10 วิธีกระตุ้นพลังรัก

อยากให้เขาเสน่หาคุณแบบไม่รู้หน่าย มาหาวิธีกระตุ้นพลังรัก สร้างอารมณ์พิศวาส ชนิดแทบจะละลายคาที่นอนไปด้วยกัน ด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ 10 เรื่องค่ะ

1. ลิปสติคสีแดง
สีแดงกระตุ้นอารมณ์รักได้ แม้ว่าเขาจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตามเพราะผู้หญิงที่กำลังอยู่ในอารมณ์เสน่หา ริมฝีปากจะแดงขึ้นกว่าปกติ เนื่องจากอิทธิพลของฮอร์โมน (adrenaline และ nonadrenaline) ที่กระตุ้นการทำงานของหัวใจ ทำให้เลือดไปเลี้ยงที่ผิวมากขึ้น ริมฝีปากจึงแดงระเรื่อขึ้นอยากจุดพลังรักเขาให้กระเจิดกระเจิง ลองหาลิปสติคสีแดงติดกระเป๋าไว้บ้าง

2. มองตา
ส่งสายตาหวานฉ่ำ มองหน้าเขา ไม่เพียงเขาที่เคลิบเคลิ้มเพราะคุณเองก็จะตกอยู่ในอารมณ์เสน่หาเช่นกัน เนื่องจากจะถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนเพศที่พุ่งกระฉูด การมองสบตายังทำให้คุณหวนคิดถึงช่วงที่คุณพบกันครั้งแรก ที่แค่มองตาก็หวั่นไหวไปทั้งตัวนั่นแหล่ะค๊า

3. สัมผัส
การร่วมรักที่สนุกสนาน และมีรสชาติ ผู้เชี่ยวชาญแนะว่าคุณและเขาต้องอยู่ในท่าทีที่ผ่อนคลาย ถ้าทำกิจกรรมทางเพศให้เป็นเรื่องจริงจัง จะทำให้หมดสนุก และขาดความตื่นเต้นก่อนที่จะมีเซ็กส์ 1 ชั่วโมง คุณอาจใช้เวลาจัดไฟ สร้างบรรยากาศโดยรอบให้ดูโรแมนติด และสัมผัสเนื้อตัวซึ่งกันและกัน หรือผลัดกันทาน้ำมันทาตัวลงบนผิว เพื่อเพิ่มความรู้สึกตื่นเต้นก่อนที่จะไปถึงบทรักที่เร่าร้อน

4. ฟิตกล้ามเนื้อ
ถ้าอยากเพิ่มพลังทางเพศ คุณและเขาควรหาเวลายืดเส้นยืดสาย ฟิตร่างกายให้แข็งแรง เพราะมีผลการศึกษาจากหลายสำนัก ยืนยันตรงกันว่า ชายหนุ่มที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ( 4 ครั้งต่อสัปดาห์) จะมีความสามารถในการร่วมรักได้มากกว่าหนุ่มขี้เกียจ ถึง 30 % และสามารถที่จะถึงจุดสุดยอดได้มากขึ้นถึง 26 % ถ้าชายหนุ่มข้างกาย มักลืมทำการบ้าน (ด้วยความตั้งใจ) ลองชวนเขาไปออกกำลังกายกันเถอะ ไม่เพียงจะทำให้หวานใจขงคุณหุ่นฟิต พุงยุบ แต่เซ็กส์ยังเจ๋งขึ้นด้วย ส่วนผู้หญิงเราเอง ถ้าอออกกำลังกายเป็นประจำ ก็ช่วยแก้ปัญหาที่ไปไม่ถึงฝั่งฝันได้

5. เติมความหอม
กลิ่นที่กระตุ้นอารมณ์รักของชายหนุ่มแต่ละคน อาจจะไม่เหมือนกัน ควรถามเขาว่า กลิ่นน้ำหอมแบบไหนที่คุณใส่แล้ว ทำให้เขารู้สึกหวาบหวิว เพราะบางกลิ่น อาจสร้างอารมณ์รัญจวนใจให้เขาได้ ในขณะบางกลิ่นอาจทำให้เขาอยากอยู่ห่าง ๆ คุณก็เป็นได้

6. เลี่ยงกลิ่นต้องห้าม
กลิ่นอาหารบางชนิด อาจทำให้เสียบรรยากาศรักได้ เช่น เครื่องดื่มพรายฟองอย่างน้ำอัดลม อาจทำให้คุณรู้สึกซาบซ่า แต่ถ้าคุณดื่มมากเกินไปในเวลาอันรวดเร็วจะทำให้คุณเรอออกมามีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ผักดิบอย่างกระหล่ำปลี หรือดอกกระหล่ำ แม้จะเป็นอาหารแคลอรี่ต่ำแต่เป็นอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะ หัวหอมและกระเทียม เป็นอาหารสมุนไพรเพื่อสุขภาพก็จริงอยู่ แต่กลิ่นเครื่องปรุงเหล่านี้ ติดทนติดนานและกลิ่นแรงจนอาจทำให้อารมณ์พิศวาสหดหายได้

7. บำรุงปากให้สดใส
เรียวปากที่จะดึงดูดเสน่ห์ทางเพศ ควรดูชุ่มชื้น สดใส ไม่แห้งแตก จึงควรบำรุงริมฝีปากให้ดูน่าจูบ ไม่ยากค่ะ ใช้แปรงสีฟันอันเล็ก ขนนุ่มขัดริมฝีปาก เพื่อให้เซลล์ที่ตายแล้วหลุดลอกออกมา (ทำสัปดาห์ละครั้ง ) แล้วบำรุงริมฝีปากด้วยลิปบาล์มเป็นประจำ และอย่าลืมดื่มน้ำมาก ๆ เพราะไม่เพียงทำให้ริมฝีปากสดชื่น น่าจูบเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อการผลิตน้ำหล่อลื่นของช่องคลอดด้วย

