



ช่วงที่ 1 : ความฝัน ตอนเริ่มคบกัน
แรกๆ คุณรู้สึกหลงใหลในตัวเขา จนไม่มีกะจิตกะใจจะทำอย่างอื่น คงเคยมีบ้างหรอก ที่คุณเฝ้าแต่วาดรูปหัวใจมีศรปักอก แล้วสลักชื่อคุณกับเขาลงไป เดินไปยิ้มไปคนเดียวด้วยความคิดถึงเขา เวลาคุยกับเพื่อน ไม่พ้นเรื่องของเขาอีกนั่นแหละ จนเพื่อนๆ เบื่อหน่าย
ในช่วงที่คุณตกหลุมรักตอนแรกๆ ยากจะบอกได้ว่า ความรักของคุณจะยืนยาวต่อไปหรือไม่ เพราะท่าทางพึงพอใจ โดยเฉพาะรูปลักษณ์ภายนอก โดยไม่คำนึงถึงความรักเท่าใดนัก บางทีเขาอาจจะทำเรื่องที่เหลวไหลหรือแย่แค่ไหน คุณก็มองไม่เห็น เพราะความหลงยังบังตาอยู่ แม้ความจริงเป็นสิ่งโหดร้าย แต่เราต้องยอมรับ เมื่อคุณพบแต่เนิ่นๆ ว่า เขาไม่ควรค่าแก่การที่คุณ จะต้องเสียเวลากับเขา ดังนั้นในตอนที่ความรักยังหวานชื่นอยู่นั้น ต้องพยายามรักษาสมองให้ปลอดโปร่ง อย่ารักจนโงหัวไม่ขึ้น
คำถามง่ายๆ ที่คุณควรถามตัวเองเบื้องต้นก่อน เช่น เขาอ่อนหวานไหม อารมณ์รุนแรงหรือไม่ สิ่งที่เขาปฏิบัติต่อคุณ เป็นสิ่งที่คุณชอบหรือเปล่า ถ้าคำตอบคือ ไม่แน่ใจ ก็ต้องทบทวนแล้วว่าความสัมพันธ์ของคุณจะเกิดปัญหา ในอนาคตหรือเปล่า แต่ช่วงการตกหลุมรักอย่างเป็นบ้าเป็นหลังนั้น ไม่ใช่ช่วงที่ยืนยาวนัก บางครั้งหากความสัมพันธ์สนิทชิดเชื้อเกินไป เกิดร้าวรานได้ง่าย และหนุ่มสาวหลายคู่ทีเดียวที่เลิกรากันในช่วงนี้
ช่วงที่ 2 : เผชิญความจริง
ช่วงนี้เป็นระยะที่คล้ายกับคุณร่อนจากฟ้ามาสู่ดิน ถ้าคุณบินยิ่งสูง โอกาสตกลงมายิ่งแรง ซึ่งต้องเตรียมตัวเตรียมใจ มิฉะนั้นโอกาสที่คุณจะลุ่มหลง รูปลักษณ์ภายนอกเขาสูงกว่ามันสมองเขาแน่
จากตรงจุดนี้ คุณจะเห็นสิ่งที่ไม่อยากเห็น เช่น เขาเล่าเรื่องตลกให้ฟังในขณะที่ข้าวยังเต็มปากอยู่ คุณเริ่มมองเห็นความไม่น่ารักเสียแล้ว คุณอาจพบเรื่องน่าเบื่อ หรือไม่เข้าท่าหลายอย่างของเขา จุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ ทำให้คุณเลิกรากับเขาได้ ทั้งที่ตอนแรกคุณประทับใจเขาไปหมด ทั้งรูปร่างหน้าตา กิริยาท่าทาง การแต่งตัว พอมาถึงช่วงนี้ ทำไปทำมา หลายสิ่งหลายอย่างเริ่มขัดหูขัดตามากขึ้น ขณะที่เขา ก็มีอาการไม่ต่างไปจากคุณเท่าใดนัก
