ยิ่งรู้จัก… ยิ่งรักเกย์

ไม่เคยคิดว่าในชีวิตนี้ ผู้หญิงอย่างฉัน จะมาตกหลุมรัก ‘เกย์’ เข้าอย่างจัง!

เคยคิดว่าอยากให้เขาเปลี่ยนใจกลับมาเป็นผู้ชายนะ

แต่ตอนนี้ รู้สึกว่า จะชาย หรือเกย์ แค่ได้อยู่ด้วย ก็มีความสุขมากจนพิมพ์ต่อไม่ออกแล้ว

[>//o//<]

 

 

ง้อ… ให้หายงอน

ในช่วงชีวิตของชายหนุ่ม หญิงสาว ที่คบหากันเป็นแฟน บางครั้งก็ต้องมีการแง่งอนใส่กันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อยังรักกันอยู่ การง้อ ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย หากคุณเคยแต่เป็นฝ่ายงอน ไม่เคยเป็นฝ่ายง้อเลย เรามีวิธีง้อ ที่จะทำให้ชายหนุ่มของคุณพอจะหายโกรธลงได้บ้าง มาบอกกัน ..

หากคุณและเขางอนกันมาได้พักหนึ่ง จนกระทั่งความโกรธที่มีมาจางหายไปแล้ว ลองให้เพื่อนสนิทของคุณช่วยนัดเขาออกมาพบ โดยไม่ต้องบอกเขาว่ามาพบใคร เชื่อเถอะว่า เมื่อคุณได้พบเขาแล้ว ความรักความผูกพันที่มีต่อกันมานานปี จะทำให้คุณและเขากลับมาคืนดีกันใหม่ได้อย่างแน่นอน

สำหรับคนที่โรแมนติค การเขียนบทกวี หรือจดหมายรัก พรรณนาถึงวันคืนแห่งความผูกพันที่มีแต่เก่าก่อน แล้วส่งให้เขา ก็คงดีไม่น้อย หากว่าเขาได้รำลึกถึงเรื่องราวแต่หนหลังโดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีความสุข เขาน่าจะใจอ่อนจนอยากกลับมาขอคืนดีด้วย

เข้าร่วมในกิจกรรมที่เขาชอบทำ ถ้าเขาชอบอ่านหนังสือและชอบขลุกอยู่แต่ห้องสมุดหรือร้านหนังสือ คุณก็ลองเดินเตร็ดเตร่ในสถานที่ดังกล่าวดู หยิบหนังสือมานั่งอ่านใกล้ๆ เขา เดินเลือกซื้อหนังสือในร้านเดียวกับเขา แค่ทำเช่นนี้โดยไม่ต้องเข้าไปพูดคุยอะไรเลย เพียงมองตากัน เขาก็จะรับรู้ได้ทันทีถึงสิ่งที่คุณหยิบยื่นให้ ผู้ชายมีความจำสั้น ความโกรธที่เกิดอย่างรวดเร็วมักจางหายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะเมินในไมตรีที่คุณมอบให้

ส่งรูปถ่ายของคุณและเขาตอนที่ชีวิตรักยังหวานชื่นไปให้เขา ความทรงจำดีๆ ที่คุณและเขามีต่อกัน สถานที่ที่คุณและเขาเคยไปเที่ยวด้วยกันมา ความสุขที่เคยมีร่วมกันสิ่งเหล่านี้คงไม่ทำให้เขาใจดำจนไม่อยากให้อภัยสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ส่งอีเมล์ผ่านทางคอมพิวเตอร์หรือทางโทรศัพท์มือถือไปขอโทษในเหตุการณ์ที่ผ่านมา และสัญญาว่าจะไม่ให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นอีก ผู้หญิงเราบางครั้งบางทีอยากขอโทษ แต่ด้วยกฎเกณฑ์อะไรบางอย่างทำให้เราไม่สามารถกระทำตรงๆ ได้จึงต้องอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าช่วย

ส่งของขวัญเล็กๆ น้อยๆ หรืออะไรก็ได้ที่เขาชอบไปให้ เช่น ซีดีเพลงที่เขาชอบ หรือขนมที่เขาชอบกิน พร้อมทั้งแนบการ์ดเล็กๆ เขียนคำขอโทษ ผู้ชายถึงแม้จะใจแข็งขนาดไหน โดนคำหวานของหญิงสาวเข้าไปแล้ว ไม่อ่อนลงก็ให้รู้ไป