8. เมนูรัก
มีอาหารบางชนิด ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศ ที่ช่วยเพิ่มพลังทางเพศได้

ช็อคโกแลต …ในช็อกโกแลตมีสารเพนิลเอทิลเอมีนค่อนข้างสูง ซึ่งสารตัวนี้จะกระตุ้นให้ร่างกายขับฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความสุข ทำให้รู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้น หัวใจเต้นแรง จึงช่วยกระตุ้นพลังทางเพศได้ และในช็อกโกแลตยังมีกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ซึ่งทำให้คนเราอารมณ์ดี รู้สึกรื่นเริง จึงส่งผลให้เกิดอารมณ์เสน่หา สดใส ซาบซ่าขึ้น

น้ำผึ้ง…ช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด และเติมพลังงานให้กับคุณ ทำให้รู้สึกกระฉับกระเฉง กระตือรือร้นที่จะทำอะไรต่อมิอะไรมากขึ้น รวมทั้งเรื่องอย่างว่าด้วยค่ะ

กล้วย… เป็นอาหารอีกชนิดที่ไม่เพียงทำให้ผิวสวย แต่ยังช่วยเติมพลังรักให้คุณด้วย เช้าวันหยุด ลองเมนูกล้วยอบน้ำผึ้ง ก็ไม่เลวนะขอบอก

9. ทำตัวให้เซ็กซี่
หัดคิดเข้าข้างตัวเอง มองข้ามจุดดด้อยไปซะ แล้วหัดปลี้มกับหุ่นของเราเองซะบ้าง ทุกครั้งที่นอนลงบนเตียง โดยมีเขาเคียงข้าง ก็ต้องมั่นใจสุด ๆ ว่า ตัวฉันน่ะยังเร้าใจเขาได้เสมอ และไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับใครทั้งสิ้น เพราะตอนนั้นมีเพียงแค่คุณและเขาเท่านั้น ผู้ชายเอง เขาไม่ได้คิดมากอย่างที่คุณคิดซะหน่อย ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า แค่เราคิดในแง่ดีเกี่ยวกับตัวเอง จะช่วยทำให้เซ็กส์ดีขึ้น เพราะเมื่อคุณไม่ต้องมัวกังวลใจ เซ็กส์ก็ย่อมมีรสชาติมากขึ้นนั่นเอง

10. โชว์ส่วนเว้า อวดส่วนโค้งแบบหญิงสาว
ผู้ชายไม่ว่ารุ่นไหน จะรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ หรือวัยเท่าคุณปู่ ก็ชอบที่จะมองหญิงสาวที่มีส่วนโค้งส่วนเว้าด้วยกันทั้งนั้นแหล่ะค๊าเพราะเป็นธรรมชาติของผู้ชาย แทนที่คุณจะมัวใส่แต่กระโปรงทรงตรง เสื้อตัวโคร่ง พลางเอว หันมาแต่งตัวโชว์ส่วนสัดกันบ้าง ถ้าคุณไม่อ้วนกะลุ๊กปุ๊ก ก็ลองใช้เข็มขัด คาดให้เอวกิ่ว สะโพกผาย เร้าอารมณ์พิศวาสของหนุ่มข้างกายกันบ้าง

คำว่ารัก

รักคำนี้ความหมายแสนลึกซื้ง
รักก้ำกึ่งกับความใคร่เสน่หา
รักหวานล้ำปานน้ำผึ้งเมื่อเดือนห้า
รักแก้วตาดั่งจันทร์ในดวงใจ

คำว่า”รัก”ในอดีตคือเธอฉัน
จะคงมั่นมิมีวันสูญสลาย
คำว่า”รัก”ปัจจุบันนั้นกลับกลาย
สูญสลายไม่มีฉันไม่มีเธอ

ทำไมท้องฟ้าวันนี้จึงดูเหงา
คงเป็นเพราะเราที่เหงาใช่ฟ้า
คงเป็นเพราะรักที่แล้วมา
ไม่สดใสเหมือนฟ้าเมื่อวันวาน

เพราะความรักไม่ใช่เรื่อง”ไร้สาระ”
เพราะความรักเป็นเรื่องที่”น่าค้นหา”
เพราะความรักเป็นเรื่องของ”กาลเวลา”
เพราะความรักคือห่วงหาอาทรกัน

เป็นคนช่างฝันหัวใจเลยอ่อนไหว
เคยคิดอยากมีใครเข้าใจในตัวฉัน
แต่รักไม่ใช่เพียงบอกรักกัน
มันมีมากกว่านั้น..คือ..ความเข้าใจ

ความรักผสมความเข้าใจ
รวมความห่วงใยและห่วงหา
เติมน้ำใจให้กันและกันตลอดเวลา
แม้ห่างไกลสายตาแต่ใกล้ใจ

อันคำว่า”รัก”คำนี้คืออะไร
มีใครบ้างไหมเข้าใจคำคำนี้
กับคำคำเดียวที่ให้ความรู้สึกดีดี
กับคำคำนี้ลูกหมูยังอยากฟัง

กับใจหนึ่งใจที่มอบให้เธอคนดี
กับความรู้สึกนี้ที่เก็บไว้
กับอีกหลายคำถามที่ยังคาใจ
กับความรู้สึกมากมายที่ให้เธอ

ถ้าความรัก…คือ…สิ่งสวยงาม
ถ้าความรัก…คือ…ความห่วงหา
ถ้าความรัก…คือ…การรอเวลา
ฉันก็พร้อมที่จะค้นหา…”ความรัก”เพื่อเธอ