ดังนั้นในช่วงที่คุณลังเลว่าจะไปจากเขาหรือเปล่า ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ทดสอบคุณทั้งสองได้ดีที่สุด ลองพิจารณาอย่างรอบคอบว่า จุดบกพร่องของเขา จะนำไปสู่การแตกแยกในที่สุดไหม หรือเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ที่ไม่ตรงกับความสมบูรณ์แบบที่คุณจินตนาการหรือคาดหวังไว้ ถ้าคุณรักเขาจริงๆ เรื่องดังกล่าวไม่น่าเป็นอุปสรรคมากเท่าใด และจำเป็นต้องพิจารณาว่าข้อเสียเหล่านี้ จะทำให้ความรักของคุณ ดำเนินต่อไปได้หรือไม่
ถ้าคุณตัดสินใจที่จะให้โอกาสทั้งสองฝ่ายควรพูดจาเปิดอกกัน จะมีประโยชน์กว่า หรือแม้กระทั่งการใช้อารมณ์ขันเข้าช่วยบางครั้ง หากคิดว่าข้อเสียของเขามากจนกลบข้อดีเกือบหมด โบกมือลาคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ช่วงที่ 3 : โลกของคนสองคน
เมื่อคุณโชคดีผ่านสองช่วงแรกมาได้ แสดงว่า ความรักเขาสู่ภาวะที่มั่นคงแล้ว กลายเป็นโลกของคนสองคน ซึ่งจะนำมาใช้เรียกคุณกับเขาในตอนนี้ และคำว่า “ฉันรักคุณ” ก็เหมาะกับช่วงนี้เช่นกัน
เขาจะเป็นคู่ครองตัวจริงของคุณ รักและห่วงใยกันเสมอ มีความใกล้ชิดสนิทสนม และให้ความอบอุ่นซึ่งกันและกันได้ เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด คนที่คุณอยากจุมพิตเพียงคนเดียว ระบายความในใจและปรึกษาหารือกันได้ เริ่มวางแผนจะก่อร่างสร้างครอบครัวในอนาคต ไม่ว่าอุปสรรคใดมาขวางกั้น ก็พร้อมต่อสู้และเป็นกำลังใจให้กัน
ทว่ามาถึงขั้นนี้ ยังไม่รับประกันว่า คุณจะครองคู่กันเป็นนิรันดร์ได้ ในช่วงนี้คุณจึงต้องดูว่า เขามีความคิดเข้ากับคุณได้ไหม รับผิดชอบมากเท่าไร ยังรักที่จะใช้ชีวิตโสดร่วมกับเพื่อนๆ มากกว่าคุณหรือเปล่า ถ้าคำตอบในคำถามดังกล่าวยังไม่แน่นอน แสดงว่า ความสัมพันธ์ยังไม่แน่นแฟ้นพอจะลั่นระฆังวิวาห์ได้ บางครั้งความจริงก็เป็นเรื่องทรมาน แต่ถ้าหลบหนี มันคุณจะยิ่งเจ็บปวดทวีคูณ
ลางบอกเหตุบางอย่าง เช่น การทะเลาะเบาะแว้ง และสภาพแวดล้อมที่ตึงเครียด แม้จะทำให้ความสัมพันธ์ของคุณ ตื่นเต้นหรือหวือหวา แต่ถ้ามีเงาของความรุนแรงแฝงอยู่ตลอด จนร่องรอยของความปริร้าวที่เริ่มปรากฏ การแยกจากควรเป็นหนทางที่น่าพิจารณาด้วยเช่นกัน
เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงที่ 3 แสดงว่า พื้นฐานความรักคุณเริ่มลงหลักปักฐาน แต่อย่าเพิ่งวางใจ แม้ว่าคุณจะมีต้นทุนแน่นอนจำนวนหนึ่ง แต่ถ้าคุณปล่อยไปตามสภาพโดยไม่รดน้ำพรวนดินต้นรัก ความรักจะจืดจางได้เช่นกัน
….ไปเที่ยวทะเลมา….