ด้วยวิธีง่าย ๆ แบบที่เราแนะนำมา มีเหรอที่ผู้หญิงอย่างเรา ๆ จะทำไม่ได้ ส่วนผู้ชายที่เข้ามาอ่านจะเอาไปใช้กับสาว ๆของคุณบ้างก็ย่อมได้นะคะ พวกเราไม่หวงหรอกค่ะ

ทำไมเขาคิดนอกใจ

เรื่องนอกใจน่ะ ไม่ใช่โรคสมัยใหม่แต่อย่างใด ก็เป็นปัญหารักที่มีมาตั้งแต่ยุคโบร่ำโบราณแล้วล่ะ เพียงแต่สมัยก่อนผู้หญิงเราเป็นฝ่ายต้องยอมทน เพราะแม้ต้องกินระกำแทนข้าวอยู่ทุกเช้าเย็นก็ดีกว่าไม่รู้จะเอาอะไรใส่ท้องเข้าไปล่ะแถมสังคมสมัยนั้นก็ไม่รับรองสถานะแม่ม่ายผัวร้างแต่อย่างใด เพราะยุคก่อนผู้ชายท่านเป็นใหญ่ ก็เนื่องจากเป็นฝ่ายหาสตางค์เข้าบ้าน ส่วนผู้หญิงเราก็ได้แต่อยู่กับเหย้าเฝ้าแต่เรือน

ไม่ประสีประสากับการทำมาหากินหรอก แต่ยุคนี้ หญิงมั่นที่กล้าลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิของสตรีให้เท่าเทียมบุรุษเพศ มักจะยอมไม่ได้ ถ้าคนรักเกิดนอกใจ ยิ่งหากดีกรีความหยิ่งสูงจัด คุณเเธอก็อาจจะถึงกับลุกขึ้นมายื่นคำขาดให้เขาต้องเลือกเอาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ถ้าเลือก เจ้าหล่อน ก็ต้องไม่มีฉัน ถ้าเกิดโชคร้ายเขาเลือกเจ้าหล่อนจริงๆ แม้จะต้องยอมหน้าชื่นอกตรม เพราะคน(เคย) ดีของคุณ ได้เปลี่ยนใจไปเสียแล้ว แต่เรื่องจะให้ทนกันอยู่แบบสามคนผัวเมีย ก็คงจะมีแต่ในนิยายอ่านเล่นหรอก จริงไหม เห็นไหมว่า เรื่องนอกใจ ไม่ว่าเกิดกับใคร ก็มักจบด้วยความเศร้าได้เสมอ ก็รักสามเส้าน่ะ จะแฮปปี้แอนดิ้งได้อย่างไรกัน ถ้าฝ่ายหนึ่งสมหวังก็ต้องมีอีกฝ่ายเจ็บปวด จริงบ่ ในเมื่อมันไม่ได้สนุกอย่างที่คิด แต่ทำไมหนอผู้ชายจึงมักนอกใจกันอยู่เสียจริง แต่ใช่จะบอกว่า ผู้หญิงจะนอกใจไม่เป็น ก็เรื่องอย่างนี้น่ะ บางทีมันก็สุดจะห้ามใจได้เสียเมื่อไหร่ เพียงแต่ผู้หญิงที่มีพันธะแล้วนั้น เจ้าหล่อนมักจะประกาศให้ใคร ๆ รู้กันทั้งบาง ก็ไอ้เรื่องความภักดีน่ะ ผู้หญิงเรามีมากกว่าจริง ๆ แต่เรื่องที่ใจจะคิดเฉไฉ ออกนอกลู่นอกทางไปบ้าง ก็คงเกิดขึ้นได้เหมือนกันแหล่ะ แต่หากรายไหน คิดทั้งนอกใจและนอกกาย สังคมรอบข้างก็ยังประนามเจ้าหล่อนอยู่ดี ก็คงอย่างนี้แหล่ะที่ทำให้ผู้หญิงนอกใจมีน้อยกว่าผู้ชายหลายเท่าสิบเท่าตัว

