัฐPennsylvania ได้ไม่กี่เดือน..

เมื่อวานอากาศดี ไม่หนาว และแดดออก ทำให้อากาศอุ่นกำลังดี
หยกก็เลยคว้าจักรยาน และกล้องสุดรัก ออกไปกินลม รอบๆเมือง
เมืองนี้เป็นเมืองแล็กๆ และเงียบมาก
แต่เรื่องความสวยของธรรมชาติ ที่นี่ไม่แพ้เมืองอื่นๆนะ..

สะพานข้ามแม่น้ำไปเกาะ
Image Hosted by ImageShack.us

ใบไม้ร่วง ตามฤดู
Image Hosted by ImageShack.us

ต้นไม้แต่ละต้น เปลี่ยนสีแตกต่างกันไป.. ทำให้ดูมีสีสัน
Image Hosted by ImageShack.us

บรรยากาศริมแม่น้ำ
Image Hosted by ImageShack.us

เดซี่ยังคงเบ่งบาน แม้อากาศจะเริ่มเย็นแล้วก็ตาม
Image Hosted by ImageShack.us

เมเปิ้ลเริ่มเปลี่ยนสี..
Image Hosted by ImageShack.us

เหลืองอร่าม..
Image Hosted by ImageShack.us

อยากมาชมของจริงที่นี่กันบ้างหรือยัง? :)

ตอบคำถามคาใจ-ใครหลายๆคน

หลายๆคนถาม คำถามเดิมๆซ้ำๆกัน

ขอตอบดังนี้..

ถาม ไปอยู่โน่นทำไร?

ตอบ อยู่บ้านเป็นแม่บ้านเฉยๆค่ะ ก็อยู่บ้าน ทำงานบ้าน ทำกับข้าว

ดูแลสามี เบื่อก็หางานอดิเรกทำ เช่น ทำขนม ถักนิตติ้ง ไปช้อปปิ้ง

สามีมีเวลาว่าง ก็จะพาไปเที่ยวตามที่ต่างๆ เมืองต่างๆ ดูบ้านเมือง ความเป็นอยู่ของคนที่นี่

ถาม ทำไมไม่ทำงานล่ะ?

ตอบ ที่ไม่ทำงาน หรือหางานทำ ก็เพราะ ทำงานไม่ได้ค่ะ

วีซ่าที่หยกใช้อยู่ตอนนี้ เป็นวีซ่าชั่วคราว ไม่อนุญาติให้ทำงานใดๆ

ถาม ทำไมคนอื่นทำได้ล่ะ

ตอบ ก็ต้องดูด้วยว่า คนอื่นที่ว่า อยู่สถานะ(วีซ่า) เดียวกันหรือเปล่า

ถ้าใช่ แสดงว่า เค้าแอบทำแบบผิด กม.

ต้องแจงว่า เดวิดเป็นคนแคนาดา เค้าทำงานที่่นี่ได้ เพราะใช้วีซ่าทำงาน

ซึ่งที่ทำงาน หรือมหาลัยเป็นคนขอวีซ่าให้ ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้

เดวิดเป็นต่างชาติที่มาทำงานในอเมริกา ส่วนหยกใช้วีซ่าติดตามแบบครอบครัว

วีซ่าของเราสองคนเป็นแบบชั่วคราว ข้อกำหนดจึงมี

วีซ่าหยกนั้นคือ วีซ่า H4 (ของเดวิดคือ H1B) สามารถเรียนได้ แต่ทำงานไม่ได้

ถ้าเดวิดเป็นคนเมกัน หยกก็ต้องขอวีซ่าถาวร ที่เรียกว่า วีซ่าแต่งงาน

แล้วก็เปลี่ยนเป็นกรีนการ์ด

กรีนการ์ดนี่ อนุญาตให้ทำงานได้ มีสิทธิ์เท่าชาวเมกัน แต่เลือกตั้งไม่ได้เท่านั้น

เมื่อถือกรีนการ์ดระดับหนึ่ง ก็สามารถสอบเป็นซิติเซ่นได้

และอีกกรณีหนึ่ง หากเดวิดทำงานที่แคนาดา ซึ่งเป็นบ้านเกิดเค้า

หยกก็ต้องขอวีซ่าถาวรแคนาดา ประเภทคู่สมรส หรือที่เรียกสั้นๆว่า PR

เมื่อได้ PR มา ก็สามารถทำงานและได้รับสิทธื์ต่างๆเหมือน คนแคนาดา แต่เลือกตั้งไม่ได้

เมื่ออยู่แคนาดา ครบกำหนด 3 ใน 5 ปี ก็สามารถขอซิติเซ่นได้

เป็นคนแคนาดา เลือกตั้ง และถือพาสปอร์ตแคนาดา ได้เลย

แต่หยกและเดวิดอยู่ เมกา สถานนะของเราสองคนเป็นแค่ต่างด้าวเท่านั้น

ถือวีซ่าชั่วคราว ก็เลยมีข้อจำกัดต่างๆ

ถาม ทำไมไม่แอบทำงานล่ะ?