ตอนนี้อารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย
ไม่อยากหั้ยสมองคิดฟุ้งซ่าน
ก้อเลยมาเล่าเรื่องไปทะเลหั้ยฟังดีก่า…
แต่เรื่องมันยาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาวมั่กๆ
+++++++++++++++++++++++++
ตอนเช้าเราก้อตื่น ตี 4 เพราะเค้านัดตี 5ครึ่ง
ก้ออาบน้ำแต่งตัว ไม่รีบมาก
แล้วก้อ กินนม เสร็จเรียบร้อยก้อ ตี4:50
ก้อเลยหั้ยพ่อไปส่งที่โรงเรียน
ถึงก้อตี 5 พอดี
แล้วพวกเราเป็นประเภท
ใช้เวลาว่างหั้ยเป็นประโยชน์
แหม ก้อมันเพิ่งตี 5 แต่คนก้อมากันเยอะแล้ว
แทนที่จะนั่งรอเฉยๆ ก้อ
นั่งเล่น ป๊อกเด้งกัน
แต่เราไม่ได้เล่นหรอก
นั่งเป็นเจ้าแม่อยู่กับเจ้ามือ
ประมาณว่าใหญ่กว่าเจ้า
เพราะเจ้ามือมันก้อคือ
คนที่เราเคยโกรธนั่นแหละ ก้อโบ๊ทไง
เพื่อนมันก้อบอกว่า โหไอ้กิ๊บ มึงใหญ่กว่าเจ้ามืออีกนะ
เพราะ เรานั่งเก็บตังค์
แล้วก้อโดนด่าว่า ได้เงินแล้วยังปากดีอีก
เพราะโบ๊ทมันโกงไพ่
เราก้อบอกว่า เฮ้ย .. เจ้าโกง เจ้าโกง
เพื่อนที่เล่นด้วยก้อบอกว่า เอาใหม่ เอาใหม่
ที่เราไม่เล่นด้วยเพราะ เปลืองเงิน
เพราะ ถ้าไม่ได้ก้อเสีย แล้วจะเสียไปทำไม
เงินก้ออยู่ของมันเฉยๆ
เอาไปเสียกับเรื่องไม่เป็นประโยชน์
ให้เงินมันอยู่เท่าเดิมดีกว่า
พอเล่นได้ซักพัก ครูก้อมา ครูที่สอนดนตรีมี 2 คน
คือครูฟางกับ ครูนิตย์
พอครูฟางมา ครูฟางก้อบอกว่า
เฮ้ยๆ เลิกก่อนไปเล่นที่รถ
แล้วครูฟาง ก้อเรียกหั้ยไปตั้งแถว
แล้วก้อแจกเสื้อ คนละตัว ตัวละ 80 บาท
ก้ออย่างที่บอกว่าเป็นเสื้อสีกรมฯ คอปก พิมพ์ลายว่า a.s.a ฺBand
ครูฟางก้อหั้ยไปเปลี่ยนมาใส่
พอขึ้นไปรถ เราก้อนั่งข้างหลัง เพื่อนผู้หญิงอีก 5
กับพวกเพื่อนผู้ชาย แล้วก้อรุ่นพี่ผู้ชาย
ที่เรานั่งกับผู้ชายไม่ใช่อะไรหรอก
เพราะคุยกันเรื่องบอลด้วย
แล้วก้อคุยอะไรกันฮาฮา
เพราะหน้ารถ เค้าเล่นป๊อกเด้งกัน
เราก้อเลยนั่งหลังดีก่า
พวกพี่เค้าก้อกินเหล้ากัน
เราก้อนั่งเฉยๆ แล้วรุ่นพี่ก้อบอกว่า
เฮ้ยกิ๊บได้ข่าวชงเหล้าเก่งนี่หว่า มาชงหั้ยหน่อย
เราเลยบอกว่า อยากกินก้อชงเองดิ
ซักพักนึง ทุกคนในรถก้อจะเริ่มเดินหาของกิน
เราก้อนั่งอยู่คนเดียว เพื่อนก้อหาของกินมาหั้ย
ซักพักนึงเพื่อนผู้ชายที่สนิทกันมากๆ
ก้อมานั่งข้างๆแล้วยบื่นแก้วเหล้าให้กิน
เราก้อเห็นว่าเค้าชงบางมาก ก้อเลย เอาฟะ ลองดู
พอเรากินเพื่อนก้อบอกว่าหั้ยหมด
เราก้อกินหมด แล้วก้อบอกว่าไมเอาแล้วนะ