อ่านกันมาตั้งนาน ก็คงจะสงสัยกันเต็มทีว่า แล้วทำไมคนเราจึงต้องนอกใจกันด้วย ในเมื่อมันเป็นเหตุให้ต้องหวานอมขมกลืนกันไปตาม ๆ กันก็ดูอย่างคู่รักระดับอดีตผู้นำประเทศคนดัง บิล คลินตัน นั่นไง ก็ยังนอกใจภรรยาคนเก่ง(และสวย) อย่างฮิลลารี่ จนเป็นข่าวอื้อฉาวไปทั่วโลกได้ล่ะ มาดูกันว่านักจิตวิทยาเขาได้อธิบายพฤติกรรมของคนที่คิดนอกใจไว้อย่างไรกันบ้าง

1. เป็นพวกชอบแสวงหาความตื่นเต้นทางเพศ

ใครว่าเรื่องเซ็กส์ กับชีวิตคู่ไม่สำคัญล่ะก้อ บอกได้เลยว่าโกหกแหง๋ ๆ เพราะถ้าจะอยู่กันเฉย ๆ โดยไม่ต้องมีเซ็กส์มาเจือปนน่ะ คบกันแบบเพื่อนจะดีกว่านะตัวเอง เพราะผู้ชายเขาคงไม่ยินดีด้วยหรอก ก็สำหรับผู้ชายแล้ว หากจะคบเป็นคนรัก คุณเธอก็ต้องหมั่นบริหารเสน่ห์บนเตียงกันเสียบ้าง เพราะเมื่อไหร่ที่เขารู้สึกว่า น้ำพริกถ้วยเดิม รสชาติเริ่มคล้าย ๆ แกงจืดเข้าไปทุกที ไม่จี๊ดจ๊าดเหมือนเมื่อวันวาน เมื่อไปเจอรสชาติใหม่นอกบ้าน ที่กลมกล่อม แถมครบเครื่องกว่า ก็อาจเผลอใจ เผลอกาย ไปชั่วครั้งชั่วคราวได้บ้างเหมือนกันแหล่ะน่า แต่บางรายก็อาจติดใจจนกู่ไม่กลับ(บ้าน) กันไปเลย เข้าทำนองพี่เบื่อน้ำพริกถ้วยเดิมแล้วล่ะเมียจ๋า

2. เกิดไปพบคนที่ถูกใจกว่า

ความรักน่ะ อาจเกิดขึ้นได้อีกครั้งหรือหลายครั้งก็เป็นได้ เพราะบางคนน่ะชอบแสวงหารักใหม่อยู่เรื่อย ๆ ทั้งๆทีคนรักก็แสนดีและน่ารักออกอย่างนั้น แต่ก็ยังไม่ถูกใจจริง ๆ เสียที คนประเภทนี้มักลังเลกับความรักอยู่เสมอ อย่าแปลกใจเลยถ้าเขาจะนอกใจคุณ และอย่าไปถามหานิยามรักแท้จากคนหลายใจพรรค์นี้ เพราะเมื่อยปากไปเปล่า ๆ ล่ะเธอจ๋า

3. ชอบบริหารเสน่ห์ของตัวเอง

มักเกิดกับคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง อาจเกิดขึ้นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง คนประเภทนี้จะมีความสุขที่ได้แอบทำผิดเล็ก ๆ กับคนรักของตัวเอง โดยเฉพาะถ้าทำให้คนอื่นที่ไม่ใช่แฟนตัวเอง ตกหลุมรักได้แล้วล่ะก็ จะเป็นปลื้มเอามาก ๆ ก็เป็นสิ่งการันตีว่าฉันยังมีเสน่ห์อยู่ล้นเหลือนั่นเอง แต่พวกนี้ดีหน่อย มักไม่ถลำลึกจนกลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย แต่หากไปเจอแฟนขึ้หึง มีสิทธิ์คอขาดเอาง่าย ๆ เหมือนกันแหล่ะน่า