เพราะความรักไม่ใช่เรื่องไร้สาระ
ต้องรู้จักทั้งรักและรักษา
ต้องคอยหมั่นดูแลเอาใจใส่ตลอดเวลา
ต้องรู้ค่าความรักที่แท้จริง

เจ้าหญิงนิทราเดรโก

การแสดงละครเวทีจากเรื่องเจ้าหญิงทรา โดยนักเรียนชั้น ปี 5

นักแสดงนำ

เจ้าหญิงนิทรา แสดงโดย เดรโก มัลฟอย
เจ้าชาย แสดงโดย เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์
นางฟ้าสีชมพู แสดงโดย แฮร์รี่ พอตเตอร์
นางฟ้าสีเขียว แสดงโดย โรนัลด์ วีสลีย์
นางฟ้าสีฟ้า แสดงโดย เนวิลล์ ลองบัตท่อม
แม่มด แสดงโดย แพนซี่ พาร์กินสัน
พระราชา และ มหาดเล็ก 1 แสดงโดย วินเซนต์ แครบ
พระราชินี และ มหาดเล็ก 2 แสดงโดย เกรกอรี่ กอยล์
พระราชาจากเมืองข้างเคียง แสดงโดย เชมัส ฟินิกัน

นักแสดงรับเชิญกิตติมศักดิ์

นกฮูก แสดงโดย ศ.อัสบัส ดัมเบิ้ลดอร์
กวาง แสดงโดย ศ.เซเวอรัส สเนป (ทำไมชั้นต้องเป็นกวางด้วยฟร้า~~/เสนปบ่น)
กระรอก แสดงโดย ศ.มิเนอร์ว่า มักกอลนากัล

การแสดงละครเวทีนี้ได้มีกราฟฟิค และ การแสดงจริงๆ ตบจริง เตะจริง เพื่อให้ดูสมจริงสมจัง

เริ่มเรื่อง…

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…นานมากๆ จนเกือบจำไม่ได้ ที่ประเทศหนึ่ง ได้มีพระราชาแครบ และ ราชินีกอยล์ ได้กำเนิด เจ้าหญิงองค์น้อยๆ ซึ่งมีพระนามว่า เดรโก มัลฟอย พระราชาแครบ และ พระราชินีกอยล์ได้จัดงานเลี้ยงฉลองสุดแสนใหญ่โต โดยมี พระราชาจากเมืองข้างเคียงชื่อพระราชาเชมัสพร้อมเจ้าชายเฮอร์ไมโอนี่ (ช่วงเด็กแสดงโดย ด๊อบบี้…) คณะแสดงละครนกคีรีบูน (นำโดย เฟร็ด และ จอร์จ) นางฟ้า เหล่าประชาชน

แต่ทั้งหมดนั้นได้ลืม แม่มดแพนซี่ พาร์กินสันไป ในขณะที่งานเริ่มอย่างรื่นเริงจนถึงเวลาที่นางฟ้าทั้ง 3 ต้องให้พร เจ้าหญิงเดรโก เริ่มคนแรกโดย นางฟ้าสีชมพูแฮร์รี่…(นางฟ้าแห่งความสวยงาม)

อืม…เรามาให้พรกันเถอะ ช..ชั้นเป็นนางฟ้าห…แห่ง ฟาม เอ้ย…ความฉวยงาม ดังนั้นต้องเริ่มจากคนสวยก่อนนะ นางฟ้าแฮร์รี่พูด

ถ้างั้นก็ ชั้นคนที่ 2 แล้วเนวิลล์ตามลำดับนะจ้ะนางฟ้าสีเขียวรอนพูดขึ้น

งั้นฉันก็เป็นคนสุดท้ายน่ะสิ… นางฟ้าสีฟ้าเนวิลล์พูด ทำไมไม่ให้ฉันก่อนล่ะ

ต้องฉันก่อนอยู่แล้ว นางฟ้ารอนบอก

ฉันก่อนต่างหาก นางฟ้าเนวิลล์บอกต่อ

ฉันๆๆๆๆๆๆๆๆนางฟ้ารอนเถียงกลับ

เฮ้…เงียบนะ! นางฟ้าแฮร์รี่เริ่มโกรธซะแล้ว แข่งกันสวยอยู่ได้ มันไม่น่าภูมิใจหรอก ถ้าแข่งกันหล่อว่าไปอย่างแล้วอย่างนี้จะได้อวยพรมั้ยเนี่ยหา!! (ถ้าโชเห็นเราแต่งชุดนี้จะทำไงดีเนี่ย/ แฮร์รี่คิดพลางน้ำตาตก แถมผ้าเช็ดหน้าไว้กัดเล่น)

ขอโทษจ้า!!นางฟ้ารอนและนางฟ้าเนวิลล์ตัวหด

ถ้างั้นฉันอวยพรแล้วนะ พรที่ 1 ขอให้ เจ้าหญิงมีผิวพรรณขาว(ซีด)สวยงาม ผิวนุ่ม ผมสลวยเงางาม ริมฝีปากเหมือนดังกลีบกุหลาบแรกแย้ม หน้าตาดีหาใครเปรียบมิได้ นางฟ้าแฮร์รี่กล่าวพรพร้อมเสกใส่เจ้าหญิงเดรโก อืมคนต่อไปเลยจ้า

รายต่อไปชั้นนะ นางฟ้ารอนรีบพูด พรข้อ 2 ขอให้เจ้าหญิงมีเสียงใส ไพเราะเสนาะหู เป็นธรรมชาติ ก้องกังวาน เพียงได้ฟังแค่ครั้งเดียวก็ทำให้รู้สึกประทับใจ นางฟ้ารอน อวยพรพร้อมเสกคาถา