มันก้อถามว่า ทำไม
เราก้อบอกว่า เดี๋ยวไอ้ไผ่มันว่า
เธอก้อบอกว่าเอาน่า อีกครึ่งแก้วมันเหลือ ช่วยหน่อยดิกิ๊บ
ก้อกินไปอีกแล้วก้อนั่งคุยกันต่อ
แล้วเราก้อเงียบไป
ครูนิตย์ก้อมานั่งคุยด้วย
ถามว่า ไงเมาเหรอ
เราก้อบอกว่า แค่นี้ไม่เมาหรอก
ครูก้อบอกว่า เออ ถ้าเมาเดี๋ยวหั้ยไอ้ศล รับผิดชอบ
ที่นี้เพื่อนเราที่ชื่อศล ก้อแกล้งโทรไปหาเธอ
แล้วก้อบอกว่า ฮัลโล ไผ่เหรอ
ไอ้กิ๊บกินเหล้านะ เมาแล้ว
แล้วก้อนั่งอยู่กับผู้ชายทีไหนไม่รู้ ใส่เสื้อ staff
ครูนิตย์ ก้อบอกว่า เดี๋ยวมึงจะโดนไอ้ศล
แต่จริงๆมันก้อไม่ได้โทรหรอกมันแกล้งพูดคนเดียว
เราก้อเลยเล่าเรื่องความลับมัน
มันก้อเลยบอกว่า เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวจะบอกไอ้ไผ่
เราเลยบอกว่า กูมีเรื่องอะไรหั้ยมึงบอกวะ
มันก้อบอกว่าเออเดี๋ยวก้อรู้
แล้วก้อนั่งคุยกันไปถึง ชะอำ
พอไปถึงใจตอนแรก
กะว่าไม่เล่นน้ำ
แต่น้องมันชวนก้อเลย เอาก้อเอา ไหนๆก้อมาทะเลแล้ว
ก้อเล่นไป ซักพัก รุ้สึกตัวว่าเริ่มๆคัน
ก้อขึ้นไปอาบน้ำก่อนคนอื่น
แล้วก้อมานั่งคุยกับอ้อม เพราะอ้อมไม่ได้ลงน้ำ
แล้วขากลับ ก้อมานั่งที่เดิม
แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือ
พวกรุ่นพี่สูบบุหรี่กัน
เราก้อเลยลุกขึ้นไปนั่งกับรุ่นน้อง
ซักพักก้อมาเต้น แต่ขากลับเราไม่ได้กินเหล้าเลย
ตอนขาไปชะอำ เพื่อนเราถามว่า
ทำไมถึงไม่ชอบคนสูบบุหรี่ เราเลยบอกว่า
เหมือนคนเห็นแก่ตัว เพราะตัวเองไม่ได้อมควันคนเดียว
คนรอบข้างก้อโดนไปด้วย
เพื่อนเราก้อบอกว่า กิ๊บโตๆกันแล้วถามตรงๆเลยนะ
มี 3 อย่างให้เลือก ไม่ชอบอะไรมากที่สุด
1. มีเซ็กต์
2. กินเหล้า
3. สูบบุหรี่
เราก้อบอกว่า ไม่ชอบคนสูบบุหรี่มากที่สุด
รองมาก้อ กินเหล้า
สุดท้ายก้อ มีเซ็กต์
เพื่อนก้อถามต่อว่า มึงเอา เซ็กต์ไว้สุดท้ายเลยเหรอ
เราก้อบอกว่าคนเราเกิดมาซักวันก้อต้องมีเรื่องอย่างนี้อยู่แล้ว
มันของธรรมชาติ
เพื่อนก้อบอกว่า แต่ถ้ามันยังไม่ถึงเวลาที่จะมีมันก้อไม่ดี
เราเลยบอกว่า แล้วบุหรี่หละ มันถึงเวลาที่จะต้องสูบแล้วเหรอ
เพื่อนก้อเงียบไปเลย
แล้วซักพักนึง ก้อเดินมาถามอีก
คำถามที่เพื่อนถาม
ตอนแรกราก้ออึ้งไปเหมือนกันนะ
แต่พอเราตอบทีนี้เพื่อนเราเป็นฝ่ายอึ้งไปบ้าง
เพื่อนเราถามว่า กิ๊บถ้าสมมุติ ไผ่กินสูบบุหรี่ กิ๊บว่าไง
เราก้อบอกว่า ไม่ต้องมาคุยกันอีกเลยไม่ว่าในฐานะอะไร
…………………..