4. มีเรื่องให้งัดข้อกันอยู่เรื่อย ๆ

แม้ชีวิตคู่ จะเหมือนกับลิ้นกับฟัน ที่มักกระทบกระทั่งกันได้ง่าย แต่หากการทะเลาะกันคือการพยายามทำร้ายจิตใจอีกฝ่าย โดยไม่สนว่า จะใช้คำพูดต่อว่า ถากถางเยาะย้ย ชนิดดุเดือดเลือดพล่าน โดยไม่แคร์ที่จะรักษาครอบครัวให้มีความสุขต่อไป ก็อาจเป็นเหตุให้เขาหันไปแสวงหาความสุขใจ และการยอมรับจากคนอื่นแทน ซึ่งทำให้เรื่องนอกใจเกิดขึ้นได้ง่าย ยิ่งหากไปเจอเด็กสาว ๆ ที่ทำให้หัวใจหนุ่มของเขากระชุ่มกระชวยด้วยความรักขึ้นมาอีกครั้ง แถมเจ้าหล่อนยังพูดหวาน ฟังเพราะ และช่างเอาอกเอาใจกันสุดขีด หัวใจอันแห้งแล้งของเขา ก็ย่อมเบิกบานสดใสเป็นธรรมดา กรณีอย่างนี้จะโทษเขาฝ่ายเดียวก็คงไม่ถูกหรอก แม้เด็กมันจะยั่วด้วยก็เหอะ ไม่อยากให้เรื่องทะเลาะเบาะแว้ง ลุกลามกลายเป็นปัญหารักหมองต้องไม่ลืมว่า คุณมีสิทธิ์โกรธกันได้ ต่พยายามอย่าถากถางกันหรือมุ่งเอาชนะกันเพราะถ้าคิดจะอยู่ด้วยกัน ก็ต้องถนอมน้ำใจกันหน่อย แม้ในยามที่คุณขุ่นเคืองเขาก็เถอะ และที่สำคัญห้ามทะเลาะกันข้ามคืน ง้อกันบนเตียงนั่นแหละง่ายจะ ตายไป

และหากคนที่เคยแสนดี มีอันต้องปันใจให้คนอื่นกันไปแล้วล่ะก็ คงมีอยู่ไม่กี่ช้อยส์ให้เลือกทำ เอาแบบสาหัสสุด ๆ ก็แนะให้ตัดสวาทกันไปเลย วิธีนี้เหมาะกับคนที่คิดว่า แม้จะต้องอยู่อย่างเดียวดาย ชาตินี้ก็ไม่ขอเป็นสองรองใครเป็นอันขาด แต่หากนอนคิดหลาบตลบแล้ว ยังไง ๆ ชีวิตนี้ขาดเธอฉันคงขาดใจเป็นแน่ ก็ต้องทำใจ ให้อภัย และเริ่มต้นกันใหม่ดู ถ้าเขากลับมารักคุณสุดสวาทเหมือนเดิม เรื่องที่ผ่านมา ก็คิดเสียว่าเป็นแค่ฝันร้าย ลืมไปได้เลย แต่หากเขายังนอกใจซ้ำซาก ต่อให้รักมากแค่ไหนก็เถอะ ถามตัวเองแบบกล้า ๆ กันหน่อย ว่าคุณมีความสุขดีหรือกับการทนอยู่กับผู้ชายหลายใจแบบนั้น

ประโยชน์ 10 ประการของการตื่นเช้า

1. การต้อนรับวันใหม่ ชอบมากครับที่จะได้ใช้เวลาช่วงนี้ของวันโดยการนั่งสมาธิหรือไม่ก็สวดมนต์ ตัวเอง ค่อนข้างจะนับถือ ดาลัย ลามะ และก็มักจะย้ำกับตัวเองเสมอทุกๆเช้าถึงคำพูดของดาลัย ลามะดังนี้ “วันนี้ ข้าพเจ้าโชคดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ตื่นขึ้นมา ข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่และจะใช้ชีวิตที่มีให้คุ้มค่าที่สุด ข้าพเจ้าจะพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ และจะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น ข้าพเจ้าจะไม่เสียเวลาอันจำกัดของข้าพเจ้าไปกับการคิดร้ายหรือโกรธเคืองผู้อื่น ข้าพเจ้าจะสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่นให้มากที่สุดเท่าที่ข้าพเจ้าจะทำได้”