ต่อไปตาชั้นสินะนางฟ้าเนวิลล์เตรียมอวยพร อ…อืม

กรี๊ดดดดดดดดด…เดี๋ยวก่อน!!! มีเสียงหนึ่งดังขึ้น ทามม๊ายยยยยยยยยยยยย ทามมายยยยยยยย ม่ายเชินช้านนนนนนนนนนนนน ช้านม่ายสำคัญหรือออออไง

แม่มดแพนซี่!!! พระราชินีกอยล์ทำท่าเอามือปิดปากแล้วพึมพำกับตนเอง

ขะ…ขอ…โทษ…ที่ข้า…. พระราชาแครบกล่าว

ไม่ต้องมาขอโทษข้า ข้าขอแค่เพียงให้ข้าได้ให้พรองค์หญิง เล็กๆน้อยๆเท่านั้น แม่มดแพนซี่เอ่ย ข้าจะให้อะไรดีล่ะ…(อืมพอโตขึ้น ต้องเป็นมัลฟอย ดังนั้น หุ…ๆๆ)…ข้าขอให้เด็กคนนี้แต่งงาน…

เดี๋ยวก่อน!!! มิสพาร์กินสันอย่านอกบท ศ.มักกอลนากัลตะโกนออกมา

ขอโทษค่ะๆ …แหม…อาจารย์ก็ แพนซี่บ่นออกมา อืม…ข้าขอให้เจ้าหญิง มีสิริโฉมงาม ผิวขาวสวยใครเห็น ใครก็รัก… แต่โชคร้าย เมื่อยามที่องค์หญิงมีพระชนม์ มายุครบ 15 ชันษา จะต้องถูกเข็มจากเครื่องปั่นฝ้าย ปักที่นิ้ว ยามสนทยาจะลาลับจากนั้น ชีวิตของนางจะดับตลอดกาล แม่มดแพนซี่กล่าวอวยพรที่พร้อมกับคำสาป เป็นยังไงบ้างล่ะพรของข้า หวังว่าพวกเจ้าคงจะไม่ลืมข้าไปอีกนาน แม่มดแพนซี่กล่าวก่อนจะเดินจากไป

โธ่…ลูก…แม่…ใคร…จะ…ช่วย…ลูก…ของ…เรา…ได้…บ้าง…แล้ว…เรา…ควร…จะ…ทำ…อย่าง…ไร…ดี… ราชินีกอยล์พูดเหมือนว่าอ่านหนังสือออกมา

ใจเย็นๆเถอะพระราชินี ยังเหลือนางฟ้าเนวิลล์อีกองค์ที่ยังไม่ได้ประทานพรนะเพ….ค…ค่ะนางฟ้าแฮร์รี่ปลอบใจ

ช…ใช่แล้ว ถึงม..ม…แม้เวทมนตร์ของพ…พวกเราจะไม่ส…สามารถลบล้างคำสาปได้ต…แต่ความดีย่อมต้องชนะนะเพ…ค…ค่ะ นางฟ้าเนวิลล์บอก

เอาเลยนางฟ้าเนวิลล์แสดงฝีมือดีๆล่ะ อย่าเผลอกลายเป็นเพิ่มคำสาปให้ผิดนะ นางฟ้ารอนกล่าว

อ…อือ…องค์หญิงผู้น่ารัก…ถึงแม้จะเป็นดังคำสาปของม…แม่มด แต่นางจะม…ไม่ดับสูญตลอดกาล เพียงแต่จะหลับไหลเพียงเท่านั้น โดยรอจ…จุมพิศจากผู้ที่ ส..ส…ส…ส..อะไรนะ นางฟ้าเนวิลล์หันไปถามนางฟ้าแฮร์รี่และนางฟ้ารอน

เสน่หา เฟ้ย!!!! นางฟ้าแฮร์รี่ตวาดใส่ อ่ะๆ…ไม่ได้สิต้องเรียบร้อยๆแฮร์รี่พูดพึมพำเบาๆทำท่าทางเรียบร้อยเมื่อเห็นศ.มักกอลนากัลทำตาดุๆใส่เขา

อืม…โดยรอจุมพิศจากผู้ที่เสน่หาถึงพระองค์ช่วยทำให้พระองค์ตื่น นางฟ้าเนวิลล์ให้พร

ต…แต่…เรา…ยัง…ไม่…ส…บาย…ใจ…เลย…ว่า…เดร…โก…ของ…เรา…จะ…ปลอด…ภัย พระราชินีกอยล์ยังคงพูดด้วยเสียงที่เหมือนอ่านหนังสืออยู่

ถ้างั้นเรื่องนี้ก็ต้องแก้ไขจากปลายเหตุ เราคงต้องกำจัด เครื่องปั่นฝ้ายให้หมดจากเมืองนี้ พระราชาเชมัส พูดหลังจากที่เขาไม่มีบทเลย

อืมเป็นความคิดที่ดี ทหาร….นำเครื่องปั่นฝ้ายในเมืองนี้ไปเผาให้หมด พระราชาแครบออกคำสั่ง ถ้าลูกข้าข้าไม่เป็นอะไรข้าจะยกลูกของข้าให้กับเจ้าชายเฮอร์ไมโอนี่เลยทีเดียว

ขอบพระทัยท่านมาก โฮะๆๆ พระราชาเชมัสหัวเราะออกมาเบาๆ

แต่…เรา…ก็…ไม่…สบาย…ใจ…อยู่…ดี พระราชินีพูดต่อ

ไม่ต้องห่วงเพค่ะ หม่อมฉันจะดูแลองค์หญิงให้ดีเอง นางฟ้าแฮร์รี่รีบกล่าว (เขาพูดได้ดีขึ้นเนื่องจากกลัว ศ.มักกอลนากัล)

เราจะให้องค์หญิงปลอดภ…ภัยมากที่สุด โดยการซ…ซ่อนองค์หญิงไว้จนก…กว่าจะหมดเวลาคำสาป นางฟ้าเนวิลล์แนะนำ