แล้วก้อเล่าหั้ยเพื่อนฟังว่า
เราเคยพูดกับเธอว่า ไผ่ เรื่องกินเหล้าเราไม่ว่านะ แต่เรื่องบุหรี่เราขอ
เธอก้อบอกว่า ทำไมเหรอ
เราเลยบอกว่า มันไม่ดีต่อร่างกายเธอเอง แล้วก้อคนที่อยู่ใกล้
แล้วเราก้อไม่อยากตายเร็ว
เธอก้อรู้ว่าเราเป็นโรคภูมิแพ้ แล้วก้อโรคทางเดินหายใจ
ถ้าโดนควันบุหรี่บ่อยๆ อีกไม่นานเราก้ออยู่ไม่ได้แหง๋มๆ
แล้วเธอก้อรู้ว่า ถ้าเราอยู่กับควันมากๆ เราจะไม่สบาย
เธอก้อบอกว่า กิ๊บ ชัวร์ๆ ไผ่ไม่สูบแน่นอน ไม่รู้ว่ามันไม่ดี
………………………
เพื่อนก้อเงียบไป แล้วก้อบอกว่า เอางั้นเลยเหรอ
เราก้อบอกว่าเออ แล้วเพื่อนมันก้อรู้ว่า เราเป็นคนยังไง
แล้วเรื่องการพนันก้อเหมือน
ไม่ใช่ว่าเราเกลียด การพนัน หรือ
แต่เราไม่อยากเล่นมากกว่าเพราะเราไม่ชอบเล่นพนัน
เพราะเราเห็นหลายคนเล่นแล้วติด แล้วก้อหมดตัว
แต่ถ้าหั้ยเล่นจริงก้อเล่นเป็น
เพราะพี่ชายจะสอนหั้ยทันสังคมรอบข้างทุกอย่าง
ตอนที่นั่งบนรถ เราก้อหยิบ…มานั่งสับเล่น
ตอนแรกรุ่นน้องสับ แล้วเราก้อบอกว่าไหนเอามารื้อฟื้นมั่งดิ๊
รุ่นพี่ที่เค้าเป็นเซียนเค้าก้อบอกว่า เฮ้ยกิ๊บมึงอายุเท่าไหร่
เราก้อบอกว่า 15 เดือนกรฎา
รุ่นพี่ก้อบอกว่า มึงอายุเท่านี้ มึงสับ….ได้ขนาดนี้ ไม่ใช่ธรรมดานะ
แหมทำฟอร์มเล่นไม่เป็นนั่งเงียบ
รุ่นพี่อีกคนก้อบอกว่า กูกะแล้วเวลากูกับไอ้โบ๊ทโกง…กันทีไร
แมร่งจับได้ทุกที ทั้งๆที่แมร่งก้อไม่ได้เล่น แต่คนเล่นแมร่งไม่มีใครจับได้
เราเลยบอกว่า ก้อที่ไม่เล่นเพราะรู้ว่าโกงนั่นแหละ
………………..
ขากลับ ก้อนั่งคุนกันต่อ
ก้อนั่งฟังแล้วก้อร้องตามกันไป เบาๆ
ซักพัก ก้อเปิดเพลง เขาชื่ออะไร ของวงแคลช
เราก้อร้องตาม พอไปถึงท่อน HOOK เราตะโกนขึ้นมาคนเดียว
แล้วก้อร้องเป็นชื่อเธอกับแพ็ท
ถ้าใครร้องได้คงรู้
ตอนที่ร้องว่า
….เธอลืมไม่ลง ยังคงรักแพ็ท โวโฮโฮโว้…….
คนที่ปวดร้าวก้อคงเป็นฉัน
..อยากหั้ยถามใจของเธอก่อน ยังรักตัวแพ็ทรึป่าว
ถ้าแพ็ทคือคำตอบ ฉันพร้อมจะจากไป…..