ตอบ เมื่อคิดถึงอัตราค่าจ้างที่ได้ และความเสี่ยง ตามด้วยผลที่ตามมาหากถูกจับได้

ไม่เอาดีกว่า ได้ไม่คุ้มเสียแน่

ถูกจับได้ ถูกส่งกลับ ห้ามเข้าประเทศ..

และใช่ว่า จะได้งานดีๆทำ เพราะไม่มีบริษัทไหน

อยากเสี่ยงไปด้วย กับการจ้างแรงงานเถื่อนหรอก

จะได้งานก็เป็นงานใช้แรงงาน โดนกดขี่ หรือเบี้ยว ค่าแรง

เมื่อถูกเอาเปรียบ ก็ร้องเรียนไม่ได้ เพราะเราแอบทำแบบผิด กม.

ร้องเรียนไป เราก็จะโดนเสียเอง

ถาม เห็นว่า เรียนได้นี่ ทำไมไม่เรียนล่ะ?

ตอบ ที่ยังไม่เรียน เพราะ ถ้าลงเรียนตอนนี้ ต้องจ่ายเรท นร.ต่างชาติ ซึ่งแพงมาก

หากรออีกหน่อย กลางปีหน้า จะได้เรียนฟรี

เพราะเป็นสวัสดิการของมหาลัยที่เดวิดทำงานอยู่ที่ว่า

ลูกและภรรยา เรียนได้ฟรี

หากเดวิดตกลงใจทำงานที่นี่ยาว หยกก็จะดูว่า มีโปรแกรมอะไรที่เราสนใจ

ก็จะลองลงเรียนดู.. ฟรี.. ฮิ้ววว..

มีใครจะถามอะไรอีกมั้ย?

.

ฟักทองรับวันฮัลโลวีน

วันนี้ฤกษ์งามยามดี ได้โอกาสจับมีดเชือดเสียที..

อ้อ.. แกะฟักทองน่ะ
ตั้งท่ามาหลายวันแล้ว..

เมื่อตกลงใจว่า จะทำแน่ๆ
ก็เลยเปิดดูวิธีทำโดยทั่วไปจากยูทูบ
เมื่อรู้ขั้นตอนคร่าวๆแล้ว ก็เปิดหาแบบหน้าที่เราต้องการแกะ
(ขอบคุณ อากู๋)
แล้วก็ได้มาหนึ่งหน้า..

ก็เตรียมอุปกรณ์ต่างๆ เมื่อพร้อม ก็ลงมือแกะทันที
เลือกแกะลูกเล็กก่อน เพราะเด๋วลูกใหญ่ ไว้แกะกะเดวิดวันหลัง

อุปกรณ์ที่ใช้ก็มี มีดขนาดต่างๆ ดินสอ เมจิก(เขียน CD) แล้วก็ช้อนควัก

เริ่มจากการร่างแบบ ที่หัวก่อน ว่าจะตัดหัวให้ใหญ่เล็กขนาดไหน
แล้วก็ลงมีด ตัดตามแบบที่ร่างไว้
Image Hosted by ImageShack.us

เมื่อได้รอบหัว หลุดออกมาเป็นยวง ก็ตัดแต่งส่วนจุก แล้วก็ควักไส้และเม็ดออกมา ให้เรียบร้อย ด้วยช้อนควัก
Image Hosted by ImageShack.us

เมื่อด้านในกลวงเรียบร้อย ก็ลงมือวาดหน้าตาที่เราเลือกไว้ ด้วยดินสอก่อน
พอได้ที่ เอาจริง ก็ค่อยลงเมจิก แล้วก็ลงมีดได้เลย เริ่มจากตาก่อน
Image Hosted by ImageShack.us

แกะๆ เหลาๆ ไปเรื่อยๆ เด๋วก็เสร็จ ออกมาเป็น ฟักทองผี รับวันฮัลโลวีนจ้า
Image Hosted by ImageShack.us
(ถ้ามีรอยเมจิกหลงเหลือ ก็เอาน้ำยาล้างเล็บลบเอานะจ๊ะ)

ตกดึกจุดเทียนแท่งใส่ด้านใน
(Image Hosted by ImageShack.us

ตื้นตันใจฝีมือตัวเอง จนน้ำตาไหล..
Image Hosted by ImageShack.us

ปล. อีสองรูปล่างนี่ ลงเอาฮา..