ถ้าอย่างนั้นเราให้ลูกเราอยู่แต่ในพระราชวังดีมั้ย พระราชาแครบตรัส

ไม่ดีเพค่ะ มันจะหาตัวง่ายเกินไป นางฟ้ารอนตอบ

ถ้าอย่างนั้นซ่อนตัวองค์หญิงไว้ในชนบทของเมืองท่านล่ะ หรือไม่ก็เรา ขึ้นอยู่แต่ว่าท่านทั้ง 2 จะเห็นด้วยหรือไม่พระราชาเชมัสแนะนำ

เป็นความคิดที่ดีนะเพค่ะ หม่อมฉันว่าพาองค์หญิงไปไว้ในป่าเพราะในป่ามีแต่ความสงบความรัก แม่มดแพนซี่คงไม่รู้จักแน่ๆ แม่มดแฮร์รี่เสนอ

แล้ว…ลูก…เรา…จะ…อยู่…กับ…ใคร…ล่ะ…จะ…เป็น…ยัง…ไง พระราชินีกอยล์ถาม

พวกเราเองเพค่ะ นางฟ้ารอนบอก แต่พวกเราจะเลี้ยงองค์หญิงแบบธรรมดา สามัญชน และท่านทั่ง 2 จะต้องไม่คิดถึงองค์หญิงเพค่ะ

ก็ได้ เราคิดว่าเป็นความคิดที่ดี พระราชาแครบบอก

และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเจ้าหญิงมัลฟอยก็ไปอาศัยอยู่ในป่ากับนางฟ้าทั้ง 3 โดยอยู่แบบไม่มีใครรู้จักเจ้าหญิงสักคน จนเวลาล่วงเลยครบรอบ 15 ชันษาของเจ้าหญิงและคำสาปของแม่มดแพนซี่

15 ปีผ่านไป….

เดรโก มัลฟอยออกมาในชุดหญิงในสมัยก่อน กระโปรงยาว แบบยุโรปโบราณ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดๆๆๆๆเสียงของนักเรียนหญิงที่ได้ดูละครกรี๊ดขึ้นมา

นักเรียนทั้งหมดเงียบเดี๋ยวนี้นะ!!!!!!!ศ.มักกอลนากัลตะโกนเสียงดังจนทุกคนเงียบดูอยู่เฉยๆ

— ถึงบทที่เดรโกต้องร้องเพลงซะแล้ว…— ทุกคนนั่งคิดอยู่

ป…แปลกเหลือเกิน ไม่เข้าใจ โถเจ้านกน้อยเป็นคู่ครองอยู่ข้างเคียงกัน เดรโกร้องเพลงออกมา

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด…นักเรียนหญิงทุกคนกรี๊ดออกมาอีกครั้ง จนศ.มักกอลนากัลต้องตะโกนสั่งให้เงียบอีกครั้ง ก็เดรโกร้องเพลงทั้งๆที่เขาไม่เคยร้องมากก่อน

แล้วเดรโกก็ร้องเพลงจนจบ…นักเรียนหญิงทั้งหมดหยุดกรี๊ด

เอ๊ะ…คุณกระรอก กวาง นกฮูก อยู่ไหนกันหมด ค…ค้า เจ้าหญิงเดรโกพูดขึ้น(เจ้าหญิงเสียงหล่อ…อึ๋ย) เขารู้สึกลำบากมากในการพูดคำว่าค่ะ

มาแล้วจ้ะ นกฮูกดัมเบิ้ลดอร์ (จินตนาการ ศ.ดัมเบิ้ลดอร์ในชุดนกฮูก)

อ้าวคุณนกฮูก…แล้วคุณกระต่ายกับคุณกวางล่ะ องค์หญิงเดรโกพยายามพูดต่อ

มาแล้วๆ กวางเสนปพูดเดินออกมา

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด…..ๆๆๆๆๆนักเรียนหญิงกรี๊ดอีกรอบ

เงียบ!!!!!!! กวางเสนปพูดนักเรียนทั้งหมดเงียบอีกครั้ง

เซเวอรัส เดี๋ยวอิมเมจกวางน้อยน่ารักหายนะนกฮูกดัมเบิ้ลดอร์บอก

นี่ๆ…แล้วคุณกระรอกล่ะ องค์หญิงเดรโกถามอีก

มาแล้วจ้ะ มาแล้วๆ กระรอกมักกอลนากัลกระโดดออกมา

เป็นยังไงบ้างสบายดีมั้ย เดรโกถามแบบเสียงกรรโชก

อ่อนหวานหน่อยสิเดรโก นกฮูกดัมเบิ้ลดอร์กล่าว

พวกเราสบายดี กระรอกมักกอลนากัลตอบ แล้วเธอล่ะ

ฉันก็สบายดี แต่ว่า…นี่ๆฉันได้เจอเขาแล้วล่ะ เขาทั้งหล่อ สง่างาม สุภาพด้วยนะ เดรโกพูด

แล้วเธอเจอที่ไหนล่ะ กวางเสนปถาม

ในฝันไง เดรโกตอบ

โธ่ ในฝัน เดรโก เธอมันแค่ฝันนะ กระรอกมักกอลนากัลบอก

แต่เขาบอกว่าถ้าฝันบ่อยๆจะเป็นจริงไม่ใช่หรอ พอล่ะเดี๋ยวฉันไปเก็บ ลูปเบอร์รี่ก่อนล่ะ แล้วเดรโกก็เดินไปเก็บลูกเบอรี่