แต่ให้รู้ตัวฉันยังห่วง กลัวแพ็ททำร้ายเธออีก
เพราะฉันมันไม่อยากหั้ยคนรักต้องเจ็บอีกครั้ง…
พอเพลงจบเพื่อนก้อบอกว่า
ไอ้กิ๊บมันเมาเว้ย
เพื่อนอีกคนก้อถามว่ามันเมาอะไร
ขากลับไม่เห็นมันกินเหล้าเลย
เพื่อนที่พูดก้อบอกว่า
มันเมารัก
เท่านั้นแหละ ฮิ้ววววว กันทั้งรถ
เพื่อนก้อถามว่ามีไรป่าวเห็นเงียบๆตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
(ตอนนั้นคือตอนที่ พูดชื่อเธอกับแพ็ท)
แล้วเพื่อนก้อบอกว่า
อยากหั้ยไผ่มันได้ยินจังเลยหว่ะ
จะได้รู้ว่าไอ้กิ๊บรักมันแค่ไหน
เราก้อบอกว่า ช่างมันเถอะ
ในเมื่อถ้า เค้าไม่เห็นค่าเราจะสนใจทำไม
แล้วเราก้อเต้นกระจาย เต้นแบบว่า ไม่สนแล้วว่าใครจะมองยังไง
ไม่รักษาภาพพจน์ ของรองหัวหน้าวงแล้ว
แล้วเพื่อนมันก้อแกล้เอาโทรศัพท์ขึ้นมาพูดบอกว่า
ไอ้ไผ่ มาดูใจไอ้กิ๊บมันหน่อยดิ๊มันเมาแล้ว
เราเลยบอกว่า แน่จริงมึงโทรไปจริงๆดิ
แล้วทีนี้รุ่นน้องส่ง SPY มาหั้ย เราก้อกินไปขวดนึงเต็มๆ
แล้วทีนี้เพื่อนผู้ชายก้อส่ง แก้วเหล้ามาหั้ย
รุ่นพี่บอกว่า ยี่ห้อนี้คออ่อนๆกินเข้าไปเมาเละ เพราะแรงมาก
ทีนี้รู้ว่าผสมมาแรงมาก เพราะกลิ่นแรงสุดๆ
เราก้อเอามาถือไว้ เพื่อนผู้หญิงก้อบอกว่าอย่ากินนะเดี๋ยวผื่นขึ้น
เพื่อนผู้ชายบอกว่า รักไผ่จริงต้องกิน
เราก้อเลย ซดไปหมดแก้ว ตามด้วยเสียงร้องของรุ่นพี่ ว่า เฮ้ยๆ เดี๋ยวเมา
แล้วก้อมานั่งคุยกับรุ่นพี่ เค้าก้อมองเรางง งง เราก้อถามว่าเป็นไร
เพื่อนผู้ชายก้อบอกว่า เฮ้ย ไอ้กิ๊บ มึงกินไปขนาดนี้ไม่เป็นไรเลยเหรอ
เราก้อบอกว่า ม่ายเป็นไร
โบ๊ท ก้อบอกว่า เชื้อไอ้ไผ่มันแรง ( เพราะเธอกินก้อไม่เมาเหมือนกัน)
รุ่นพี่ก้อถามว่า ถามจริงไอ้กิ๊บไม่รู้สึกยังไงเลยเหรอ
เราเลยบอกว่ารู้อย่างเดียวว่าแมร่งโ-ค-ต-ร ขมเลย
แล้วเค้าก้อถามว่าไม่รู้สึกปวกหัวเหรอ
เราก้อบอกว่าม่ายนะ ธรรมดา
แล้วโบ๊ท มันก้อส่งหั้ยอีกแก้วนึง
เพื่อนผู้ชายอีกคนก้อเลยบอกว่า
ไม่ต้องหั้ยแมร่งกินแล่ว เปลือง
ผู้หญิงอะไรว่ะกินเหล้าโคตรเก่งเลย
รุ่นพี่ก้อถามว่า อยู่บ้านกินเหล้าบ่อยป่ะ
เราก้อตอบว่า รู้สึกว่าครั้งที่ ไม่ครั้ง 2 ก้อ 3
เพราะครั้งแรกก้อกินที่ร้านหมูกะทะนั่นแหละ
เค้าก้อบอกว่า ถ้าไอ้พวกนี้ไม่บอกก้อไม่เชื่อว่ากินครั้งแรก นับถือ ๆ
แล้วเราก้อเต้นต่อ จนเพือนมันมาพูดสะกิดต่อมน้ำตา
เราก้อเลยมานั่งซึม
แล้วเพื่อนเราก้อลากไปถามว่าเป็นไร
เราก้อบอกว่า ปล่าว
มันก้อถามว่าเรื่องไผ่ใช่มั๊ย
เราก้อบอกว่าใช่
เพื่อนก้อเลยบอกว่า คนชื่อแพ็ทมันอดีต ไอ้ไผ่ไม่สนใจหรอก
แล้วพวกกูก้อพูดล้อเล่นกัน ไม่มีอะไร ไผ่มันรักมึงมากนะเว้ยไอ้บ้ากิ๊บ