2. การทำกิจวัตรอย่างสบายๆ สมัยก่อน ต้องรีบกระโดดออกจากเตียง ต้อนลูกขึ้นรถ ซิ่งไปส่งลูก ซิ่งไปตอกบัตรที่ทำงาน โดนเจ้านายด่า ทำงานช้ากว่าคนอื่น หลังจากที่ตื่นเช้า ไม่จำเป็นต้องตาลีตาเหลือกอีกต่อไป สามารถไปถึงที่ทำงานก่อนคนอื่นๆและเริ่มทำงานก่อนชาวบ้าน (ซึ่งส่งผลทำให้ทำงานเสร็จก่อนชาวบ้าน) ผลลัพธ์จากการตื่นเช้ามันต่างกันลิบลับเลยทีเดียว

3. ความเงียบสงบ ไม่มีเสียงเด็กร้องโวยวาย ไม่มีเสียงเรื่องเล่าเช้านี้ ไม่มีรถยนต์ ช่วงเวลาในช่วงเช้าเป็นอะไรที่สงบสุขเอามากๆ มันเป็นเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองอย่างแท้จริงและใช้เวลานี้อ่านหนังสือหรือไม่ก็คิดถึงสิ่งต่างๆในชีวิตที่ผ่านมา

4. แสงแดดยามเช้า นี่เป็นของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้กับทุกคนในตอนเช้า แต่กลับไม่มีใครคิดอยากจะได้ของฟรีแบบนี้ การมองดูแสงแดดที่ค่อยๆส่องแสงเรืองรองบนท้องฟ้าระหว่างที่วิ่งออกกำลังกายไปด้วยเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขอย่างที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหนอีกแล้ว

5. อาหารเช้า ทุกคนทราบดีว่าอาหารเช้าเป็นอาหารมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน ถ้าพลาดมื้อเช้าไปก็จะหิวและหงุดหงิดตั้งแต่ตอนตอกบัตรเข้าทำงานไปจนถึงตอนเที่ยง (ทำให้ทำงานไม่ได้เรื่อง) พอถึงเที่ยงก็จะสวาปามทุกอย่างโดยที่ไม่ได้ดูเลยว่ากินอะไรเข้าไป สุดท้ายก็อ้วนลงพุง การมีเวลาค่อยๆละเลียดอาหารเช้าคู่กับกาแฟร้อนๆสักถ้วย หรือไม่ก็อ่านหนังสือดีๆสักเล่มไม่ใช่ความฝันหรอก มันเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการยัดขนมฟังเข้าปากระหว่างขับรถติดไฟแดงหรือระหว่างกำลังพิมพ์งานเยอะมากทีเดียว

6. ออกกำลังกาย รู้ดีครับว่าการออกกำลังกายสามารถทำได้ในช่วงเวลาเย็น แต่เลือกที่จะออกกำลังกายตอนเช้ามากกว่าเพราะ หากมีธุระด่วนเข้ามาแทรก มันจะทำให้อดออกกำลังกาย (ในกรณีที่เลือกตอนเย็น) แต่ถ้าเลือกช่วงเวลาเช้าออกกำลังกาย มันจะทำให้สามารถออกกำลังกายได้ทุกวัน

7. ความมีประสิทธิภาพ ช่วงเวลาเช้าเป็นช่วงเวลาที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด มักจะใช้เวลานี้เขียนหนังสือโดยไม่มีอะไรรบกวนสมาธิ และงานที่คิดจะทำในวันนั้นก็มักจะเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่เช้า ซึ่งทำให้สามารถใช้เวลาในตอนเย็นกับครอบครัวได้อีกด้วย

8. มีเวลาให้กับเป้าหมายในชีวิต เชื่อว่าทุกคนมีเป้าหมายในชีวิตกันทุกคน และก็ไม่มีเวลาไหนหรอกครับที่เหมาะกับการใช้เวลาทบทวนเป้าหมายและวางแผนไปกว่าเวลาในตอนเช้า โดยส่วนตัว มักจะมีเป้าหมายหนึ่งอย่างที่ต้องการทำให้เสร็จภายในหนึ่งอาทิตย์ จะใช้เวลาในช่วงเช้าวางแผนว่าในแต่ละวัน ต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย และถ้าทำได้ ก็จะทำให้เสร็จเลยก่อนที่จะไปทำงาน