งั้นพวกเราไปเล่นก่อนนะ นกฮูกดัมเบิ้ลดอร์กล่าว

แล้ว นกฮูก กวาง กระรอกก็เดินไปเล่นแถวนั้น

อ๊ะๆดูนั่นสิ ใครน่ะเดินอยู่ในป่านี้ นกฮูกดัมเบิ้ลดอร์ชี้

เจ้าชายเฮอร์ไมโอนี่ และมหาดเล็กทั้ง 2 เดินออกมา

เขาต้องไม่ใช่ธรรมดาแน่เลย ดูแล้วต้องไม่ใช่นายพราน หรือคนธรรมดาแน่ๆดูมีสง่าขนาดนั้น กระรอกมักกอลนากัลเอ่ย

ถ้างั้นฉันนึกอะไรดีๆออกแล้ว นกฮูกดัมเบิ้ลดอร์บอก

ฉันไม่เอาด้วยนะ กวางเซเวอรัสเอ่ย

ไม่ได้ๆนายมีหน้าที่สำคัญนะ นกฮูกดัมเบิ้ลดอร์บังคับ

ทางฝั่งเจ้าชาย

เจ้าชายรีบกลับเถอะเพค่ะ ข้าทั้ง 2 เหนื่อยมากแล้ว มหาดเล็ก 1 กล่าว

ไม่ๆเรายังไม่เหนื่อย ถ้าเจ้าเหนื่อยเจ้าก็พักก่อนสิ ข้าจะตามหาต้นเสียงที่ร้องเพลงนั่น แล้วเอาผ้าคลุมไปด้วยล่ะ เจ้าชายเฮอร์ไมโอนี่ถอดผ้าคลุมให้มหาดเล็ก 2

แหมเจ้าชายในป่าอย่างนี้ยังจะมีคนร้องเพลงอีกหรือท่าน มหาดเล็ก 1 ถามต่อ

ถ้าไม่ใช่คนก็ต้องเป็นนางไม้สิ เจ้าชายเถียงเตรียมเดินหาเจ้าของเสียงต่อ

ไม่แน่อาจจะไม่ใช่นางไม้มหาดเล็ก 2 บอก หรือว่าจะเป็น…จะเป็น…เป็น…

เป็นอะไรล่ะ เจ้าชายเฮอร์ไมโอนี่ถาม

เป็น…พระองค์ดูนั่นนกฮูกเอาผ้าคลุมของพระองค์ไปแล้ว มหาเล็ก 1 และ 2 เอ่ยพร้อมกัน

หยุดเดี๋ยวนี้นะเจ้าหัวขโมยแล้วเจ้าชายเฮอร์ไมโอนี่ก็วิ่งตามผ้าคลุม

เฮ้ๆ เซเวอรัสใส่ผ้าคลุมเร็ว นกฮูกดัมเบิ้ลดอร์ยื่นผ้าคลุมให้

เดรโก ดูสิมีใครมาอวยพรวันเกิด กระรอกมักกอลนากัลเรียก แล้วนกฮูกดัมเบิ้ลดอร์ผลักกวางเซเวอรัสให้ไปเต้นรำกับ เดรโก

อุ๊ย…คุณเป็นใครน่ะ ฉันไม่เคยพูดกับคุณมาก่อน แล้วฉันก็ห้ามพูดกับคนแปลกหน้า แต่จะว่าไป…ฉันเคยเจอคุณมาก่อนแล้วนี่ ในฝันไง (แหวะ ทำไมฉันต้องมาพูดบทนี้ด้วยเนี่ย/เดรโกคิด) แล้วเขาก็เต้ยรำกับกวางเซเวอรัส

ระหว่างนั้น เจ้าชายเฮอร์ไมโอนี่มาเห็นพอดี เขาจึงผลักกวางเซเวอรัสแล้วเต้นรำกับเดรโก

เฮ้ย!…ไม่ใช่ ….อุ๊ย! เดรโกร้อง

ฉันขอโทษชั้นไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอตกใจ เจ้าชายเฮอร์ไมโอนี่กล่าว

ชั้นไม่ได้ตกใจเพียงแต่ว่าคุณ….เดรโกพยายามทำเสียงให้เป็นผู้หญิงที่สุดเพราะรู้สึกว่า ศ.มักกอลนากัลจะมาองดูเขาอยู่

เพราะฉันเป็นคนแปลกหน้า…แต่จำไม่ได้หรอว่าเราเคยเจอกันแล้วไง เจ้าชายเฮอร์ไมโอนี่บอก

เอ๊ะ…เคยเจอกันแล้ว ที่ไหน?

กาลครั้งหนึ่งในฝันไง เมื่อกี้เธอก็เพิ่งบอกไป เจ้าชายบอก

กาลครั้งหนึ่งในฝัน?เดรโกซ้ำแล้วทั้งคู่ก็เต้นรำกันต่อ

( ช่วงนอกบท

โอ้ยนายเหยีบเท้าชั้นเฮอร์ไมโอนี่ร้อง

ก็ฉันไม่ถนัดเต้นแบบผู้หญิงนี่ ว่าแต่เธอเถอะ เหยียบเท้าชั้นอยู่นะ เดรโกบอก

ฉันก็ไม่ถนัดเต้นแบบผู้ชายเหมือนกันแหละน่า ว่าแต่เมื่อกี้นายกระซิบอะไรกับ แครบน่ะเฮอร์ไมโอนี่ถาม

เดี๋ยวเธอก็รู้น่า มัลฟอยตอบ )

เจ้าชายเฮอร์ไมโอนี่และเจ้าหญิงเดรโกเต้นรำกันได้ไม่นานก็ถึงเวลาเย็น ทั้งคู่จำต้องลาจากกัน

Continue reading

เหตุผลสุดฮิต 10 ประการที่ผลักดันให้ผู้หญิงแต่งงาน

ที่มา : นสพ. ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 27 เม.ย 2546

ผู้หญิงมากมายฝันอยากเข้าพิธีวิวาห์ใจจะขาด ชนิดเป็นไงเป็นกัน ชีวิตนี้ เดี๊ยนขอแต่งงานสักครั้ง แล้วค่อยยอมตายตาหลับว่างั้นเถอะ…วี้ดวิ้ว ขืนคิดแบบนี้ เผลอๆ อาจได้วิวาห์มากกว่าหนึ่งก็ได้