ไอ้ดื้อ ไอ้ขี้น้อยใจ ไอ้ขี้หึง
เราก้อเลยยิ้มออกมาได้ เพื่อนก้อเลยล้อกันใหญ่
++++++++++++++++++++++++
ไปเที่ยวคราวนี้
สนุกมาก
แล้วได้ความรู้นอกตำราเรียนมาอีกเยอะ
เรื่อง เหล้าเรื่องบุหรี่
เราเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าอย่างน้อย เราก้อยังเป็นคนดี กับเค้าเหมือนกัน
แม้เพียงน้อยนิดก้อตาม
+++++++++++++++++++++++++
แต่รุ่นพี่เค้าก้อกลัวๆเราด่าเค้าเหมือนกันนะ
เพราะเราพูดไปแล้วว่าเราเกลียดคนสูบบุหรี่
แล้วเราเป็นคนปากไวด้วย
วันนี้เค้าไปโต๊ะสนุ๊กกัน รุ่นน้องมันอยากเห็นว่าเป็นยังไง
ก้อชวนเราไปด้วยแต่เราบอกว่าไม่ไป
ทีนี้ รุ่นน้องก้อตื้อหั้ยไป เราเลยลืมตัว ตะคอกใส่ว่าไม่ไป ไม่ชอบ
ก้อเลยเงียบกันไปหมดทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง
เพราะเราเคยไปแล้ว เรารู้ว่าถ้าไปแล้วติดลม
ไอ้ที่จริงถ้าเราจะไปก้อไปได้ เพราะพี่ชายเราทำงานอยู่ในนั้น
แต่ก้อเพราะเราไม่ชอบ ก้อเลยไม่ไป
จะไปก้อคือไปธุระกับพี่แล้วพี่แวะไปเอาของที่ร้าน
ก้อจะขึ้นไปกับพี่
อย่างที่บอก เราว่าไปที่อย่างนี้แล้วมันเหมือนผู้หญิงอย่างว่า
แล้วเค้าก้อสูบบุหรี่กัน
สุขสันต์วันแรงงาน
วันนี้เป็นวันแรงงานค่ะ
วันสำคัญวันหนึ่งของไทย
เดี๋ยวค่อยว่ากันเรื่องวันนี้
พูดเรื่องเมื่อวานก่อนนะ
แค้นย่ะ แค้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนน ที่สุดดดดดดดดดดดดดด
ก็เมื่อวานไปที่แห่งหนึ่ง
เป็นที่ที่แคบๆมืดๆ
ที่สำคัญคือเป็นแหล่งค้าขายอะไรบางอย่าง
ไปแบบตัวเปล่าๆ เธอเป็นหญิงกล้ามาก
-
- -
- – -
“มาเอาเสื้อที่ปักค่ะ”
ใช่แล้วล่ะ เราไปเอาเสื้อที่ร้าน<-------(แหล่งค้าขายอย่างหนึ่ง)
ร้านเค้าแคบอ่ะ เดินสวนทางไม่ได้เลย
เสียอารมณ์อย่างแรงตรงที่พอบอกแล้วเค้างงอ่ะ
“มาปักเสื้อหรือมาเอาเสื้อที่ปักหรือว่าลืมไปว่าปักที่ไหนงั้นหรอ”เค้าถามน้ำเสียงดุมากและพูดรัวเร็วมาก(อารายก๊าน บอกแต่เมื่อกี้แล้วไงว่ามาเอา)
“ก็มา”พูดเบานิ๊ดเพราะตกใจประโยคเมื่อกี้
“ลืมหรอว่าปักที่ไหน”(อารายของเค้า เราไม่ทันได้พูดไร)
“มาเอาเสื้อที่ปักอะค่ะ”
“ดูในนั่นดิ ถุงแบบไหนมาปัก ก็ต้องจำให้ได้ ตัวเองเอามาจำได้มั้ย”ยังพูดดุและรัวเร็วเหมือนเดิม
(ส่วนเรางงไปแล้ว อะไรเนี่ยพูดดีๆเป็นมั๊ย)
เราลงมือหาที่เค้าบอกไม่มีของเรา ส่วนเค้าลุกไปหาที่อื่น
“ชื่อไรนะ”เค้าถาม
เราบอกชื่อ แล้วเค้าก็หาเจอขึ้นมา
“นี่ไง ทำไม ก็อยู่นี่ไง ก็เพิ่งปักเสร็จนี่ไง”
(เออรู้แล้วหล่ะหน่า)
เราหยิบแล้วเดินออกไปทันที