9. ปัญหาการเดินทาง ไม่มีใครชอบรถติดหรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงน้ำมันแพงแบบนี้ การตื่นเช้าจะทำให้เราไม่ต้องเจอกับปัญหานี้ ทำให้เราไปถึงที่ทำงาน หรือ โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยได้เร็วขึ้น หรือถ้าจะเปรี้ยวกว่านี้ ลองขี่จักรยานไปเลย หรือถ้าบ้านอยู่ใกล้มากๆ การเดินไปทำงานก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลว

10. ปัญหาการนัด มันเป็นเรื่องง่ายมากๆที่จะไปก่อนเวลานัด ทุกคนรู้ดีว่าการไปสายจากเวลาที่นัดไว้ทำให้ภาพพจน์ของเราดูแย่ลงหลายเท่า การไปตรงเวลาจะทำให้คนยอมรับ และการไปก่อนเวลาจะทำให้คนชื่นชมเลยทีเดียว และยังทำให้มีเวลาเตรียมตัวก่อนการประชุม การเรียน ฯลฯ อีกด้วย

กระดาษเปลือกทุเรียน ช่วยลดปัญหาโลกร้อน

ช่วงนี้เข้าหน้าทุเรียนแล้ว ช่วงต้นฤดูที่ผ่านมา ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 60 บาท แต่พอกลางฤดูราคาก็ถูกลงมาหน่อย ฉะนั้นถ้าใครยังไม่ได้รับประทาน รีบโดยเร็วก่อนที่ฝนจะตกลงมากกว่านี้ เพราะนั่นจะทำให้ทุเรียนไม่อร่อย

จันทบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีสวนทุเรียนจำนวนมาก และมีผลผลิตส่งขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งไม่ใช่แค่ส่งลูกทุเรียนสดหรือแบบแช่แข็งไปเมืองนอกเท่านั้น ยังส่งทุเรียนแปรรูปไปขายด้วย

ปัญหาอย่างหนึ่งที่ทางจังหวัดเจอะเจอก็คือ เปลือกทุเรียนจำนวนมหาศาลจากการแปรรูป ที่ผ่านมาพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการทั้งหลายต่างนำเปลือกทุเรียนกันไปทิ้งขยะ ซึ่งเกิดกลิ่นเหม็นเน่า

 

โครงงานดังกล่าว เริ่มตั้งแต่ ปี 2546 โดยนำวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่นนำมาพัฒนาปรับปรุงเรื่อยๆ จนมาเจอว่าสามารถนำเปลือกทุเรียนมาแปรรูปได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเอามาพัฒนาเป็นถ่านจากเปลือกทุเรียน ปุ๋ยชีวภาพจากเปลือกทุเรียน รวมถึงเปลือกผลไม้อื่นๆ ด้วย

นอกจากนั้น ยังนำเปลือกทุเรียนมาทำกระดาษได้อีกด้วย เริ่มจากที่เห็นคนอื่นๆ ทำกระดาษจากเปลือกกาบกล้วย กระดาษจากสับปะรด อาจารย์ธีรดากับนักเรียนในโรงเรียน เลยลองทำกันดู ปรากฏว่าสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน โดยคว้ารางวัลชนะเลิศโครงการแฟนต้า

ยุวทูตแห่งประเทศไทย ได้รับถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อ ปี 2551 ในโครงการ “กระดาษทุเรียนเพื่อท้องถิ่นไทย”

 

ใช้เปลือกทุเรียน เลาะหนามออก

เมื่อหั่นเสร็จแล้วนำมาต้มกับโซดาไฟ (โซเดียมไฮดรอกไซด์) เพื่อให้ย่อยสลายได้ง่าย ระหว่างต้มถ้าต้องการให้ได้เนื้อละเอียดก็นำกาบกล้วยมาหั่นเติมลงไป นำมาผสมกันเพื่อให้เนื้อใช้งานได้ดี

การจะผสมกาบกล้วยมากน้อยแค่ไหนนั้น ต้องดูวัตถุประสงค์ของการใช้งานด้วย บางครั้งถ้าใช้ไปห่อของขวัญก็ไม่ต้องใช้เนื้อละเอียดมาก