หลายครั้งผู้หญิงกับการแต่งงานจึงแยกกันไม่ออก แต่กลับหนุนส่งกันด้วยซ้ำ

เหตุนี้ จึงถึงเวลาแล้วที่ควรแฉ เอ๊ย…ขุดคุ้ยถึง สาเหตุที่ทำให้ ผู้หญิงอยากแต่งงานบ้างแล้วกัน ก็แหม้ เพศตรงข้ามเค้าจะได้เข้าใจหนูไงว่า ที่หล่อนชอบตื๊อ เร่งรัดให้รีบแต่งฯ กันไวๆ นั่นน่ะ สาวเจ้าก็มีเหตุผลซุกซ่อนอยู่เหมือนกัน ไม่ใช่ว่า เอะอะ แค่ ปล่อยให้เขาจับมือถือแขนเข้าหน่อย เท่าเนี้ย ก็บีบให้ต้องยกขันหมากมาสู่ขอซะแล้ว ถ้าเข้าใจผิด ก็เข้าใจใหม่ได้นะเคอะ

ใน เหตุผลสุดฮิต 10 ประการที่ผลักดันให้ผู้หญิงแต่งงาน (Top 10 reasons she wants to get married จาก Askmen.com) บอกว่า การที่ผู้หญิง อยากแต่งงาน ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด เพราะเห็นชัดๆว่า วิวาห์ช่วยเติมฝันของผู้หญิง ให้เป็นจริงมานักต่อนักแล้ว เพราะอะไรนะรึ ก็เพราะผู้หญิงมีทัศนะด้านบวกเกี่ยวกับ การแต่งงานน่ะสิ ส่วนจะมีอะไรบ้าง ขอเรียงลำดับให้ฟังต่อไปนี้เลย

ผู้หญิงมองพิธีวิวาห์ว่า เป็นสัญญาณของการสร้างครอบครัว, สร้างบ้าน และความเป็นปึกแผ่นของชีวิตไงล่ะ

เอ้า ก็จากเคยเป็นคุณหนูอยู่บ้านพ่อแม่ แต่พอแต่งงานปุ๊บ สาวบางคนต้องย้ายบ้านปั๊บ แล้วงี้จะไม่ให้เธอแก่แดด เอ้ย…เป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าแต่ก่อนได้ไง

พอถึงช่วงอายุนึง นาฬิกาชีวิตของหล่อน จะสั่นดังระรัว อย่างกะได้ยินเสียงนกหวีดจนแสบแก้วหู เตือนให้ลงจากคานสักทีเหอะ โหย มีการไล่ด้วยเว้ย เจ้าคานนี่

แต่งเพราะถูกครอบครัวกดดัน

ประเภทเห็นลูกสาวเรียนจบแล้ว มีงานทำแล้ว แต่ยังไม่มีแฟนก็ร้อนตัวแทน ว่าแล้วก็กระหน่ำ พูดตอดเล็กตอดน้อย จนน้องหนูอึดอัด ฟึดฟัดมองหาผัวซะเลย ไม่รู้จะรีบขับไล่ไสส่งลูกให้เป็นฝั่งเป็นฝาเร็วๆไปไย แบบนี้เป็นห่วงลูก, รักลูกหรืออยากผลักภาระกันแน่นะป๋านะ

กลัวถูกมองเป็นตัวประหลาดถ้าไม่แต่งสักที

จึงรวบรัดตัดตอน แต่งมันซะให้รู้แล้วรู้ล่ม เอ้ย รอด ไปเลย ไหนๆก็หนีปากชาวบ้านไม่ได้แล้วนี่ ว่าแต่ใครบ้าจี้ทำทุกอย่างที่ชาวบ้านพูด ก็พิลึกเหมียนกัน คนอาไร้ เอาตัวเองไปผูกกับ ขี้ปากคนอื่น เฮ้อ

แต่งเพราะอยากให้เรือล่มในหนอง ทองจะได้ไม่ไปไหน ไงตัว

หรือพูดอีกที ถ้าทองไม่มี เงินก็เหลือน้อย งั้นชวนอยู่บ้านเดียวกัน ค่าใช้จ่ายจะได้หาร 2 แบบคิดในแนวประหยัด จะว่ากันไหมเนี่ย

ลิ้มรสชาติของการมีเซ็กซ์ บ้างดิ เชื่อเป่าว่า ผู้หญิงบางคนจะไม่ย้อม ไม่ยอมปล่อยเนื้อ ปล่อยตัวให้ใครเด็ดดมฟรีๆ ถ้าไม่ผ่านงานวิวาห์เกี่ยวดอง คล้องใจอย่างเป็นเรื่องเป็นราวซะก่อน เพราะงี้การกระโจนเข้าสู่งานแต่งเลยทำให้เธอคึกคะนอง อยากลองดี อย่างกะม้าแข่งยังไง อย่างงั้น….พูดเข้าไปโน่น

มองว่าชีวิตสมรสเหมือนเรื่องหวานแหววดังเช่นเทพนิยาย

อ่านนิยายก็รู้สึกโรแมนติกซะเหลือเกิน ดูหนังดูละครล้วนมีแต่เรื่องรักใคร่เสน่หา แล้วเรื่องไร หนูจะทำให้ชีวิตตัวเองต้องพลาดจากความรักไปซะล่ะ

อ้าว ก็ ถึงเวลา สมควรที่จะทิ้งชีวิตโสดแล้วไม่ใช่เหรอ

แต่งเพราะท้อง

แหม ไม่ต้องยกตัวอย่างก็ได้มั้ง เพราะชีวิตจริง หลายคู่ชอบใช้คำว่า คลอดก่อนกำหนดทั้งนั้นนี่