หมายเหตุ: รูปที่ถ่าย ใช่ขาตั้งกล้องแล้วตั้งโหมดตั้งเวลาถ่ายเอง
เพราะคุณสามีไปทำงาน อีเมียเลยต้องช่วยตัวเอง
กะจะทำเป็นวีดีโอ แต่ไม่รอด เลยเป็นรูปแทนละกัน -_-’

ลงรูปเพิ่มนะจ๊ะ เพิ่งแกะฟักทองเพิ่มอีกสองลูกก้าบ..
Image Hosted by ImageShack.us

อำลาเมืองไทย

ตอนนี้หยกกลับมาเมกาอยู่กะคุณสามีเรียบร้อยแล้ว
ติดเน็ตที่บ้านเรียบ้อยแล้ว
ว่างก็เลยเอาไดฯตอนเดินทางกลับมาลงให้ได้อ่านแก้เบื่อกัน
อาจจะยาวหน่อยนะ..

13 ตค 2010
ช่วงบ่ายๆ หมกตัวอยู่แต่บนห้อง เพราะต้องแพคของให้เสร็จ
จัดกระเป๋าไปมา ของหลายอย่างที่ตั้งใจว่าจะเอามาด้วยก็ไม่ได้เอามา
เนื่องจากกระเป๋าเริ่มเต็ม -_-’ ก็ชักโน่นนี่ออกไปเรื่อยๆ
สภาพห้องตอนจัด.. รกสุดๆ
Image Hosted by ImageShack.us

ของที่ขนมาด้วย ก็มีซอสสองสามอย่าง และของทำขนมกับข้าวบางอย่าง
เลือกที่เราหาไม่ได้ที่โน่น เน้นหนักไปทางโลโบ เพราะสะดวกดี (เน้นแกงเขียวหวานกะต้มข่าไก่)
Image Hosted by ImageShack.us

ส่วนกะทิเลือกเอาแบบผงไป เพราะไม่หนักและไม่แต่แน่นอน
เป็นของชาวเกาะ ซองละ 15บาท แพงกว่าแบบกล่องแต่ก็โอเค

14 ตค 2010
เช้านี้ตื่นประมาณเกือบๆตีสอง ลุกมาอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็ออกจากบ้านประมาณตีสอง
พ่อกับแม่(และพี่ยศ คนแถวบ้านที่รู้ทาง) ขับรถไปส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไปถึงประมาณตีสาม
ก็ขนกระเป๋ามาใส่รถเข็น แล้วก็ไปนั่งรอเวลาเช็คอินกระเป๋า
Image Hosted by ImageShack.us

(หยก c/n online ตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้าแล้ว และรู้ว่า ที่นั่งเราอยู่ตรงไหน
ซึ่งจองไว้ตั้งแต่มาแล้วล่ะ ว่านั่งริมหน้าต่างหมดทุกไฟล์ เนื่องจากหยกจะได้นอนได้สะดวกๆหน่อย
เคยนั่งที่ไม่ติดหน้าต่าง นรกสุดๆ Y_Y)
ประมาณตีสี่กว่าๆ เค้าก็เปิดเค้าท์เตอร์ให้ c/n ได้ ซึ่งถือว่า ไวมากๆ
ตอนแรกนึกว่าคงจะต้องรอจนตีห้าเสียอีก พอเช็คกระเป๋าเสร็จ
(ใบละเกือบๆ 25 กก. ซึ่งจริงๆให้หแต่ใบละ 23 กก. เท่านั้น แต่เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร)
Image Hosted by ImageShack.us
กระเป๋าสามใบ โหลดสองใบ อีกใบเป็นแคร์รี่ออน
(แต่หนักน่าดู ต้องขอให้คนบนเครื่องยกให้ตลอด :P )

หยกก็ชวนแม่เดินรอบๆ ถ่ายรูปไปเรื่อย แล้วก็ลงไปซื้อไส้กรอกกินแก้หิวที่ 7/11 และน้ำหนึ่งขวด
ยังเช้ามาก คนก็เลยยังไม่ค่อยมีเท่าไร
Image Hosted by ImageShack.us
ก่อนกลับมาที่รอ ก็ได้พวงกุญแจมาหนึ่งอัน ด้านหนึ่งเป็นวัดพระแก้ว อีกด้านเป็นประเทศไทยสีธงชาติ
ธรรมดา แต่หาซื้อที่เมกาไม่ได้แน่ ก็เลยซื้อมาหนึ่งอัน (แม่ออกตังค์ให้) อันละ 100 บาท เท่านั้น

Image Hosted by ImageShack.us
ไฟลท์หยก UA882 Chicago หาเจอมะ?

แล้วก็กลับมาตรงที่รอ นั่งส่งข้อความหาเพื่อนๆ บอกลาว่า “กุจะไปแล้วนะ”
ซักพักหญิงกลอยก็โทรกลับมา เพราะมันรู้ว่าหยกจะไปเช้านี้ มันก็เลยเอาโทรศัพท์มาไว้ข้างๆหัวนอน
พอข้อความดัง มันก็ตื่น แล้วก็โทรกลับมา
(มันบอกว่า คราวที่แล้วหยกไป หยกส่งไปหามัน แต่มันไม่ได้ยิน
ก็เลยไม่ได้บอกลาคราวก่อน แต่คราวนี้ไม่พลาด ซึ้งใจเพื่อน Y_Y)

Continue reading