แค้นมาก ท่าทางเจ้าของร้าน เค้าจะสับสนอะไรบางอย่างนะ
สงสัยเค้าอารมณ์เสียแล้วมาลงอะไรกับช้านนนนน
อีกอย่าง ผิดเหรอเนี่ยที่เราบอกว่ามาเอาเสื้อ
ช้านจาไปตรัสรู้ได้ไงว่าของช้านอยู่ไหน
อารมณ์ไม่ดีมาลงกับเด็กตาดำๆ ตัวดำๆ ผมดำๆ
–จบ พอๆๆเดี๋ยวความแค้นเข้ากระแสเลือดผู้อ่าน
และวันนี้ไปทำบุญมาอ่ะ ที่จังหวัดใกล้เคียง
ไปอิ่มอกอิ่มใจช่วงนี้ทุกปี
แต่ไม่ใช่ทำบุญเนื่องจากวันแรงงานนะ อย่าเข้าใจผิด
ไปทำบุญให้ย่าที่เสียไปแล้ว
ไปทุกปีอ่ะ และอิ่มมื้อกลางวันเรียบร้อย
มีเรื่องเล่า ตอนไปไปแต่เช้าๆ
ถึงก็ประมาณเวลาเพล
เดินไปเดินมา เดินแตะเข้าที่เสาเสาหนึ่ง
(โอ้ยยยยยย)
(ไม่ออกเสียงร้อง เพราะอยู่นอกสถานที่ ถ้าอยู่ที่บ้านจะได้ยินเสียงไกลกว่า100 เมตร (เวอร์ไปมั๊ย))
เสาก็อยู่ดีดี ฉันทำอะไรไปเนี่ย
แล้วก็ทำบุญไป พอเสร็จจากทำบุญก็กลับ
ระหว่างนั่งรถ อ่านป้ายข้างทางเล่นๆ
อธิเช่น เมนูอาหาร ป้ายเชิญปิดทอง อีก 500 เมตรมีปั้มน้ำมัน เป็นต้น
แต่ที่สะดุด
“ระวัง อีก100 เมตรมีสถานที่ซื้อขายเสียง”
เฮ้ย สถานที่ซื้อขายเสียง อย่างนี้ผิดกฎหมายดิ ในใจคิด
สรุปอีก100เมตรของเขา เป็นร้านขายลำโพง และเครื่องเสียง
แหง่ว 5555555555++
สุดๆขำกับความเวอร์ของตน และขำกับการโฆษณาของเขา เข้าใจคิดดีมาก
- เรื่องก็เป็นฉะนี้แลฯ สาธุ(ความอิ่มบุญเข้ากระแสเลือดเราแล้ว)
- -
- – -Di@|2y
ตอนบ่ายนัดไปทำงานนำเสนอที่ สอ.น้องจูอีก
วันนี้ฉันเบลอสุดๆ รู้สึกเหมือนตัวเองไม่ปกติ
ฉันไม่ได้เอาเม้าไป ใช้โน๊คบุ๊คโดยใช้นิ้วเขี่ย จะไม่ถนัด เลยยืมเม้าจะเครื่องตั้งโต๊ะของที่ทำงานน้องจูมาใช้
เอามาต่อเรียบร้อยฉันก็จัดแจงทำงานของฉัน ก็ใช้นิ้วเขี่ยๆ ลากๆ น้องจูหันมาเห็นเลยถามว่า
แล้วพี่ยังไม่ได้เสียบเม้าหรือ… อืม..มใช่ ฉันเสียบเม้าแล้วนี่นา 555 ลืมไปนึกว่ายังไม่ได้เสียบเม้า
เสียบเม้าเสร็จยังใช้นิ้วเหมือนเดิม (แล้วตูจะเสียบทำไม) เป็นเอามากเลยฉันนี่
ตอนทำงานเห็นแล้วละว่าแบตใกล้จะหมด กะว่าใช้อีกนิดแล้วค่อยเสียบปลั๊ก
แล้วก็นั่งทำงานจนลืมไปเลย จู่ ๆ หน้าจอก็ดับ เฮ้อออ ..อ งานก็ยังไม่ได้ เซฟ เอาเข้าไป
เลยหยิบสายมาจะเสียบเพื่อชาร์จแบต ดันหาที่เสียบที่เครื่องไม่เจอ ทั้งๆที่ใช้อยู่เป็นประจำ…
ฉันคงเป็นมากแล้วหล่ะวันนี้ ….เบลอรับประทาน….คุณ ส ออกไปข้างนอก
สั่งฉันอย่าเล่นเน็ตนานเด๋วปวดตา และก็ เปิดแอร์ในห้องไว้ให้แล้วว
ว่าแล้วก็ไปนอนดีกว่า พรุ่งนี้มีงานรออยู่อีก…และเผื่อจาฝันเห็นเลขเด็ด..อิอิ
งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข (หรือป่าวว๊าาา?)
อาบาเช่..