สุดท้าย แต่งเพราะหนูรักเขาน่ะสิคะถามได้ ข้อนี้แหละสำคัญสุด ถ้าไม่รักคงไม่ยอม หลอมเป็นทองแผ่นเดียวกัน นี่ไม่นับคู่ที่ถูกบังคับให้แต่งฯนะ

ว่าแต่ เมื่อตัดสินใจชวนกันขึ้นวิมานฉิมพลีแล้ว แน่ใจรึว่า น้องเจนสนามรักมากพอ จนไม่ ทำให้อีกฝ่ายหงุดหงิด คันยิก ยิก ในหัวใจ เพราะรู้นะว่า โดยธรรมชาติผู้หญิงชอบเกรงใจ แฟนเหลือเกิ้น พอเกรงใจมากๆ เลยกลายเป็นเสแสร้ง ตลบตบตาความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง เป็นงั้นไป

คน 2 คน

วันนี้…เราอาจรู้สึกผูกพันต่อสิ่งหนึ่ง จนคิดว่าเราขาดไม่ได้ …แต่เวลาจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป … สักวันเราจะรู้ว่า… สิ่งที่เราผูกพันในวันนี้.
..เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เติมชีวิตเรา ไม่ใช่…ทั้งหมดของชีวิตเรา
วันหนึ่ง…หากเรามีโอกาสได้เจอสิ่งที่ถูกใจสิ่งใหม่
ที่เราคิดว่าเราพึงใจ…ปรารถนา…ต้องการ…ขาดไม่ได้
เราก็จะเริ่มผูกพันกับสิ่งใหม่ได้ในเวลาไม่นานนัก..
เมื่อเวลาหนึ่งผ่านไป จะสอนเราได้เองว่า
…ความผูกพันกับสิ่งใดๆในช่วงเวลาหนึ่ง
จะเป็นความสุขในช่วงเวลานั้น ๆ อย่าได้ไปยึดติด
อย่าได้ไปใช้ชีวิตทั้งชีวิตลุ่มหลง…
คิดเสียว่า…เราโชคดี…ที่มีโอกาสได้ผูกพันกับสิ่งที่เรารัก ความผูกพัน…ก็เหมือนกับความรัก…
หรืออาจจะเป็นผลพวงที่มาจากความรัก
หากเรารักใครคนใดคนหนึ่งมาก
เราก็จะรู้สึกว่าผูกพันมาก
แต่ความผูกพันที่ว่า… ไม่ได้หมายถึงการหยุดตัวเอง ไว้กับสิ่งนั้นๆ
…เพราะคนเราทุกคนย่อมผูกพันกับหลายๆสิ่ง
เปรียบเสมือน เรามีแก้วนำอยู่หนึ่งใบ
ในยามเช้า…เราอาจต้องใช้แก้วใบนี้ดื่มนม
พออากาศร้อนหน่อย…เราอาจต้องการน้ำเย็น ๆ
บางครั้งที่เราไม่สบาย…เราอาจต้องการน้ำอุ่น
ใจเราก็เหมือนกับแก้วน้ำ…
ต้องเติมสิ่งต่าง ๆ ในเวลาที่แตกต่างกัน…ตามความเหมาะสม
หากเราเติมน้ำเย็นลงไปในแก้วน้ำ
แล้วเติมน้ำร้อนลงไปในทันที ในแก้วใบเดียวกัน
เราก็จะพบว่า…แก้วใบนั้น…ก็จะร้าว…แล้วเริ่มแตก ซึ่งก็เหมือนกับใจเรา… ความผูกพันต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดในช่วงเวลาหนึ่ง…ไม่ผิด ถ้าเราค่อยๆปรับใจ…ปรับตัวของเราเอง…ให้กลับคืนในเวลาที่ควร เพราะอย่างน้อยที่สุด…เราก็มีโอกาส…ได้ผูกพัน…
ซึ่งก็เหมือนเรามีโอกาส…ได้รัก นั่นเอง
ถ้าคุณมีความสุขที่เห็นเค้าเดินกับคนอื่น …คือ…ความรัก
ถ้าคุณเศร้า…เหงา…คิดถึงเค้า…อยากเจอ…อยากพูดคุย …คือ…ความรัก
ถ้าคุณร้อนรนที่เค้าอยู่กับใครๆที่ไม่ใช่คุณ …คือ…ความใคร่
อยากเก็บไว้เป็นเจ้าของคนเดียว
ถ้าคุณเมามาย…เค้าลูบหลังไหล่…ดูแล …คือ…ความรักที่บริสุทธิ์ใจ
ถ้าคุณเมามาย…เค้ากอดและสัมผัสร่างกาย …คือ…ความใคร่จากเค้าของคุณ
ถ้าคุณเข้าหา…แต่เค้าหนี… …คือ…ความใคร่ ที่หมดเยื่อใยแล้ว
ถ้าคุณหนี…แต่เขาวิ่งตามมา… …คือ…ความรักที่ยังไม่มีจุดจบ
ถ้าคุณร้องไห้…ให้กับคนที่ไม่มีเยื่อใยในตัวคุณ …คุณคือ…คนโง่…และบ้า
อย่างน่าอาย
แต่ถ้าคุณพอใจ…จงรัก…และมอบความรักให้กับเค้า
แม้มันจะไม่กลับมาหาคุณก็ตาม
จงดีใจที่ได้รักซะวันนี้…ดีกว่าที่จะมานั่งเสียใจในวันหน้า จงภูมิใจที่มีความใคร่…เสน่หา เพราะมันจะไม่ย้อนกลับมาหาอีกต่อไป…

ที่มา FWD mail