ทั้งนี้ การนำเปลือกทุเรียนมาผสมกับกาบกล้วยและผสมกับโซเดียมไฮดรอกไซด์ต้ม ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง ถ้าไฟอ่อนไปจะใช้เวลานานและไม่ได้ผล ดังนั้น ไฟต้องแรงคงที่ เมื่อต้มไปได้ระยะเวลาที่กำหนดก็ยกลงวางทิ้งไว้ให้เย็น จากนั้นเติมน้ำส้มสายชูใส่ลงไป ปรับสภาพให้เป็นกลางเพื่อคืนสู่สภาพแวดล้อม เพราะว่าถ้านำน้ำต้มที่ต้มล้างออกแล้วไปทิ้งเลยจะเป็นน้ำด่างที่แรงมาก จึงต้องใช้น้ำส้มสายชูมาปรับเพื่อให้เป็นกลางแล้วคืนสู่ธรรมชาติ จะได้ไม่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

ขั้นตอนจากนี้ ถ้าต้องการใช้สามารถนำไปตีแล้วทำแผ่นได้เลย แต่ถ้าเห็นว่าสีน่าเกลียด ไม่น่าดู ก็นำไปฟอกสีก่อนด้วยคลอรีน โดยแช่คลอรีนทิ้งไว้จะได้สีขาว แล้วนำไปทำสีได้เลย

 

ย้อมสีสวยตามใจชอบ

สำหรับวิธีการทำสีคือ ต้มน้ำใส่เกล็ดสบู่หรือสบู่เหลวเพื่อให้เนื้อประสานกันดี แล้วใส่เกลือเพื่อให้สีคงทนและสีจะเข้มขึ้น ใช้สบู่เพื่อให้เนื้อประสานกันแล้วก็เรียบด้วย ต่อจากนั้นใส่สีย้อมผ้า เมื่อน้ำเดือดก็นำเปลือกทุเรียนที่ล้างแล้วใส่ลงต้ม ต้มไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงเพื่อให้สีเข้าไปประสานกับเนื้อเปลือกทุเรียน จากนั้นนำมาล้างแล้วนำไปตีแผ่นได้เลย

วิธีการตีแผ่น ใช้กรอบขนาด 30×30 เซนติเมตร สาเหตุที่ใช้ขนาดนี้เพราะอ่างน้ำในห้องทดลองวิทยาศาสตร์มีขนาดเท่านี้ จะได้น้ำหนัก 50 กรัม เท่ากับ 1 เฟรม พอดี

หลังจากนั้น นำไปตาก ซึ่งไม่ควรตากในที่แดดจัด เพราะจะทำให้กระดาษล่อนออกจากเฟรมก่อนจะแห้ง ควรตากในที่ร่มหรือแดดอ่อนๆ

อาจารย์ธีรดา แจกแจงว่า ขั้นตอนการทำที่ยากและต้องระวังคือการต้ม ต้องต้มให้เหนียว ต้องระวัง บางครั้งต้ม 3 ชั่วโมง ก็จริง แต่บางครั้งลมอาจจะพาความร้อนไปบ้าง ดังนั้น บางครั้งต้ม 3 ชั่วโมง อาจยังไม่พอ จึงต้องดูว่าเนื้อเนียนหรือละเอียดหรือยัง

โครงงานการเรียนวิทยาศาสตร์ทำกระดาษจากเปลือกทุเรียนนี้ อาจารย์ธีรดาจะสอนนักเรียนมัธยมต้นในชั่วโมงชุมนุมวิทย์รุ่นเยาว์ ซึ่งเป็นหลักสูตรท้องถิ่นด้วย พร้อมกันนั้นก็เผยแพร่ โดยเป็นวิทยากรในชุมชน

อาจาย์ธีรดา อธิบายว่า ถ้าทำกระดาษขนาด 30×30 เซนติเมตร ต้นทุนแผ่นหนึ่งตกประมาณ 3-4 บาท ซึ่งยังไม่ได้คิดต้นทุนสารเคมีที่ใช้และยังไม่ได้คิดค่าแรง